ในยุคสมัยก้ำกึ่งก่อนการพัฒนาจะเข้าถึง ที่พึ่งยามยากของชาวบ้านตาดำ ๆ คงหนีไม่พ้น หมอผี หมอยา ผู้เข้มขลังไปด้วยไสยเวทวิชา ไม่ว่าจะเป็ ผีเข้า ของหาย ผู้ชายตีจาก ค้าขายไม่ขึ้น ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล
ปัญหาเหล่านี้ล้วนแก้ได้ด้วยไสยเวทคาถา ซึ่งหาได้จาก ‘หมอผี’ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังที่มีอยู่ดาษดื่นทั่วไปในพื้นที่นั้น ๆ
แม้นว่าจะถูกกล่าวขานเป็นักปราบผี แต่แท้จริงแล้วบุคคลเ่าั้ล้วนทำได้สารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็พิธีกรรม ผูกดวง ต่อชะตา ทำเสน่ห์ ปรุงยา ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง สิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดนี้มักถูกควบรวมมาพร้อมกันเสมอ ดังนั้นอาชีพนักปราบผีจึงเป็ที่นับหน้าถือตาของผู้คนในสมัยนั้น ไม่ต่างไปจากพระสงฆ์ สมณะ ชี พราหมณ์
แน่นอนว่าการเป็ที่พึ่งหลักของชาวบ้านล้านตลาดย่อมต้องมีผลพลอยได้กำไรงามเงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย ดังนั้นหมอผีแท้หมอผีเทียมหน้าใหม่ ต่างผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดในป่าดิบชื้น
เมื่อสำนักปราบผีหน้าใหม่พากันเกิดขึ้นมามากมาย ปัญหา ต่าง ๆ ก็เริ่มมีตามมาอีกด้วยเช่นกัน…
การกระทบกระทั่งกันระหว่างสำนักย่อมเกิดขึ้นเป็ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็การเล่นของ ปล่อยคุณไสย ปล่อยข่าวลือเสียหาย หรือถึงขั้นส่งนักฆ่ามือฉมังไปเก็บฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้หายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย
เื่ราวเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นให้เห็นมานักต่อนัก...
...
มณฑลพิษณุโลก เมืองสุโขทัย
‘ฐานฟ้า’ ชายหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบปลาย ๆ เขาคือบุตรชายนักปราบผีมือฉมังแห่งกรุงสุโขทัย ในแต่ละวันเขามักออกจากบ้าน เที่ยวเตร่ ดื่มเหล้าเมาสุราเคล้านารีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ใช่แล้ว! เขาขาดหญิงสาวและสุราไม่ได้แม้แต่วันเดียว
อาจกล่าวได้ว่าเมื่อเช้าตรู่ไก่โต้งส่งเสียงโห่ขัน เขามักเตรียมตัวแต่งหล่ออยู่ครึ่งค่อนวัน จากนั้น… ก็ออกลาดตระเวนไปตามหัวเมืองใกล้เคียง พอตกบ่ายตะวันคล้อยก็ร่ำสุรา เมื่อเมามายได้ที่ก็เคล้าคลอนารี ชีวิตของเขามักเป็เช่นนี้ ั้แ่เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่ม
ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาใน่วัยนี้ บวกกับรูปโฉมอันงดงามยากจะหาใครเหมือน ชื่อเสียงของเขาล้วนเป็ที่โจษจันไปทั่วในกลุ่มสตรี ไม่ว่าสาวเล็กหรือสาวใหญ่ ทุกนางล้วนถูกตาต้องใจพ่อหนุ่มฐานฟ้ากันแทบทั้งสิ้น
โดยเฉพาะข่าวลือเื่ ‘อาวุธลับ’ ของเขา ถึงกับทำให้สตรีหลายนางยอมพลีกายให้โดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากขอ
นับั้แ่ได้เข้าสู่โลกโลกิยะ ฐานฟ้าก็ไม่เคยอยู่ติดบ้านสักวันเดียว เขาใช้ชีวิตวัยหนุ่มอย่างสบายใจโดยไม่กลัวเกรงอิทธิพลใด ๆ
เขาอาศัยชื่อเสียงของผู้เป็พ่อ หาความสุขบำเรอตนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะไปในที่แห่งใดล้วนเป็ที่ต้อนรับขับสู้ของผู้คนชาวหัวเมืองอยู่ร่ำไป หลายปีที่เขาทำตัวสำมะเลเทเมา ถึงแม้นจะโดนผู้เป็พ่อดุด่าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ความมักมากในกามของเขาก็ไม่เคยลดน้อยลงไปได้เลย
เป็ใครจะยอมพลาดโอกาสดี ๆ เช่นนี้ไปเล่า?
