บทที่ 27 ขายลิขสิทธิ์ราคาแพงระยับ และการล่วงรู้สถานที่เกิดเหตุสยองขวัญฟื้นคืน
จางหยางและสวีเจียวเดินทางมาถึงที่อยู่ที่ระบุไว้ในข้อความของหวังชางไห่
"บอสคะ นี่มันบ้านสี่ประสานหลังเก่าเลยนะ คนที่จะเข้ามาอยู่ในนี้ได้ แค่มีเงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีเส้นสายด้วย" สวีเจียวอ้าปากค้างเล็กน้อย
จางหยางส่งเสียงอืมในลำคอและพยักหน้าเบา ๆ เขาโทรศัพท์หาหวังชางไห่เพื่อบอกอีกฝ่ายว่าพวกเขามาถึงแล้ว
ไม่ถึงหนึ่งนาที ชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่งก็เดินออกมาจากบ้านสี่ประสาน
แวบแรกจางหยางนึกว่าเขาคือหวังชางไห่
แต่ปรากฏว่าชายชราคนนั้นบอกว่าเขาเป็เพียงพ่อบ้านของหวังชางไห่เท่านั้น ซึ่งได้รับคำสั่งให้มานำทางจางหยางและสวีเจียวเข้าไปข้างใน
"คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง ท่านผู้เฒ่าหวังได้เตรียมอาหารค่ำมื้อหรูไว้ต้อนรับคุณทั้งสองท่านแล้ว เชิญตามผมมาทางนี้ครับ"
จางหยางกล่าวว่า "เหล่าหวังเกรงใจเกินไปแล้วครับ"
พ่อบ้านเป็คนที่รู้จักสังเกตสีหน้าคนได้ดี
เขารู้ถึงความสำคัญของจางหยาง จึงกล่าวว่า "โธ่ คุณทั้งสองเดินช้า ๆ หน่อยครับ อย่าพูดแบบนั้นเลย คุณคือแขกผู้มีเกียรติที่ท่านผู้เฒ่าหวังระบุชื่อมาว่าให้ดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่องเด็ดขาดเลยนะครับ"
พวกเขาเดินผ่านลานบ้าน ลึกเข้าไปภายในบ้านสี่ประสาน
หลังจากเดินผ่านระเบียงทางเดินที่มีหลังคากันแดดกันฝน ในที่สุดพวกเขาก็เข้าสู่ห้องโถงหลัก
บนโต๊ะมีอาหารที่ครบทั้งรูป รส และกลิ่น ซึ่งยังคงมีควันร้อน ๆ ลอยกรุ่น ดูท่าว่าหวังชางไห่จะเตรียมการไว้พร้อมสรรพ
ชายชราที่สวมแว่นสายตายาวนั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน
เมื่อเห็นจางหยางและสวีเจียวเข้ามาในห้องโถง เขารีบลุกขึ้นเดินตรงมาหาทั้งสองคนพร้อมกับยื่นมือออกมา
"เสี่ยวจาง และแม่หนูคนนี้คงจะเป็คนที่นั่งข้างเธอตอนไลฟ์สดเมื่อวานใช่ไหม?" เฒ่าหวังยิ้มอย่างอบอุ่นและดูเป็กันเองมาก
จางหยางแนะนำว่า "สวัสดีครับเหล่าหวัง คนนี้คือพาร์ทเนอร์ของผม เธอชื่อสวีเจียว ก่อนหน้านี้ทำงานที่สถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิง ตอนนี้มาทำไลฟ์สดรอบดึกกับผมครับ"
"ดี ๆ ๆ เชิญนั่งก่อน" เฒ่าหวังเชื้อเชิญให้ทั้งสองนั่งลง
หลังจากนั้นเขาจึงค่อย ๆ เดินกลับไปนั่งที่ตำแหน่งประธาน
"อาหารมื้อนี้ เราเน้นคุยเื่งานกันเป็หลัก งั้นเราทานกันก่อน ทานเสร็จแล้วค่อยคุยกัน พวกเธอเห็นว่ายังไง?" หวังชางไห่กล่าว
"ตกลงครับ พวกผมตามใจเ้าบ้านอยู่แล้วครับ" จางหยางยิ้ม
จางหยาง สวีเจียว และหวังชางไห่ทั้งสามคนทานอาหารค่ำเสร็จสิ้น จึงเริ่มเข้าสู่ประเด็นหลัก
"เหล่าหวัง คุณเป็คนพูดจาตรงไปตรงมา งั้นผมขอพูดเข้าเื่เลยนะครับ" จางหยางกล่าว
หวังชางไห่พยักหน้า "ดี เสี่ยวจางพูดมาได้เลย ฉันรอฟังอยู่"
