ฉันเป็นป้าของนางเอก

    47. เกี้ยวเจ้าสาวตระกูลหลิน

    หลินซูเหมินไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ ตั้งแต่กลับมาเขาก็เล่าให้แม่ฟังเรื่องแผนการที่เขาจะไปจากที่นี่ แต่ไม่ได้เล่าเรื่องแผนการของยายเล็กเพราะรับปากไว้แล้ว ทั้งหลินซูเหมินยังได้ก้อนตำลึงทองมาหลายก้อน เพื่อซื้อม้า และสั่งทำรถม้าพิเศษที่หลินเว่ยเว่ยสั่งไว้


    เด็กหนุ่มไม่นึกว่านางจะไว้วางใจให้เขาเก็บของมีค่าไว้กับตัวเช่นนี้


    หลินซูเหมินเองก็ไว้ใจมารดามากเช่นกัน เขาแบ่งตำลึงทองไปแค่เท่าที่ต้องใช้จ่าย ส่วนที่เหลือเป็นทุนรอนสำหรับพวกเขาที่ต้องหนีไปฝากไว้กับมารดา


    เขาจำเป็นต้องมาตั้งแต่เช้า เพื่อหลีกเลี่ยงหลินฟง และลูกพี่ลูกน้องคนอื่น ๆ รวมทั้งย่าของเขาที่ไม่เคยมองว่าเขาเป็นหลาน


    เถ้าแก่เมิ่งมองเด็กหนุ่มที่มีฝีมือดี และยังมีนิสัยที่ดี ไม่เคยเอารัดเอาเปรียบ เขาจึงเอ็นดูหลินซูเหมินไม่ต่างจากหลานชายของตน ทั้งยังคิดค่ารถม้าในราคาพิเศษเพราะเด็กหนุ่มอุตส่าห์หาลูกค้ามาให้ ส่วนต่างที่เหลือเถ้าแก่ก็ไม่ได้รับไว้มอบให้เด็กหนุ่มทั้งหมด


    “เถ้าแก่ขอรับ เถ้าแก่พอจะช่วยแนะนำม้าดี ๆ ที่ราคาไม่สูงมากให้ข้าได้หรือไม่ขอรับ พอดีว่าข้ากลัวว่า จะถูกเอาเปรียบจนเกินไป” หลินซูเหมินรู้ดีว่า เพียงตัวเขาคนเดียวคงโดนกดราคาเป็นแน่ แม้ดูเหมือนหลินเว่ยเว่ยจะไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่การเดินทางยังต้องใช้จ่ายอีกเยอะ


    เถ้าแก่เมิ่งยิ่งรู้สึกชื่นชมที่เด็กหนุ่มมีความสามารถเช่นนี้ “ได้ๆ ญาติของข้าพึ่งได้ม้าดีๆ มา ราคาอาจจะสูงหน่อย แต่เป็นราคาที่ถูกที่สุดแล้วสำหรับม้าดีๆ"

    “ดีจริงๆ เมื่อเดือนก่อนก็มีเศรษฐีมาสั่งทำรถม้าพิเศษเช่นนี้ ให้ภรรยาเอกของเขาที่ตั้งครรภ์อยากกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ครั้งนั้นทุกคนได้ส่วนแบ่งไปไม่น้อย รับรองว่าไม่เกินหนึ่งอาทิตย์เสร็จทันแน่นอน” ลูกจ้างในร้านคนหนึ่งพูด


    ครั้งแรกเด็กหนุ่มก็ไม่เข้าใจว่ายายเล็กจะสั่งรถม้าพิเศษไปเพื่ออะไร ทั้งๆ ที่สามารถซื้อเกวียนลาถูกๆ ได้ รถม้ามีราคาค่างวดที่สูงมาก เกรงว่าทำงานครึ่งชีวิตเขาอาจพอจะซื้อมันได้ ยิ่งเป็นรถม้าที่สั่งทำพิเศษ เพื่อให้คนบนรถม้ากระทบกระเทือนน้อยที่สุด แต่ข้างนอกดูเรียบง่าย เขายิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่


    บางทีอาจเป็นเพราะนางป่วยอยู่ จึงไม่อยากกระทบกระเทือนไปมากกว่านี้ และไม่ต้องการเป็นที่สนใจใคร อีกทั้งเขาพอจะรู้ว่าบ้านสามนั้นมีเสบียงสะสมไว้มากมาย จึงต้องการพื้นที่กว้างขวางอย่างรถม้าแทนเกวียนลาที่ขนของได้ไม่เยอะ


