### บทที่ 18: โรงเตี๊ยมวิหคหลับใหลและแผนการในเงามืด
แววตาของเย่เฟิงกลับสู่ความสงบนิ่งและเยือกเย็นในชั่วพริบตา
เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือโกรธเกรี้ยวออกมาให้ผู้ใดเห็นแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ละสายตาจากกระดานประกาศนั้นอย่างเป็ธรรมชาติ แล้วส่งสัญญาณสายตาให้แก่เซี่ยหนิงฉาง ก่อนจะเดินปะปนหายเข้าไปในฝูงชนที่ขวักไขว่บนถนนสายหลักของเมืองเมฆาอรุณ
หัวใจของเขากำลังเต้นระรัวอยู่ในอก แต่ย่างก้าวของเขากลับมั่นคงและสงบนิ่ง การเคลื่อนไหวของเขาราบรื่นและเป็ธรรมชาติ มันคือผลจากการฝึกฝน "ก้าวไร้เงา" ที่ช่วยให้เขาสามารถกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบกายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
เขารู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่กวาดมองมาที่เขาและเซี่ยหนิงฉางเป็ครั้งคราว แต่สายตาเ่าั้เป็เพียงการมองด้วยความอยากรู้ในความงามของนางที่แม้แต่ผ้าคลุมหน้าก็ไม่อาจปิดบังได้มิด หรือไม่ก็เป็สายตาของนักฉวยโอกาสที่มองหาเหยื่อที่ดูอ่อนแอ...แต่ไม่มีผู้ใดเลยที่สงสัยในตัวตนของ "ชายวัยกลางคน" หน้าตาธรรมดาเช่นเขา
"ไปทางนี้" เซี่ยหนิงฉางเอ่ยขึ้นเสียงเบา นางดูจะคุ้นเคยกับโครงสร้างของเมืองใหญ่เป็อย่างดี นางเดินนำเขาลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่ซับซ้อน หลีกเลี่ยงถนนสายหลักที่พลุกพล่านและเต็มไปด้วยสายตา
ในที่สุด นางก็พาเขามาหยุดอยู่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตรอกอันเงียบสงบ มันมีป้ายไม้เก่าแก่สลักชื่อเอาไว้ว่า "โรงเตี๊ยมวิหคหลับใหล" บรรยากาศรอบๆ นั้นเงียบสงบและดูเป็ส่วนตัว แตกต่างจากโรงเตี๊ยมทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
"ที่นี่เป็หนึ่งในสาขาของเครือข่ายโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในทวีป" นางอธิบาย "พวกเขาให้ความสำคัญกับความเป็ส่วนตัวของแขกมากกว่าสิ่งอื่นใด และมีพลังอำนาจหนุนหลังมากพอที่จะไม่เกรงกลัวอิทธิพลของพรรคมารเล็กๆ"
เมื่อเข้าไปด้านใน พนักงานต้อนรับก็ไม่ได้ซักถามอะไรมากนัก เพียงแค่กวาดตามองพวกเขาอย่างประเมิน แล้วจึงนำทางไปยังลานเล็กๆ ที่อยู่ด้านในสุดซึ่งเป็ส่วนตัวและเงียบสงบที่สุด
เย่เฟิงได้เช่าห้องพักสองห้องที่อยู่ติดกัน ราคาของมันแพงหูฉี่จนทำให้เขาต้องใช้หินปราณชั้นกลางที่ได้มาจากนักพรตพเนจรจ่ายไปถึงสองก้อนสำหรับค่ามัดจำล่วงหน้าหนึ่งเดือน แต่มันก็คุ้มค่ากับความปลอดภัยและความเป็ส่วนตัวที่ได้รับ
เมื่อประตูห้องถูกปิดลงอย่างแ่า ในที่สุด...หน้ากากแห่งความสงบนิ่งของเย่เฟิงก็คลายลงเล็กน้อย เขาถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด
"พรรคมารอสูรโลหิต...พวกมันเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มาก" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น "การที่พวกมันกล้าตั้งค่าหัวข้าอย่างเปิดเผยในเมืองใหญ่เช่นนี้ แสดงว่าอิทธิพลของพวกมันในเมืองเมฆาอรุณต้องไม่ธรรมดา"
"ไม่ใช่แค่ไม่ธรรมดา" เซี่ยหนิงฉางกล่าวเสริม "แต่นี่อาจจะเป็หนึ่งในฐานที่มั่นสำคัญของพวกมันเลยก็เป็ได้" นางมองมาที่เขา "แต่นี่ก็เป็ทั้งวิกฤตและโอกาส"
เย่เฟิงขมวดคิ้ว "โอกาส?"