ในเมื่อเขามีพร้อมทุกอย่าง ทั้งรูปร่างหน้าตา ทั้งอิทธิพลและเงินทอง เขาย่อมต้องตักตวงความสุขเช่นนี้ให้ได้มากที่สุด
ฐานฟ้าคิดเช่นนี้ในใจ
และนี่คือวิถีชีวิตของเขา!
ข้อดีของเขาก็มีอยู่เช่นกัน ฐานฟ้าไม่เคยตั้งตนเป็อันธพาล ต่อให้เมาเหล้าเคล้านารีมักมากในกามอย่างไร เขายังคงสำรวมกิริยาเอาไว้ได้เป็อย่างดี รอยยิ้มอันสดใสที่มักเห็นได้บ่อยบนใบหน้าคมเข้ม มันทำให้ฐานฟ้าเป็ที่รักใคร่พอใจของทุกคน บวกกับคำพูดอ่อนหวานประดับไปด้วยถ้อยคำสุภาพ เพียงเท่านี้ ก็กลบด้านมืดของเขาไปจนหมดสิ้น
ชีวิตของผู้คนในยุคนั้นการเมาเหล้าเคล้านารีถือเป็เื่ปกติของชายหนุ่ม เมื่อกลับจากการตรากตรำทำงานอันเหน็ดเหนื่อยแล้ว ชีวิตของชาวบ้านธรรมดาก็ดำเนินไปในรูปแบบนี้ เพียงแต่ว่า… วิถีชีวิตของฐานฟ้านั้นอาจมีมากเกินกว่าคนอื่นไปเสียหน่อย
กล่าวได้ว่า...เขาหมกมุ่นในกาม ก็ไม่เกินจริงนัก...
ทว่าความสุขเช่นนี้ก็อยู่กับเขาได้ไม่นาน ในที่สุดข่าวร้ายที่ฐานฟ้าได้รับหลังจากได้สติจากการร่ำสุรามันเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางดวงใจ!
ข่าวผู้เป็พ่อของเขาตายอย่างปริศนาคาห้องบูชาในระหว่างทำพิธีกรรม แม้นจะอาศัยอิทธิพลอันกว้างไกลของเขาก็ยังจับมือใครดมไม่ได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผู้เป็พ่อล้วนเป็ปริศนาั้แ่นั้นมา
ด้วยเหตุนี้ฐานฟ้าผู้เคยเมามายติดใจในรสกาม เขาพยายามกลับตัวกลับใจประพฤติตนเป็คนใหม่ ครองตนให้อยู่ในทำนองคลองธรรม กลับดำเป็ขาว เปลี่ยนไปเป็คนละคน
หลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิต อิทธิพลและเงินทองชื่อเสียง ต่าง ๆ ล้วนหายไปด้วยเหมือนดั่งลมพัด แค่ชั่วระยะเวลาไม่กี่เดือน ผู้คนที่เคยไปมาหาสู่ล้วนหายหน้าไปทีละคน ๆ เพื่อนฝูงของเขาก็ไม่เว้นเช่นกัน ต่างหายหัวไม่เหลือให้เห็นแม้แต่คนเดียว
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้ชายหนุ่มจอมเสเพลเช่นเขาเริ่มเข้าใจในชีวิต แต่เขาจะทำอะไรได้ เขายังต้องดำเนินชีวิตต่อไป
ด้วยเหตุนี้ฐานฟ้าจึงตัดสินใจให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง เขาจะดำเนินรอยตามแนวทางของผู้เป็พ่อที่เคยวางรากฐานเอาไว้ให้ั้แ่ในวัยเด็ก
ั้แ่เริ่มจำความได้ เขามักถูกผู้เป็พ่อบังคับให้อ่านคัมภีร์พระเวทอยู่ตลอดทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ว่าจะเป็อักษรขอมหรืออักษร พรามหมีฐานฟ้าล้วนอ่านออกเขียนได้อย่างคล่องปากขึ้นใจ ความหมายแอบแฝง ใด ๆ ในคัมภีร์เขาล้วนทำความเข้าใจมันได้อย่างแจ่มแจ้ง
จนบัดนี้… จากที่เคยเมามายนอกบ้านเป็ประจำ เขาเลือกเก็บตัวเงียบอยู่ในสำนักนานหลายปีตั้งใจศึกษาวิชาคาถา ทว่าในระหว่างนี้สุรานารีก็มีมาประเคนให้เขาอย่างลับ ๆ ไม่เคยขาด
จากที่เคยกินดื่มอย่างเปิดเผย กลับกลายเป็แอบกินอย่าง ลับ ๆ ทำตัวสร้างภาพให้ดูเป็คนเคร่งครัด รักษาภาพพจน์ที่ดีในสายตาคนอื่น เหมือนลงบ่อทองชุบตัวใหม่ เหลือไว้เพียงด้านที่อยากให้คนอื่นเห็นเท่านั้น
หลายปีที่เก็บตัวเงียบ เขาตั้งใจศึกษาคัมภีร์ไสยเวทอย่างจริงจัง วันพระวันโกนแต่งชุดขาวนั่งถือศีลไม่เคยว่างเว้น จนกระทั่งเขาเริ่มชำนาญศิลปะการปราบผีเก่งกล้าในวิชาหลากหลายมากขึ้น และเมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัว
‘สำนักวิมาน์แห่งหัวเมืองสุโขทัยก็กลับมาผงาด อีกครั้ง...’