    ตกเย็นหลินซูเหมินตั้งใจซื้อซาลาเปาไส้เนื้อไปฝากแม่และน้อง ๆ อีกทั้งเขายังแอบไปดูร้านบะหมี่ตรงหัวมุมที่เถ้าแก่บอกว่ารสชาติดี เมื่อออกมาจากตระกูลหลิน เขาตั้งใจพาแม่ และน้องไปลิ้มรสสักครั้ง


    “พวกเจ้า รับเงินนี่ไป วันนี้พวกเราทำงานหนักเป็นพิเศษ ร้านบะหมี่ตรงหัวมุมนั่นรสชาติดีไม่น้อย พวกเจ้าลองไปลิ้มรสดู” เถ้าแก่ที่ได้รับงานชิ้นใหญ่ยิ้มอย่างยินดี และลูกค้าก็จ่ายเต็มจำนวน จึงใจดีเป็นพิเศษมอบเงินให้ลูกน้องไปคนละหนึ่งตำลึงเงิน และให้ค่าแรงแยกอีกตั้งหาก


    หลินซูเหมินไม่อยากใช้ตำลึงเงินก้อนนี้เพื่อไปซื้อบะหมี่กินคนเดียว เขาคิดว่าเก็บไว้เลี้ยงดูน้อง ๆ จะดีกว่า ไว้มากินพร้อมกันก็ยังไม่สาย


    เด็กหนุ่มจึงเดินผ่านร้านบะหมี่อย่างไม่สนใจ แต่หูเขาได้ยินบางอย่างเสียก่อน


    “…ต้องไปรับอนุภรรยาของนายท่าน ที่หมู่บ้านต้าหนิวอะไรนั่น ไม่รู้ว่าเหตุใดต้องมาไกลถึงเพียงนี้ สตรีในเมืองหลวงก็ต่างเพียบพร้อมกันทั้งนั้น แม้แต่อนุภรรยาก็ดูจะสูงส่งเกินไป ถ้าไปหมู่บ้านเช่นนั้น” ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งพูดขณะสูดบะหมี่เข้าปาก


    “เรื่องของนาย บ่าวอย่างเราจะพูดอันใดได้เจ้าอ้วน เก็บปากไว้กินบะหมี่เถอะ ถ้านางงดงามก็พอจะมองข้ามชาติกำเนิดได้ไม่ใช่หรือ” ชายร่างผอมอีกคนพูด


    “เจ้าว่าไปรับแม่นางที่หมู่บ้านต้าหนิวหรือ ข้ามีญาติที่หมู่บ้านนั่น แม่นางคนใดกันที่โชคดีได้เป็นอนุภรรยาของใต้เท้าพวกเจ้า” ป้าเจ้าของร้านเดินมาถามชายฉกรรจ์สี่คนที่นั่งพูดคุยกันอยู่


    “เอ่อ แม่สื่อที่มาด้วยก็ดันไปพักผ่อนเสียแล้ว อีกสองวันถึงจะออกเดินทางพร้อมขบวนสินค้า ยามนั้นค่อยถามพวกนางเอาเถอะ ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าแม่นางชื่ออะไร แต่เห็นว่ามาจากตระกูลหลิน” ชายอ้วนตอบออกไป


    “อ้ายโยว ตระกูลหลิน ยังเหลือสตรีที่ยังไม่ได้แต่งงานอีกหรือ ไม่ใช่มีแต่สาวเทื้อลูกสาวตาเฒ่าหลินหรือ” หญิงชราพูดอย่างตกใจ


    “ท่านป้า จำผิดหรือไม่ ไหนฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่า แม่นางตระกูลหลิน นามว่าหลินซูเจียว ยังเป็นแม่นางน้อยไม่ใช่สาวเทื้อเสียหน่อย” ชายอีกคนที่มาด้วยพูดแก้ต่าง


    “เพ้ย! ยายเฒ่าไม่ค่อยออกจากบ้านจะไปรู้อันใด นางป๋ายคุยไปทั้งเมืองแล้วว่าบุตรสาวของนางกำลังจะได้เป็นภรรยาเอกของท่านขุนนางในเมือง ที่ไหนได้เข้าประตูข้างแทน แต่แค่นี้ก็นับว่าวาสนาดีแล้ว” สตรีวัยกลางคนที่อยู่ในร้าน ก็เล่าเรื่องที่ได้ยินนางป๋ายโอ้อวดมาเช่นกัน