"ถูกต้อง" นางพยักหน้า "การที่พวกมันป่าวประกาศไปทั่ว หมายความว่าพวกมันไม่รู้ว่าเ้าอยู่ที่ไหน และไม่รู้ว่าหน้าตาของเ้าในตอนนี้เป็อย่างไร...เคล็ดวิชามายาพันแปลงของเ้าได้กลายเป็เครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการเอาชีวิตรอดแล้ว"
นางวิเคราะห์ต่ออย่างเฉียบคม "ตอนนี้...คนทั้งเมืองกำลังตามหา 'เด็กหนุ่ม' ที่รอดชีวิต...ไม่มีใครสนใจ 'ชายวัยกลางคน' ที่เพิ่งเดินทางเข้าเมืองมาอย่างเ้าหรอก"
คำพูดของนางทำให้เย่เฟิงตาสว่างขึ้นมาในทันที! ใช่แล้ว...ความอันตรายที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด กลับกลายเป็ฉากกำบังที่ดีที่สุดสำหรับเขา!
"เช่นนั้น...แผนการต่อไปของเราคืออะไร?" เย่เฟิงถาม ความคิดของเขาเริ่มกลับมาปลอดโปร่งอีกครั้ง
"อันดับแรก...เราต้องมีเงินทุน" เซี่ยหนิงฉางกล่าวอย่างตรงไปตรงมา "การบำเพ็ญเพียรต้องใช้ทรัพยากร และเ้ามีซากของอสูรระดับสูงอยู่ในมือ...เราต้องเปลี่ยนมันให้เป็หินปราณให้ได้"
"แต่การนำของออกไปขายในตอนนี้..." เย่เฟิงกล่าวอย่างลังเล
"ข้ารู้ว่าเ้ากังวลอะไร" นางพูดต่อ "เราจะไม่ไปที่ร้านค้าเล็กๆ ที่พร้อมจะหักหลังเราได้ทุกเมื่อ...แต่เราจะไปที่ที่ใหญ่ที่สุด ปลอดภัยที่สุด และน่าเชื่อถือที่สุดในเมืองนี้...หอหมื่นสมบัติ"
นางอธิบายถึงกฎเกณฑ์และความยิ่งใหญ่ของหอหมื่นสมบัติให้เขาฟัง...องค์กรการค้าที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงและความลับของลูกค้าเป็อันดับหนึ่ง
เมื่อได้รับฟังแผนการทั้งหมด ความมุ่งมั่นในแววตาของเย่เฟิงก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว
"เข้าใจแล้ว" เขากล่าว "พรุ่งนี้...ข้าจะไปที่หอหมื่นสมบัติ"
เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองเมฆาอรุณที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากไข่มุกราตรี...เมืองที่ดูเหมือนจะงดงามและสงบสุขแห่งนี้...แท้จริงแล้วกลับเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะโถมซัดเขาให้จมลงได้ทุกเมื่อ
แต่เย่เฟิงในตอนนี้ไม่ได้หวาดกลัวอีกต่อไป...
ในเมื่อเ้าตั้งเวทีนี้ขึ้นมาเพื่อล่าข้า...พรรคมารอสูรโลหิต...เช่นนั้นข้าก็จะขอใช้เวทีของเ้านี่แหละ...เป็จุดเริ่มต้นของการโต้กลับ!
(จบตอนที่ 18)