“...พลังของข้าเพิ่มสูงขึ้นขนาดนี้?”
ไป่ฟานเซียนพึมพำกับตัวเองเบาๆดูเหมือนว่าสาเหตุมันจะมาจากการหลอมโอสถครั้งล่าสุดนั้นของนางแน่นอน
ร่างของนางพุ่งไปช้าๆบนท้องฟ้าัั์ของนางะเิออกมาจนนางััได้ถึงกลุ่มสิ่งมีชีวิตจำนวนมหาศาลที่รวมตัวกันอยู่ที่จุดหนึ่งเข้า
“คงจะเป็เมือง?”
ไป่ฟานเซียนพุ่งไปยังทิศทางที่ััได้ระหว่างทางสายตาของนางสอดส่องไปตามทางหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากที่นางเคยจำได้นางมองเห็นเส้นทางแปลกๆสีดำจำนวนมากและบนเส้นทางเ่าั้ก็มีวัตถุมีล้อรูปทรงประหลาดกำลังเคลื่อนที่ไปมาอยู่
“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน?”
ไป่ฟานเซียนตอนนี้ยืนอยู่บนยอดตึกที่สูงที่สุดของเมืองนางกวาดสายตาไปรอบๆด้วยความสับสน ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางเห็นล้วนเป็สิ่งแปลกตาทั้งจากที่นางรู้สึกได้ จำนวนของผู้ฝึกตนในเมืองนี้กลับน้อยจนน่าใจหาย
นอกจากนี้เกิดอะไรขึ้นกับตำหนักโอสถของนางกัน
เหตุใดมันจึงถูกฝังอยู่ใตู้เาลึกเพียงนั้นจนไม่เห็นแม้แสงตะวัน
แล้วเหล่าลูกศิษย์และคนสนิทของนางไปอยู่ที่ใดกันหมดแล้ว?
นั่นต่างหากที่เป็สิ่งที่นางกังวลที่สุด
ไป่ฟานเซียนยืนอย่างสงบสายลมเบาๆที่พัดให้ชุดของนางปลิวเบาๆช่วยขับให้นางดูงดงามเป็อย่างยิ่งแต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นภาพนี้
เธอมองลงไปตามเมืองที่มีขนาดใหญ่โตนี้มันมีทั้งตึกสูงมากมาย ส่วนที่เจริญและส่วนที่ยังไม่เจริญจึงยังไม่แปลกเลยที่จะมีพื้นที่บางส่วนที่มีลักษณะเหมือนดั่งสลัมอยู่
ที่นั่นไป่ฟานเซียนเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งยืนหลบอยู่ในซอย เมื่อใดก็ตามที่มีคนเอาขยะมาทิ้งที่ถังขยะด้านหน้าเธอจะแสดงท่าทางดีใจแล้วเข้าไปคุ้ยอย่างบ้าคลั่งเมื่อพบเข้ากับเศษขนมปังชิ้นเล็กๆก็ทำให้เธอสามารถยิ้มจนแก้มปริ
แต่ไม่นานนักเธอก็ต้องวิ่งหนีอย่างหน้าตาตื่นเมื่อผู้คนที่อยู่แถวนั้นเห็นเข้า เสียงะโด่าทอสารพัดดังขึ้นตามหลังเด็กน้อยที่น่าจะอายุเพียง 7 หรือ 8 ปีราวกับเธอเป็ที่น่ารังเกียจ
เมื่อแน่ใจว่ามาไกลพอแล้วเด็กน้อยคนนั้นก็นั่งพักลงในตรอกซอยที่ไม่มีคนอยู่ เพราะมันเต็มไปด้วยขยะเหม็นเน่าที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์เลยสักนิด