    หลินซูเหมินที่ได้ฟังก็ยืนค้างอย่างตกใจ ซาลาเปาเนื้อที่ซื้อมาหล่นลงพื้นอย่างไม่ไยดี


    ทำไมถึงรวดเร็วเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าบ้านใหญ่คุยกันว่าอีกหลายอาทิตย์ไม่ใช่หรือ


    ถ้าหลังจากนั้นคงเป็นยากขึ้นอีกหลายเท่า แล้วยายเล็กของเขายังต้องไปส่งหลานสาวตัวเองขึ้นเกี๊ยวเจ้าสาวที่แต่งให้อดีตสามีอีกงั้นหรือ


    เด็กหนุ่มคิดได้เช่นนั้นก็รีบวิ่งกลับร้านทันที


    “โชคดีที่พวกข้ามาพร้อมกับขบวนพ่อค้าของใต้เท้า ไม่ต้องใช้เส้นทางอ้อมหนีโจรป่า จึงมาถึงเร็วกว่ากำหนด เกรงว่าถ้ามาตามกำหนด ใต้เท้ากลับมาพอดี ไม่พ้นแม่นางน้อยคนนี้คงโดนไล่ออกมาอีกคน” เด็กหนุ่มหนึ่งในขบวนพูดออกมาไม่ดังไม่เบา แต่หลินซูเหมินก็วิ่งไปไกลเสียแล้ว


    …


    “เถ้าแก่พอจะเป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะทำให้เสร็จภายในสองวัน” เด็กหนุ่มวิ่งตาตั้งเข้ามาในร้าน


    เถ้าแก่เมิ่งที่ได้ยินก็พ่นชาที่ดื่มออกมาจนหมด “เพ้ย เจ้านี่ จะเป็นไปได้อย่างไร แม้เราจะเครื่องมือครบครันแต่ก็ต้องใช้เวลามาประกอบอยู่ดี เต็มที่ก็สี่วัน”


    หลินซูเหมินรู้ดีว่าไม่ทันเสียแล้ว แต่เขาเองก็ไม่สามารถทำอันใดได้


    เถ้าแก่เห็นเด็กหนุ่มหน้าเสีย จึงเสนอบางอย่างไป “ถ้าคนผู้นั้นเร่งรีบเช่นนั้น เจ้าสามารถเอารถม้าที่ประกอบเสร็จแล้วไปลองถามไถ่ดูก่อนไหม คันใหญ่กว่าเดิมสักเล็กน้อย อาจจะต้องใช้ม้าสองต้ว และหาผ้านวมมาบุเพิ่มได้ แม้ราคารถม้าจะถูกลง แต่ต้องจ่ายเพิ่มอยู่ดี”


    เถ้าแก่ไม่ได้เสียดายที่ตนได้เงินน้อยลง เพราะคนสั่งทำรถม้าเองก็ไม่ได้ออกนาม ทั้งเขาก็รู้ดีว่าหลินซูเหมินเคยเรียนในสำนักศึกษาที่ต้าหลางมาก่อน เขาคงรู้จักคนใหญ่โตมาบ้าง เถ้าแก่จึงต้องการให้ลูกค้าพึงพอใจที่สุด


    แต่หลินซูเหมินไม่ได้คิดเรื่องนั้น เขาแค่ต้องการให้ทุกอย่างทันกำหนดการ


    “รถม้าคันนั้นเป็นของลูกค้าคนอื่นไม่ใช่หรือเถ้าแก่” หลินซูเหมินยังกังวลว่าเถ้าแก่จะเดือดร้อนเพราะเขา


    “อีกตั้งเดือนหน้า กว่าจะถึงกำหนดการ พวกเราทำไม่นานก็เสร็จแล้ว เจ้าอย่ากังวล” 


    หลินซูเหมินจึงตัดสินใจแทนหลินเว่ยเว่ยไป “ได้เถ้าแก่ แล้วม้าล่ะ จะทันการหรือ”


    เพราะม้าไม่ได้หาซื้อง่ายขนาดนั้น ไหนจะต้องไปจับม้าป่า และทำให้มันเชื่อง ลูกม้าเลี้ยงก็ใช้เวลากว่าจะโต ยิ่งเมืองที่ไม่ได้ซื้อขายม้าเป็นหลัก ยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาม้าสักตัว ถึงมีราคาก็จะสูงมาก ๆ