…
ละแวกบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ติดกับแม่น้ำสายหนึ่ง
คืนนี้เป็คืนเดือนดับไร้ซึ่งแสงจันทร์ มีเพียงแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวับ ๆ แวม ๆ สาดแสงพอให้เห็นสายน้ำเขียวขุ่นกำลังไหลเอื่อยไปตามลำน้ำ นาน ๆ ทีจะมีปลาสักตัวะโขึ้นมาให้เห็นบ้างเป็ครั้งคราว
จากริมท่าน้ำมองลึกเข้าไปที่ฝั่งไม่ไกลนัก จะเห็นเงาคนตะคุ่มท่ามกลางแสงตะเกียง ควันธูปขาวขุ่นลอยตลบรอบบริเวณจนดูแปลกตา ในค่ำคืนนี้พิธีกรรมปราบผีสุดหฤโหดกำลังดำเนินมาถึงจุดสูงสุด หลังจากชุลมุนวุ่นวายจนพิธีกรรมเกือบล้มเหลวไม่เป็ท่า
รอบด้านไม่ไกลมีเงาคนมุงดูอยู่หนาแน่น สายตาหลายคู่กำลังจ้องมองไปทางเดียว ในสายตาพวกเขาหมอผีหนุ่มร่างสูงโปร่งด้านหน้า ไม่ไกล กำลังทำท่าฉุนเฉียวตวาดด่าอากาศว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้า
ถ้าไม่ติดว่าแต่งชุดขาวคล้องประคำที่คอดูน่านับถือ พวกเขาคงหัวเราะจนท้องแข็งลงไปนอนดิ้นอยู่บนพื้นตั้งนานแล้ว…
“ฮึ!” ท่ามกลางความเงียบ จู่ ๆ มีเสียงพ่นลมออกจมูกดังขึ้นอย่างแ่เบา เสียงนั้นเบามากจนแทบไม่ได้ยิน ทว่ามันช่างเย้ายวนใจสาวน้อยสาวใหญ่จนใจเต้นไปตาม ๆ กัน เมื่อนำมารวมกับใบหน้าอันขึงขังของร่างตรงหน้าในตอนนี้ แม้นว่าจะอยู่ในสถานการณ์ชวนขนหัวลุก แต่ร่างนั้นกลับดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรภายใต้ แสงตะเกียง
“นังผีร้าย! ริอ่านขัดขืนคำสั่งข้า?” เสียงขู่คำรามดังก้องสะท้านคลุ้งน้ำ สายตาคมเข้มคู่นั้นของหมอผีหนุ่มกำลังจ้องเขม็งไปยังร่างเลือนรางตรงหน้า เขาเห็นเพียงเงาดำคลับคล้ายมนุษย์กำลังดิ้นขัดขืนจากพันธนาการ สีหน้าของมันมองดูก็รู้ว่ากำลังจนมุมไร้หนทางให้หลบหนี
ปัก ปัก ปัก! หลังจากความอดทนได้หมดลง หมอผีหนุ่มใช้มือกำยำจุ่มขันน้ำมนต์ตรงหน้า แล้วง้างหมัดอันชุ่มโชกต่อยเข้าเบ้าตาของิญญาร้ายอยู่หลายที แม้นว่าสิ่งที่เขากำลังทำในตอนนี้คนอื่น ๆ อาจมองว่าเขากำลังชกอากาศราวกับคนบ้า แต่ความจริงแล้วหาใช่เป็เช่นนั้นเขาย่อมรู้ดีว่าผีร้ายในตอนนี้กำลังกรีดร้องเ็ปสุดแสนสาหัส
หลังสิ้นเสียงรัวหมัดใส่อากาศนานนับนาที แขนกำยำอีกข้างออกแรงกระชากผมยุ่งเหยิงของิญญาร้ายให้คลานตามมาราวกับทาสในเรือน ยังไม่ทันที่ผีร้ายได้ตั้งตัว ข้าวสารเสกหอม ๆ เม็ดเรียวงามกำหนึ่งก็ถูกยัดใส่ปากเข้าไปเต็มเปา
