หลังจากเื่อุบาทว์ผิดศีลธรรมที่เกิดขึ้นในยามนั้น หลิวซินก็ไม่ได้เข้าใกล้ หรือสนทนากับบุตรชายไปพักใหญ่ ๆ คงเพราะด้วยนางรู้สึกผิด ซึ่งจ้าวเยียนเองก็ทราบดี มันเลยปล่อยให้เป็แบบนั้นไปสักพักใหญ่ ๆ และพอเวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างก็กลับมาเป็ปรกติเช่นเดิม
สองแม่ลูกมีความสนิทสนม รักใคร่กันเป็อย่างดีสำหรับสายตาของคนในคฤหาสน์ ทว่า...หาใช่กับคนผู้หนึ่ง คนผู้ซึ่งมีจิตใจที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และความแค้นอย่างมากมายมหาศาล ‘หวู่เผิงหลง’ นั้นเอง...
...
“ท่านแม่คืนนี้ข้าอยากกินไก่ผัดขิง ท่านทำให้ข้าได้หรือไม่”
“เยียนเยียนเ้าพึ่งกินไปเมื่อวานเองมิใช่หรือ?”
“กินแล้วก็กินอีกได้ เพราะรสมือของท่านแม่มันล้ำลึกยิ่งนัก น้า...น้าาา...าาทำให้ข้ากินนะ”
“ก็ได้ ๆ เซ้าซี้จังเ้าเด็กคนนี้ แต่แม่มีข้อแลกเปลี่ยน พรุ่งนี้เ้าต้องมาช่วยงานแม่ที่ห้องครัวทั้งวันตกลงหรือไม่”
“ได้เลย ได้เลยข้ายินดี ท่านแม่ใจดีที่สุดเลย” จ้าวเยียนระบายยิ้มกว้าง พร้อมทำท่าทางดีอกดีใจ ก่อนที่มันจะพลันพุ่งเข้าไปหอมแก้มมารดาหนึ่งครั้ง หลิวซินใมากแต่นางก็ไม่ได้ดุด่าว่ากล่าวบุตรชายแต่อย่างใด แถมยังแอบยิ้มบาง ๆ ด้วยซ้ำ จากนั้นทั้งคู่จึงเดินถือตะกร้าใส่วัตถุดิบทำอาหารตรงไปทางห้องครัว
...
“กรอดดด...ดดดด ไอ้เด็กบ้า เหตุใดใบหน้ากับ ท่าทางของเ้าถึงเหมือนกับมันเช่นนี้ ยิ่งเห็นข้าก็ยิ่งแค้นใจ ข้าแค้น...ข้าแค้น” เผิงหลง ที่แอบดูสองแม่ลูกอยู่ไกล ๆ บีบมือแน่น สองตาร้องผะผ่าวราวกับจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้เป็จุณได้ ซึ่งในตอนนั้นเองที่พ่อบ้านชราคนสนิทข้างกายของมันได้เอ่ยบางอย่างขึ้น
“นายท่านแค้นเ้าเด็กนั้นมากมายถึงเพียงนี้ แล้วไยถึงไม่กำจัดมันทิ้งเสีย”
“เ้าคิดว่าข้าไม่อยากทำหรือ? หากทำได้ข้าทำไปนานแล้ว”
“ผู้น้อยทราบดี ว่านายท่านเป็กังวลเื่ของแม่นางหลิวซิน เช่นนั้นก็อย่าทำให้นางเห็นสิขอรับ”
“ทำแบบไม่ให้นางเห็น? ทำอย่างไร?”
พ่อบ้านเซินแสยะยิ้มเ้าเล่ห์ชั่วร้ายที่มุมปากก่อนเอ่ยว่า “ในเมื่อเ้าเด็กผู้นี้ เกิดมามีหน้าตาเหมือนจ้าวหยุน ไยนายท่านไม่ให้มันมีจุดจบแบบเดียวกันล่ะขอรับ”
พอเผิงหลงได้ฟังดังนั้น สองตาของมันก็พลันเบิกกว้าง ก่อนจะส่งเสียง ‘โอ้’ ออกมา
“จริงสินะ เหตุใดข้าถึงนึกไม่ถึง เช่นนั้นเ้าจงส่งจดหมายไปหา เจียงซุนกับพรรคพวกของมันให้เตรียมตัวไว้ อีกสามวัน ขบวนสินค้าจะไปถึง เมื่อไปถึงให้ทำเช่นเดิม”
“ผู้น้อยจะรีบดำเนินการ” พ่อบ้านเซินค้อมตัวก่อนจะหมุนกายเดินจากไป ส่วนเผิงหลงนั้นก็ระบายยิ้มชั่วร้ายขึ้นบนใบหน้า
“ดูสิ หากเ้าตายเป็หนที่สองในครั้งนี้ ยังจะโผล่กลับมาขวางหูขวางตาข้าได้อีกหรือไม่จ้าวหยุน”
...