    “ข้าคุยกับญาติผู้พี่เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ก็นำเงินมาจ่ายแล้วไปรับม้าไปได้เลย ส่วนรถม้าก็ลากไปได้เลยเช่นกัน” หลินซูเหมินขอบคุณเถ้าแก่เป็นยกใหญ่ เขาแค่กลับไปนำตำลึงทองที่ฝากมารดาไว้นำมาจ่าย เพราะเขานำมาจ่ายพอดี ส่วนที่เหลือก็เพียงพอสำหรับม้าหนึ่งตัว และผ้านวมสำหรับบุข้างในรถม้าเท่านั้น


    เด็กหนุ่มรีบตรงกลับไปบ้าน ยามนี้ตัวเขาแตกต่างจากตอนมา ถึงจะโดนหลินฟงดักตัวเขาไว้ ก็ไม่มีเงินให้หลินฟงอยู่ดี แม้แต่หมั่นโถวสักก้อนก็ยังไม่มี


    และไม่เกินคาดหลินฟงดักรอเขาไม่ไกลจากหน้าบ้าน ทั้งยังมีหลินชุนอาสามของเขา และลูกพี่ลูกน้องอย่างหลินจี๋ลูกของอาสามที่เกิดก่อนหลินซูเหมินหนึ่งปี


    เด็กหนุ่มรับรู้ได้ทันทีว่า สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปกติแล้ว แม้อาสามจะเห็นแก่ตัวแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยมาดักรอเงินเขาอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งหลินจี๋ลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ได้เจอหน้ากันบ่อย ๆ ยังมาอยู่กับหลินฟงที่ไม่ถูกคอกันอีก


    “แกกล้ามากเลยนะไอ้กาฝาก ที่กล้าซ่อนเงินไว้ เงินทุกอีแปะเป็นของบ้านใหญ่เราทั้งหมด ซ้ำยังไปร่วมมือนังหลินเว่ยเว่ยตัวดีอีก” หลินฟงเดินไปกระชากเด็กหนุ่มมาทันที และต่อยจนล้มลงไป พร้อมยังกล้าด่าหลินเว่ยเว่ยต่อหน้าอาสาม


    การไม่เคารพผู้ใหญ่ก็มีข้อยกเว้นบ้าง ถ้าไม่มีใครรู้


    “อย่าว่าย่ารองนะ” หลินซูเหมินไม่ยอม


    “ย่ารองงั้นรึ พวกแกมันเป็นตัวซวยของตระกูลหลินจริง ๆ ทั้งพ่อแกทั้งแก..”


    “พอแล้ว อาฟงข้าขอล่ะ” หลินเฮยบิดาของหลินซูเหมินเดินออกมาพอดี


    หลินฟงหัวเราะในลำคอ และกระทืบหลินซูเหมินซ้ำไปหนึ่งครั้ง ผู้เป็นบิดายืนมือมาพยุงบุตรชาย หลินซูเหมินปัดมือทิ้งอย่างไม่ไยดี


    เขาในตอนนี้เป็นห่วงท่านแม่เป็นที่สุด เขาไม่น่าฝากมันไว้กับแม่เลย ทุกคนต้องเดือดร้อน เพราะเขาคิดน้อยไป ย่ารองเองก็แนะนำให้เขาฝากไว้กับที่รับฝากเงิน แต่เขาเสียดายค่ารับฝาก จึงฝากไว้ที่มารดาแทน


    เด็กหนุ่มวิ่งไปหาสตรีที่นั่งกอดเด็กน้อยทั้งสองอยู่ในห้อง น้องชายของเขาปากบวมและตัวแดง คาดว่ามีคนพยายามป้อนไข่ให้เขา


    ยามนี้หลินเฉินไม่อยู่บ้าน เลยทำให้หลินฟงกล้าทำถึงเพียงนี้ หลินเฮยพ่อของเขาก็ปกป้องใครไม่ได้


    เมื่ออู๋ซวงเห็นบุตรชายก็พลันน้ำตาไหล “ซูเหมินแม่ แม่ไม่ได้ตั้งใจ”


    หลินซูเหมินไม่เข้าใจ ไม่ได้ตั้งใจอะไร ถ้าพวกเขาค้นเจอมันก็ไม่ใช่ความผิดของแม่ เด็กหนุ่มรีบส่ายหน้า “ข้าผิดเองท่านแม่”


