บทที่ 6 พวกเราภาคภูมิใจในความยากจน!!!
สิงโตทองตัวนั้นโกรธจริง ๆ มันอ้าปากกว้างเหมือนอ่างเืแล้วคำรามใส่เฟิ่งซีอย่างโกรธเกรี้ยว
เฟิ่งซียิ้มเผยฟันขาว
"เ้าบอกว่าเ้าเต็มใจเช่นนั้นหรือ? งั้นวันนี้ก็เจาะเืและโกนขนกันเลยสิ!"
"ข้าเห็นว่าขนบนหัวของเ้าดูดีนัก อีกครู่ข้าจะโกนหัวเ้าให้เกลี้ยงเกลาดีหรือไม่?"
สิงโตทอง "......"
ข้าไม่อยากเป็พระ!
ในตอนนั้นเฟิงซีก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง!
"ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ ข้าคิดวิธีหาเงินได้อีกแล้ว!
สำนักฮุ่นหยวนเลี้ยงสัตว์วิเศษเพศเมียไว้มากมาย พวกเขา้าหาสัตว์เพศผู้จากสำนักบัญชาสัตว์อสูรมาผสมพันธุ์พอดี
ไฉนเราไม่แย่งงานนี้มาทำเสียเองเล่า? ให้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักของเราไปจับคู่กับสัตว์วิเศษเพศเมียพวกนั้น รับรองว่าต้องได้เงินมากมายแน่นอน..."
สิงโตทองไม่อาจทนต่อความอัปยศนี้ได้อีก จึงหมดสติไปด้วยความโกรธ
เฟิ่งซี "......"
นี่หรือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนัก? ความสามารถในการรับมือทางจิตใจช่างอ่อนแอเหลือเกิน!
เซียวไป่เต้าก็ไม่คิดว่าสิงโตทองจะถูกศิษย์น้อยของตนทำให้โกรธจนหมดสติไปเช่นนี้
เมื่อเห็นสิงโตทองนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ชายชราก็รู้สึก… สะใจยิ่งนัก!
ผู้คนที่อยู่ในที่นั่นก็รู้สึกสะใจเช่นกัน หากไม่ใช่เพราะมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อหน้าที่อยู่บ้าง พวกเขาคงอยากจะฉวยโอกาสนี้เข้าไปเตะมันสักทีสองที
สิ่งสำคัญที่สุดเลยคือ มันช่างน่าเกลียดน่าชังเหลือเกิน!
เมื่อสิงโตทองตื่นขึ้นมา หน้าโรงเลี้ยงสัตว์ก็ไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว มีเพียงป้ายใหญ่อันเดียวที่เขียนว่า
"หาก้าผลไม้ก็อย่าเห็นแก่หน้าตา แต่ถ้าอยากรักษาหน้าตาก็ไม่ต้องกินผลไม้ เลือกเอาเองเถอะ!"
สิงโตทอง "......"
เลือกบ้าอะไร!
แน่นอนว่าข้าต้องรักษาหน้าตัวเองสิ!
เ้าเด็กสาวตัวเหม็นโฉ่ ข้ากับเ้าเป็ศัตรูกันแล้ว! คอยดูเถอะ!
สัตว์วิเศษของสำนักฮุ่นหยวนล้วนเป็พวกบ้าผู้ชาย ต่างอยากได้เชื้อพันธุ์ของมันทั้งนั้น!
สิงโตทองคิดไว้แล้วว่า ต่อไปนี้หากพบเจอใคร มันจะกัดให้ตายทุกคน!
ข้าทั้งหล่อเหลาสง่างามและกล้าหาญไร้เทียมทาน พวกปีศาจตัวน้อยทั้งหลายจะคู่ควรได้อย่างไร?
ฝันไปเถอะ!
ในเวลานี้เฟิ่งซีได้ตามฝูงชนมาถึงหอประชุมอย่างกระตือรือร้น
เมื่อครู่นี้ทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับสิงโตทอง แต่ตอนนี้สายตาทั้งหมดกลับจับจ้องมาที่เฟิ่งซี
เด็กหญิงผู้นี้มาจากที่ใดกัน? เหตุใดจึงเรียกเ้าสำนักว่าอาจารย์?
