วันรุ่งขึ้นจีมมาเยี่ยมเพื่อนรักที่โรงพยาบาลเมื่อพบหน้าเพื่อนรักก็ทำหน้าทะเล้นล้อเลียน
“เป็ไงสาวสวย หลงป่ากับชายหนุ่มสองคนอยู่กันลำพังกลางดึก มีซัมธิงรองมะ อิอิ”
อิงอิ้งเขินอายจนเพื่อนสังเกตเห็น “บ้า....จะมีอะไรได้กลางป่ากลางเขาผีสางเทวดาจะได้มาหักคอสิ”
จีมมองด้วยสายตาล้อเลียน “จริงนะ โห เธอปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปได้ไงอิอิ” อิงอิ้งตีเพื่อนรักด้วยอาการแก้เขิน เป็การหยอกคืน
“เอ่อ...ก็...เอ่อ..เขาบอกรักช้านอะ...”เ้าตัวเขินจนหน้าแดงเบือนหน้าไม่กล้าสบตาเพื่อนรักตรงๆ
“ว้าย...เพื่อนชั้นคนในประวัติศาสตร์บอกรักเชียวนะแล้วเธอตอบว่าไงเธอก็แอบมีใจใช่ไม๊” จีมมองเพื่อนรักด้วยสายตาที่รู้ทันพลางอมยิ้มอย่างพอใจที่ได้แกล้งเพื่อนรักจนหน้าแดง
อิงอิ้งยิ้มด้วยความเขิน“จะบ้าเหรอ...เธอก็”
รุ่งขึ้นวันถัดมาหมวดอิงอิ้งเข้าประชุมที่สถานีตำรวจภูธรเทศบาลนครน่าน เพื่อเตรียมแผนการจับปราบตัวการใหญ่ ชื่อปฏิบัติการ ‘ราชสีห์ล่าพยัคฆ์’ โดยมีพลตำรวจตรีนาวินหัวหน้าชุดปฏิบัติการใหญ่ มีนายตำรวจยศระดับนายพันลงมาในกองบัญชาการกองปราบปรามยาเสพติดประจำภาคอีกหลายนาย
ส่วนหมวดอิงอิ้งเป็รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการหนึ่งในทีมจับกุมตัวการใหญ่ ปฏิบัติการนี้เป้าหมายอยู่ที่โกดังเก็บยานรก โจทย์ที่ยากคือการแกะรอยหาจอมบงการใหญ่
ขณะกำลังประชุมพันตำรวจตรีนริศไม่ได้เป็ทีมงานในชุดปฏิบัติการ จึงอยู่นอกห้องประชุมพยายามสืบข้อมูลเพื่อรายงาน ‘นายใหญ่’ ของตน
“นายครับ งานนี้มันเอาจริงมากถึงกับประชุมกันเตรียมจับตัวนายเลยผมแอบสืบมาหลักฐานมันครบ มีคลิปที่ยัยหมวดตัวแสบอัดไว้ นายจะให้ผมทำยังไงต่อผมว่านายควรมอบตัวนะแบบนี้รอดยากครับ”
ดวงตาของอีกฝ่ายลุกโชนด้วยความโกรธพูดด้วยน้ำเสียงดัง
“ไม่มีทาง ชั้นไม่ยอมแก่ตายในคุกหรอกแกรู้จักชั้นน้อยไปเครือข่ายชั้นมีรอบบ้านเราเงินทองก็มีพอใช้ไปทั้งชีวิตชั้นจะหนี”
สารวัตรนริศได้แต่ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ใบหน้าเครียดขมวดคิ้วความกังวลถาโถมเข้าใส่ เกรงว่าภัยครั้งนี้ตนจะพลอยโดนจับไปด้วย จึงตัดสินใจเก็บของส่วนตัวที่สำคัญหอบใส่กระเป๋าเป้ในห้องทำงานตน
