"สวัสดีจ้าทิชา นี่พี่หยกเองนะ"
"สวัสดีครับพี่หยกมีอะไรหรือเปล่าครับฟังเสียงไม่ค่อยดีเลย"
"เขมอยู่กับทิชาใช่ไหมจ๊ะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนหวาดกลัว
"ใช่ครับเขมอยู่กับผมเองมีอะไรหรือเปล่าครับพี่หยก"
"ควีนกำลังไปตามตัวเขมที่บ้านของทิชาจ้ะ ถ้ายังไงฝากดูแลควีนด้วยนะเพราะเขาพูดจาแปลกๆ จนพี่รู้สึกกลัวมาก เขาไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน ทิชาเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะ เขาน่ากลัวมากจริงๆ ฝากดูแลควีนด้วยนะ อย่ารุนแรงกับควีนนะพี่ขอร้อง ตอนนี้พี่กำลังจะขับรถตามเขาไปจ้ะ"
ดาราหนุ่มเงียบไปสักครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างตึงเครียดเล็กน้อย
"ได้ครับพี่หยกไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลเขาเอง"
เจ๊หยกกดวางสายจากดาราหนุ่มแล้วรีบหยิบกระเป๋าถือวิ่งตรงไปที่โรงจอดรถของบ้าน ก่อนจะขับรถยนต์ส่วนตัวออกตามหาลูกชายด้วยความเป็ห่วง
ระหว่างเส้นทางจากบ้านของควีนไปที่บ้านของทิชา ซึ่งเป็ระยะทางกว่ายี่สิบกิโลเมตร แต่ความเร็วที่ควีนเหยียบคันเร่งอยู่เป็ระยะด้วยอารมณ์โกรธแค้น ส่งผลให้รถยนต์ส่วนตัวของควีนโลดแล่นอยู่กลางถนนด้วยความเร็วเกินมาตรฐานกฎหมายจราจรกำหนด ขณะที่ดวงตาคมบัดนี้มันได้แสดงถึงอารมณ์โกรธแค้นขุ่นเคืองแทบจะถลนออกมาจากเบ้าตาอย่างไรอย่างนั้น
"เป็เพราะแกคนเดียวอีทิชาแส่ไม่เข้าเื่ มีสิทธิ์อะไรมาพรากเขมไปจากฉัน วันนี้ฉันจะพาเขมกลับมาเป็ของฉันให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรก็ตาม แต่ถ้าแกไม่ยอมส่งเขมคืนให้ฉันหรือเขมไม่ยอมกลับไปพร้อมฉัน แกก็อย่าฝันว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความสุขอีกต่อไป พี่จันทร์ของฉันแกก็เอาของฉันไป เขมคนที่ฉันขาดไม่ได้แกก็มาเอาเขาไปอีกคน แกนี่มันเลวจริงๆ ฉันจะทำให้แกจดจำฉันไปจนวันตายอีทิชา!!!"
