มีผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นักพเนจรหรือแม้กระทั่งบุตรหลานหรืออัจฉริยะจากตระกูลต่างๆจากเมืองลูก พ่อค้าเร่ร่อนรวมถึงลูกศิษย์ของสำนักต่างๆที่มาฝึกฝนตนูเาทมิฬแห่งนี้ บางคนก็ปลอมตัวเพื่อปิดสถานะของตนเองแต่ไม่ใช่ทุกคนบางคนก็หยิ่งผยองและยโสกับอำนาจของตระกูลหรือแม้กระทั่งอำนาจของสำนัก
อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าจุดมุ่งหมายของแต่ละคน้าอะไรทีู่เาทมิฬบางคน้าเพียงสมุนไพรหรือตัวยาไว้รักษาแต่บางคนเข้ามาแสวงหาพลังหรือการปล้น การจับตัวไปเรียกค่าไถ่กับพวกลูกหลานของคนในตระกูลต่างๆในเมืองลู่เพราะอันตรายในสถานที่แห่งนี้แทบจะมีอยู่ทุกที่
แม้ว่าเขาจะเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจิตใจของผู้คนนั้นยากจะหยั่งถึงโดยเฉพาะอิสตรีซึ่งมีความไม่แน่นอน อารมณ์แปรปรวนแล้วโหดร้ายซึ่งเป็สิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากที่สุดในโลก
ชู หยางกำลังออกเดินทางจากตระกูลก่อนฟ้าจะสางระหว่างทางมีผู้แอบสะกดรอยตามเขาอยู่แน่นอนเนื่องจากความไม่ปลอดภัยในเขาทมิฬค่อนข้างที่จะอันตรายบิดาของเขาจึงไม่อาจปล่อยให้ ชู หยาง ได้เผชิญหน้าเพียงลำพังกับภัยอันตรายรอบด้านได้ทุกอย่างใช้ถ้าก้าวเงาเทวะ หนีหายเข้าไปหลังเมือง พวกเงาที่ติดตามต่างใอาการหายตัวไปของนายน้อยซึ่งหายตัวไปอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทันเห็นเพียงแค่เงาที่ทิ้งไว้เลือนลาง ชู หยาง ยิ้มส่ายหน้าตัวข้านั้นเป็ถึงผู้ยิ่งใหญ่ใช้พวกเ้ามาตามข้าได้อย่างไร ท่านพ่อและท่านผอไปเชื่อใจข้าขนาดนั้นเลยหรือ
สมกับเป็นายน้อยไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆที่สามารถสลัดพวกเราทันทีที่มีระยะห่างตั้งไกลถึง 100 ลี้ เอาเถอะเรารีบกลับไปรายงานหัวหน้าตะกูลดีกว่าว่านายน้อยตั้งใจจะไปคนเดียวจริงๆโดยไม่ให้มีผู้ติดตามเข้าไปด้วย
ในขณะที่ กำลังเข้าสู่ผืนป่าูเาทมิฬได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นรถม้าขบวนหนึ่งกำลังโดนโจรปล้นขบวน ชู หยางได้มองอย่างเงียบๆบนต้นไม้ต้นหนึ่ง
ชายฉกรรจ์คนหนึ่ง’’ข้าหัวหน้าจอมโจรดำ ข้าเพียง้าแค่ปล้นไม่้าฆ่าโดยไม่จำเป็ พวกเ้าที่อยู่ในขบวนรถม้าจงออกมาก่อนที่ข้าจะลงมือก้าวออกมาให้ข้าได้เห็นและข้าจะไปทันทีโดยไม่ต้องเสียเืเสียเนื้อและส่งของมีค่าทั้งหมดมาทันที
สาวน้อยสวมผ้าคลุมหัวและชายชราก้าวลงมาจากลงม้านั่ง ทันทีที่ก้าวลงมา ออร่าล้วนปกคลุมไปบริเวณรถม้าพร้อมกับจิตสังหารออกมาจากชายชรา
ชู หยาง’’สงสัยข้าไม่จำเป็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยแล้วล่ะเพราะหัวหน้าโจรดำมีพลังจิติญญาขั้น แปด แต่ชายชรามีพลังถึงจิติญญาขั้น สิบ ส่วนแม่นางคนนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆพลังของนางอยู่ที่ผู้ฝึกตนขั้นที่ สิบ เหมือนกับข้าช่างน่าสนใจ
ขณะที่ตัวเขากำลังจะก้าวออกไปนั้นสายตาของนางได้สบตาเข้ากับชู หยาง พร้อมกับดวงตาอันสว่างไสวดังหมู่ดาวยามค่ำคืน ขณะเดียวกันก็ตกตะลึงกับดวงตาคู่นั้น ช่างงดงามเหลือเกินตาของนางให้ข้าตกอยู่ในภวังค์แต่ช่างเถอะยังไงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าอยู่แล้ว ไปดีกว่า
เช่นเดียวกับดารุณีน้อยนางไม่เคยเห็นดวงตาที่ทำให้หลงใหล ยังกับ่เวลานั้นได้หยุดนิ่งนานนับปีความรู้สึกที่แปลกประหลาดนี้มันคืออะไรไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนางถึงต้องจดจำดวงตาคู่นั้นความรู้สึกนี้คืออะไร
ชู หยาง’’ น่าจะใช้เวลา 2 ชั่วยาม ข้าน่าจะไปถึงบริเวณส่วนในป่าของูเาทมิฬ
ทำไม ข้าถึงไม่ลืมดวงตาคู่นั้นนะเพราะรู้สึกนี้มันคืออะไรช่างน่าประหลาดใจเสียจริง เห้อ ช่างมันเถอะยังไงซะก็คงไม่ได้เจอนางอีกก็น่าจะเริ่มจากพวกสัตว์อสูรที่อยู่ในป่าบริเวณลำธารน่าจะเป็จุดที่เหมาะจากการพักแรมในคืนนี้เอาล่ะ
สัตว์อสูรส่วนใหญ่บริเวณโดยรอบของูเาจะมีระดับอยู่ที่ 1-2 ซึ่งระดับที่ 1 จะเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขั้นต้น สวนสัตว์อสูรระดับที่ 2 จะเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขั้นกลาง บริเวณนี้น้อยครั้งที่จะเจอสัตว์อสูรที่มีระดับ 3 สมุนไพรก็หาได้ยากเนื่องจากผู้คนคงสำรวจกันไปหมดแล้วคงไม่มีใครจะเหลือทิ้งไว้ให้ ชู หยางได้เข้ามาถึงบริเวณนี้แทบหาสัตว์อสูรได้ยาก เนื่องจากแต่ละพื้นที่บริเวณมีทั้งผู้ฝึกยุทธ นักพเนจร และโจรซึ่งตั้งเป็กลุ่มเป็เหล่ารวมถึงบุตรหลานหรืออัจฉริยะจากเมืองลู่และผู้ลึกลับ