กรี๊ด! จู่ ๆ เสียงร้องโหยหวนแสบแก้วหูดังขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ชาวบ้านที่มุงดูพิธีกรรมอยู่ไม่ไกลต่างพากันขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน พวกเขาไม่เห็นร่างเลือนราง แต่พวกกลับได้ยินเสียงกรีดร้องได้อย่างชัดเจน
“พ่อหมอ…ไว้ชีวิตอีฉันด้วย!” เสียงเหน็บหนาวเยือกเย็นดังสะท้อนไปทั่วคลุ้งน้ำ มันช่างขู่ขวัญคนที่ยังไม่หลับให้ตาตั้งขนลุก ชูชันจนนอนกระสับกระส่าย
นอกจากชาวบ้านบริเวณนี้ที่ยังคงมุงดูพิธีกรรม คนอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงต่างดับตะเกียงหนีเข้านอนกันทุกครัวเรือนไปั้แ่ตะวันตกดิน
ด้วยข่าวการมาเยือนของหมอผีหนุ่มนามว่า ฐานฟ้า ทุกคนต่างรู้ดีว่าค่ำคืนนี้ ต้องมีเหตุน่ากลัวสยองขวัญเกิดขึ้น ชื่อเสียงของหมอผีท่านนี้พอเป็ที่รู้จักในวงแคบ ๆ ทุกคนต่างรู้ดีว่าเขาคือตัวจริงเสียงจริงในด้านการปราบผี หาใช่พวกสิบแปดมงกุฎที่เที่ยวหลอกหาเงินเพื่อประโยชน์ส่วนตน
“มาถึงยามนี้แล้วเ้ายังอยากให้ข้าไว้ชีวิต? ยามที่เข้าสิงเด็กพวกนั้นเหตุใดถึงไม่คิดว่าเขาก็อยากมีชีวิตอยู่เช่นกัน?” ฐานฟ้าตวาดเสียงขรึมพร้อมกับออกแรงกระชากผมเหม็นสาบของผีสาวขึ้นมาสอบถามใกล้ ๆ การกระทำบ้าเืเช่นนี้เป็เื่คุ้นชินของศิษย์หนุ่มที่ติดตามมาเป็ลูกมือ แต่กับชาวบ้านทั่วไปที่ไม่เคยเห็นทุกคนต่างตะลึงงันกับท่วงท่าดุดันในการปราบผีของเขา
สิ่งที่พวกชาวบ้านได้เห็นมันเกินจินตนาการจากภาพในหัวอย่างสิ้นเชิง หลายคนล้วนเคยมุงดูการปราบผีของหมอผีคนอื่นมาบ้างแล้ว ทว่าท่วงท่าของหมอผีเ่าั้กลับไม่ดุดันเท่ากับหมอผีหนุ่มท่านนี้
“พ่อหมอฐานฟ้าช่างเก่งกาจเสียจริง วิธีการปราบผีเช่นนี้ข้าไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน” “ใช่ ๆ ข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็ครั้งแรก” ทุกคนต่างพูดเป็เสียงเดียวกัน
“เ้าจะเอาเช่นไร จะให้ข้าจับถ่วงน้ำจนหนาวตาย หรือจะตามข้าไปอยู่ที่สำนักอย่างเชื่อฟัง?” ฐานฟ้าทำทีให้ตัวเลือกแก่ผีสาวอย่างมีเมตตา แต่ผีสาวกลับไม่ยินดีเท่าใดนัก เพราะนางรู้อยู่แล้วว่าการเป็บริวารของหมอผีย่อมไม่อยู่ดีมีสุขอย่างแน่นอน
“กรี๊ด!” ทันใดนั้นผีสาวชั่วร้ายก็รวบรวมกำลังที่มีทั้งหมด แล้วกรีดร้องออกมาอย่างสุดแรงเกิด มันพยายามดิ้นรนขัดขืนอยู่ภายใต้เงื้อมมืออันแข็งแกร่ง แม้ความหวังเล็กน้อยนี้จะริบหรี่ แต่มันก็ต้องทำเพื่อหลุดพ้นกลับคืนสู่อิสรภาพ ทว่า ฐานฟ้ากลับไม่คิดเช่นนั้น! ในเมื่อผีร้ายตรงหน้าไม่สิ้นฤทธิ์ยังมีกำลังต่อต้านเช่นนี้ เห็นทีเขาต้องกำจัดทิ้งให้สิ้นซากเพื่อความสบายใจของผู้คน
