ศูนย์บัญชาการกลางของดาวอัลฟ่าตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมหานครหลวง การติดต่อธุระทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยบนดาวดวงนี้ ล้วนต้องมาจัดการที่นี่
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานและทะเบียนราษฎร์นั้นตั้งอยู่บนชั้นที่เจ็ดสิบเจ็ดของอาคาร ว่ากันว่าเลขเจ็ดสิบเจ็ดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเทศกาลชีซี ซึ่งเป็เทศกาลแห่งความรักตามประเพณีโบราณของโลก
ซูลั่วเดินทางมายังศูนย์บัญชาการกลางด้วยยานบินสาธารณะ ก่อนจะสแกนม่านตาเพื่อผ่านเข้าไปด้านใน
ทันทีที่เธอก้าวเข้ามา ชายสวมแว่นท่าทางสุภาพในชุดทำงานสีเงินขาวก็เดินตรงเข้ามาหา
“ขอโทษครับ คุณคือคุณซูลั่วใช่ไหมครับ?”
“ใช่ค่ะ”
“เชิญตามผมมาที่ห้องวีไอพีได้เลยครับ คู่ของคุณรออยู่ข้างในแล้ว”
“ค่ะ รบกวนนำทางด้วย”
ซูลั่วไม่ได้้าจะแต่งงานแบบคลุมถุงชน เธอจึงตั้งใจว่าจะมาพูดคุยกับอีกฝ่ายให้เข้าใจ การยื่นคำร้องครั้งนี้ไม่ใช่ความ้าของเธอ และหลังจากที่ตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซูแล้ว เธอก็ไม่เหลืออะไรเลย อีกฝ่ายคงไม่ชายตามองเธอด้วยซ้ำ
แค่ฝ่ายนั้นไม่ตกลง การจับคู่แต่งงานด้วยพันธุกรรมครั้งนี้ก็จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
ซูลั่วเดินตามพนักงานไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าทางเดินมันช่างยาวไกล ระหว่างทางมีคนอื่นเดินสวนไปมา พวกเขามองมาที่เธอด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น แต่พอเธอหันไปสบตาด้วย ทุกคนก็รีบหลบสายตากันวุ่นวาย
ซูลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
แต่ก็นะ...นี่เป็การแต่งงานครั้งแรกของเธอ เธอไม่มีประสบการณ์นี่นา ที่คนพวกนั้นมองอาจจะเป็เพราะเธอเลือกวิธีการแต่งงานด้วยการจับคู่พันธุกรรมก็ได้
ก็ในยุคนี้ คนที่เลือกแต่งงานด้วยวิธีนี้น่ะมีน้อยเต็มที
ซูลั่วเอ่ยถามชายสวมแว่น “คู่ของฉันเป็คนแบบไหนเหรอคะ?”
ชายสวมแว่นดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด เขาขยับแว่นตามสัญชาตญาณแล้วตอบ “เดี๋ยวคุณเข้าไปพบก็จะทราบเองครับ”
ทั้งสองหยุดลงที่หน้าห้องรับรองห้องหนึ่ง บนบานประตูมีสัญลักษณ์สีทองประทับอยู่
ซูลั่วรู้สึกว่าสัญลักษณ์นั้นดูคุ้นตา เหมือนจะเป็ตราสัญลักษณ์ของตระกูลไหนสักแห่ง
ชายสวมแว่นกล่าวอย่างนอบน้อม “คุณซูลั่วเชิญเข้าไปได้เลยครับ คู่ของคุณอยู่ข้างในแล้ว”
ซูลั่วทำหน้างง “คุณไม่เข้าไปด้วยกันเหรอคะ?”
ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ครับ เื่แต่งงานเป็เื่ส่วนตัวมาก ให้พวกคุณคุยกันเองจะดีกว่า ถ้า้าอะไรเพิ่มเติม อย่างเช่นกาแฟ ก็สามารถสั่งกับหุ่นยนต์บริการที่อยู่ด้านในได้เลยครับ”
ซูลั่วพยักหน้า “บริการดีจังเลยค่ะ มีให้รีวิวไหมคะ? ให้เก้าดาวเลย”
สีหน้าของชายสวมแว่นดูแปลกไปเล็กน้อย เขาพยายามควบคุมสีหน้าอย่างเต็มที่ ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา “ขอบคุณครับ ถะ...ถ้าคุณพอใจก็ดีแล้วครับ”
ประโยคนี้มันฟังดูแปลก ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ซูลั่วรู้สึกว่าท่าทีของชายคนนี้มันดูนอบน้อมเกินไป
หรือว่า...เขายังคิดว่าเธอเป็ลูกสาวของดยุกซูอยู่?
