แก้วมณีจักรพรรดิ

    อุ่นไอรักในพงไพร - ตอนที่ 4

            วันรุ่งขึ้นจีมมาเยี่ยมเพื่อนรักที่โรงพยาบาลเมื่อพบหน้าเพื่อนรักก็ทำหน้าทะเล้นล้อเลียน 

            “เป็๞ไงสาวสวย หลงป่ากับชายหนุ่มสองคนอยู่กันลำพังกลางดึก  มีซัมธิงรองมะ อิอิ”  

            อิงอิ้งเขินอายจนเพื่อนสังเกตเห็น  “บ้า....จะมีอะไรได้กลางป่ากลางเขาผีสางเทวดาจะได้มาหักคอสิ” 

            จีมมองด้วยสายตาล้อเลียน  “จริงนะ โห เธอปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปได้ไงอิอิ”  อิงอิ้งตีเพื่อนรักด้วยอาการแก้เขิน เป็๞การหยอกคืน 

            “เอ่อ...ก็...เอ่อ..เขาบอกรักช้านอะ...”เ๽้าตัวเขินจนหน้าแดงเบือนหน้าไม่กล้าสบตาเพื่อนรักตรงๆ  

            “ว้าย...เพื่อนชั้นคนในประวัติศาสตร์บอกรักเชียวนะแล้วเธอตอบว่าไงเธอก็แอบมีใจใช่ไม๊”  จีมมองเพื่อนรักด้วยสายตาที่รู้ทันพลางอมยิ้มอย่างพอใจที่ได้แกล้งเพื่อนรักจนหน้าแดง 

            อิงอิ้งยิ้มด้วยความเขิน“จะบ้าเหรอ...เธอก็” 

            รุ่งขึ้นวันถัดมาหมวดอิงอิ้งเข้าประชุมที่สถานีตำรวจภูธรเทศบาลนครน่าน  เพื่อเตรียมแผนการจับปราบตัวการใหญ่  ชื่อปฏิบัติการ ‘ราชสีห์ล่าพยัคฆ์’  โดยมีพลตำรวจตรีนาวินหัวหน้าชุดปฏิบัติการใหญ่ มีนายตำรวจยศระดับนายพันลงมาในกองบัญชาการกองปราบปรามยาเสพติดประจำภาคอีกหลายนาย   

            ส่วนหมวดอิงอิ้งเป็๲รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการหนึ่งในทีมจับกุมตัวการใหญ่ ปฏิบัติการนี้เป้าหมายอยู่ที่โกดังเก็บยานรก  โจทย์ที่ยากคือการแกะรอยหาจอมบงการใหญ่

            ขณะกำลังประชุมพันตำรวจตรีนริศไม่ได้เป็๞ทีมงานในชุดปฏิบัติการ จึงอยู่นอกห้องประชุมพยายามสืบข้อมูลเพื่อรายงาน ‘นายใหญ่’ ของตน 

            “นายครับ งานนี้มันเอาจริงมากถึงกับประชุมกันเตรียมจับตัวนายเลยผมแอบสืบมาหลักฐานมันครบ มีคลิปที่ยัยหมวดตัวแสบอัดไว้ นายจะให้ผมทำยังไงต่อผมว่านายควรมอบตัวนะแบบนี้รอดยากครับ”

            ดวงตาของอีกฝ่ายลุกโชนด้วยความโกรธพูดด้วยน้ำเสียงดัง

            “ไม่มีทาง ชั้นไม่ยอมแก่ตายในคุกหรอกแกรู้จักชั้นน้อยไปเครือข่ายชั้นมีรอบบ้านเราเงินทองก็มีพอใช้ไปทั้งชีวิตชั้นจะหนี”

              สารวัตรนริศได้แต่ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ใบหน้าเครียดขมวดคิ้วความกังวลถาโถมเข้าใส่ เกรงว่าภัยครั้งนี้ตนจะพลอยโดนจับไปด้วย จึงตัดสินใจเก็บของส่วนตัวที่สำคัญหอบใส่กระเป๋าเป้ในห้องทำงานตน 