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
จางหยางและสวีเจียวเดินออกมาจากบ้านสี่ประสาน
รายละเอียดการเซ็นสัญญาได้รับการตกลงเรียบร้อยแล้ว และรูปแบบการร่วมงานนั้นดียิ่งกว่าที่จางหยางคาดไว้เสียอีก
สิบห้าล้านหยวน เป็ค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายครั้งเดียวจบ
นอกจากค่าซื้อลิขสิทธิ์แล้ว ยังมีส่วนแบ่งกำไรสุทธิอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ทั้งหมดเมื่อภาพยนตร์ออกฉาย
เขาพอใจกับสิ่งนี้มาก เพราะเื่ราวสยองขวัญแบบเดียวกับ 'ตาแมว' นั้นเขาสามารถคิดออกมาได้เป็กอง ๆ อย่างง่ายดาย
เพียงแต่ในแง่ของการตลาดแบบสร้างความ้า จางหยางต้องคำนึงว่าถ้ามีของมากเกินไป มูลค่าจะลดลง
ของดีต้องควบคุมปริมาณให้อยู่ในระดับหนึ่งถึงจะมีค่า ต้องค่อย ๆ ขาย ไม่ต้องรีบ มันก็เหมือนกับกลยุทธ์การตลาดของเพชร
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมทุกคืนที่ไลฟ์สด จางหยางถึงไม่เล่าเื่สยองขวัญมากจนเกินไป เขาพยายามให้แต่ละคืนเล่าเพียงหนึ่งถึงสองเื่เท่านั้น
หนึ่ง เพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชมและผู้ฟัง
สอง เพื่อเติมเต็มความคาดหวังของพวกเขา
สาม เพื่อให้เื่สยองขวัญเหล่านี้ยังคงรักษาความนิยมให้อยู่ในระดับที่สูงเสมอ ไม่ให้ล้นตลาดจนเกินไป
คำนวณดูแล้ว หากแพร่กระจายด้วยความเร็ววันละสองเื่ ในหนึ่งปีที่มีมากกว่าสามร้อยวัน ก็จะแพร่กระจายเื่สยองขวัญไปเพียงเจ็ดถึงแปดร้อยเื่เท่านั้น
เขามีเวลาอย่างน้อยสองถึงสามปีในการควบคุมความหายากของเื่สยองขวัญเหล่านี้ให้อยู่ในมือ
เพราะถ้าเล่าเื่มากเกินไป ย่อมต้องมีคนเลียนแบบ นำไปดัดแปลง หรือคัดลอก แต่ไม่ว่าอย่างไร อำนาจการตัดสินใจก็ยังคงอยู่ในมือของจางหยางเสมอ
เขาได้วางแผนไว้ระดับหนึ่งแล้ว ่แรกจะอาศัยการขายลิขสิทธิ์เพื่อสร้างไอพีส่วนตัวและหาเงินทุนให้เพียงพอ
สิ่งนี้ทำให้เขาก้าวข้ามขั้นตอนการสะสมทุนเริ่มต้นไปได้เลย ซึ่งเท่ากับว่าเขาชนะั้แ่จุดสตาร์ทแล้ว
อย่างไรก็ตาม มีจุดหนึ่งที่ยังต้องระวัง แม้ว่าการมีระบบจะทำให้การหาเงินเป็เื่ง่าย แต่ปัญหาที่น่ากลัวจริง ๆ คือหลังจากนี้อีกสามเดือนต่างหาก
หากไม่คิดการณ์ไกล ย่อมมีภัยใกล้ตัว การฟื้นคืนของความสยองขวัญที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งร้อยวันตามที่ระบบแจ้งเตือน
นี่ต่างหากคือเื่ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความเป็ความตาย
ในตอนนี้ จางหยางได้พบวิธีเก็บเกี่ยวค่าความสยองขวัญที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว
ขอเพียงแค่เล่าเื่ตามรูปแบบเดิมต่อไป ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ก็พอ เพราะตอนนี้เขามีค่าความสยองขวัญกว่าหกหมื่นแต้มแล้ว ขาดอีกเพียงสี่หมื่นแต้มก็จะครบตามภารกิจหนึ่งแสนแต้มที่ระบบกำหนด
