ย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 63 กลัวเจอผี

            ตอนที่ 63 กลัวเจอผี

            แท้จริงแล้วมันเป็นไปตามที่ผู้อำนวยการไช่คิดเอาไว้ทุกคนในครอบครัวสกุลหานต่างก็รู้สึกว่านี่ช่างเป็นเรื่องที่วิเศษเหลือเกินแต่แน่นอนว่า นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

            ครั้นหลังที่ทุกอย่างตกลงกันสำเร็จเรียบร้อยแล้วกู้อวิ๋นฉีก็พาหานชีเยวี่ยออกมาจากห้องทำงานของผู้อำนวยการไช่ ระหว่างทางก็บังเอิญเจอกับสหายเสี่ยวหลี่ว์ เมื่อเห็นหานชีเยวี่ยหนุ่มน้อยก็หน้าแดงขึ้นอีกครั้ง

            “ผู้นำชุมชนกู้ คุยกันเสร็จแล้วเหรอครับ?”เสี่ยวหลี่ว์ถามกู้อวิ๋นฉีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำทว่าสายตากลับเอาแต่เหลือบมองหานชีเยวี่ยราวกับตั้งใจทว่าไม่ตั้งใจ

            กู้อวิ๋นฉีก็ผ่านโลกมามากแล้วมีสิ่งใดอีกที่เขายังไม่เคยเห็นมาก่อนอีกกู้อวิ๋นฉีเพียงแต่ปลายตามองก็ดูออกว่าเสี่ยวหลี่ว์มิได้เอ่ยความในใจที่ต้องการทว่าเขากลับไม่ได้พูดอะไรอย่างไรเสียผู้อำนวยการไช่ก็ให้ชีเยวี่ยมาทำงานที่สหคามแล้วทั้งสองคนมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกมากสุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเสี่ยวหลี่ว์เองแล้ว

            “สหายเสี่ยวหลี่ว์ฉันกับหานชีเยวี่ยต้องขอตัวก่อน ไว้เจอกันใหม่คราวหน้า แล้วเราค่อยมาคุยกันยาวๆ”

            โบกมืออำลาทั้งสองคนเดินออกจากประตูไปอย่างรวดเร็ว

            กู้อวิ๋นฉีกำลังจะควบจักรยานเพื่อขี่ออกไปก็ได้ยินหานชีเยวี่ยเอ่ยว่า“ผู้นำชุมชนคะ ฉันยังมีธุระต้องเข้าเมืองอีก คุณกลับไปก่อนดีกว่าไหมคะ?”

            “เธอจะเข้าเมืองอีกหรือ จะไปโรงงานทอฝ้าย?”

            ผู้นำชุมชนจินตนาการต่อเติมเรื่องราวทั้งหมดในหัวอย่างมีความสุขได้ด้วยความรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องรอให้หานชีเยวี่ยพูดด้วยซ้ำ

            เมื่อนึกถึงหานชีเยวี่ยที่ต้องวิ่งเต้นไปมาเพื่อเรื่องของชุมชนชายชราก็รู้สึกว่าการให้คะแนนงานหานชีเยวี่ยเพียงสิบคะแนนต่อวันนั้นน้อยไป

            “เอาจักรยานคันนี้ไปสิเอาไว้ใช้ขี่เข้าเมือง ต่อไปนี้ถ้าเธอจะเข้าเมืองละก็มาเอาจักรยานที่บ้านฉันได้เลย”

            กู้อวิ๋นฉีรีบแสดงออกทันทีว่าเขาสามารถให้หานชีเยวี่ยยืมจักรยานไปในเมืองได้และยังแสดงออกด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งว่า นับต่อจากนี้ไปเขาจะให้หานชีเยวี่ยยืมจักรยานไปใช้

            ไฉนเลยหานชีเยวี่ยจะไม่รู้ว่าจักรยานนั้นสำคัญสำหรับกู้อวิ๋นฉีเพียงใดมันเหมือนกับสมบัติล้ำค่าประมาณนั้นเชียว การได้รับเกียรติเช่นนี้ทำให้หานชีเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจเหนือความคาดหมายเป็นอย่างยิ่ง

            ปกติเธอจะเดินเท้าเข้าเมืองเพราะรู้ว่าจักรยานไม่ใช่ของที่ยืมได้ง่ายๆ

            “ขอบคุณผู้นำชุมชนมากค่ะถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้วนะคะ!”

