หมวยมึงเห็นข่าวนี้รึยัง” กีกี้มันพูดหน้าตื่นมาหาฉัน
“ข่าวอะไร”
“มีคนมาจีบหลัวมึง”
“ไหน” ฉันจับโทรศัพท์กับกีกี้มาดู ภาพที่เห็นทำให้ฉันกำโทรศัพท์ในมือแน่น ภาพนั้นเป็นภาพที่ผู้หญิงคนหนึ่งยื่นดอกไม้ให้พี่เวย์ มีเรียงกันอีกหลายภาพ ภาพแรกเป็นภาพที่พี่เวย์ทำหน้าเบื่อหน่าย ภาพที่สองผู้หญิงคนนั้นยื่นดอกไม้ให้เขา ภาพที่สามเขายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จนภาพที่สี่ที่มันทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ พี่เวย์ยื่นมือไปรับดอกไม้จากผู้หญิงคนนั้น ถึงหน้าตาเขาจะแสดงออกมาเบื่อมากแค่ไหน แต่เขาก็รับ มันทำให้ใจฉันเจ็บแปลบขึ้นมาทันที
ไม่ใช่ไม่เชื่อใจเขา แต่พอเห็นภาพแบบนี้มันก็ทำให้ฉันเจ็บเหมือนกัน
“เป็นไงบ้างมึง ไปจัดการเลยไหม”
“ไม่”
“ทำไม มึงจะให้นางแย่งผัวมึงอย่างนั้นเหรอ”
“ถ้าผู้ชายมันไม่ไปจะไปกลัวอะไร” ฉันยังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วอีกอย่างฉันเชื่อใจพี่เวย์
“มึงไว้ใจเขา” ฉันเม้มปากแน่น กับคำถามของมัน
“เป็นอะไรวะหน้าเครียดเชียว” วินเนอร์กับรามสูรเดินเข้ามา
“มีคนมาจีบผัวมัน” กีกี้ยื่นโทรศัพท์ให้สองคนนั้นดู
“ถามพี่เขารึยัง” รามสูรมันถามฉัน ฉันก็ส่ายหน้า จะไปถามตอนไหนฉันก็พึ่งจะเห็นเมื่อกี้ ตลอดเวลาที่คบกันมานี่ก็จะครึ่งเทอมแล้ว พี่เวย์ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงต้องให้ฉันหนักใจ เราไม่เคยงอนกันเกินชั่วโมง
“งั้นก็ถามก่อน มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้” ฉันก็ว่างั้นแหละ กีกี้มันตีโพยตีพายไปเอง
“งั้นไปถามเลย”
“เอางั้นเหรอ”
“งั้นสิ มึงอย่ามาทำเป็นแอ๊บไม่รู้สึกทั้งที่ในใจแทบระเบิด” ฉันหน้ามุ่ยใส่มัน รู้ดีไปซะทุกอย่าง ที่ทำใจเย็นก็อย่างที่บอกว่าฉันเชื่อใจพี่เวย์
“งั้นกูขอถามเขาก่อนว่าอยู่ไหน”
หมวย : อยู่ไหนคะ ว่างไหม
ฉันส่งข้อความไป ไม่เกินนาทีเขาก็อ่านแล้วตอบกลับมา
พี่เวย์ : คณะ หน้าตึก
หมวย : ไปหาได้ไหม
พี่เวย์ : มีอะไรรึเปล่า
เขาถามแบบนี้แสดงว่ายังไม่เห็นข่าวใจเพจ
หมวย : มีเรื่องจะถาม
พี่เวย์ : มาสิ คิดถึงอยู่พอดี
นี่ไงเขาไม่เห็นพี่อะไรผิดปกติเลย
“ว่าไงมึง”
“เขาอยู่หน้าคณะ”
