“นอกจากครอบครัวของลุงจงแล้ว คนที่เหลือคือคนมีวรยุทธ์ที่เจ้านายของข้ามอบให้เจ้า พวกเขาล้วนถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก แต่ละคนมีทักษะการต่อสู้ที่ไม่เลว คนหนึ่งรู้ทักษะการแพทย์ คนหนึ่งเก่งด้านบัญชี และหญิงอีกสองคนพอจะรู้เรื่องยาบ้างเล็กน้อย พวกเขาล้วนมีข้อดีเป็นของตัวเอง นี่คือสัญญาขายตัวของพวกเขา ต่อจากนี้ไปเจ้าคือเจ้านายเพียงผู้เดียวของพวกเขาแล้ว ส่วนเงินสำหรับซื้อตัวพวกเขามานั้น ข้าจะหักออกมาจากเงินส่วนแบ่งของเจ้า” ผู้ดูแลหลิวหยิบกระดาษหลายใบส่งมาให้นาง
หลี่หมิงเยว่มองสัญญาขายตัวในมืออย่างดีใจ บ้านของพวกนางมีคนรับใช้แล้ว ในหัวของเด็กหญิงเริ่มครุ่นคิดว่าจะแบ่งหน้าที่ให้คนเหล่านี้อย่างไรดี
“ลุงหลิว นี่คือเหล้าองุ่นที่ข้าเก็บไว้ให้ท่าน ปีนี้ข้าหมักได้ไม่มาก รอให้ถึงปีหน้า ข้าจะหมักไว้เยอะ ๆ แล้วจะเก็บไว้ให้ลุงหลิวสักสองสามไหนะเจ้าคะ” นางหยิบไหเหล้ามาจากห้องปีกตะวันตกและส่งให้กับผู้ดูแลหอหรูอี้
ผู้ดูแลหลิวตาเป็นประกายหลังจากได้รับเหล้าองุ่น ในตอนที่ออกประตูไปยังเป็นคนอุ้มไหเดินขึ้นรถม้าไปด้วยตนเองอย่างหวงแหนด้วย
หลังจากผู้ดูแลหลิวไปแล้ว หลี่หมิงเยว่ก็เรียกหาคนในครอบครัวทุกคน รวมทั้งเข้าไปประคองนางซูที่พักผ่อนอยู่ในห้องออกมาพร้อมกับหลี่หมิงหัว เมื่อทุกคนมาอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว เหล่าคนใช้ที่ถูกส่งมาก็คุกเข่าทำความเคารพ
“บ่าวยินดีที่ได้พบฮูหยิน นายน้อยและคุณหนูทั้งหลายขอรับ/เจ้าค่ะ”
“ลุกขึ้นเถอะ!” นางซูพูดขึ้นเสียงนุ่มตามสัญญาณของบุตรสาว
“ขอบพระคุณฮูหยิน” คนทั้งกลุ่มทำความเคารพอีกครั้งก่อนจะยืนขึ้น พลางลอบพิจารณาเจ้านายคนใหม่ของพวกตนอย่างระมัดระวัง ตอนที่พวกเขามานายท่านได้บอกไว้แล้วว่า ต่อไปให้พวกเขาติดตามคุณหนูคนที่สี่ และนายท่านยังให้คำสั่งสำคัญเท่าชีวิตกับพวกเขาอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือจะต้องปกป้องคนในครอบครัวของพวกนางให้ดี โดยเฉพาะคุณหนูสี่ อย่าให้นางมีอันตรายใด ๆ แม้แต่น้อย
หลังจากบอกให้เหล่าคนรับใช้ลุกขึ้น นางซูก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่เป็นที่นั่งหลักโดยไม่พูดอะไร นางยกน้ำผสมน้ำผึ้งที่บุตรสาวเตรียมมาให้ขึ้นจิบ ดวงตาไม่มองกลุ่มคนตรงหน้าอีก ทำเพียงจิบน้ำผสมน้ำผึ้งในถ้วยอย่างเฉยเมย
หลี่หมิงเยว่ก้าวไปด้านหน้าและชี้ไปที่พวกหลี่อวิ๋นห้าวเพื่อแนะนำตัวพวกเขาทีละคน ทุกครั้งที่นางแนะนำ ลุงจงก็จะเป็นคนนำคนทั้งกลุ่มเอ่ยทักทายและทำความเคารพพวกนาง
เมื่อหลี่หมิงเยว่แนะนำคนในครอบครัวเสร็จ หลี่อวิ๋นห้าวก็ก้าวมาข้างหน้า กวาดสายตาไปตามร่างของคนทั้งกลุ่ม จากนั้นเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ “แม้ว่าครอบครัวของพวกข้าจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะมารังแกได้ตามใจ หากทำงานอย่างซื่อสัตย์จริงใจ พวกข้าเองก็จะไม่ปฏิบัติต่อพวกเจ้าอย่างเลวร้าย แต่หากมีจิตใจที่ไม่ภักดี ก็อย่าหาว่าพวกข้าหยาบคายก็แล้วกัน” หลี่อวิ๋นห้าวนึกถึงสิ่งที่น้องสี่บอก จึงพูดกับคนทั้งกลุ่มด้วยใบหน้าเข้ม
เหล่าคนรับใช้ที่อยู่ตรงข้ามยืนตัวตรงทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น แม้คนตรงหน้าพวกเขาจะเป็นเพียงเด็กชายอายุสิบเอ็ดปี แต่รังสีที่แผ่ออกมาจากร่างกายกลับทำให้คนไม่อาจละเลยได้