            แม้ชายชราจะรู้สึกปวดใจทว่าเมื่อนึกถึงหนทางอนาคตอันอีกยาวไกลของหานชีเยวี่ยและการที่เธอสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆ ได้ เขาก็กลั้นความปวดใจนั้นลง

            ยามที่ชายชราเดินเอามือไพล่หลังกลับไปที่ชุมชนหลายคนที่เห็นผู้นำชุมชนไม่ได้ขี่จักรยานกลับมาก็ให้รู้สึกประหลาดใจนักทว่ากู้อวิ๋นฉีกลับมีสีหน้าท่าทางราวกับว่านกกระจอกไฉนจะรู้ปณิธานพญาหงส์ [1]

            ทางด้านหานชีเยวี่ยที่กำลังขี่จักรยาน 28นิ้ว [2] ของผู้อำนวยการไปในเมืองที่วันนี้เธอมาที่นี่ก็เพื่อพบอู๋เจี่ยฟั่งเพื่อปรึกษาเรื่องงานของพี่สาม

            ระหว่างทางหานชีเยวี่ยได้เตรียมของขวัญเอาไว้เรียบร้อยแล้วมีเนื้อหมูหนึ่งแถวหนักประมาณห้าจิน ไข่ไก่ยี่สิบฟอง และถุงเท้าผ้าฝ้ายอีกสองคู่

            ของขวัญเหล่านี้ไม่ได้มีค่ามากมายอะไรทว่าก็ไม่ได้ไร้ค่าเลยเช่นกัน ตอนที่หานชีเยวี่ยเห็นอู๋เจี่ยฟั่งเธอก็พบว่าเขากำลังยุ่งจนหัวหมุนอยู่ทีเดียว

            เมื่อเขาเห็นหานชีเยวี่ย ก็รีบพูดว่า“สหายชีเยวี่ย เธอพิจารณาได้ว่ายังไงบ้าง?”

            ถึงแม้ว่าหานชีเยวี่ยจะเป็นเพียงเด็กสาวแต่งานเอกสารอะไรพวกนั้น เธอคงทำเป็นกระมัง? ช่วงนี้งานยุ่งจนหัวหมุนไปหมดหานชีเยวี่ยต้องรีบมาช่วยเขาทำงานเร็วๆ จึงจะดี

            “หัวหน้าอู๋วันนี้ฉันมาเพื่อแจ้งเรื่องนี้ให้คุณฟังค่ะ”

            อู๋เจี่ยฟั่งโบกมือ ก่อนพูดว่า“สหายตัวน้อยอย่างเธอ มาแจ้งมารายงานอะไรกัน? ทำไมหรือหรือว่าเธอดูถูกงานนี้? ”

            อู๋เจี่ยฟั่งเองก็รู้สึกสับสนเล็กน้อยเช่นกันอิงตามหลักเหตุผลแล้ว โอกาสดีๆ แบบนี้ หานชีเยวี่ยก็ไม่น่าจะปฏิเสธนี่นาไม่ต้องพูดถึงคนที่เป็นคนชนบทมาตั้งแต่เกิดแม้แต่คนในเมืองหลายคนก็ยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้เป็นพนักงานชั่วคราว

            หานชีเยวี่ยรีบพูดว่า “ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่โอกาสในการทำงานนี้หาได้ยากมากค่ะ เพียงแต่ว่าหัวหน้าอู๋ ที่นี่เป็นสถานีตำรวจและฉันก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง คงช่วยอะไรได้ไม่มาก”

            อู๋เจี่ยฟั่งหยุดมือหยุดงานที่กำลังทำอยู่แล้วเอ่ยถามว่า“หมายความว่าอย่างไร?”