พรึบ! มือข้างหนึ่งดึงมีดสั้นสีดำออกจากย่ามผ้าฝ้ายขาวขุ่นที่ห้อยอยู่ข้างลำตัว ริมฝีปากบางบนใบหน้าคมเข้มขยับขึ้นลงภายใต้แสงตะเกียงอย่างรวดเร็ว เขากำลังบริกรรมคาถาเป็ภาษาที่เคยได้ร่ำเรียนมา ไม่นานนักมีดสั้นเล่มนั้นพลันเปล่งแสงเรืองรองอ่อน ๆ อักขระคาถาที่ถูกสลักอยู่บนตัวมีดส่องแสงวูบวาบมองดูน่าอัศจรรย์ใจ
ฉึก! ฐานฟ้าไม่รอช้า เขารีบง้างมือแล้วแทงสวนเข้ากลางอกของ ผีร้ายอย่างรวดเร็ว ด้วยอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของคาถา บวกกับความช่ำชองในการปราบผี สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือเสียงร้องโหยหวนดุจเดรัจฉานโดนเชือดคอ เสียงหวีดแหลมของมันดังสะท้อนจนแก้วหูแทบะเิ
เสียงนั้นมันช่างเย็นะเืไปถึงกระดูก ใครได้ฟังแล้วต้องหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ
กรี๊ด! เสียงนั้นยังคงลากยาวดังไปทั่วบริเวณเป็วงกว้าง ไม่นานนักร่างเลือนรางของผีร้ายที่เคยแข็งขืนก่อนหน้านี้ ก็ค่อย ๆ นิ่งสงบก่อนที่จะเลือนรางและจางหายกลายเป็ดวงแสงในท้ายที่สุด...
ฐานฟ้าเห็นเช่นนั้นก็ส่ายหัวถอนหายใจยาว ปาดเหงื่อที่ซึม บนใบหน้าพร้อมกับเก็บมีดสั้นในมือลงฝักอย่างช้า ๆ
ทุกอย่างมันจบลงแล้ว!
การปราบผีของเขาในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดีอีกเช่นเคย
ในสายตาของศิษย์หนุ่มที่ติดตามมาด้วยในครั้งนี้ฐานฟ้าคือที่หนึ่งในใจของพวกเขาอย่างแท้จริง ส่วนสายตาของชาวบ้านทั่วไปย่อมมองว่าหมอผีหนุ่มท่านนี้ช่างเก่งกาจ ยากหาใครเทียบเทียมได้
มันเป็เช่นนั้นจริง ๆ ชื่อเสียงของเขาเริ่มโด่งดังขึ้นหลังจากที่เก็บตัวเงียบมานานหลายปี
“เอาล่ะ พวกเ้าเก็บของให้เรียบร้อย ข้าจะไปทำธุระต่อ” ฐานฟ้าหันมาสั่งการให้เหล่าศิษย์ผู้ติดตามทำการเก็บสายสิญจน์และปะรำพิธี
เ้าอินและเ้าจันทร์ เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี ทั้งสองคือผู้ติดตามของฐานฟ้าในวันนี้ ทั้งคู่เลื่อมใสศรัทธาในตัวอาจารย์หนุ่มของพวกเขาเป็อย่างมาก การได้ติดตามฐานฟ้าออกไปปราบผีร้ายเป็ประจำทำให้พวกเขายิ่งรักและเคารพในตัวของอาจารย์หนุ่มอย่างสุดหัวใจ
“ครับ ท่านอาจารย์!” เ้าอินทำหน้าจริงจังเอ่ยปากตอบรับ แล้วรีบทำตามคำสั่งอย่างไม่รีรอ
...