เด็กน้อยนั่งลงพิงกำแพงในมือยังถือก้อนขนมปังที่ไม่สมประกอบนักเอาไว้อยู่มือเล็กๆนั่นฉีกเอาขนมปังเข้าปากอย่างหิวโหย
ไป่ฟานเซียนเพียงจ้องมองภาพที่เกิดขึ้นนั้นอย่างเงียบๆ เธอไม่มีความคิดที่จะเข้าไปช่วยเหลือเด็กคนนั้นอยู่ในหัวแต่ในขณะที่กำลังจะหันกายกลับไปเธอก็พลันสะดุดเข้ากับแววตาของเด็กหญิงตัวน้อยนั่นเข้า
มันไม่ใช่ความสิ้นหวังรอวันตาย
ไม่ได้น้อยใจต่อโชคชะตาที่โหดร้าย
ทั้งยังไม่ได้เต็มไปด้วยความชั่วร้ายกลิ้งกลอกอย่างที่ผู้ซึ่งเติบโตมากับเส้นทางนี้มักมี
แต่มันเป็ประกายตาแห่งความมุ่งมั่นอันสุดหยั่งถึงจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็ยังจะสู้เป็สายตาที่เชื่อมั่นว่าตัวเองจะต้องผ่านมันไปให้ได้
เด็กหญิงตัวน้อยไม่ได้กินขนมปังที่ได้มาจนหมดเธอเก็บครึ่งหนึ่งไว้ในกระเป๋ากางเกงที่เก่าจนมีรอยขาดหลายจุดแล้วยันตัวเองลุกขึ้นมาแล้วเดินออกจากซอยเปลี่ยวนั้น
ขณะที่เดินออกมาสายตาของเด็กหญิงไปตกลงที่ร้านแผงลอยข้างทางที่ขายเนื้อย่างกลิ่นหอมฉุยเธอกำลังจะเดินผ่านไปแต่เธอกลับพบว่าเ้าของร้านนั้นไม่อยู่
ทั้งยังไม่มีใครอยู่แถวร้านนั้นเลยสักคนเดียว
เด็กน้อยกลืนน้ำลายดังอึกแต่เธอกลับสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไปแล้วรีบจ้ำยาวๆเพื่อที่จะผ่านมันไปให้ไวขึ้นกว่านี้
แต่ทันใดนั้นเองสุนัขจรจัดตัวหนึ่งกลับปรากฏตัวอีกฝั่งของร้านแผงลอยนั้น มันกำลังจับจ้องไปยังเนื้อที่ย่างเสร็จแล้วบนแผงลอยและกำลังจะกระโจนขึ้นไปอย่างไม่สนสิ่งใดทั้งนั้น
เด็กหญิงตัวน้อยสะดุ้งใเธอรีบวิ่งไปทางสุนัขนั้นแล้วโบกมือไล่ให้มันออกไป
“อะ...อย่านะ!”
เสียงเล็กๆนั้นกลับทำให้เ้าของร้านที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ทางหนึ่งรู้สึกตัวเมื่อเห็นว่ามีเด็กจรจัดอยู่ข้างๆแผงลอยเขาก็โกรธเป็อย่างมากวิ่งมาคว้าเอาไม้ก้านเล็กๆแถวนั้นเข้ามาด้วย
ปัก!
ไม้นั้นถึงจะเป็ไม้เล็กๆแต่เด็กหญิงตัวเล็กนั่นนอกจากอายุยังน้อยแล้วยังขาดสารอาหารที่ควรได้ด้วยการโดนไม้ตีเข้าที่กลางหลังจึงทำให้ร่างเล็กๆนั่นกระเด็นออกไปทันที
“ไอ้เด็กจรจัดนี่!”
เ้าของร้านโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงในขณะที่เขาไม่ทันสนใจสุนัขจรจัดที่กำลังรอโอกาสก็กระโจนเข้าใส่แผงลอยของเขาจนกระจัดกระจาย มันคาบเอาเนื้อย่างชิ้นใหญ่มาชิ้นหนึ่งแล้วรีบวิ่งหนีไปทันที
“ทั้งหมาทั้งคน!”