ที่สำคัญคือ เด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้ก้าวเดินไม่มั่นคง ใบหน้าซีดขาว ตันเถียนของนางคงได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นี่ นี่ก็แค่เด็กไร้ประโยชน์คนหนึ่งมิใช่หรือ?
ก่อนที่ผู้คนจะได้ถาม เซียวไป่เต้าก็ยิ้มพลางกล่าวว่า "นี่คือศิษย์คนใหม่ของข้า เฟิ่งซี แม้ว่าตันเถียนของนางจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แต่นางฉลาดหลักแหลม เป็เด็กที่มีพร์ หาได้ยากยิ่ง"
ผู้คนทั้งหลาย "......"
ไม่ใช่ว่าสำนักฮุ่นหยวนวางยาพิษท่านกระมัง? มิเช่นนั้น เหตุใดเ้าสำนักจึงพูดจาเพ้อเจ้อเช่นนี้?
ตันเถียนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แค่มีชีวิตอยู่ก็เป็ปัญหาแล้ว ยังจะกล่าวถึงการเป็เด็กที่มีพร์อีกหรือ?
นางอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่ปีด้วยซ้ำ!
เซียวไป่เต้าเดาใจพวกเขาออก จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "แม้เสี่ยวซียังไม่สามารถฝึกวิชาได้ในตอนนี้ แต่นางมีพร์ในการเข้าใจวิชาได้เป็อย่างดี คำพูดของนางทำให้ข้ารู้แจ้ง จนก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะยานเซียนขั้นสามได้สำเร็จ"
ทันใดนั้นผู้คนทั้งหลายก็ตื่นตะลึงราวกับหม้อแตก!
ขั้นพลังของพวกเขาไม่สูงเท่าเซียวไป่เต้า จึงมองไม่ออกว่าเซียวไป่เต้ามีระดับพลังเท่าใดกันแน่ แต่เมื่อได้ยินเซียวไป่เต้าพูดเช่นนั้น พวกเขาถึงได้รู้
ทุกคนต่างพากันแสดงความยินดี เพราะการที่ระดับพลังของเ้าสำนักก้าวหน้าขึ้นนั้น ถือเป็เื่ดียิ่งสำหรับสำนักเสวียนเทียน
แม้จะเป็เช่นนั้น ทุกคนก็ยังรู้สึกว่าการที่เซียวไป่เต้ารับเฟิ่งซีเป็ศิษย์นั้นเป็การกระทำที่หุนหันพลันแล่นไปสักหน่อย หาก้าให้รางวัลนางยังมีอีกหลายวิธี ไม่จำเป็ต้องรับนางเป็ศิษย์สายตรง
ไม่ต้องพูดถึงเื่ไกลตัว อีกครึ่งปีศิษย์สายตรงของสี่สำนักจะต้องเข้าร่วมการแข่งขันใหญ่
แล้วเฟิ่งซีไม่ได้ทำให้ค่าพลังโดยรวมของสำนักเสวียนเทียนลดลงหรอกหรือ?!
แม้ว่าสำนักเสวียนเทียนจะครองอันดับสี่อย่างมั่นคงด้วยความสามารถตลอดมา แต่ก็มีความทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นไปติดสามอันดับแรกอยู่บ้าง
พอมีเฟิ่งซีเพิ่มขึ้นมา แม้แต่ความทะเยอทะยานเพียงเล็กน้อยก็ไม่เหลือแล้ว
แต่ในเมื่อรับมาแล้ว คงต้องจำใจยอมรับเอาไว้
ในขณะนั้นเซียวไป่เต้าก็กล่าวกับเฟิ่งซีว่า “เสี่ยวซี เข้ามาใกล้ ๆ ข้าจะแนะนำเ้าให้รู้จักคนอื่น ๆ
ท่านผู้นี้คือ กู้ฉี่หยวน เ้ายอดเขาตะวันออก และท่านผู้นี้คือ หานเหวินหย่วน เ้ายอดเขาใต้..."