เวลาผ่านไป ไม่ถึงหนึ่งวัน หลิวซินก็ทราบข่าวอันน่าตื่นใจากปากของคนรับใช้ในคฤหาสน์ที่รู้จักกัน
“พี่หลีเมื่อครู่ท่านว่าอย่างไรนะ!! พรุ่งนี้จะมีขบวนสินค้าไปเมืองทางใต้กระนั้นหรือ? แถมครั้งนี้เยียนเยียนจะต้องร่วมเดินทางไปด้วย”
“ใช่แล้ว หลิวซินเ้า ได้ยินถูกต้องทุกอย่าง เห็นนายท่านบอกว่า ครั้งนี้ต้องส่งสินค้าไปหลายเมืองทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก คนคุ้มกันก็เลยไม่พอ ท่านจึงต้องใช้ผู้ชายเกือบทุกคนในคฤหาสน์ ข้าทราบดีว่าเ้าลำบากใจเพราะในอดีตสามีของเ้านั้น...” หลี่หานอี้หยุดพูดไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะระบายยิ้มกว้าง และพูดต่อ
“แต่ข้าว่าครั้งนี้เ้าอย่าได้เป็กังวลไปเลย พวกโจรป่าที่เคยมีอยู่มากมายในอดีต คล้ายถูกทางการกวาดล้างไปหมดนานแล้ว เื่ร้ายที่เ้ากลัวไม่เกิดซ้ำสองเป็แน่ ข้าเชื่อว่าจ้าวเยียนจะต้องเดินทางไป และกลับมาอย่างปลอดภัยเป็แน่” คำกล่าวของมันดูจะเต็มเปี่ยมไปด้วยการให้กำลังอยู่หลายส่วน ทว่า...นั้นก็ยังทำให้หลิวซินมีความเป็ห่วงอยู่ดี
จ้าวเยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จึงยื่นมือไปกุมมือมารดา “ท่านแม่อย่าได้กลัวไปเลย ข้าไปไม่กี่วันเองเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว ตอนกลับมาท่านแม่ทำของอร่อย ๆ ไว้รอข้าก็พอ”
“จะไม่ให้แม่ห่วงได้อย่างไร เส้นทางที่ไปนั้นไกลมาก เ้าจะกินจะนอนอย่างไร”
“ข้าโตเป็หนุ่มแล้ว เื่พวกนั้นสบายมาก ท่านแม่รอข้ากลับมาอย่างสบายใจเถิด”
“โอ้ แววตา ท่าทางช่างเหมือนพ่อเขาจริง ๆ หลิวซินเ้าไม่ต้องห่วง ระหว่างทางข้าจะดูแลเขาแทนเ้าเอง”
“ได้ยินพี่หลี่พูดเช่นนั้นข้าก็เบาใจขึ้นหลายส่วน เช่นนั้นขอฝากเขาด้วย”
พอสามคนสนทนากันจบ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปเตรียมตัวเพื่อออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ ทว่า...พอถึงเวลาจริงทุกอย่างกลับผิดคาดเป็อย่างมาก หลี่หานอี้ที่รับปากกับหลิวซินเป็ดิบดีว่าจะดูแลจ้าวเยียนให้ มันกลับถูกพ่อบ้านเซินเปลี่ยนให้ไปกับขบวนสินค้าของเมืองทางตะวันออกแทน ทั้งสองเลยไม่ได้ไปเมืองทางใต้ด้วยกัน แต่ถึงกระนั้นจ้าวเยียนเองก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจแต่อย่างใด...
ตลอดการเดินทางไปเมืองทางใต้นั้นทุกอย่างราบรื่นมาก ทิวทัศน์รอบกายงดงาม ผู้คนที่ไปกับจ้าวเยียนนั้นล้วนอัธยาศัยดี ถึงแม้นมันจะไม่เคยสนิทมาก่อนก็ตาม จวบจนผ่าน 3 วัน และใกล้จะถึงที่หมายเื่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!!