            “พี่สามของฉันอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็กเขาเองก็จบมัธยมปลายเหมือนกัน และยังมีทักษะการต่อสู้อยู่บ้างฉันคิดว่าเขาน่าจะเหมาะสมกว่าฉันค่ะ”

            ในเมื่อหานชีเยวี่ยเดินทางมาถึงหน้าประตูขนาดนี้แล้วเธอก็ไม่คิดจะหลบซ่อนอะไรทั้งสิ้น หลายครั้งการพูดออกมาตรงๆย่อมจะทำให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่า

            เมื่อได้ยินว่าหานชีเยวี่ยจะยกโอกาสนี้ให้คนอื่นอู๋เจี่ยฟั่งก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะ หลังจากนั้นก็โน้มตัวเข้าไปใกล้หานชีเยวี่ย“สหายหานชีเยวี่ย เป็นคนที่บ้านเธอที่บังคับให้เธอยกงานนี้ให้คนอื่นใช่ไหม?”

            อย่างไรเสียหานชีเยวี่ยก็เป็นเพียงเด็กผู้หญิงครอบครัวที่ลำเอียงรักลูกชายมากมายลูกสาวก็มีมากมายยากที่จะบอกว่าครอบครัวสกุลหานจะไม่ลำเอียงเหมือนกัน

            มิเช่นนั้นเหตุใดถึงให้หานชีเยวี่ยยกโอกาสในการทำงานนี้ให้กับพี่สามของเธอ?

            เมื่อหานชีเยวี่ยได้ยินเช่นนั้นเธอก็รู้ว่าอู๋เจี่ยฟั่งเข้าใจผิดแล้ว เธอรีบพูดว่า “เป็นความคิดของฉันเองค่ะหัวหน้าอู๋ ไม่ใช่ที่บ้านของฉันลำเอียงเห็นลูกชายดีกว่าแต่ตำแหน่งงานนี้เหมาะกับพี่สามของฉันจริงๆ ค่ะ”

            ทว่าอู๋เจี่ยฟั่งก็ยังไม่เชื่อ

            “หัวหน้าอู๋ ฉันพูดจริงๆ นะคะถ้าที่บ้านฉันบังคับให้ฉันยกงานให้คนอื่นจริง อย่างนั้นก็ต้องยกให้กับพี่ชายแท้ๆของฉันแทนสิคะ” หานชีเยวี่ยอธิบายพร้อมกับรอยยิ้ม

            “พี่สามของเธอไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ เหรอ?”

            หานชีเยวี่ยส่ายหัว“ฉันแค่รู้สึกว่าพี่สามเหมาะกับงานนี้มากกว่าอีกทั้งตอนนี้ฉันก็มีโอกาสในงานอื่นแล้วด้วยค่ะ”

            เมื่อได้ยินว่าหานชีเยวี่ยมีโอกาสในงานอื่นเข้ามาอู๋เจี่ยฟั่งก็คลายยิ้มได้ “หนูน้อย ความสามารถเยี่ยมยอดเลยนี่มีโอกาสทำงานอะไรอีกหรือ?”

            หานชีเยวี่ยจึงได้บอกข่าวเรื่องที่ตัวเองอาจจะได้ไปทำงานกับสหคามให้อู๋เจี่ยฟั่งฟัง 

            อู๋เจี๋ยฟั่งเอ่ยด้วยความยินดีว่า“อย่างนั้นฉันก็โดนเธอทิ้งแล้วสินะ หนูน้อยนี่ไม่เลวเลยนี่นาได้รับโอกาสทำงานในสหคามเสียด้วย ตั้งใจทำงานล่ะ พี่ชายเป็นกำลังใจให้!”

            หานชีเยวี่ยไม่รู้จะพูดอะไรกับนิสัยที่ดูเป็นมิตรตีตัวสนิทสนมเช่นนี้ของอู๋เจี่ยฟั่งเมื่อเขามีความสุข

            นี่คือสิ่งที่คนโบราณเรียกว่าดีใจจนเหลิงสินะ?