‘สำนักวิมาน์’ คือสำนักปราบผีที่เคยโด่งดังในอดีต ั้แ่รุ่นปู่ สืบทอดมาสู่รุ่นพ่อ บุคคลเ่าั้ที่ล่วงลับไปแล้วล้วนสร้างชื่อเสียงให้สำนักมาอย่างยาวนาน
ในปัจจุบันฐานฟ้ากลายเป็เ้าสำนักอย่างไม่เต็มใจเท่าใด อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นักปราบผีคนเดียวในเมืองสุโขทัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังข้ามถิ่นไปไกลถึงหัวเมืองน้อยใหญ่รอบนอก ผู้คนเ่าั้ล้วนรู้จัก สำนักวิมาน์ไม่มากก็น้อย
ชื่อเสียงของฐานฟ้าไม่แพ้คนรุ่นก่อนเลยสักนิด เขาทำหน้าที่ เ้าสำนักได้เป็อย่างดี
ย้อนไปเมื่อ่เวลาที่สำนักได้ปิดตัวเงียบนานถึงสามปีเต็ม ่เวลานั้นชาวบ้านผู้ประสบเคราะห์ต่างต้องเดินทางข้ามถิ่นไปไกล เพื่อแสวงหาที่พึ่งขอความเมตตาจากสำนักอื่น ๆ ให้ช่วยแก้ไข ความทุกข์ที่เกิดขึ้น
ทว่า่เวลานั้นคือ่เวลาแห่งความทุกข์ยากอย่างแท้จริง สิ่งที่พวกเขาได้ประสบพบเจอจนทนไม่ได้ก็คือการถูกรีดไถหลอกลวงจนหมดเนื้อหมดตัว ซ้ำเติมเคราะห์กรรมให้มากขึ้นกว่าเดิม
หมอผีบางคนฝีมือเก่งกาจไม่ต่างจากฐานฟ้า แต่คนเ่าั้ล้วนเ้าเล่ห์เพทุบาย เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในราคาแพง แม้แต่การเลี้ยงไข้หรือส่งผีร้ายมากระทำซ้ำเติม สิ่งเลวร้ายเหล่านี้ ชาวบ้านในหัวเมืองสุโขทัยล้วนประสบกันแทบทุกคน
เมื่อสำนักวิมาน์เปิดทำการดังเช่นอดีต ข่าวนี้ล้วนเหมือน์มาโปรดนอกจากที่ตั้งจะอยู่ใกล้ละแวกบ้านแล้ว สำนักวิมาน์ยังเป็หมอผีของจริงไม่เคยหลอกลวงและไม่เคยรีดไถใด ๆ ทั้งสิ้น
ในฐานะเ้าสำนักคนใหม่ ฐานฟ้าดำเนินการด้วยความสุจริต ลงมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ดังนั้นผลตอบแทนที่ตามมาจึงกล่าวได้ว่าร่ำรวยอู้ฟู่ขึ้นมากกว่าที่เคยเป็ จนเป็ที่อิจฉาตาร้อนจากหมอผีรายอื่น ๆ
เมื่อมีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทำให้เขาต้องเสาะหาผู้ช่วยเพื่อบรรเทาความยุ่งยากที่เกิดขึ้น และผู้ช่วยเ่าั้ก็คงหนีไม่พ้นเด็กหนุ่มที่ถูกฝากฝังเข้ามามากมาย แน่นอนว่าการมีผู้ช่วยเป็ ‘ผู้ชาย’ เช่นเดียวกัน ย่อมหลบหนีคำติฉินนินทาของคนภายนอกได้เป็อย่างดี
ถ้าหากเขารับผู้ช่วยที่เป็หญิงสาวแล้วละก็… ชาวบ้านคงมีเื่พูดคุยสนุกปากไม่เว้นแต่ละวัน
สิ่งเหล่านี้หมอผีทุกคนต่างตระหนักรู้เป็อย่างดีเช่นกัน พวกเขาจึงจำเป็ต้องมีศิษย์หนุ่มเท่านั้นที่เคียงข้างกายคอยเป็ธุระให้ในยามจำเป็
สำนักวิมาน์ในตอนนี้จึงมีเด็กหนุ่มผู้ช่วยวัยสิบแปดสิบเก้าปีถึงสี่คน... ‘เ้าอิน’ คือรายแรกที่รับใช้ติดตามฐานฟ้า จากนั้นจึงเป็ ‘เ้าจันทร์’ ‘เ้ามั่น’ และ ‘เ้าคง’ ที่ติดตามมาในภายหลังตามลำดับ
สี่หนุ่มผู้ช่วยรูปงามล้วนมากองอยู่ในสำนักวิมาน์แห่งนี้ ทั้งสี่มีอัธยาศัยดี อ่อนน้อมถ่อมตน ต้อนรับขับสู้คนเจ็บทุกข์ได้ยากโดยไม่เลือกปฏิบัติ
ไม่ว่าจะเป็ชื่อเสียงในด้านการปราบผีหรือเป็แหล่งรวบรวมหนุ่มหล่อรูปงาม ทั้งหมดล้วนเป็ที่พูดถึงปากต่อปาก เป็เหตุให้สาวน้อยสาวใหญ่ที่ได้ยินได้ฟังต่างกุลีกุจอเข้าหาอย่างไม่ขาดสาย
กล่าวโดยย่อ ใบหน้าดุจเทพบุตรของฐานฟ้าและสี่ศิษย์หนุ่ม รูปงาม ทั้งหมดนี้ยิ่งส่งเสริมให้สำนักวิมาน์มีชื่อเสียงดังขจรขจายไปไกลมากขึ้นกว่าเดิม...