จู่ ๆ ขบวนสินค้าก็ถูกกลุ่มโจรชุดดำกลุ่มหนึ่งโผล่ออกมาเล่นงาน พวกมันใช้อาวุธข่มขู่ให้คนอื่น ๆ หนีไป ยกเว้นจ้าวเยียนที่ถูกจับตัวไว้
“พะ...พวกเ้าเป็ใคร!? คิดจะทำอะไรข้า ยึดสินค้าได้แล้ว เหตุใดจึงจับข้าไว้อีก” จ้าวเยียนโวยวายเสียงดัง
“พี่ใหญ่...ใบหน้าของเ้าหนูนี่มัน...” หนึ่งในกลุ่มโจรถึงกับเบิกตากว้างเมื่อมันได้เห็นหน้าของจ้าวเยียนแบบชัด ๆ
“เหมือน...เหมือนกันจริง ๆ เหมือนราวกับเป็คน คนเดียวกัน” โจรในชุดดำซึ่งดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้น ซึ่งคำพูดของพวกมัน ทำเอาจ้าวเยียนถึงกับมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง
“เหมือน? เหมือนอันใดข้าไม่เข้าใจ”
“อยากรู้งั้นรึไอ้หนู เช่นนั้นข้าจะบอกให้เอาบุญ ก่อนส่งเ้าไปปรโลก เหมือนที่ว่า คือ เหมือนคนที่พวกเราเคยสังหารไปเมื่อหลายสิบปีก่อน หากให้เดาเ้าคงเป็ลูกชายของมันสิท่า”
พอสิ้นคำพูด จ้าวเยียนก็ถึงกับเบิกตา อ้าปากค้าง ที่แท้พวกโจรเหล่านี้ ก็คือกลุ่มคนที่เคยสังหาร จ้าวหยุน ในอดีตนั้นเอง
“ปะ...เป็พวกเ้านี่เอง ยะ...อย่าบอกนะว่าทั้งหมดเป็แผนการของ นายท่าน ไม่สิ เป็แผนของเ้าสารเลวเผิงหลงผู้นั้น”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ หัวไวไม่น้อย ใช่แล้ว ทุกอย่างเป็แผนของเขาอย่างที่เ้าคิด พวกข้าไม่รู้หรอกนะ ว่าเขามีปัญหาอันใดกับพ่อของเ้า หรือตัวเ้า พวกเราแค่รับเงินมา แล้วก็ทำตามคำสั่ง ถ้าจะโทษก็โทษที่เ้าเกิดมาผิดที่ผิดเวลาก็แล้วกัน ตายซะ!!” หนึ่งในโจรชุดดำกล่าว ก่อนที่มันจะเงื้อดาบขึ้นเหนือหัว และเตรียมจะฟันลงมาเพื่อสังหารจ้าวเยียน ทว่า...ยังไม่ทันที่ดาบจะถึงร่าง ก็พลันเกิดเสียง ปึง! ดังขึ้นเพราะมีก้อนหินก้อนหนึ่งถูกดีดมากระทบใบดาบ จนผู้ถือมันต้องเซถอยไปหลายก้าว
“ผู้ใดกล้าสอดมือเข้ามาขวาง!!” โจรในชุดดำผู้หนึ่งตวาดเสียงดัง ก่อนจะปรากฏร่างของ คนผู้หนึ่งก้าวออกมาจากแนวป่า
“ข้าว่าข้าก็อยู่แถวมานาน ไม่คาดว่ายังหลงเหลือโจรป่าอยู่อีก” ผู้พูดเป็ชายสูงวัยคน อายุอานามน่าจะราว ๆ หกสิบเจ็ดสิบเห็นจะได้ ผมมีสีดอกเลาแซมดำ หนวดเคราขาวยาว สวมชุดยาวสีน้ำตาลเก่า ๆ ท่าทางดูสุขุม ใจดี แต่แววตาแฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง
“หน็อยยย....ยยย ไอ้แก่จรจัด แส่ไม่เข้าเื่ ในเมื่อไม่รักชีวิตขนาดนี้ พวกข้าก็จะเมตตาส่งเ้าไปเกิดใหม่เอง ฆ่ามัน!!” ชายชุดดำที่เป็หัวหน้ากลุ่มร้องสั่ง คนที่เหลือจึงชักอาวุธออกมา ก่อนทั้งหมดจะพลันพุ่งเข้าไปหา ชายชราลึกลับผู้นั้น
ปลายกระบี่คมกริบหลายเล่มพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างโเี้ ทว่า...เพียงพริบตาเดียว ร่างนั้นก็พลันอันตรธานหายไปราวกับล่องหน
“อะ....อันใดกัน!!”