ควีนนั่งรำพันด้วยความเคียดแค้นไปตลอดทางก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยบ้านของดาราหนุ่มด้วยความมุ่งมั่น จริงจัง อาฆาตพยาบาทที่กำลังรุมเร้าจิตใจของเขาอยู่ขณะนี้ก่อนที่เขาจะส่งสายตามองหาบ้านของดาราหนุ่มตาม GPS บอกทาง
ในที่สุดก็มาถึงบ้านเป้าหมายอย่างปลอดภัย แล้วหามุมเปลี่ยวเพื่อจอดรถยนต์พร้อมทั้งหยิบกระเป๋าเป้สะพายขึ้นหลัง จากนั้นเขาก็แอบะโข้ามรั้วบ้านใหญ่โดยที่ไม่มีใครสังเกต
ควีนพยายามด้อมๆ มองๆ หาช่องทางเข้าไปภายในบ้านใหญ่ของดาราหนุ่มอย่างระมัดระวัง เนื่องจากแม่ของดาราหนุ่มได้จ้างบอดี้การ์ดเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของลูกชายคนเดียวที่เป็ความหวังไว้จำนวนหลายคน แต่เขาก็พบช่องทางเข้าไปด้านในตัวบ้านเป็ผลสำเร็จ
ก่อนที่เขาจะแฝงตัวเข้าไปปะปนกับกลุ่มคนใช้ประจำบ้าน โดยควีนได้ขโมยเอาชุดของคนใช้มาสวมใส่และอำพรางใบหน้าด้วยการใส่หมวกคลุมศีรษะและหน้ากากอนามัยให้เหมือนกับคนใช้อีก 2 คนที่กำลังง่วนกับการทำอาหารในห้องครัว ซึ่งเป็ชุดในการประกอบอาหารของบ้านคุณนภาที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน โดยไม่มีใครทันสงสัยว่าบัดนี้ได้มีคนแปลกปลอมมาปะปนร่วมกับพวกเขาอยู่ภายในบ้าน
ทิชา ทิชานนท์
หลังจากที่ทุกคนในบ้านทราบเื่ว่าควีนกำลังเดินทางมาบ้านของทิชาเพื่อที่จะตามตัวเขมกลับไป พวกเขารู้สึกใและหวาดระแวงกับเื่ที่ทิชาเล่าถึงอาการของควีนให้ฟัง
โดยที่ดาราหนุ่มคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกชายเ้าของตลาดซึ่งเป็แฟนคลับตัวยงของเขาในเวลานี้ พวกเขารอจนเวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมงก็ไรวี่แววว่าจะมีรถยนต์ของใครหรือจะมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านเลยแม้แต่คนเดียว ทิชาจึงโทรกลับไปหาเจ๊หยก เพราะก่อนหน้านั้นเกือบครึ่งชั่วโมง เจ๊หยกได้เดินทางมาถึงบ้านของเขาเป็ที่เรียบร้อยก็ไม่พบกับลูกชายแต่อย่างใด เธอจึงขับรถออกไปตามหาลูกยังสถานที่ต่างๆ ที่คิดว่าควีนจะไป ทุกคนดูโกลาหลกันทั้งบ้านกับการตามตัวควีนไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ใดแล้วในตอนนี้
ทิชารู้สึกผิดสังเกตกับคนใช้ในบ้านอยู่คนหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้เรียกตัวคนใช้คนนั้นเข้ามาถาม แต่กับยกโทรศัพท์บ้านโทรหาหัวหน้าคนใช้ ที่เป็ผู้ดูแลคนรับใช้ในบ้านทั้งหมด
"ป้าแมวไม่ต้องพูดอะไรนะครับ ผมจะถามแล้วให้ป้าตอบว่าใช่หรือไม่แค่นั้นพอ เพราะผมกำลังคิดว่าคนที่พวกผมตามหาอยู่นั้นได้ปะปนอยู่ในกลุ่มคนรับใช้ของบ้านเราครับ วันนี้ป้าได้รับคนใช้เข้ามาใหม่หรือเปล่าครับ"
"ไม่"
"แล้ววันนี้คนที่ทำครัวมีกี่คน ใช่ 2 คนไหมครับ"
"ใช่"
"เป็ผู้หญิงทั้งสองคนใช่ไหมครับ"
"ใช่"
"ถ้าอย่างนั้นป้าช่วยไปเดินดูหน่อยสิครับว่าตอนนี้ในบ้านของเรามีคนรับใช้ที่สวมหมวกคลุมศีรษะและใส่หน้ากากอนามัยอยู่หรือเปล่า ถ้ามีให้ป้าโทรมาหาผมนะครับ แล้วผมจะรีบวาง เพื่อไม่ให้ใครคนนั้นจะไหวตัวทัน ตามนี้นะครับช่วยผมหน่อยนะครับ"
"ใช่"
จากนั้นดาราหนุ่มก็บอกทุกคนในบ้านกับพฤติกรรมที่เขาจับผิดสังเกตได้จากคนรับใช้อยู่คนหนึ่งแต่ทุกคนต้องไม่ทำตัวเป็ที่น่าสงสัย เหมือนกับว่าพวกเขาทุกคนไม่รู้ว่ามีใครแฝงตัวอยู่ภายในบ้านด้วย ทุกคนปฏิบัติตามคำบอกของทิชาอย่างเคร่งครัดและไม่มีพิรุธออกมา