...
กลิ่นหอมของกำยาน ผสมผสานควันธูปที่ลอยคละคลุ้งใน ยามเช้า บวกกับกิจกรรมอันวุ่นวายของสี่ศิษย์ในสำนัก ภาพจำทั้งหมดเป็สัญลักษณ์ของสำนักวิมาน์
ทุก ๆ เช้าเหล่าศิษย์ทั้งสี่ล้วนต้องฝืนตาตื่นมาหุงหากิน ปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยม กิจวัตรเช่นนี้ไม่ได้หนักหนาสำหรับพวกเขา เพราะมันคือกิจวัตรประวันที่ทุกบ้านย่อมต้องทำกัน เพียงแค่ทุกคนแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทุก ๆ อย่างก็ดำเนินไปตามวิถีของมัน
แอ๊ด! เสียงประตูไม้หน้าห้องนอนบนเรือนหลักหลังหนึ่ง ถูกเปิดออกอย่างแ่เบา ฟังดูก็รู้ว่าคนที่กำลังเปิดพยายามทำอย่างระมัดระวังเพื่อให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
ตึก! เมื่อก้าวขาผ่านพ้นธรณีประตู ชายหนุ่มผู้นั้นก็ค่อย ๆ ปิดประตูกลับคืนดังเดิม
ก่อนฟ้าสางวันนี้ ‘เ้าอิน’ ทำกิจวัตรทุกอย่างที่เขาเคยทำ ถังน้ำใบใหญ่บรรจุน้ำสะอาดเกือบเต็มถูกหิ้วเข้าห้องนอนของฐานฟ้า แล้ววางลงอย่างระมัดระวัง เขาใช้เวลาที่แเื่ยังไม่มาทำการเก็บกวาดเช็ดถูห้องนอนของผู้เป็อาจารย์
และภาพที่เขามักจะเห็นจนชินตาเมื่อเข้ามาถึง ก็คืองูั์ตัวเขื่องที่นอนพาดลำอยู่ภายใต้ผ้าแพรผืนบาง บางวันมันก็โผล่ออกมาผงกหัวทักทายเขาเป็ครั้งคราว
หากวันใดมีหญิงสาวต่างถิ่นมาเยือนค้างแรม เขาจะไม่เข้าไปรบกวนอย่างเด็ดขาด เขาเข้าใจดีถึงกิจกรรมยามเช้าที่หนุ่มสาวต่างต้องทำก่อนตื่นนอน
การที่ฐานฟ้าเปลี่ยนคู่นอนเป็ว่าเล่นไม่ถือว่าเป็การผิดศีลข้อวัตรประการใด ขอเพียงแค่หญิงสาวนางนั้นไม่มีเ้าของอยู่แล้ว แค่เพียงนางเอ่ยปากยินยอมพร้อมใจ ฐานฟ้าก็สามารถเปลี่ยนคู่นอนได้เท่าที่เขา้า
แต่ถึงกระนั้นเื่คาวโลกีย์เช่นนี้เขายังคงต้องทำอย่างลับ ๆ ไม่อาจกระทำอย่างโจ่งแจ้งได้เหมือนดั่งเคย อย่างน้อยการรักษาภาพพจน์ก็เป็สิ่งที่เขาพึงกระทำในฐานะเ้าสำนักที่มีผู้นับหน้าถือตา
เช้าวันต่อมา ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายเบาบาง วันนี้ก็เป็อีกหนึ่งวันที่เ้าอินไม่มีอะไรทำในยามเช้า เขารู้ดีว่าตอนนี้ภายในห้องไม้ขนาดย่อม อาจารย์หนุ่มกำลังนอนกกกอดหญิงสาวจากหัวเมืองอื่น แม้นว่าเสียงที่เกิดจากกิจกรรมรักของทั้งสองจะเร่าร้อนสักเพียงใด แต่สำหรับเ้าอินแล้วเสียงที่เขาได้ยินนั้นถือว่าเป็เื่ปกติ