“งั้นไปเลย มึงสองตัวไปด้วยไหม” วินเนอร์มันหาไปหารามสูร มันก็พยักหน้า เราสี่คนก็มาที่หน้าคณะพี่เวย์
เวย์
“พ่อคนเสน่ห์แรง ที่นั่งหน้าเครียดเพราะกลัวเมียหรือว่าอะไรวะ ฮ่าๆ” มันสองคนหัวเราะชอบใจหลังจากที่ได้แซว ส่วนผมก็นั่งจ้องโทรศัพท์ มองข้อความที่มองไลน์มาบอกว่าจะมาหา
“เอ๊ย เวย์มีคงลงรูปมึงกับน้องคนนั้นในเพจวะ” ผมเงยหน้าขึ้นมองมันแล้วขมวดคิ้ว
“งานเข้าแล้วมึง” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ผม พอเห็นรูปแค่นั้นแหละทำให้ผมถึงกับเครียดขึ้นมาจริงๆ
นี่คงสินะเป็นสาเหตุที่หมวยจะมาหาผมหน้าคณะตอนนี้
ก่อนหน้านี้มีผู้หญิงคนหนึ่งเอาดอกไม้มาให้ผม เธอมาสารภาพตรงๆ ว่าจะจีบผมท่ามกลางสายตาของคนทั้งคณะ
“หนูชอบพี่ค่ะ” ผมทำหน้าเบื่อหน่ายเมื่อได้ยินแบบนั้น
แต่ก็ยังไม่ได้พูดตอบเธอกลับไปเพราะไม่อยากสนใจ
“หนูจะจีบพี่” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสดใส ส่งสายตาใส่ซื่อมาให้ผม พร้อมกับท่าทีเขินอาย ซึ่งผมไม่ได้มองว่ามันซื่อจริงๆ อย่างที่เธอส่งมา ถ้าใส่ๆ เรียบร้อยจริงคงไม่กล้าเอาดอกไม้มาให้ผู้ชายแล้วประกาศจีบแบบนี้หรอก
“รับด้วยนะคะ” เธอยื่นดอกไม้มาให้แล้วมองผมตาปริบๆ
“มาทางไหนกลับไปทางนั้นไป” เธอไม่รู้รึไงว่าผมมีแฟนแล้ว เพจมหาลัยเพจของคณะก็ลงข่าวซะขนาดนั้น
“ไม่เอา รับดอกไม้หนูก่อน” เธอทำหน้ามุ่ย
“ฉันมีแฟนแล้ว” ผมพูดชัดๆ
“หนูจีบพี่ค่ะไม่ได้จีบแฟนพี่” ผู้หญิงสมัยนี้มันเป็นแบบนี้หมดรึไง ผมกลอกตาไปมา
“ถ้าไม่รับหนูจะไม่ไปไหน จะตามพี่ทั้งวันเลย”
“ไอ้เวย์งานเข้าแล้วมึง” นัมเบอร์มันพูด
“ไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน ฉันไม่ได้ใจดีกับผู้หญิงทุกคนหรอกนะ” ผมพูดอย่างเหลืออด
“หนูรู้ค่ะ แบบนี้ไงถึงชอบ หนูอยากเป็นผู้หญิงที่พี่ใจดีด้วย”
“รับนะคะ แล้วหนูจะไป” ผมไม่ชอบที่สุดคือคนชอบตื๊อนี่แหละ เลยตัดปัญหายื่นมือไปรับดอกไม้ที่เธอส่งมาให้ แล้วโยนมันทิ้งถังขยะที่อยู่ใกล้ๆ ทันที
“ไปได้แล้ว” ผมพูดอย่างรำคาญ
“ใจร้ายจัง แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวหนูจะมาใหม่ บ๊ายค่ะ” เธอทำหน้ามุ่ยใส่ผมแล้วเปลี่ยนอารมณ์เป็นยิ้มหน้าบาน โบกไม้โบกมือให้แล้วเดินจากไป
“น้องเขาน่ารักดีวะ เฟรชชื่รึเปล่าวะ” ผมไม่พูดอะไร กระแทกตัวนั่งลงกับเก้าอี้