ขณะกำลังจะขึ้นรถหนี“เห็นหมวดอิงอิ้งพร้อมดาบบุญช่วย หมู่ดล หมู่แจ็คเข้าประชิดตัว
“นี่เป็หมายจับจากศาลขอความร่วมมือในการควบคุมตัวด้วยค่ะ ด้วยเป็นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อิ้งจะไม่ใส่กุญแจมือ”
หมวดสาวมีท่าทีขึงขังจ้องหน้านายตำรวจผู้กลายเป็ผู้ต้องหานิ่งเขาจึงยอมให้ควบคุมตัวโดยดี หมวดสาวตามแกะรอยเขามานานพอควรพบหลักฐานหลายวาระไม่ว่าการลงมือทำร้ายสายสืบ การยิงถล่มเซฟเฮาส์ การพยายามอุ้มตัวเธอ จนล่าสุดการบุกจี้ตัวไปกักขัง
การคุมตัวสารวัตรหัวใจโจรเป็สัญญาณเตือนให้ผู้การจอมบงการเตรียมตัวหนี แผนปฏิบัติการ ‘ราชสีห์ล่าพยัคฆ์’จึงต้องเร่งดำเนินการ
ตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมาดร.จักรินทร์ยังคงวนเวียนกับคำปริศนาของครูบาจันทร์ สีหน้าเครียดแสดงความครุ่นคิดตลอดเวลา
เขาพยายามค้นงานวิจัยเื่พลังจากแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ เพื่อเชื่อมโยงกับคำปริศนา
‘ถ้าจันทร์นั้นเวียนกลับมาคืนวันสัปดาห์นับตรงกันดวงแก้วจ้าสว่างพลัน มิพลิกผันได้หวนคืน’
ตำนานโบราณมักมีเื่การอาบพลังแสงจันทร์เพื่อให้เกิดพลังพิเศษ เช่น พวกมนุษย์หมาป่าจะแปลงร่างในคืนวันจันทร์เต็มดวง แม้ดูเป็เพียงนิทานเล่าต่อกันมาแต่จากการค้นงานวิจัยต่างๆดร.จักรินทร์กลับพบว่าแสงจันทร์สามารถแปลงเป็พลังงานตามหลักควันตั้มฟิสิกส์ได้จริงไม่ได้เป็เื่ในจินตนาการเท่านั้น
เขาพึมพัมกับตนเอง“ดูไร้สาระแต่บางสิ่งบนโลกย่อมเกิดขึ้นได้ วัน สัปดาห์คือวันอาทิตย์วันจันทร์..ใช่แล้วเป็วันทางจันทรคติ ขุนฟองมาวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 4 ปี 2568 ตรงกับวันพุธมาจากปีไหนละ อ๋อเขาบอกว่าปีมะเส็งตรงกับปี พ.ศ. 1824 วันขึ้น14 ค่ำ เดือน 4 ตรงกับวันพุธ ปีนี้ก็ปีมะเส็ง...เฮ้ยทำไมบังเอิญแบบนี้”
ดร.จักรินทร์เกิดอาการตื่นเต้นที่ค้นพบข้อมูลเมื่อลองคำนวณตัวเลขเขาขมวดคิ้ว
“โอกาสที่ปี 1824กับปี 2568 จะตรงกันทั้งวันทางจันทรคติในเจ็ดวันกับปีนักษัตรมันคือ1 ใน 345,744 โห...ยากมากที่จะเป็แบบนี้ แสดงว่าการเดินทางข้ามเวลาของขุนฟองโดยพลังงานแสงจันทร์และพลังงานของดวงแก้วสัมพันธ์กับวงรอบการโคจรของโลก และของดวงจันทร์สิ” เมื่อปริศนาถูกค้นพบคิ้วที่ขมวดแน่นจึงคลาย
