โลกแห่งเวทย์มนตร์

    เหล่าผู้ช่วยเหลือ

         ไฮด์ที่ได้รับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของฝนแห่งคำสาปนี้แล้วนั้นจึงได้รีบกลับมาช่วยเรนาที่ตอนนี้กำลังรับมือกับกลุ่มคนที่โดนคำสาปอยู่เพียงลำพังซึ่งหลังจากนั้นเวลาผ่านไปสักพัก ฝนก็เริ่มแล้งตามที่อาจารย์เอิร์นได้บอกไว้ท้องฟ้าก็เริ่มเปิดออกมีแสงอาทิตย์สอดส่องลอดเมฆมาและเมฆสีเขียวที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าอยู่ก็ค่อย ๆ จางหายออกไป

         “ดูเหมือนฝนจะหยุดตกแล้วนะ” ไฮด์พูดขึ้น

         “แต่คนที่โดนคำสาปอาการก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย” เรนาพูด

         “ไปถามนักบวชสาวคนนั้นไหม” ไฮด์ชวน

         “เธอชื่อแซลลี่ เราลองไปถามเธอดูหน่อยละกัน”เรนาตอบก่อนทั้งสองจะเดินตรงไปหาแซลลี่ที่ตอนนี้พยายามอย่างหนักในการฟื้นฟูเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้เหล่าคนที่โดนคำสาปแห่งสายฝนเข้าไป

         “แซลลี่” เรนาร้องทักก่อนแซลลี่จะหันมามองด้วยอาการเหนื่อยล้า เสียงหายใจของแซลลี่ดังจนเรนาและไฮด์ก็ได้ยิน

         “เธอพักหน่อยเถอะแซลลี่” เรนาที่เห็นสภาพของแซลลี่จึงได้ร้องทักขึ้น

         “ฉันจะยังพักตอนนี้ไม่ได้ค่ะเพราะยังไม่คนที่ต้องทุกข์ทรมานอีกเยอะ” แซลลี่ตอบก่อนจะค้ำยันตัวเองลุกขึ้นไปเพื่อไปรักษาคนต่อไปแต่กลับเซเสียหลักล้มลง ซึ่งยังโชคดีที่ไฮด์มารับไว้ได้ทัน

         “ฉันว่าเธอควรพักหน่อยนะแซลลี่” ไฮด์บอก ก่อนแซลลี่จะสลบไปในอ้อมแขนของไฮด์

         “แซลลี่สลบไปแล้ว” ไฮด์พูดขึ้น

         “คงเพราะเธอใช้พลังเวทย์จนหมดพาเธอไปพักผ่อนก่อนเถอะ” เรนาพูดพลางชี้ไปมุมหนึ่งที่ห่างจากผู้ที่ติดคำสาป

         ไฮด์อุ้มแซลลี่มานั่งพักตรงโต๊ะสีขาวริมหน้าต่าง ก่อนจะคลายคาถาเกราะปฐ๩ีออกจากแซลลี่และเรนา ส่วนตัวไฮด์เองนั้นคิดจะกลับไปจัดการกับกลุ่มคนที่ตอนนี้กำลังนอนร้องโอดครวญจากความเ๯็๢ป๭๨อยู่

         “ไฮด์จะไปไหน” เรนาทักถามขึ้น เมื่อเห็นไฮด์กำลังจะเดินจากไป

         “ฉันจะกลับไปดูคนเจ็บที่นอนอยู่ตรงนั้นหน่อยนะ เรนาอยู่ที่นี้คอยดูแซลลี่ไว้ดีกว่าเรนาก็เหนื่อยมากแล้วจะได้พักด้วย” ไฮด์ตอบก่อนที่จะมองไปที่เรนาและแซลลี่แล้วเดินตรงไปที่กลุ่มคนที่ติดคำสาป

         ‘จะทำยังไงดี เราก็ไม่มีเวทย์มนตร์ที่ใช้รักษาด้วย’ไฮด์ที่เดินไปพลางคิดไปพลาง

         ตอนนี้ ณบริเวณทางเข้าห้างเต็มไปด้วยผู้คนที่โดนคำสาปร้องอย่างทุกข์ทรมาน และยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่อาการของกลุ่มคนเหล่านี้ก็ยิ่งแย่มากขึ้นไปอีก แต่ทันใดนั้นเอง ณประตูทางเข้าห้างก็ปรากฏกลุ่มคนที่ใส่ชุดนักบวชเดินเข้ามาในห้าง

         “ขอให้ทุกคนเร่งเข้าช่วยผู้ที่ต้องทนทุกข์จากคำสาปนี้ด้วยครับ”ชายในชุดนักบวชสีขาวซึ่งเป็๲ชุดแบบเดียวกับแซลลี่แต่ดูจะมีเครื่องประดับและลวดลายบนเนื้อผ้าเยอะกว่าของแซลลี่พูดขึ้นก่อนเหล่านักบวชที่ติดตามมาด้วย จะเริ่มแยกย้ายไปหาเหล่าคนที่โดนคำสาป

         “ขอบคุณที่มาช่วยนะครับท่านเซน” คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูด ทำให้ไฮด์หันไปเห็นหน้าคนที่ตัวเองก็รู้จัก

         “การช่วยเหลือคนที่ทุกข์ทรมานเป็๲หน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วครับ”เซนพูดขึ้น