“ใช่น่ารักใส่ๆ” ทีแบบนี้พวกมันมองว่าใส่ๆ
“มึงจะเอาไงวะ น้องเขาจีบมึงจริงจังแน่”
“กูไม่สนใจ” ผมไม่สนใจหรอก
ผมพูดยังไม่ทันขาดคำหมวยก็ไลน์มา บอกว่าจะมาหา แล้วยิ่งไอ้นัมเบอร์เอารูปในเพจมาให้ดูผมยิ่งมั่นใจว่าหมวยมาหาเพราะเหตุผลนี้
หวังว่าเธอจะไม่งอนหรือโกรธอะไรผมหรอกนะ
“พี่เวย์” นั้นไง เสียงหวานๆ เรียกชื่อผมทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมอง หมวยมากับเพื่อนๆ ของเธอครบทุกคน
“ไม่มีเรียนแล้วเหรอ” ผมถามเธอปกติ
“ว่างสามชั่วโมงค่ะ” ผมพยักหน้าเข้าใจ แอบเห็นว่าเพื่อนเธอสะกิดเธอด้วย
“เอ่อ คือ”
“ออกไปหาอะไรกินไหม” ผมชวน เธอหันไปมองหน้าเพื่อน
“ไปเถอะ” ผมจำได้ว่าคนที่พูดชื่อรามสูร
หมวย
ฉันเหลือบตามองคนขับรถอยู่บ่อยครั้งเพราะตั้งแต่ออกมาเขายังไม่พูดอะไรเลย คงไม่มีอะไรหรอกมั้งเห็นเขาไม่ร้อนตัวอะไรเลย แล้วฉันก็ไม่เห็นดอกกุหลาบนั้นด้วย
ฉันมองหามันตั้งแต่มาถึงเลยล่ะ แต่ก็มองไม่เห็น
“อยากถามอะไรก็ถามสิ มองอยู่นั่นแหละ” เขาหันมาทางฉันแล้วพูดเหมือนรู้ใจ
“พี่มีอะไรจะพูดไหมล่ะคะ” เมื่อฉันพูดแบบนั้นเขาก็เงียบ เมื่อเขาเงียบฉันก็ไม่พูดอะไรอีก ความมั่นใจที่เคยมีก่อนหน้านั้นเริ่มลดลง และคิดว่าฉันคงยังไม่รู้จักเขาดีพอ ใช่สินะ เวลาแค่นี้ เราจะไปรู้นิสัยของคน คนหนึ่งหมดทุกอย่างได้ยังไง
จนกระทั่งฉันสังเกตเห็นว่าเขาขับรถมาถึงคอนโด
“ไหนบอกจะไปหาอะไรกินไงคะ กลับห้องทำไม”
“กินที่ห้อง”
“แต่ฉันมีเรียนต่อนะ”
“พี่ก็มีเรียน ไปเถอะ” อะไรของเขา เอาแต่ใจจริงๆ ฉันยอมเดินตามเขาขึ้นห้อง พอเข้ามาในห้องเขาก็เดินไปเปิดตู้เย็น
“กินไข่เจียวไหม” พี่เวย์หยิบไข่ออกมาสองฟองแล้วชูขึ้นหันหน้ามาถามฉัน ฉันได้แต่ขมวดคิ้ว
“พี่จะทำ?”
“อืม” เขาหันไปหยิบจับถ้วยแล้วตีไข่ใส่ ทำซะคล่องเชียว
“หุงข้าวให้หน่อย”
“อยากทำแล้วทำไมไม่ทำเองคะ” ฉันรวนใส่คนที่ไม่ยอมพูดอะไรเลย
“หืม” เขาหันมาจ้องหน้าฉันเขม็ง ฉันยักไหล่ให้เขาแล้วตั้งท่าจะเดินออกไปจากห้องครัว
“อยากเป็นอาหารแทนไข่เจียวใช่ไหม” ฉันเซไปข้างหลังกระแทกลงบนอกเขา พี่เวย์ดึงฉันเข้าไปกอดแล้วกระซิบเสียงเบา
“ไม่ใช่ซะหน่อย ปล่อยนะ” ฉันดิ้นออกจากอ้อมกอดเขา
“งอนหรือโกรธ” ฉันหยุดดิ้นเมื่อเขาถามแบบนั้น
“ไม่..”