แต่ยังคงเหลือคำตอบสุดท้ายที่ท้าทายดร.จั๊กที่สุด “เอ่อ...แล้วจะหาทางย้อนกลับไปไงละ...โอ้ย..ปวดหัว”
แววตากลับมาครุ่นคิดหนักอีกครั้ง “ตอนมามีพลังงานมากๆ ผลักให้มาอนาคต และถ้าใช้พลังงานเท่ากันแต่ผลักย้อนกลับไปโดยหาจุดเวลาที่ตรงกันกลับไป...กลับไปคือ reverseย้อนหลังเหรอ งั้นเราต้องคิดเครื่องมือทำแสงวงกลมั์แบบบอลลูน จากพลังงานไฟฟ้าหรือแหล่งพลังงานอะไรก็ได้”
เขาจึงเร่งสร้างเครื่องมือตามที่คิด ให้มีเลนส์แบบดวงแก้วที่จะสร้างแสงบอลลูนกลมขนาดั์ได้ ใช้เวลาสองสามวันจึงเสร็จเรียบร้อย จึงทดสอบเครื่องโดยตั้งเวลาไว้ 24ชั่วโมงซึ่งคือเท่ากับการหมุนรอบตัวเองของโลก โดยอาศัยแสงจันทร์ในคืนของวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 เวลาสองทุ่ม โดยใช้เ้า’ข้าวเม่า’แมวสีสะหวาดตัวโปรดของจีมที่อดีตคู่รักของจีมซื้อให้ตอนจีบกันใหม่ๆ
เมื่อจีมเห็นข้าวเม่าหายไปเข้าใจว่าออกไปเที่ยวเล่นแต่ปกติมันจะเข้าบ้านก่อนฟ้ามืด
“ลุงจั๊กขา...เ้าข้าวเม่ามันหายไปไหนคะ”ดร.จักรินทร์อ้ำอึ้งไม่ตอบคำแสดงสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ชิงพูดก่อน
“ลุงว่าลุงพอเห็นทางการย้อนเวลากลับไปแล้วนะ ขุนฟองอยู่ไหนจ๊ะ”
หลานสาวสุดที่รักทำหน้าล้อเลียนเพื่อนรัก“ลุงจั๊กถามผิดคนแล้วค่ะต้องไปถามคนโน้น” จังหวะนั้นอิงอิ้งเดินมาพร้อมขุนฟอง เมื่อโดนเพื่อนรักล้อเลียนจึงถลึงตาใส่
“อ้าวมาพอดีเลย” เห็นแขกผู้เดินทางข้ามเวลาทั้งสองเดินมาพร้อมอิงอิ้ง จึงเอ่ยปากถามรายละเอียดการเดินทางข้ามเวลาทันที
“ท่านเดินทางข้ามเวลามาคืนวันเพ็ญขึ้น14ค่ำ ท่านเคยบอกผมว่าอานุภาพของดวงแก้วพาท่านเดินทางข้ามเวลามา” ขุนฟองพยักหน้ารับช้าๆ“ผมคิดว่าพลังงานจากแสงจันทร์กับพลังของดวงแก้วเป็แรงผลักให้ท่านข้ามเวลามาปัจจุบันตามที่ผมเคยบอกท่านไว้จำได้ไม๊”
ด้วยห่วงขุนฟองจะไม่เข้าใจ ดร.จักรินทร์จึงหันไปอธิบายกับอิงอิ้งและจีมอย่างละเอียดในสิ่งที่ตนค้นพบ
“นี่..ลุงคิดมาหลายวันลงมือทำเครื่องสร้างแสงพลังงานบอลลูนั์แบบตอนที่พาพวกท่านๆมากัน..แต่นแต้นแต๊น....ดร.จั๊กภูมิใจเสนอ” พูดจบ...เกิดแสงสว่างบอลลูนขนาดหนึ่งฟุตปรากฏขึ้นพร้อมมีเ้าข้าวเม่าอยู่กลางบอลลูนนั้น