หลี่อวิ๋นห้าวเห็นว่าป้องปรามได้พอสมควรแล้ว จึงพยักหน้าให้หลี่หมิงเยว่ “น้องสี่ เจ้ารับช่วงต่อเถอะ”
หลี่หมิงเยว่พยักหน้าให้พี่ชายคนโตและก้าวมาข้างหน้า “พวกเจ้าน่าจะมีชื่อของตัวเองอยู่แล้ว โปรดแนะนำตัวกันทีละคน และบอกว่าตนเองมีความสามารถโดดเด่นหรือข้อดีอะไรบ้าง”
คนที่ก้าวออกมาคนแรกคือลุงจง “คุณหนูสี่ ชื่อเดิมของบ่าวคือหลิวจงขอรับ ก่อนหน้านี้ทำหน้าที่เป็นรองพ่อบ้านขอรับ”
เมื่อพูดจบเขาก็ถอยกลับไปยืนที่เดิมและตามมาด้วยป้าจงที่ก้าวออกมา “ตอบคุณหนูสี่ บ่าวคือนางหลิวภรรยาของหลิวจงเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้เป็นนางกำนัลดูแลฝ่ายใน ส่วนเด็กชายทั้งสองข้าง ๆ บ่าว คนหนึ่งอายุสิบสามปี อีกคนอายุสิบเอ็ดปี ก่อนหน้านี้คอยทำงานรับใช้ในเรือนเจ้าค่ะ ส่วนเด็กสาวทั้งสอง คนหนึ่งอายุสิบปี อีกคนหนึ่งอายุแปดปี คนโตเป็นสาวใช้ชั้นสามรับใช้คุณหนูของเจ้านาย ส่วนคนเล็กเพราะอายุยังน้อย จึงคอยเป็นลูกมือข้างกายของบ่าวเจ้าค่ะ”
หลังจากเหล่าคนรับใช้แนะนำตัวเสร็จสิ้น หลี่หมิงเยว่ถึงได้รู้ว่ายอดฝีมือทั้งสิบสองล้วนได้รับการฝึกฝนมาจากซือถูชิงเฉิน ทักษะการต่อสู้ของพวกเขานั้นไม่เลวเลย ทั้งหมดถูกส่งมาด้วยวัตถุประสงค์เดียวคือเพื่อปกป้องพวกนาง คนอายุมากสุดในหมู่พวกเขามีอายุเพียงยี่สิบสองปี อายุน้อยสุดเพียงสิบหกปี และพวกเขาต่างไร้ชื่อ แต่มักจะเรียกกันตามลำดับอายุ
หลี่หมิงเยว่ก้มหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหันกลับไปหารือกับคนในครอบครัว จากนั้นจึงชี้ไปที่บุตรชายทั้งสองของลุงจง “พี่ใหญ่ ให้พวกเขาติดตามพี่และพี่สามในฐานะคนรับใช้ส่วนตัว พอถึงตอนเข้าโรงเรียนประจำปีหน้าจะได้ไปเป็นคนรับใช้ให้พวกพี่ที่นั่นด้วย ชื่อของพวกเขาให้แล้วแต่พวกพี่ก็แล้วกัน ส่วนน้องห้าน้องหก ไว้ข้าจะดูตามความเหมาะสมแล้วจะจัดเตรียมไว้ให้พวกเขา”
หลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่เองก็มองดูเด็กชายทั้งสองก่อนจะพยักหน้า เด็กสองคนนี้โตกว่าพวกเขานิดหน่อย ติดตามไปเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของพวกเขาก็ดีไม่น้อย และเมื่อพวกเขาเข้าโรงเรียนประจำในปีหน้า จะได้มีคนคอยดูแลที่นั่นด้วย น้องสี่ยังบอกอีกว่า หากทั้งสองคนติดตามพวกเขาไปเป็นคนรับใช้ส่วนตัว ลุงจงและภรรยาจะได้ทำงานได้อย่างภักดีมากขึ้น
ลุงจงกับป้าจงได้ยินว่าบุตรชายทั้งสองจะได้เป็นคนรับใช้ส่วนตัวของคุณชายใหญ่และคุณชายสาม ทั้งยังได้ยินว่าต่อไปพวกเขาจะได้ติดตามไปเป็นเด็กรับใช้ในโรงเรียนประจำด้วย ทั้งสองคนก็ดีใจอย่างมาก อย่างที่รู้กันว่าได้ติดตามไปปรนนิบัติคุณชายก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว นี่ยังได้ตามไปเป็นเด็กรับใช้ในโรงเรียนประจำอีก ตราบใดที่ประพฤติตัวดีต่อไป พวกเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอนาคตที่ดีแล้ว สองสามีภรรยาแอบคิดอยู่ในใจว่าต่อไปต้องตั้งใจทำงานให้มากขึ้น
เด็กชายสองคนที่ยืนอยู่ข้างกายป้าจงเองก็รู้ดีว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกเขา จึงรีบเอ่ยขึ้น “บ่าวขอบพระคุณคุณหนูสี่ขอรับ ยินดีที่ได้พบคุณชายใหญ่/คุณชายสามขอรับ”
หลี่อวิ๋นห้าวมองบุตรชายคนโตของครอบครัวลุงจงแล้วพูด “ต่อไปเจ้าติดตามข้า เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าจื่อโม่ก็แล้วกัน!”