“การกระทำมันฟ้อง”
“รู้แล้วจะถามฉันทำไมคะ”
“แล้วมีอะไรทำไมไม่ถาม” ฉันหลับตาเม้มปาก แล้วทำไมเขาไม่พูด
“พี่อยากให้เธอถาม อยากให้ถามทุกอย่างเวลามีอะไรที่อยากรู้ ถึงเรื่องนั้นพี่จะไม่รู้ตัวว่าตัวเองผิดหรือถูก พี่ก็อยากให้เธอถาม อย่าคิดไปเอง” เขากระซิบกอดฉันแน่นขึ้น
“ฉันก็อยากให้พี่พูด อธิบายให้ฉันฟังโดยที่ฉันไม่ถาม”
“งั้นเรามาตกลงกัน”
“ยังไงคะ”
“ต่อไปถ้าพี่หรือเธอทำผิดแล้วคิดว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดต้องรีบอธิบาย และถ้าใครอยากรู้อะไรให้ถาม อย่าฟังจากที่อื่นมาหรือแค่ภาพที่เห็น ต้องรอฟังจากปากของกันเท่านั้น” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วตอนนี้พี่จะให้ฉันถามก่อนหรือจะรีบอธิบายคะ”
“เขาบอกว่าจะจีบ แต่พี่ไม่ได้สนใจ” เขาพูดสั้นๆ
“แล้วรับดอกไม้ทำไม” ฉันเคืองนะบอกเลย
“รำคาญ รับ แล้วก็ทิ้งถังขยะไม่เห็นรึไง คนเอาภาพลงก็ลงไม่จบ” แล้วพูดอย่าเบื่อหน่าย
“จริงนะ”
“อืม ไม่เชื่อถามไอ้สองคนนั้นก็ได้” เขาหมายถึงเพื่อนเขา
“แล้วจะปล่อยให้เขาจีบ”
“พี่ไม่สนใจเขาก็ทำอะไรไม่ได้”
“มารยาหญิงมีเยอะแยะ”
“หน้าแบบนี้คิดว่าจะโดนหลอกง่ายๆ รึไง” ฉันยู่ปากใส่พ่อคนฉลาด
“ฉันจะคอยดู ปล่อยได้แล้วค่ะ อยากเจียวไข่ก็ไปสิคะ ฉันจะไปหุงข้าว ต้องกลับไปเรียนอีกนะ” ฉันดันตัวเขาออกห่าง
“เปลี่ยนเป็นกินอย่างอื่นแทนได้ไหม”
“ไม่ต้องมาทำหน้าอย่างนั้นเลยนะ ฉันจะกลับไปเรียน”
ฉันจัดการไปหุงข้าวให้เขา แอบมองพี่เวย์ที่ตีไข่แล้วปรุงอย่างคล่องแคล่ว
“เคยทำครั้งเดียวก็ทำเป็นเลยเหรอคะ” จนอดที่จะถามไม่ได้
“เก่ง” ฉันเบะปากให้คนเก่ง
“ที่จริงก็แอบไปหัดกับนมอิ่มมา” อยู่ๆ ดีเขาก็พูดขึ้น
“พี่เนี่ยนะ” ฉันร้องถาม เขานี่นะ ไปหัดทำไข่เจียว ถึงว่าบางวันก็บอกว่ากลับบ้าน ที่แท้กลับไปหัดทำมานี่เอง
“อืม อยากทำให้เธอกิน” ฉันเม้มปากเมื่อได้ยินแบบนี้ ทำไมเขาต้องน่ารักขนาดนี้ด้วย
“ทำไม เขิน?” เมื่อเขาไม่เห็นว่าฉันพูดอะไรเลยหันหน้ามามองแล้วยิ้มให้ ก็เขินหนะสิถามได้
“ช่วงโปรโมชั่นก็อย่างนี้แหละ” ฉันปิดฝาหม้อหุงข้าวแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นเอาน้ำออกมากิน ดับความร้อนที่หน้า บอกเลยเขาหยอดกี่ครั้งฉันก็ไม่ชิน