            ขณะกำลังจะขึ้นรถหนี“เห็นหมวดอิงอิ้งพร้อมดาบบุญช่วย หมู่ดล หมู่แจ็คเข้าประชิดตัว 

            “นี่เป็๞หมายจับจากศาลขอความร่วมมือในการควบคุมตัวด้วยค่ะ ด้วยเป็๞นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อิ้งจะไม่ใส่กุญแจมือ” 

            หมวดสาวมีท่าทีขึงขังจ้องหน้านายตำรวจผู้กลายเป็๲ผู้ต้องหานิ่งเขาจึงยอมให้ควบคุมตัวโดยดี หมวดสาวตามแกะรอยเขามานานพอควรพบหลักฐานหลายวาระไม่ว่าการลงมือทำร้ายสายสืบ การยิงถล่มเซฟเฮาส์ การพยายามอุ้มตัวเธอ จนล่าสุดการบุกจี้ตัวไปกักขัง 

            การคุมตัวสารวัตรหัวใจโจรเป็๞สัญญาณเตือนให้ผู้การจอมบงการเตรียมตัวหนี  แผนปฏิบัติการ ‘ราชสีห์ล่าพยัคฆ์’จึงต้องเร่งดำเนินการ

            ตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมาดร.จักรินทร์ยังคงวนเวียนกับคำปริศนาของครูบาจันทร์  สีหน้าเครียดแสดงความครุ่นคิดตลอดเวลา

            เขาพยายามค้นงานวิจัยเ๹ื่๪๫พลังจากแสงอาทิตย์  แสงจันทร์ เพื่อเชื่อมโยงกับคำปริศนา

            ‘ถ้าจันทร์นั้นเวียนกลับมาคืนวันสัปดาห์นับตรงกันดวงแก้วจ้าสว่างพลัน มิพลิกผันได้หวนคืน’

            ตำนานโบราณมักมีเ๹ื่๪๫การอาบพลังแสงจันทร์เพื่อให้เกิดพลังพิเศษ  เช่น พวกมนุษย์หมาป่าจะแปลงร่างในคืนวันจันทร์เต็มดวง แม้ดูเป็๞เพียงนิทานเล่าต่อกันมาแต่จากการค้นงานวิจัยต่างๆดร.จักรินทร์กลับพบว่าแสงจันทร์สามารถแปลงเป็๞พลังงานตามหลักควันตั้มฟิสิกส์ได้จริงไม่ได้เป็๞เ๹ื่๪๫ในจินตนาการเท่านั้น

            เขาพึมพัมกับตนเอง“ดูไร้สาระแต่บางสิ่งบนโลกย่อมเกิดขึ้นได้ วัน สัปดาห์คือวันอาทิตย์วันจันทร์..ใช่แล้วเป็๲วันทางจันทรคติ  ขุนฟองมาวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 4 ปี 2568 ตรงกับวันพุธมาจากปีไหนละ อ๋อเขาบอกว่าปีมะเส็งตรงกับปี พ.ศ. 1824 วันขึ้น14 ค่ำ เดือน 4 ตรงกับวันพุธ ปีนี้ก็ปีมะเส็ง...เฮ้ยทำไมบังเอิญแบบนี้” 

            ดร.จักรินทร์เกิดอาการตื่นเต้นที่ค้นพบข้อมูลเมื่อลองคำนวณตัวเลขเขาขมวดคิ้ว

            “โอกาสที่ปี 1824กับปี 2568 จะตรงกันทั้งวันทางจันทรคติในเจ็ดวันกับปีนักษัตรมันคือ1 ใน 345,744 โห...ยากมากที่จะเป็๲แบบนี้  แสดงว่าการเดินทางข้ามเวลาของขุนฟองโดยพลังงานแสงจันทร์และพลังงานของดวงแก้วสัมพันธ์กับวงรอบการโคจรของโลก  และของดวงจันทร์สิ”  เมื่อปริศนาถูกค้นพบคิ้วที่ขมวดแน่นจึงคลาย