         “แบรนดิช” ไฮด์ร้องทักขึ้น

         “เธอ เด็กที่เจอกันที่หมู่บ้านทุ่งนี่น่า” แบรนดิชพูดขึ้น

         “ทำไมคุณมาอยู่ที่นี้ได้ละครับแล้วที่หมู่บ้านทุ่งละ” ไฮด์ถามขึ้น

         “เพราะฝนนี่ทำให้ฉันถูกเรียกตัวกลับมาส่วนหมู่บ้านทุ่งก็เจอฝนนี่เหมือนกัน แต่สถานการณ์ในเมืองแย่กว่าที่หมู่บ้านทุ่งฉันเลยปล่อยให้ลูกน้องเป็๲คนดูแลที่หมู่บ้านทุ่งแทน” แบรนดิชตอบ

         “อ่อครับ” ไฮด์พูด

         “เด็กคนนี้เป็๲ใครเหรอครับ” เซนที่ยืนฟังอยู่นิ่ง ๆ ถามแบรนดิช

         “เป็๞เด็กที่เคยเจอตอนผมไปลงสำรวจที่หมู่บ้านทุ่งครับ”แบรนดิชตอบเซนไป

         “งั้นเหรอครับแล้วการที่คนที่โดนคำสาปนอนรวมกันตรงนั้นใช่ฝีมือเธอหรือเปล่า” เซนหันมาถามไฮด์บ้าง

         “ใช่ครับ” ไฮด์ตอบ

         “เป็๲เด็กที่เก่งมากนะครับที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ทันที” เซนเอ่ยชมไฮด์

         “เปล่า ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวครับ มีเพื่อน ๆ ผมาช่วยด้วยครับ”ไฮด์พูดออกไป

         “งั้นเหรอ เพื่อน ๆ ของเธอก็เก่งเหมือนกันนะครับที่สามารถรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ทัน” เซนพูดก่อนจะเดินจากไปพร้อมแบรนดิช

          ไฮด์ที่เห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้ดีขึ้นแล้วจึงได้วนกลับมาที่เรนาและแซลลี่ที่นั่งพักอยู่ก่อนจะเล่าเ๹ื่๪๫แบรนดิชและกลุ่มนักบวชให้เรนาฟัง ในขณะที่แซลลี่กำลังฟุบหลับไปเพราะความเพลียอยู่

         “งั้นตอนนี้ก็สามารถรักษาอาการคำสาปได้แล้วสินะ”เรนาพูดขึ้น

         “ใช่ เราจะออกไปข้างนอกกันเลยไหม” ไฮด์ถามขึ้น

         “แล้วแซลลี่ละ” เรนาพูดขึ้น ทำให้ไฮด์ต้องหันไปดูแซลลี่ที่ยังไม่ตื่นขึ้นมาก่อนไฮด์จะนึกอะไรออก

         “เดี่ยวมานะ” ไฮด์พูดจบ ก็รีบเดินจากไป หลังจากนั้นไม่นานไฮด์ก็เดินกลับมาพร้อมนักบวชคนหนึ่ง

         “คนนี้แหละครับที่ผมเล่าให้ฟังเพราะเธอใช้พลังเวทย์ไปกับการรักษาไปจนหมดทำให้เธอเป็๲แบบนี้ครับ” ไฮด์พูดกับนักบวชคนนั้น

         “เดี่ยวผมจะช่วยดูแลเธอให้นะครับ” นักบวชหนุ่มพูดจบ จึงเริ่มร่ายคาถา

         “ฟื้นฟูกาย” “ฟื้นฟูเวทย์” เมื่อนักบวชคนนั้นร่ายเวทย์จบก็เกิดแสงสีขาวอ่อนๆ คลุมตัวแซลลี่ไว้

         “ถ่ายโอนพลังเวทย์” เมื่อร่ายจบก็เกิดแสงสว่างรอบตัวนักบวชก่อนแสงนั้นจะพุ่งตรงไปหาแซลลี่

         “ลองปลุกเด็กคนนี้ดูสิครับ” นักบวชคนนั้นพูดขึ้น

         “แซลลี่ ๆ” เรนาที่ได้ยินนักบวชบอกให้ปลุกจึงเข้าไปเขย่าแซลลี่เบาๆ พลางเรียกชื่อไปด้วย ก่อนแซลลี่จะค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นแล้วมองไปที่เรนาแล้วจึงเลื่อนสายตาไปมองรอบ ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนแล้วก้มหัวคำนับเมื่อเห็นนักบวชคนนั้น

         “ไม่ต้องรีบขนาดนั้น เธอยังอ่อนเพลียอยู่ต้องใช้เวลาสักพักพลังเวทย์จึงจะกลับมาเต็มที่ แต่ที่เธอทำในวันนี้ เธอทำได้ดีมาก”นักบวชหนุ่มพูดเสร็จแล้วจึงเดินจากไป เพื่อช่วยเหลือคนอื่นต่อไป

         “แซลลี่นั้นใคร” ไฮด์เอ่ยถาม อย่างสงสัย

         “นั้นคือนักบวชชั้นกลางดูที่เสื้อจะมีหนึ่งแถบสีทอง ถ้าชั้นสูงจะมีสองแถบค่ะ” แซลลี่ตอบ ทำให้ไฮด์และเรนาหันไปมองดูที่เสื้อของนักบวชคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง

         “แล้วแซลลี่เธอจะออกไปข้างนอกกับเราเลยไหม”ไฮด์ถาม

         “ไม่ค่ะ ฉันจะอยู่ช่วยที่นี้ก่อน” แซลลี่ตอบแล้วไฮด์กับเรนาจึงกล่าวลาแซลลี่ก่อนจะเดินออกไปข้างนอกห้าง