เหล่าโจรต่างพากันตกตะลึง ก่อนที่พวกมันจะพากันล้มลงเป็ใบไม้ร่วง เพราะถูกชายชราลึกลับโผล่มาซัดฝ่ามือเข้าที่กลางหลังอย่างแรง
“เป็แค่โจรกระจอก เป็แค่สวะปลายแถว ยังไม่คิดกลับเนื้อกลับตัวช่างน่าสมเพชยิ่งนัก ครั้งนี้ถือว่าข้ามีเมตตาจะปล่อยพวกเ้าไปสักครั้ง แต่หากยังไม่เลิกก่อกรรมทำเข็น อย่าหาว่าข้าโเี้ ไสหัวไป!!” ชายชราลึกลับตวาดเสียงดัง พร้อมสะบัดชายเสื้อ ซึ่งนั้นให้โจรชุดดำทั้งห้ารู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างมาก พวกมันลนลานลุกขึ้นก่อนจะหนีเข้าไปไปอย่างรวดเร็ว
จ้าวเยียนที่ยังนั่งตกตะลึงอยู่ที่เดิม มันก็พลันดึงสติ ก่อนจะพุ่งเข้าไปโขกหัวขอบคุณ ชายชราลึกลับผู้นั้นหลายครั้ง
“ขอบคุณผู้าุโ! ขอบคุณผู้าุโที่ช่วยชีวิตข้า”
“ไม่ต้องขอบใจข้าหรอกหลานชาย เห็นคนกำลังเดือดร้อนแล้วไม่สอดมือช่วย ข้ายังนับว่าเป็ผู้บำเพ็ญตนอยู่อีกหรือ ว่าแต่เ้าเถอะ เกิดอะไรขึ้น ไยถึงได้ถูกเ้าพวกนั้นหมายจะเอาชีวิต” ชายชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
จ้าวเยียนอ้ำอึ้งเพราะมันเองก็ไม่ทราบ ว่าจะบอกยังไง มันรู้แค่ตนเองหน้าเหมือน จ้าวหยุน จึงทำให้คนผู้หนึ่งไม่ชอบเพียงเท่านั้น สุดท้ายจึงพูดออกมาตามนั้น
ชายชราลึกลับได้ฟังก็พ่นลมหายใจออกมายาว ๆ “รัก โลภ โกรธ หลง ล้วนเป็กิเลสของมนุษย์ ยิ่งมีมากก็ยิ่งเป็ทุกข์มากตามไปด้วย คนผู้นั้นอาฆาตมาดร้ายเ้าเพียงเพราะเื่แค่นั้นแหละ”
“แล้วข้าควรจะทำเช่นไรดีขอรับ”
“ในเมื่อ์ส่งเ้ามาพบข้าในวันนี้ มันก็คงมีเหตุผลอะไรสักอย่าง เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เ้ามาอยู่กับข้าสักหนึ่งเดือน ข้าจะสอนวรยุทธ์พื้นฐานไว้ป้องกันตัว เพราะหากกลับไปตอนนี้ เ้าก็คงไม่พ้นโดนเล่นงานอีกเป็แน่”
“หมายถึงผู้าุโจะรับข้าเป็ศิษย์หรือขอรับ”
“ไม่เชิง ข้าแค่จะสอนวิชาให้ไว้ป้องกันตัว ไว้ปกป้องคนที่รัก ไม่ต้องโขกหัวเรียกข้าว่าอาจารย์หรอก เ้าอยากเรียนหรือไม่ล่ะ”
คำถามของชายชราทำเอาจ้าวเยียนนิ่งงันไปชั่วขณะ เพราะการหายไปเป็เดือน หลิวซินมารดาคงคิดว่ามันตายแล้วแน่ ๆ แต่ก็อย่างที่ชายชรากล่าว หากไร้วรยุทธ์ไว้ป้องกันตัว ในอนาคตเผิงหลงคงเล่นงานมันอีกเป็แน่
“ผู้น้อยยินดีจะอยู่รับใช้ผู้าุโ พร้อมร่ำเรียนวรยุทธ์ไว้ป้องกันตัวขอรับ” จ้าวเยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ดี งั้นจงตามข้ามา” ชายชราลึกลับผู้นั้น หมุนกายหันหลังก่อนจะเดินเข้าไปในเงาป่า ซึ่งจ้าวเยียนก็พลันลุกขึ้น และตามไปติด ๆ
เหตุการณ์จะเป็เช่นไรต่อ โปรดติดตามบทต่อไป
ฝึกฝน 1 เดือน และกลับไปหามารดาคนงาม