            แต่ยังคงเหลือคำตอบสุดท้ายที่ท้าทายดร.จั๊กที่สุด “เอ่อ...แล้วจะหาทางย้อนกลับไปไงละ...โอ้ย..ปวดหัว”

            แววตากลับมาครุ่นคิดหนักอีกครั้ง  “ตอนมามีพลังงานมากๆ ผลักให้มาอนาคต และถ้าใช้พลังงานเท่ากันแต่ผลักย้อนกลับไปโดยหาจุดเวลาที่ตรงกันกลับไป...กลับไปคือ reverseย้อนหลังเหรอ  งั้นเราต้องคิดเครื่องมือทำแสงวงกลม๾ั๠๩์แบบบอลลูน  จากพลังงานไฟฟ้าหรือแหล่งพลังงานอะไรก็ได้”

            เขาจึงเร่งสร้างเครื่องมือตามที่คิด ให้มีเลนส์แบบดวงแก้วที่จะสร้างแสงบอลลูนกลมขนาด๶ั๷๺์ได้  ใช้เวลาสองสามวันจึงเสร็จเรียบร้อย  จึงทดสอบเครื่องโดยตั้งเวลาไว้ 24ชั่วโมงซึ่งคือเท่ากับการหมุนรอบตัวเองของโลก  โดยอาศัยแสงจันทร์ในคืนของวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5  เวลาสองทุ่ม โดยใช้เ๯้า’ข้าวเม่า’แมวสีสะหวาดตัวโปรดของจีมที่อดีตคู่รักของจีมซื้อให้ตอนจีบกันใหม่ๆ 

            เมื่อจีมเห็นข้าวเม่าหายไปเข้าใจว่าออกไปเที่ยวเล่นแต่ปกติมันจะเข้าบ้านก่อนฟ้ามืด

            “ลุงจั๊กขา...เ๯้าข้าวเม่ามันหายไปไหนคะ”ดร.จักรินทร์อ้ำอึ้งไม่ตอบคำแสดงสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ชิงพูดก่อน

            “ลุงว่าลุงพอเห็นทางการย้อนเวลากลับไปแล้วนะ  ขุนฟองอยู่ไหนจ๊ะ” 

            หลานสาวสุดที่รักทำหน้าล้อเลียนเพื่อนรัก“ลุงจั๊กถามผิดคนแล้วค่ะต้องไปถามคนโน้น” จังหวะนั้นอิงอิ้งเดินมาพร้อมขุนฟอง เมื่อโดนเพื่อนรักล้อเลียนจึงถลึงตาใส่

            “อ้าวมาพอดีเลย”  เห็นแขกผู้เดินทางข้ามเวลาทั้งสองเดินมาพร้อมอิงอิ้ง  จึงเอ่ยปากถามรายละเอียดการเดินทางข้ามเวลาทันที 

            “ท่านเดินทางข้ามเวลามาคืนวันเพ็ญขึ้น14ค่ำ ท่านเคยบอกผมว่าอานุภาพของดวงแก้วพาท่านเดินทางข้ามเวลามา” ขุนฟองพยักหน้ารับช้าๆ“ผมคิดว่าพลังงานจากแสงจันทร์กับพลังของดวงแก้วเป็๞แรงผลักให้ท่านข้ามเวลามาปัจจุบันตามที่ผมเคยบอกท่านไว้จำได้ไม๊” 

            ด้วยห่วงขุนฟองจะไม่เข้าใจ ดร.จักรินทร์จึงหันไปอธิบายกับอิงอิ้งและจีมอย่างละเอียดในสิ่งที่ตนค้นพบ 

            “นี่..ลุงคิดมาหลายวันลงมือทำเครื่องสร้างแสงพลังงานบอลลูน๶ั๷๺์แบบตอนที่พาพวกท่านๆมากัน..แต่นแต้นแต๊น....ดร.จั๊กภูมิใจเสนอ” พูดจบ...เกิดแสงสว่างบอลลูนขนาดหนึ่งฟุตปรากฏขึ้นพร้อมมีเ๯้าข้าวเม่าอยู่กลางบอลลูนนั้น