“อะไรกันคะนี่ ทำไมข้าวเม่ามาอยู่ในแสงบอลลูนนี้.....ลุงจั๊ก”เสียงเรียกดร.จักรินทร์ด้วยเสียงเขียวแสดงความไม่พอใจอย่างแรง
“อะไรกันจ๊ะหลานรักลุงแค่เอามันทดสอบข้ามเวลามาแค่ 24 ชั่วโมงเอง เห็นมั๊ยมันเวิร์ค” พูดจบรีบถอยห่างจากหลานสาวสุดที่รักด้วยท่าทีรู้สึกกลัว
“ลุงอะทำไมไม่บอกหนูก่อนถ้ามันไปแล้วไม่กลับมาหนูจะทำไงคะ...ฮือๆ!!!” ลุงจั๊กของหลานจีมหน้าเจื่อนลง
“อ้าวเห็นเลิกกับคนที่ซื้อให้ไปตั้งหลายปีแล้วนึกว่าไม่รักมันแล้ว”
จีมมองลุงจ๊กตาคว่ำ“รักอยู่นะลุงจั๊ก” เพื่อนรักของจีมจริงเอ่ยปากแซว
“อ๋อเธอยังรักเขาอยู่สิท่า”
เ้าตัวจึงค้อนเพื่อนรักหนึ่งที “ที่บอกว่ารักหนะ แมวไม่ใช่คน ส่วนคนอะไม่สนใจไปตั้งนานละ”
บทสนทนานี้สร้างความงงให้ไอ้คำเนื่องจากไม่เข้าใจในวิถีสังคมของคนในยุคปัจจุบัน เข้าใจเฉพาะคำว่า’รัก’ ไอ้คำจึงทำหน้าเศร้ารู้สึกผิดหวังเพราะเข้าใจว่าคนที่ตนแอบชอบนั้นมีคนในใจของเธอ แต่พอทราบชัดว่าเธอไม่สนใจ ‘เขาคนนั้น’ แล้ว จึงแอบยิ้มน้อยๆออกมาแสดงความโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
“คืองี้ วันนี้ตรงกับวันขึ้น14ค่ำเดือน 5 ขุนฟองกับไอ้คำอยู่กับเราครบหนึ่งเดือนพอดีพรุ่งนี้จะเป็วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 ซึ่งปีนี้จะตรงกับวันเสาร์เหมือนกับปีพ.ศ.1824 ที่ท่านขุนฟองจากมา คืนพรุ่งนี้ขุนฟองต้องเดินทางย้อนเวลากลับแล้วถ้าหลุดจากวันนี้อาจจะต้องรอไปอีก 1,596 ปีเลยนะ กว่าวันทางจันทรคติกับปีนักษัตรจะมาตรงกันแบบนี้อีก”
อิงอิ้งตะลึงไปชั่วขณะในใจสับสนวุ่นวายรู้สึกถึงการลาจาก จากคนที่เธอรักเกิดอาการใจแหลกสลายขึ้นมาวูบหนึ่ง ที่สำคัญตนต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญในคืนวันรุ่งขึ้น
ส่วนขุนฟองกับไอ้คำความรู้สึกที่เคยกระตือรือร้นอยากรีบกลับไปกู้แผ่นดิน กลับถูกความใจหายเข้าเกาะกุมหัวใจ ความลังเลสั่นคลอนความตั้งใจย้อนเวลากลับบ้าน สายใยรักและผูกพันสร้างความอาลัยรักหญิงสาวในใจของตนทั้งคู่
ขุนฟองจึงสบตากับอิงอิ้งนิ่ง ทั้งสองต่างปล่อยให้แววตาพูดคุยด้วยความรู้สึกเสียใจจากการจะต้องพลัดพรากแบบกระทันหันจนตั้งตัวไม่ติดโดยไม่มีคำพูดใดๆ หลุดจากปากทั้งสอง