เธอไม่ได้คิดอะไรมาก หันหลังกลับแล้วผลักประตูเดินเข้าไป
บานประตูโลหะขนาดใหญ่ค่อย ๆ ปิดลงตามหลังเธออย่างช้า ๆ
ที่นี่คือห้องรับรองที่สว่างมาก หน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานทำให้มองเห็นเส้นทางการบินที่สลับซับซ้อนอยู่ด้านนอกได้อย่างชัดเจน ซูลั่วบอกได้ทันทีว่าการตกแต่งภายในห้องนี้หรูหราเหนือระดับ
ตู้เครื่องดื่มด้านข้างเต็มไปด้วยไวน์ราคาแพง โซฟาสีแดงรูปวงแหวนที่ตั้งอยู่กลางห้องนั้นทำมาจากหนังสัตว์ดวงดาวชั้นสูง ให้ััที่นุ่มนวลเป็พิเศษ
ในตอนนั้นเอง ซูลั่วก็สังเกตว่าในอากาศมีกลิ่นหอมเข้มข้นของไม้ซีดาร์แทรกซึมอยู่
นี่มัน...กลิ่นของฟีโรโมน!
แล้วเธอก็เห็นเด็กหนุ่มรูปงามคนหนึ่งนั่งอยู่บนพรมหน้ากระจกหน้าต่างบานใหญ่นั่น!
เครื่องหน้าของเขางดงามราวกับรูปปั้นแกะสลัก เพราะเขานั่งพิงอยู่กับพื้นพรมเลยคาดเดาความสูงไม่ได้ แต่เรียวขาคู่ยาวที่เหยียดตรงอยู่ก็บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเ้าของของมันต้องมีส่วนสูงที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
เขาอยู่ในชุดเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ มีเพียงลายปักอันซับซ้อนที่ข้อมือเสื้อและ่เอวที่บ่งบอกว่าเสื้อผ้าชุดนี้มีราคาแพงลิบลิ่ว
ผมสั้นสีเทาเงินและผมหน้าม้าที่ปรกหน้าผากอย่างไม่เป็ทรงก็ไม่อาจบดบังดวงตาคู่สวยราวกับแก้วเจียระไนคู่นั้นได้
ดวงตาของเขาเป็สีน้ำเงินไคลน์ที่เป็เอกลักษณ์ ลุ่มลึกราวกับห้วงจักรวาลอันไกลโพ้น
และในตอนนี้ เ้าของดวงตาคู่สวยคู่นั้นกำลังจ้องมองสำรวจซูลั่วอย่างไม่วางตา
ด้านหลังของเขามีหางสีขาวปุกปุยขนาดใหญ่หลายหางกำลังแกว่งไกวเบา ๆ
ภาพที่เห็นตรงหน้านี้...งดงามเกินจะบรรยาย!
ซูลั่วสูดกลิ่นฟีโรโมนที่อบอวลไปทั่วทั้งห้อง เธอรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิภายในห้องรับรองกำลังค่อย ๆ สูงขึ้น
“ฟีโรโมนของคุณ...หอมมาก”
“คุณชอบไหม?”