    อู๋ซวงยิ่งร้องไห้ไปกันใหญ่ “ไม่ แม่กลัว กลัวว่าเราที่มีแต่เด็กและสตรีจะรักษามันไม่ได้ แม่ก็เลย...บอกพ่อของเจ้าไป แต่เขากลับเอาไปบอกแม่สามีที่กำลังหนักใจเรื่องสินเดิม เพราะอาจี๋รู้มาว่าเกี้ยวเจ้าสาวถึงต้าหลางแล้ว แม่สามีก็เลยเอาไปทั้งหมด”


    หลินซูเหมินไม่อยากเชื่อ เขาพูดเบา ๆ อย่างหมดแรง “แล้วทำไมหลินฟงถึงรู้ว่าข้าเอามาจากย่ารอง ข้าบอกแม่ไปแล้วว่าอย่าหลุดพูดเรื่องย่ารองเด็ดขาด”


    อู๋ซวงไม่เคยเห็นบุตรชายเป็นเช่นนี้มาก่อนก็ใจเสีย จึงรีบอธิบาย “แม่กลัวว่าเจ้าจะเดือดร้อน พวกเขากลัวว่าจะขายหน้า เลยจะส่งอาเหลียนของเราไปขายให้จวนขุนนาง พ่อเจ้าก็เลยไม่มีทางเลือก”


    หลินซูเหมินส่ายหน้า ไม่มีทางเลือกงั้นหรือ พ่อของเขาเลือกได้ที่จะไม่ยอมส่งอาเหลียนไปขาย เลือกที่จะหนีไปให้ไกลจากบ้านที่อยากเอาหลานไปขาย แต่พ่อเขาก็เลือกทางเลือกที่ทำให้แม่เขา และพวกเขาเดือดร้อน รวมทั้งบ้านสามและย่ารองด้วย


    “ข้าจะไปบ้านสาม” หลินซูเหมินลุกขึ้น


    “ไม่ได้” หลินเฮยที่ได้ยินรีบเข้ามาห้าม


    “เจ้าไม่รู้ตัวหรือ ว่ากำลังทำผิดแค่ไหน” หลินเฮยพูดออกมาอย่างโมโห


    หลินซูเหมินหมดสิ้นทุกอย่างกับบิดา “ผิดสิ ท่านน่าจะมีลูกให้มาก ถ้าบ้านใหญ่หาเงินไม่พอ จะได้ขายพวกเราไปทีละคน”


    หลินเฮยฟังจบก็โกรธจนตัวสั่น ตบหน้าบุตรชายสุดแรง


    วาจาเชือดเฉือนเช่นนี้ก็มีแต่หลินเว่ยเว่ยที่มักพูดโดยไม่เกรงใจใคร เขาไม่ต้องการให้บุตรชายเจริญรอยตามนางไป เพราะชีวิตของหลินเว่ยเว่ยในยามนี้ก็ล้มเหลวจนไม่สามารถสั่งสอนใครได้


    อู๋ซวงตกใจมากที่เห็นสามีทำร้ายบุตรชายจึงลากเขาออกไปคุยข้างนอก


    ส่วนหลินซูเหมินได้แต่หัวเราะ และหยิบกระดาษที่เคยเก็บไว้ออกมา มือที่สั่นเทาของเขาพยายามเขียนจดหมายทั้งสองฉบับ และยื่นให้หลินเหลียนเด็กสาววัยสิบหนาว


    “ไปที่บ้านสาม”


    เด็กสาวกลัวเรื่องข่าวสัตว์ป่าดุร้ายมาก แต่พอเห็นสภาพของพี่ชาย และรู้ตัวว่าย่าคิดจะขายตัวเองให้คนอื่น


    เด็กสาวข่มความกลัว แอบใช้ร่างเล็กๆ วิ่งออกไปขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวาย เพราะไม่ถึงครึ่งชั่วยามอาทิตย์ก็จะตกดินแล้ว


    ในขณะเดียวกัน หลินฟงที่กำลังเคี้ยวเนื้อคำใหญ่ก็หัวเราะอย่างสะใจ ป๋ายเจียงก็มองตำลึงทองหลายก้อนด้วยสายตาเป็นประกาย


    ทุกคนในบ้านใหญ่มารวมตัว เพื่อฉลองงานแต่งงานของหลินซูเจียว 


    แต่ดูเหมือนว่าไมได้มีแค่เรื่องนี้


    “ท่านพ่อกลับมาจากบ้านหมอหลี่เมื่อไร เราจะไปจัดการพวกบ้านสามกัน”






    คล้ายกับเรื่องฉันเป็นป้าของนางเอก ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196