เมื่อฉินหยางเห็นหลินซานหายไปแล้วเค้ายิ้มเล็กน้อยก่อนจะหมดสติไป เมื่อเวลาผ่านไปฉินหยางได้สติขึ้นมา าแเค้าหายไปหมดแล้วถึงภายในจะยังไม่หายดีแต่ก็อีกไม่นาน ฉินหยางลุกขึ้นมาได้หาถ้ำก่อนจะเข้าไปพักผ่อน ก่อนหลินซานจะฟาดถึงเค้าได้บรรลุวิชาดาบตัด์ถึงขั้นกลาง ทำให้เค้าสามารถปลดปล่อยพลังดาบออกมาได้อย่างมหาศาลแต่พลังนั้นไม่ใช้ของเค้าอย่างเดียวแน่นอน
"ถ้าเ้าไม่ช่วยข้าคงได้ตายแน่"
ฉินหยางพูดกับกระจก
"ข้าก็แค่มอบพลังให้เล็กน้อยไม่ได้ช้วยไรมาก ถึงไม่มีข้าเ้าก็สามารถหนีออกมาได้ "
เยเหยาพูดด้วยน้ำเสียงเ็าเช่นเคย
"ถ้าท่านไม่ช้วยข้าก็ไม่รู้จะหนีรอดหรือไม่"
ฉินหยางพูดด้วยความจริงจัง แต่เยเหยาก็ไม่ได้ตอบอีกฉินหยางไม่สนใจเค้าชินแล้ว เค้าต้องนั่งสมาธิเพื่อดูดซับพลังงานที่เค้าได้มา ก่อนหลินซานจะตายเค้าได้ใช้ตราแห่งไม่ดูดพลังชีวิตไว้ แล้วยังมีพลังชีวิตของาุโหลัว ถ้าสามารถดูดซับเค้าน่าจะบรรลุได้อีกขั้น ฉินหยางได้นำตราแห่งไม้ออกมาพลังชีวิตเปลี่ยนพลังิญญา
ฉินหยางได้ฝึกฝนมาห้าวันก็ลืมตาขึ้นมาพลังิญญากระจายไปรอบๆ ฉินหยางถอนหายใจก่อนจะตรวจดูร่างกายตัวเอง เค้าบรรลุถึงขั้นกำเนิดพลังขึ้นกลาง แถมวิชาดาบตัด์บรรลุถึงขั้นกลางเช่นกัน วิชาดาบตัดสรรค์ขั้นกลางเพิ่มพลังการโจมตีให้เข้าเป็อย่างมาก ฉินหยางลองใช้ดาบดูเค้าฟันไปที่ต้นไม้ ดาบนั้นธรรมดาฟันไปที่ต้นไม้ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ต้นไม้ล้มลงผิวตัดนั้นเรียบเนียน ฉินหยางมองภาพนี้อย่างพอใจเค้าได้ออกจากถ้ำเพื่อไปหาพวกกู่เฉิน
ระวางทางเค้าได้เจอพวกหุบเขามารแล้วราชวงศ์เทียนซาน ฉินหยางได้พูดไรมากได้สังหารทั้งหมดเค้าไม่ปล่อยไปแม้แต่คนเดียว เมื่อผ่านไปหลายวันพวกหุบเขามารและราชวงศ์เทียนซานก็ได้ตระหนักได้ว่าพวกเค้าได้หายวันจำนวนมาก พวกเค้าโกรธเป็อย่างมากได้ล่าพวกฉินหยางอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่มีใครสามารถจับพวกเค้าได้เลยแถมซ้ำคนยังล้มตายจำนวนมาก เมื่อฉินหยางได้ล้อมสังหารคนจำนวนมากแล้วได้เก็บพลังชิวิตไว้ในศิราแห่งไม้ ฉินหยางได้เจอพวกกู่เฉินแล้วจ้าวเฟิง พลังพวกเค้าก็เพิ่มเช่นกัน เทียนฉิงที่ตามกู่เฉินไปได้ถูกสังหารแล้ว ฉินหยางไม่แปลกใจท่ายที่สุดเค้าก็เป็บุตรแห่ง์ เมื่อพวกเค้ารวมตัวกันเสร็มก็ได้ช่วยเหลือกันเพื่อฆ่าอย่างรวดเร็ว แต่พวกเค้าฆ่าก็เยาะแต่พวกราชวงศ์กับหุบเขามารได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉินหยางตระหนักได้ว่าที่บ้างอย่างผิดปกติ พวกเค้าได้เขาไปในถ้ำเพื่อปรึกษาแผลต่อไป
"ข้าว่ามีบ้างอย่างผิดปกติ"
ฉินหยางพูดด้วยความจริงจัง กู่เฉินพยักหน้าก่อนจะกล่าว
"ใช้ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เหมือนพวกนั้นจะหาเราแต่ความจริงแล้วพวกมันเหมือนหาอะไรสักอย่าง"
ฉินหยางคิดสักพักก่อนจะพูด
"พวกเ้าคิดว่าพวกมันกำลังมิติลับอยู่หรือป่าว"
ฉินหยางถาม เมื่อกู่เฉินและจ้าวเฟิงได้ยินก็ตกตะลึง เมื่อพวกเค้าคิดก็ดูเหมือนจะเป็ไปได้
"แล้วพวกเราจะหาได้ไง"
จ้าวเฟิงถามอย่างสงสัย
"ข้าน่าจะพอหาได้"
ฉินหยางกล่าว พวกเค้ามองไปที่ฉินหยาง เค้าไม่พูดไรมากฉินหยางได้เดินไปที่ต้นไม้ ยืดมือไปที่ต้นไม้ก่อนจะหลับตา เค้าไม่สื่อกับต้นไม้ทั่วเขาเมื่อผ่านไปสักพักก่อนลืมตาขึ้นมา