น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าของเด็กหนุ่มไพเราะเป็พิเศษ ราวกับท่วงทำนองที่บรรเลงจากเครื่องดนตรีโบราณอันน่าหลงใหล
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูลั่วก็รู้สึกเหมือนเืในกายสูบฉีดขึ้นมาทันที
แต่เธอก็ยังคงใช้เหตุผลพูดออกไป “ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ใช่คนยื่นคำร้องขอแต่งงานครั้งนี้เอง ที่ฉันมาวันนี้ก็เพื่อจะมาพูดคุยกับคุณให้เข้าใจ แต่ตอนนี้ ฉันคิดว่าคุณควรจะใช้ยาระงับก่อนเป็อันดับแรก”
หูสุนัขจิ้งจอกสีขาวปุกปุยบนศีรษะของเด็กหนุ่มกระดิกเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ
แพขนตายาวกะพริบช้า ๆ ราวกับกำลังประมวลผลความสงสัยในแววตา
เห็นได้ชัดว่าเพราะอยู่ใน่อ่อนไหว สติสัมปชัญญะของเขาจึงถูกครอบงำโดยสัญชาตญาณของบีสต์แมนไปเสียส่วนใหญ่
ซูลั่วมองหูที่นุ่มฟูของเขาแล้วรู้สึกเหมือนมีลูกแมวมาข่วนอยู่ในใจ...มันช่างน่าัั
แย่แล้ว...ต้องเป็เพราะฟีโรโมนของคนคนนี้แน่ ๆ!
บีสต์แมนที่มีร่างแปลงเป็สุนัขจิ้งจอกน่ะ ฟีโรโมนของพวกเขามีแรงดึงดูดมากกว่าซัคคิวบัสเสียอีก!
ซูลั่วกระแอมเบา ๆ พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง
“คุณไม่ได้พกยาระงับมาเหรอคะ? เดี๋ยวฉันออกไปหาคนมาช่วย”
พูดจบเธอก็หันหลังเตรียมจะออกไปตามหายาระงับทันที
ซูลั่วเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว!
เพราะถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เกรงว่าตัวเองจะอดใจไม่ไหวจนกระโจนเข้าไปจูบเขาเป็แน่!
ั้แ่ที่ซูลั่วกลายร่างเป็บีสต์แมนเต็มตัว เธอก็ไม่เคยเจอใครที่มีกลิ่นฟีโรโมนที่ทำให้เธอรู้สึกชอบได้มากขนาดนี้มาก่อน
ส่วนคู่หมั้นอย่างเจียงเฉิน จนถึงตอนนี้ซูลั่วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฟีโรโมนของเขามีกลิ่นเป็อย่างไร
เจียงเฉินมักจะวางตัวเป็สุภาพบุรุษผู้รักษากฎเกณฑ์อยู่เสมอ เขาเคยบอกกับซูลั่วว่าก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน เขาจะใช้ยาระงับเพื่อผ่าน่อ่อนไหวของตัวเองไป
แต่ผลลัพธ์ล่ะ? เขากลับหันไปให้ซูเสี่ยวซีอยู่เป็เพื่อนเขาใน่เวลาอ่อนไหวแทน
เหอะ...นี่แหละผู้ชาย
แต่เด็กหนุ่มหูจิ้งจอกที่งดงามเกินมนุษย์ตรงหน้านี้ ไม่เพียงแต่เธอจะชอบกลิ่นฟีโรโมนของเขาเท่านั้น แต่ทุกสัดส่วนบนร่างกายของเขาล้วนตรงตามรสนิยมของเธอทุกกระเบียดนิ้ว
แถมเสียงของเขายังไพเราะจนน่าโมโหอีก!
เขาดีกว่าเจียงเฉินมากมายนัก!
แต่ซูลั่วก็ยังคงรักษาเหตุผลเส้นสุดท้ายของตัวเองไว้
อย่างไรซะ เธอก็มาที่นี่เพื่อถอนหมั้น และถ้าไม่ใช่เพราะคำร้องขอจับคู่พันธุกรรมจากฝั่งเธอ คนคนนี้ก็คงไม่ต้องเข้ามาพัวพันกับเื่นี้
ก่อนที่จะได้อธิบายอะไรให้เข้าใจ ถ้าเธอฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายกำลังอ่อนแอจาก่เวลาอ่อนไหว แล้วล้มทับเขาลงไป...
ซูลั่วคงรู้สึกว่าตัวเองเลวมาก!
แต่ในขณะที่เธอเดินไปถึงประตู มือเพิ่งจะวางลงบนที่จับบานประตู กลิ่นหอมของไม้ซีดาร์ก็พลันเข้มข้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
“พี่สาว...อย่าไปเลยนะครับ”
เสียงนั้นอยู่ใกล้มากจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหูของซูลั่ว
ใบหูขาวนวลของเธอกลายเป็สีชมพูระเรื่อในทันที!
ซูลั่วหันขวับกลับไปมอง