ั้แ่นางเกิดมา นางมีความสุขกับการมีครอบครัวพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ได้เล่นกับเพื่อน ได้เรียนรู้อักษรต่าง ๆ เรียกได้ว่าไม่มีสิ่งใดให้กังวลเลย ซึึ่ง่เวลาแห่งความสุขอยู่กับนางได้เพียง 7 ปี เท่านั้นเอง
ถ้าจะให้เล่าย้อนไป เื่ราวมันเกิดขึ้นเมื่อนางอายุได้ 7 ปี มีอยู่วันหนึ่ง ท่านพ่อและท่านแม่กลับมาจากข้างนอกและบอกนางว่าพวกท่านจะต้องไปทำภารกิจของสมาคมนักล่า ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน และไม่อยากให้นางอยู่คนเดียวเพราะเด็กเกินไป จึงจะนำนางไปฝากไว้กับปู่และย่าที่บ้านเกิดพ่อหรือก็คือหมู่บ้านหลงซาน
หมู่บ้านหลงซานนั้นอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองเยี่ยชิง ที่อยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นตงเปี่ยนมาก ถ้าเดินเท้าใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วยาม แต่ถ้าใช้เกวียนก็ประมาณ 1 ชั่วยามครึ่งได้
เมื่อครอบครัวเราได้พูดคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ออกเดินทางไปทันที เมื่อไปถึงท่านพ่อได้บอกถึงความจำเป็และระยะเวลาที่จะฝากนางไว้กับพวกท่าน พร้อมทั้งได้ให้เงินท่านย่าไว้ทั้งสิ้น 10 ตำลึงเงิน ซึ่งเงินจำนวนนี้ชาวบ้านทั่วไปสามารถใช้ได้เกือบปีเลยทีเดียว
ก่อนที่พวกท่านจะจากไป ท่านแม่ได้ให้เธอใส่กำไลไม้ที่ไม่มีลวดลายโดดเด่นไว้ โดยบอกว่าเก็บให้ดี ๆ อย่าทำหาย จากนั้นพวกท่านก็เดินออกไป ในตอนนั้นนางรู้สึกใจหายและอยากร้องไห้มาก แต่ก็ทำได้แค่อดทนรอวันที่จะกลับบ้านพร้อมกัน
ซึ่งมันไม่มีวันเป็จริง เพราะเมื่อครบกำหนดหนึ่งเดือน เพื่อนของพวกท่านที่สมาคมได้มาแจ้งข่าวว่าทั้งคู่ได้เสียชีวิตจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรในป่าลึกแล้วพลัดตกหน้าผาไป ไม่สามารถนำร่างกลับมาได้ นางได้ฟังดังนั้นก็ถึงกับร้องไห้โหออกมาด้วยใจสลายทันที ส่วนท่านย่านั้นเป็ลมล้มพับไปด้วยความเสียใจอย่างหนักเช่นกัน
หลังจากวันนั้นทุกคนตกอยู่ในความเศร้าเสียใจ แต่ก็ได้เพียงไม่นาน เพราะต้องช่วยกันทำมาหากิน ไม่เช่นนั้นจะพากันอดตายหมด และนางก็ได้ตกมาอยู่ในความดูแลของท่านปู่และท่านย่า นับั้แ่นั้นเป็ต้นมาจนกระทั้งตอนนี้เวลาก็ได้ผ่านไป 10 ปีแล้ว
ซึ่งขณะที่นางได้อาศัยอยู่ที่นี่ทุกคนให้ความเมตตาต่อนาง ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกันดี ถึงจะเป็เช่นนั้นนางก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขอยู่ดี เพราะว่านางอิจฉาพี่น้องคนอื่น ๆ ที่มีพ่อและแม่คอยอยู่เคียงข้าง แต่นางไม่มี ยิ่งมีเด็กในหมู่บ้านล้อนางว่า เด็กไม่มีพ่อแม่ เด็กกำพร้า นางยิ่งเสียใจ แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็เื่จริงนั่นเอง
พูดถึงครอบครัวเดิมของท่านพ่อนั้นมีสมาชิกดังนี้
ท่านปู่ท่านย่า : หลินชิงหลง (53 ปี) หลินอ้ายถิง (51 ปี)
ท่านลุงใหญ่ป้าสะใภ้ใหญ่ : หลินซือห้าว (36 ปี) เหยียนไฉ่หง (35 ปี)
มีลูกชายหญิงด้วยกัน 2 คน คือ หลินเสี่ยวรุ่ย (ชาย 19 ปี) หลินเสี่ยวเป่ย (หญิง 10 ปี)
ท่านลุงรองป้าสะใภ้รอง : หลินซือหรู (34 ปี) ิเจียฮุ่ย(34 ปี)
มีลูกชาย 2 คนและหญิง 1 คน คือ หลินเจิ้นซี (ชาย 18 ปี) หลินหานเจ๋อ(ชาย 17 ปี) หลินซูซิน (หญิง 13 ปี)
สุดท้ายท่านพ่อท่านแม่ของนางชื่อว่า หลินซือเฉิน (33 ปี) หยางเฟิงเฟย (32 ปี) และมีนาง ‘หลินชิงอี’ (17 ปี) เป็ลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น