เ้าของร้านที่เห็นสภาพเละเทะของร้านตัวเองโกรธจนควันออกหูในเมื่อไม่สามารถจับสุนัขจรจัดนั่นได้จึงคิดจะไปงที่เด็กน้อยที่เหลืออยู่แทน
เด็กหญิงตัวน้อยแม้จะยังเจ็บไปทั้งตัวแต่สติของเธอก็ยังสั่งให้เธอรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไป สุดท้ายเธอก็กลับมาในซอยเดิมที่อยู่เมื่อครู่เธอล้มตัวลงไปนอนข้างๆกำแพงมือน้อยๆเอื้อมไปััาแที่เป็รอยแดงเป็ทางยาวที่กลางหลังยิ่งทิ้งไว้นานเข้ามันก็เหมือนจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆาแบางส่วนเริ่มมีเืออก และบางส่วนก็เริ่มบวมจนเป็สีม่วงคล้ำ
เธอกัดฟันอย่างเ็ปในแววตาปรากฏแววตาสับสน
เธอสับสนว่าเธอทำผิดอะไร?
ถึงเธอจะเป็เด็กจรจัดแต่เธอก็ไม่เคยขโมยของใครเลยสักครั้ง
อาหารทุกอย่างที่หาได้มาจากการคุ้ยมาจากถังขยะหรือของเหลือที่ผู้คนไม่กินแล้วทั้งสิ้น
แล้วที่เธอทำก็เป็เื่ที่ถูกมิใช่หรือ?
ไม่ใช่ว่าแม่ของเธอเคยสอนไว้ว่าการทำดีจะได้สิ่งตอบแทนหรือ?
เธอวาดฝันไว้ว่าอย่างน้อยการเข้าไปช่วยไล่สุนัขตัวนั้นของเธอจะทำให้คุณลุงเ้าของร้านคนนั้นขอบคุณเธอสักนิดแล้วมอบเนื้อย่างไม้เล็กๆสักไม้ให้เธอเป็ของรางวัล
แค่นั้นเธอก็จะดีใจมากแล้วแท้ๆ
ทำไมกัน?
ประกายตาที่เคยมุ่งมั่นนั้นกลับดูมัวหมองลงเด็กน้อยหลับตาขณะที่น้ำตาสายเล็กๆเริ่มจะไหลออกมาโดยไม่รู้ว่าเกิดจากความเสียใจหรือความเ็ปกัน
ร่างเล็กๆสั่นออกมาเธอนอนนิ่งๆอยู่ข้างกำแพงด้วยสภาพที่น่าเวทนานัก
“...ทำไมเ้าไม่ขโมยมันเสียล่ะ?”
เสียงที่สดใสแต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นในซอยที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่านี้ไป่ฟานเซียนยืนอยู่เบื้องหน้าเด็กน้อยที่นอนอยู่ถามด้วยความสนใจ
ไม่รู้ว่าเด็กน้อยคิดว่ากำลังฝันไปหรืออย่างไรถึงจะสงสัยว่าใครกันที่กำลังถามตนอยู่แต่สติที่กำลังเลือนรางเพราะความเจ็บก็ทำให้เธอตอบคำถามของไป่ฟานเซียนแต่โดยดี
“...แม่สอนหนูว่าห้ามขโมยของคนอื่น”
“แม้วแม่ของเ้าไปไหนแล้ว?”
“...คุณแม่บอกว่าจะอยู่บนฟ้าจะเฝ้าดูหนูจากบนนั้น หนูสัญญากับแม่ว่าจะทำแต่เื่ดีๆ” เด็กน้อยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดูเหมือนเธอจะสามารถสลบลงไปได้ทุกเมื่อ
“...เช่นนั้นหรือ”
ไป่ฟานเซียนจับจ้องไปยังร่างเล็กๆตรงหน้าเพราะคำสัญญาของเธอกับแม่ทำให้เธอเติบโตมาได้และเพราะคำสัญญานั้นเช่นกันที่ทำให้เธอเกือบจะตายเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยสลบไปแล้วไป่ฟานเซียนโบกมือเบาๆ ร่างเล็กๆของเธอกลับลอยขึ้นมาด้วยพลังที่มองไม่เห็นก่อนจะลอยมาอยู่ด้านข้าง แล้วลอยขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกันกับเธอโดยมีจุดมุ่งหมายคือูเาที่เธอพึ่งจะจากมา