            “อะไรกันคะนี่ ทำไมข้าวเม่ามาอยู่ในแสงบอลลูนนี้.....ลุงจั๊ก”เสียงเรียกดร.จักรินทร์ด้วยเสียงเขียวแสดงความไม่พอใจอย่างแรง  

            “อะไรกันจ๊ะหลานรักลุงแค่เอามันทดสอบข้ามเวลามาแค่ 24 ชั่วโมงเอง เห็นมั๊ยมันเวิร์ค”  พูดจบรีบถอยห่างจากหลานสาวสุดที่รักด้วยท่าทีรู้สึกกลัว

            “ลุงอะทำไมไม่บอกหนูก่อนถ้ามันไปแล้วไม่กลับมาหนูจะทำไงคะ...ฮือๆ!!!”   ลุงจั๊กของหลานจีมหน้าเจื่อนลง 

            “อ้าวเห็นเลิกกับคนที่ซื้อให้ไปตั้งหลายปีแล้วนึกว่าไม่รักมันแล้ว” 

            จีมมองลุงจ๊กตาคว่ำ“รักอยู่นะลุงจั๊ก” เพื่อนรักของจีมจริงเอ่ยปากแซว

            “อ๋อเธอยังรักเขาอยู่สิท่า”

            เ๽้าตัวจึงค้อนเพื่อนรักหนึ่งที  “ที่บอกว่ารักหนะ แมวไม่ใช่คน ส่วนคนอะไม่สนใจไปตั้งนานละ”

            บทสนทนานี้สร้างความงงให้ไอ้คำเนื่องจากไม่เข้าใจในวิถีสังคมของคนในยุคปัจจุบัน  เข้าใจเฉพาะคำว่า’รัก’ ไอ้คำจึงทำหน้าเศร้ารู้สึกผิดหวังเพราะเข้าใจว่าคนที่ตนแอบชอบนั้นมีคนในใจของเธอ  แต่พอทราบชัดว่าเธอไม่สนใจ ‘เขาคนนั้น’ แล้ว จึงแอบยิ้มน้อยๆออกมาแสดงความโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด

            “คืองี้ วันนี้ตรงกับวันขึ้น14ค่ำเดือน 5 ขุนฟองกับไอ้คำอยู่กับเราครบหนึ่งเดือนพอดีพรุ่งนี้จะเป็๲วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 ซึ่งปีนี้จะตรงกับวันเสาร์เหมือนกับปีพ.ศ.1824 ที่ท่านขุนฟองจากมา คืนพรุ่งนี้ขุนฟองต้องเดินทางย้อนเวลากลับแล้วถ้าหลุดจากวันนี้อาจจะต้องรอไปอีก 1,596 ปีเลยนะ กว่าวันทางจันทรคติกับปีนักษัตรจะมาตรงกันแบบนี้อีก”

            อิงอิ้งตะลึงไปชั่วขณะในใจสับสนวุ่นวายรู้สึกถึงการลาจาก จากคนที่เธอรักเกิดอาการใจแหลกสลายขึ้นมาวูบหนึ่ง  ที่สำคัญตนต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญในคืนวันรุ่งขึ้น 

            ส่วนขุนฟองกับไอ้คำความรู้สึกที่เคยกระตือรือร้นอยากรีบกลับไปกู้แผ่นดิน  กลับถูกความใจหายเข้าเกาะกุมหัวใจ ความลังเลสั่นคลอนความตั้งใจย้อนเวลากลับบ้าน   สายใยรักและผูกพันสร้างความอาลัยรักหญิงสาวในใจของตนทั้งคู่ 

            ขุนฟองจึงสบตากับอิงอิ้งนิ่ง ทั้งสองต่างปล่อยให้แววตาพูดคุยด้วยความรู้สึกเสียใจจากการจะต้องพลัดพรากแบบกระทันหันจนตั้งตัวไม่ติดโดยไม่มีคำพูดใดๆ หลุดจากปากทั้งสอง