ระหว่างที่นางกำลังนั่งซักผ้าอยู่ริมน้ำและเหม่อคิดถึงอดีตนั้น อยู่ ๆ ก็รู้สึกถึงแรงผลักจากด้านหลัง จึงทำให้นางเซถลาพลัดตกลงไปในแม่น้ำ
“ช่วยด้วย!! อึก… ใครก็ได้ช่วยที ข้าว่ายน้ำไม่เป็” ขณะที่นางกำลังะโขอความช่วยเหลือก็กลืนน้ำลงไปหลายอึก พอดิ้นรนตะเกียกตะกายมากเข้าก็เริ่มหมดแรงและค่อย ๆ จมลงสู่แม่น้ำ
ซึ่งในตอนที่นางกำลังจะจมนั้น มีชาวบ้านผ่านมาเห็นและะโขอความช่วยเหลือทันที
“ช่วยด้วย!!! ช่วยด้วย!!! มีคนตกน้ำ ใครก็ได้ช่วยที โอ๊ย.. ข้าก็ว่ายน้ำไม่เป็ด้วย ทำไงดี ช่วยด้วย!!! มีคนตกน้ำ”
ระหว่างที่ชาวบ้านคนนั้น กำลังะโให้คนช่วยอยู่นั้น ก็มีบางอย่างผ่านหน้าไปด้วยความรวดเร็ว เห็นอีกทีก็มีคนะโลงน้ำไปแล้ว โดยมีข้าวของถูกวางทิ้งกระจายอยู่ตรงริมแม่น้ำ
“ตู้ม… ซ่า…”
จ้าวซีห่าวนั้นะโลงน้ำได้ก็รีบงมหาร่างคน เมื่อเจอแล้วก็อุ้มขึ้นมาเหนือน้ำและเดินขึ้นฝั่งทันที จากนั้นได้วางนางลงที่พื้นแล้วเขาก็ถอดเสื้อนอกออกมาคลุมที่ร่างของหญิงสาว เพื่อป้องกันนางจากสายตาของชาวบ้านคนอื่น ๆ
ขณะนั้นก็มีท่านยายผู้หนึ่งรีบร้อนแหวกชาวบ้านที่กำลังมุงดูเพื่อเข้าไปหาหญิงสาว จากนั้นนางก็ตบเบา ๆ ไปที่หน้าของหญิงสาวเพื่อเรียกสติทันที
“ชิงเอ๋อ… ชิงเอ๋อ.. ฟื้นสิ อย่าเป็อะไรนะ ฟื้นสิลูก”
“แค่ก ๆ แค่ก ๆ ท่านย่า” เมื่อสำลักน้ำออกมา นางก็สลบไปอีกครั้ง
“ชิงเอ๋อ.. ชิงเอ๋อ… หมอมารึยัง ท่านหมอ ท่านหมอ” แม่เฒ่าหลินรีบะโเรียกหาหมอด้วยความร้อนใจ
“มาแล้วท่านแม่ ท่านหมอมาแล้ว”ลุงใหญ่รีบพูดขึ้นและมาหยุดหอบหายใจอยู่ด้านข้าง เพราะเขาต้องวิ่งไปตามหมอมา
“ท่านหมอ ท่านช่วยมาดูหลานสาวข้าหน่อยเถิด เมื่อสักครู่นางฟื้นขึ้นมาแล้วสำลักน้ำ จากนั้นนางก็สลบไปอีก” แม่เฒ่าหลินรีบบอกท่านหมอ
ท่านหมอวางสัมภาระลง และรีบจับชีพจรของหญิงสาว จากนั้นจึงพูดขึ้นมาว่า
“นางน่าจะจมน้ำลงไปชั่วครู่เดียว จึงแค่สำลักเอาน้ำที่กลืนลงไปออกมา แต่คงจะใและเหนื่อยจึงทำให้สลบไปอีก เดี๋ยวให้กินยาสักสองสามเทียบไม่กี่วันก็ดีขึ้นแล้ว ไม่เป็อะไรมาก แต่ระหว่างนี้ต้องดูแลนางดี ๆ หน่อย เพราะนางอาจจะเป็ไข้ได้”
“เ้าค่ะ ท่านหมอ”
แม่เฒ่าหลินรับปากและถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่หลานสาวไม่เป็อะไรมาก จากนั้นก็หันมาขอบคุณทุกคนที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้
“ขอบคุณท่านหมอ และขอบคุณทุกท่านที่ให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะเ้านะ ซีห่าว ขอบใจจริง ๆ ถ้าไม่ได้เ้านางคงไม่รอด ต่อไปหากมีใคร้าความช่วยเหลือสามารถไปบอกพวกเราได้ทุกเมื่อ หากช่วยได้เราจะช่วยเต็มที่” แม่เฒ่าหลินพูดด้วยความซาบซึ้งใจ
จากนั้นนางให้ลูกชายคนโตถอดเสื้อนอกออกมาเพื่อมาคลุมให้หลานสาวแล้วอุ้มนางกลับบ้านไป โดยเสื้ออีกตัวก็ได้คืนให้กับชายหนุ่ม
เมื่อเื่ต่าง ๆ คลี่คลายแล้ว ชาวบ้านก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไป ซึ่งขณะที่กำลังแยกย้ายนั้น จ้าวซีห่าวได้ตวัดสายตามองไปที่ต้นไม้ตรงชายป่าแว็บนึงแล้วจึงหันหลังจากไปเช่นกัน
ซึ่งหากมีใครสังเกตรอบ ๆ สักนิด จะเห็นว่ามีคนหลบอยู่หลังต้นไม้มองมาอย่างมาดร้ายและสะใจ พร้อมทั้งคิดว่า เ้ามันนังแพศยา อ่อยผู้ชายไปทั่ว ซึ่งถ้าเป็คนอื่นข้าก็คงปล่อยเ้าไป แต่ใครใช้ให้เ้ามาทำให้คนที่ข้าหมายปอง คิดที่จะตบแต่งเ้าเป็ภรรยาเล่า หึ แพศยานักก็สมควรโดนแบบนี้แหละ