ปัก! ปัก! ปัก! เตียงนอนที่ทำด้วยไม้กระแทกข้างฝาเร็วถี่จนเกิดเสียงระทึก พร้อมกับเสียงกรีดร้องทรมานลากยาวของหญิงสาวปนเสียงหืดหอบของชายหนุ่ม ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องไม้นั้นศิษย์หนุ่มทั้งสี่ล้วนได้ยินจนชินชา พวกเขาทำเพียงสบตากันอย่างมีเลศนัยแล้วปฏิบัติกิจวัตรของตนดั่งเช่นที่เคยทำ
ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็ชายอีกทั้งเคยผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาบ้างไม่มากก็น้อย พวกเขาล้วนเข้าใจและรู้ดีว่าเรือนไม้เช่นนี้ไม่อาจเก็บแรงสั่นะเืและเสียงร้องใด ๆ ได้เลย
อีกทั้งฐานฟ้าในฐานะผู้นำเขาไม่สนใจสายตาของเหล่าศิษย์ ต่างคนต่างอยู่ใน่วัยกลัดมัน เื่ปกติเช่นนี้ถ้าไม่มีนี่สิจะแปลกมาก
ดังนั้นเขาจึงบรรเลงเพลงรักอย่างเต็มที่โดยไม่กักเก็บเรี่ยวแรงใด ๆ
เมื่อกิจกรรมร้อนรักของเ้าสำนักหนุ่มดำเนินมาถึงจุดสูงสุด ไม่นานหลังจากนั้นมันก็สงบลง หญิงสาวในห้องก็หนีหายไปในความมืดก่อนฟ้าสางอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักศิษย์หนุ่มทั้งสี่ก็วิ่งวุ่นตระเตรียมสิ่งของ ทุกคนต่างรู้ว่าหลังจากนี้ฐานฟ้ากำลังออกจากห้องเพื่อชำระล้างร่างกาย
“อาจารย์… ข้าเตรียมน้ำอาบเอาไว้ให้แล้ว!” เสียงนุ่มของ เ้าอินดังขึ้นหลังจากเห็นเงาตะคุ่มของฐานฟ้าอยู่หน้าประตูห้องนอน
“อืม!” เงานั้นพยักหน้ารับ “พวกเ้าช่วยขัดตัวให้ข้าทีวันนี้เป็วันหยุดข้าอยากพักผ่อนให้เต็มที่” ฐานฟ้าพูดแล้วก็เปลื้องผ้าคลุมบนร่างออกจนหมด ทำให้เด็กหนุ่มทั้งสี่เห็นหุ่นล่ำสันของเขาทุกซอกทุกมุม แม้ว่าสายตาพวกเขาจะมองผ่านแค่แวบเดียวแล้วรีบเก็บกลับ เพียงเท่านี้ก็เห็นทุกอย่างชัดจนจำติดตา
ร่างสูง อกผาย กล้ามเนื้อเด่นชัด บวกกับท่อนเนื้อส่วนล่างที่นุ่มนิ่มยาวเกือบคืบแกว่งไกวไปมาอย่างอิสระ แม้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขา แต่ก็ยังอดใจไม่ให้เต้นตึกตักไม่ได้ ใครจะไปอยู่เฉยได้เล่าในเมื่อมีคนยืนเปลือยกายตรงหน้าในระยะประชิดเช่นนี้
แม้ว่าจะเป็ผู้ชายด้วยกันก็เถอะ! ใครจะไปทำตัวปกติได้ลง?
พวกเขาทั้งสี่คนได้แต่ปั้นหน้าให้ดูเฉยชา ทั้ง ๆ ที่ในใจแอบหวั่นไหวอยู่เล็กน้อย
‘ส่วนนั้นของท่านอาจารย์ทำไมถึงน่าจับเล่นเช่นนี้?’
จู่ ๆ เ้าอินก็เผลอคิดแล้วพึมพำในใจ ปากก็กลืนน้ำลายลงคอดังอึกจนเกิดเสียง
‘ถ้าได้เอามือลูบไล้สักครั้ง… คงรู้สึกดีน่าดู…’