"เจอแล้ว"
ฉินหยางพูดจบก็ได้นำทางไป พวกเค้าไปวิ่งไปตามที่ฉินหยางััได้ ถึงเค้าจะเจอพวกราชวงศ์แต่ก็ไม่ได้สังหาร เพราะจะทำให้เปิดที่อยู่พวกเค้าได้ เมื่อพวกฉินหยางเดินไปเรื่อยๆ ก็ได้มาถึงถ้ำแห่งหนึ่ง ถ้ำนี้ดูยังไงก็เป็ถ้ำธรรมดาไม่ได้อยู่ลึกมากนัก พวกเค้าได้ลงไปดูก่อนพบกับค่ายกล พวกเค้าได้เดินผ่านค่ายกลมาก็ได้เห็นพื้นที่กว้างขวาง
"ข้าว่าเราแยกทางกันจะดีกว่า จะได้เก็บสมบัติได้ไวขึ้น"
ฉินหยางกล่าว พวกเค้าพยักหน้าก่อนจะแยกกันไปฉินหยางได้เดินเข้าไป ออร่ามิติเต็มไปด้วยความมืดมนถึงจะมีสมุนไพรแต่ก็เหี่ยวแห้ง แม้แต่สมบัติก็ติดออร่าชั่วร้ายเช่นกัน ถึงจะล้างได้แต่สมบัติจะลดไปขั้นหนึ่ง ฉินหยางขมวดคิ้วเค้าไม่รู้ว่านี้คือมิติของใครแต่คงไม่ใช่คนดีแน่ ฉินหยางเค้าเดินไปเรื่อยๆ ได้เห็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง
ถึงจะติดออร่าชั่งร้ายแต่ก็ยังคงร่างสมบูรณ์อยู่ ฉินหยางเห็นเช่นนั้นก็แปลกใจไม่คิดเลยว่าจะมีสมุนไพรที่อาศัยอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ เมื่อเค้ากำลังจะเข้าใกล้ก็ััได้ถึงกลิ่นอายชีวิตสายหนึ่ง เค้ามองไปเห็นมีอสูรกำลังเฝ้าดูอยู่ อสูรตัวมีออร่าชั่วร้ายติดดูเหมือนมันจะเฝ้าให้เค้าเขาไปใกล้แล้วจะสังหารเค้า แต่ฉินหยางได้เห็นแล้วก็จะไม่เข้าไปตามแผนของมันแน่นอน ฉินหยางได้ปล่อยดาบไปที่อสูรต้นนั้น ปราญดาบที่สามารถฆ่าขั้นก่อกำเนิดได้งั้น
กับทำได้แค่สร้างาแให้กับมันเท่านั้นอสูรตัวนั้นโกรธมาก มันได้พุ่งเข้ามาหาฉินหยาง เค้าไม่ได้หลบเมื่ออสูรกำลังเข้ามาใกล้ ฉินหยางก็หายไปมันมึนงงเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับไปดู ฉินหยางกำลังเข้าใกล้ดอกไม้นั้นแล้ว มันโกรธมากไม่คิดเลยว่าจะมีมนุษย์จะแย่งของมันได้ อสูรตัวนั้นกำลังพุ่งเข้าไปแต่มันไม่สามารถขยับได้ ร่างกายค่อยๆ แยกออกจากกันเป็ชื้น สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความสับสนมันไม่รุ้เลยว่ามันถูกฟันได้ตอนไหน
มันพยายามจะเดินแต่เมื่อมาถึงพื้นขาก็แตกเป็เสี่ยงๆ สีหน้าอสูรเต็มไปด้วยความหน้ากลัวก็ร่างกายจะแตกไป าแเนียนเรียบราวกับถูกตัดในดาบเดียว ฉินหยางได้เก็บดอกไม้มาดูแต่ก็ไม่รู้ว่ามันคือชนิดใด เค้าก็ไม่สนใจแล้วเก็บไปในมิติก่อนจะเดินต่อไป ใกล้ถึงใจกลางมิติเท่าไรก็มีอสูรมากเท่านั้น
ถึงจะมีอสูรมากเท่าไรแต่ก็ไม่สามารถหยุดเค้าได้ระวางทางเค้าได้เก็บสมุนไพรและสมบัติจำนวนมาก เมื่อมาถึงใจกลางก็มีศาลากลางขนาดใหญ่ เค้ามองไปก็รู้ได้ว่าไม่ควรเข้าไป แต่สัญชาตญาณของเค้าบอกว่าถ้าเข้าไปจะมีโอกาสของเค้าอยู่ ถึงจะไม่รู้ว่าคือไรแต่ต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน ฉินหยางคิดสักพักแล้วก็เดินเข้าไป โอกาสมาพร้อมความเสี่ยงเมื่อเค้าเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ประตูก็ปิดลงแล้วได้หายไป ฉินหยางไม่ตื่นตะหนกเค้าเดินไปเรื่อยๆ ร่างกายพร้อมตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ ข้างในมีหลายห้
องแต่บ้างห้องก็มีสมบัติแล้วสมุนไพร เค้าได้สำรวจพบว่าเคยมีคนอาศัยอยู่ ของในนั้นอยู่ขั้นนักบุญขึ้นไป