ตามความเร็วนี้ ประมาณทุก ๆ สามถึงห้าวัน เขาจะสามารถเก็บเกี่ยวค่าความสยองขวัญได้หนึ่งแสนแต้ม
แม้จะคำนวณแบบระมัดระวังที่สุดคือห้าวันได้หนึ่งแสนแต้ม ในเวลาหนึ่งร้อยวัน เขาจะสามารถสะสมค่าความสยองขวัญได้ถึงสองล้านแต้ม
นี่ยังไม่นับรวมกรณีที่เลเวลเพิ่มขึ้นแล้วทักษะการสร้างบรรยากาศสยองขวัญของตัวเองพัฒนาขึ้นด้วยนะ
ในความเป็จริง ในวันที่ความสยองขวัญฟื้นคืน การเพิ่มขึ้นของค่าความสยองขวัญของจางหยางจะต้องสูงกว่าสองล้านแต้มที่คาดการณ์ไว้แน่นอน
ต้องหาวิธีหลอกถามจากระบบให้ได้ว่า ขุมกำลังของเหล่าผีปีศาจชุดแรกที่ฟื้นคืนขึ้นมานั้นมีความแข็งแกร่งระดับไหน เพราะการจะทำงานให้ดีต้องเตรียมเครื่องมือให้พร้อม รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
หากรู้เบื้องลึกของคู่ต่อสู้ล่วงหน้า ถึงจะสามารถเตรียมยาแก้ให้ตรงกับโรคได้
'ระบบ ระบบ ในเมื่อนายบอกฉันแล้วว่าเหลือเวลาอีก หนึ่งร้อยวันก่อนความสยองขวัญจะฟื้นคืน งั้นนายบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าผีตัวแรก ๆ ที่จะออกมาคือผีตัวไหนบ้าง?' จางหยางนึกในใจ
[แนะนำให้โฮสต์เลี้ยวขวาด้านหน้าเพื่อเข้าสู่ร้านค้าแต้มสยองขวัญ และเลือกซื้อสิทธิ์การถามตอบด้วยตัวเอง]
จางหยางถึงกับพูดไม่ออก
เขาเปิดร้านค้าแต้มสยองขวัญ
[ร้านค้าแต้มสยองขวัญ]
[ถามตอบ : ใช้ค่าความสยองขวัญ 1,000 แต้ม เพื่อปลดล็อกการรู้เื่ใดก็ได้ที่โฮสต์อยากทราบหนึ่งครั้ง]
"ให้ตายเถอะ ครั้งละหนึ่งพันแต้ม แพงขนาดนี้ แกจะปล้นกันหรือไง?!" จางหยางเริ่มปวดหัว เขากำลังลังเลว่าจะยอมเสียเงินโง่ ๆ นี้ดีหรือไม่
แต่พอคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของตัวเอง เขาจึงกัดฟันเลือกซื้อสิทธิ์การถามตอบนี้
[คุณได้ซื้อสิทธิ์การถามตอบหนึ่งครั้ง]
[คุณเสียค่าความสยองขวัญ 1,000 แต้ม]
[กรุณาตั้งคำถาม ระบบจะตอบภายในหนึ่งนาที]
จางหยางถูมือไปมาพร้อมยิ้มอย่างดุเดือด "หวังว่ามันจะคุ้มค่านะ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ..."
เขาถามว่า "ระบบ ผีชุดแรกที่ฟื้นคืนมีตัวอะไรบ้าง และจะปรากฏตัวที่ไหน?"
จางหยางฉลาดมาก เขาเลือกที่จะรวมสองคำถามให้เป็ประโยคเดียว
วิธีนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนใช้ห้าร้อยแต้มต่อหนึ่งคำถาม เพียงแต่เขาซื้อสองคำถามพร้อมกันเท่านั้น
ทั้งชนิดของสัตว์ประหลาดและจุดที่พวกมันปรากฏตัว ล้วนเป็ประโยชน์ต่อเขาทั้งสิ้น
คำตอบของระบบปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่จุดที่สัตว์ประหลาดปรากฏตัว ทำให้จางหยางถึงกับตกตะลึง!
เสียงจักรกลดังขึ้นในหัว
[สัตว์ประหลาดตัวแรกที่ฟื้นคืนคือ เทพปากกา]
[จุดที่ปรากฏตัวคือ... หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้านของคุณ]
บ้าเอ๊ย! ตัวแรกโผล่ที่บ้านฉันเนี่ยนะ?!
แถมยังเป็เทพปากกาประเภทที่คลานออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกด้วย?!