“จื่อโม่ขอบพระคุณคุณชายใหญ่ที่ให้ชื่อขอรับ” จื่อโม่รีบคุกเข่าขอบคุณ
หลี่อวิ๋นซู่เองก็ชี้ไปยังบุตรชายคนรองของครอบครัวลุงจง “ต่อไปนี้เจ้ามีชื่อว่าจื่อชูก็แล้วกัน!”
“จื่อชูขอบพระคุณคุณชายสามที่ให้ชื่อขอรับ” จื่อชูเองก็รีบคุกเข่าขอบคุณ
หลังจากที่ทั้งคู่ลุกยืนขึ้นแล้ว หลี่หมิงเยว่ก็ชี้ไปยังชายที่ค่อนข้างเงียบขรึมในกลุ่มยอดฝีมือเหล่านั้นแล้วเอ่ย “ต่อไปเจ้าชื่อเฟิงหมิง ให้ติดตามคุณชายห้าชั่วคราว”
จากนั้นจึงชี้ไปที่อีกคนที่ดูท่าทางมีไหวพริบ “ต่อไปเจ้าชื่อเฟิงฟาน ติดตามคุณชายหกชั่วคราว”
ทั้งสองคนเดินเข้ามาคำนับขอบคุณหลี่หมิงเยว่ “บ่าวขอบพระคุณคุณหนูสี่ ยินดีที่ได้พบคุณชายห้า/คุณชายหกขอรับ”
“ป้าจง ต่อไปป้าติดตามแม่ของข้า ในช่วงนี้งานอย่างอื่นล้วนไม่สำคัญ เพียงปรนนิบัติดูแลท่านแม่ข้าให้ดีก็พอ” และชี้ไปทางหญิงสาวที่ดูท่าทางมั่นคงพร้อมเอ่ยว่า “ต่อไปเจ้าชื่อไป๋เหอ คอยติดตามท่านแม่ข้าเช่นกัน และจะต้องปกป้องนางให้ดี”
ป้าจงและไป๋เหอก้าวออกมาทำความเคารพ “บ่าวจะดูแลฮูหยินอย่างดีเจ้าค่ะ”
หลี่หมิงเยว่มองเด็กสาวสองคนในกลุ่มผู้มีวรยุทธ์ที่ยังเหลืออยู่ และหันไปพูดกับหลี่หมิงหัว “พี่หญิงใหญ่ พี่มีคนไหนที่ชอบหรือไม่ หากมีก็เลือกเลย”
หลี่หมิงหัวกวาดสายตามองคนพวกนั้นไปมา จากนั้นจึงชี้ไปทางคนที่ดูอ่อนโยนแล้วเอ่ยว่า “คนนี้ดูท่าทางไม่เลว”
“ได้ ต่อไปนางจะติดตามพี่ ส่วนชื่อก็ให้พี่หญิงใหญ่ตั้งเลยก็แล้วกัน”
“คนที่ติดตามท่านแม่คนก่อนหน้าชื่อไป๋เหอ เช่นนั้นนางชื่อว่าไป๋เหลียน” หลี่หมิงหัวมองไป๋เหลียนพลางเอ่ยอย่างนุ่มนวล
“ไป๋เหลียนยินดีที่ได้พบคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ” ไป๋เหลียนก้าวขึ้นมาค้อมกายคำนับ
หลี่หมิงเยว่มองบุตรสาวทั้งสองคนของป้าจง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ต่อไปพวกเจ้าสองคนมีชื่อว่า ไป๋เฉาและไป๋หลิง”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้นางก็หันไปหาน้องสาวสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังทันที “น้องเจ็ด น้องแปด พวกเจ้าชอบพวกนางสองคนหรือไม่?”
****คำเตือน : เนื้อหาของเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของนักเขียนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความบันเทิงแก่นักอ่านเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน พฤติกรรมที่เข้าข่ายค้ามนุษย์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย สำนักพิมพ์ไม่มีเจตนาในการสนับสนุนส่งเสริมการกระทำดังกล่าวทั้งทางตรงและทางอ้อมในทุกกรณี****
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