            หานชีเยวี่ยยิ้มแล้วพูดว่า“อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นสถานีตำรวจ มีบางเรื่องที่ผู้ชายเหมาะสมกว่าผู้หญิงไม่อย่างนั้นฉันก็คงมาทำงานที่นี่แล้วค่ะ”

            ทั้งสองคุยกันสัพเพเหระอู๋เจี่ยฟั่งบอกให้หานชีเยวี่ยพาหานซานหยางมาในวันพรุ่งนี้เช้าหานชีเยวี่ยจึงหยิบของขวัญที่เตรียมไว้ให้อู๋เจี่ยฟั่งออกมา

            อู๋เจี่ยฟั่งเพียงเหลือบมองก็พูดว่า“ฉันรับอย่างอื่นไว้ก็แล้วกัน แต่เนื้อหมูฉันขอไม่รับนะ ฉันไม่ได้ทำอาหารเองเก็บไว้ฉันก็ทำกินเองไม่เป็น”

            หานชีเยวี่ยผงะอึ้งไปเมื่อนึกไตร่ตรองให้ดีก็เข้าใจได้ อู๋เจี่ยฟั่งกินข้าวที่โรงอาหาร

            ช่างมันเถอะ เอาเนื้อกลับบ้านให้ยายตุ๋นไว้คืนนี้ พรุ่งนี้เช้าค่อยเอามาให้อู๋เจี่ยฟั่งใหม่

            หลังจากที่หานชีเยวี่ยออกจากสถานีตำรวจแล้วเธอก็หาโอกาสเข้าไปในมิติเพื่อจัดการตัวเองเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปตลาดมืดอีกครั้ง

            ครั้งนี้หานชีเยวี่ยนำไก่ที่เชือดแล้วหลายตัวและไข่ไก่จำนวนหนึ่งมาด้วยนับว่าไม่ได้ดึงดูดความสนใจผู้คนมากนัก เพราะอย่างไรเสีย ทั้งสองอย่างนี้ถึงแม้ว่าในชนบทจะถูกทางการจะควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ก็ไม่ได้หายากเกินความสามารถ

            ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้มีคนบางส่วนเริ่มรับซื้อไข่ไก่ในชนบทไปขายในเมืองในราคาที่สูงขึ้นแล้ว

            บวกกับการแต่งกายที่เรียบง่ายของหานชีเยวี่ยจึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คน

            วันนี้ที่หานชีเยวี่ยมาที่นี่เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาเงิน แต่มาเพื่อดูสถานการณ์ของตลาดมืดการถูกจับตามองไม่ใช่เรื่องดี หานชีเยวี่ยมักจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่

            บรรยากาศในตลาดมืดยังคงตึงเครียดดังวันวานหานชีเยวี่ยเองก็ได้ยินว่าพวกเขายังคงตามหาร่องรอยของคนขายน้ำมันพืชนั่นอยู่

            หานชีเยวี่ยสาบานกับตัวเองในใจว่าช่วงนี้จะไม่เข้ามาในเมืองอีกเพราะอย่างไรเสีย หากเดินทางในเวลากลางคืนมากเกินไปก็มักจะเจอผีเข้าได้ง่าย [3]นั่นเอง

            เชิงอรรถ

            [1] 燕雀安知鸿鹄之志นกกระจอกไฉนจะรู้ปณิธานพญาหงส์เป็นการเปรียบเทียบว่าคนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางเข้าใจความทะเยอทะยานของวีรบุรุษ 

            [2] 二八大杠 จักรยาน28นิ้ว เป็นจักรยานยอดนิยมตั้งแต่ทศวรรษ 1960 จนถึงทศวรรษ1970 และเคยเป็นหนึ่งในยานพาหนะที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวจีน

            [3] 夜路走多了,真的容易撞到鬼หากเดินทางในเวลากลางคืนมากเกินไปก็มักจะเจอผีเข้าได้ง่ายเป็นคำเปรียบเปรยแสดงให้เห็นว่าหากคุณทำสิ่งเลวร้ายมากเกินไปในที่สุดคุณจะถูกจับได้

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730