ตามคำแนะนำของเซียวไป่เต้า เฟิ่งซีก็ทำความเคารพอย่างว่าง่ายและทักทายอย่างสุภาพ
แม้ว่าทุกคนจะไม่ได้สนใจเฟิ่งซีมากนัก แต่พวกเขาล้วนเป็ผู้มีตำแหน่งฐานะ จึงไม่ถึงกับทำให้นางลำบากใจ พวกเขายิ้มและพยักหน้าเล็กน้อยเป็การตอบรับ
หลังจากแนะนำตัวเสร็จแล้ว เซียวไป่เต้าตั้งใจจะให้เฟิ่งซีไปรออยู่นอกหอประชุม แต่ไม่คาดคิดว่าเฟิ่งซีจะกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ ข้าขอพูดสักสองประโยคได้หรือไม่?"
เซียวไป่เต้าพยักหน้า "พูดมาเถิด!"
เฟิ่งซีโค้งคำนับต่อหน้าทุกคน ก่อนจะกล่าวว่า
"ท่านผู้าุโทั้งหลาย ก่อนที่ข้าจะมาถึงสำนักเสวียนเทียน ข้าได้เตรียมใจรับคำพูดเ็าและการปฏิบัติอย่างไม่เป็มิตรเอาไว้แล้ว เพราะข้าเป็เพียงคนธรรมดา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตันเถียนของข้าได้รับความเสียหายอย่างหนัก ข้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็ศิษย์สายตรง
แต่ข้าพบว่าข้าคิดผิดไป
ข้าประเมินความมีคุณธรรมของบรรดาท่านผู้าุโต่ำเกิน และยังประเมินความมีน้ำใจของสำนักเสวียนเทียนต่ำเกินไปด้วย"
"สมแล้วที่สำนักเสวียนเทียนของพวกเราได้รับการยอมรับว่าเป็หนึ่งในสี่สำนักชั้นนำ ดั่งทะเลที่รับน้ำจากแม่น้ำนับร้อย มีความกว้างใหญ่ไพศาล นี่แหละคือรากฐานอันแท้จริงของสำนักชั้นนำ..."
ผู้คนในห้องประชุมพากันพยักหน้ารัว ช่างกล่าวได้ดีเหลือเกิน!
ส่วนเื่ที่ว่าสำนักเสวียนเทียนเป็หนึ่งในสี่สำนักชั้นนำหรือไม่นั้น... ไม่สำคัญ ขอเพียงพวกเขาคิดว่าใช่ก็พอแล้ว
เฟิ่งซีพูดประจบประแจงไปพักหนึ่ง แล้วค่อยเปลี่ยนเื่
"แม้ว่าข้าจะไม่สามารถฝึกวิชาได้ชั่วคราว แต่ในฐานะที่ข้าเป็ส่วนหนึ่งของสำนักเสวียนเทียน ข้าคิดถึงการรับใช้สำนักอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อครู่ที่โรงเลี้ยงสัตว์ ข้าจึงได้กระทำการอย่างหุนหันพลันแล่น ขอให้บรรดาผู้าุโทั้งหลายโปรดอย่าได้ถือโทษเลยนะเ้าคะ"
ผู้าุโมู่ผู้รับผิดชอบสิงโตทองรีบกล่าวว่า "หากไม่ใช่เพราะเ้า สิงโตทองคงยังวุ่นวายอยู่ เื่นี้ไม่เพียงแต่ไม่ควรถือโทษเ้า แต่ควรให้รางวัลเ้าด้วยซ้ำ"
ผู้อื่นต่างพากันเห็นด้วย แม้ว่าวิธีการที่เฟิ่งซีใช้อาจดูเสียหายไปบ้าง แต่ก็ได้ผลทันตาเห็น
เฟิ่งซีคิดในใจว่า ควรให้รางวัลข้าหรือ? ทำไมเมื่อครู่พวกเ้าถึงหลงลืมกันเสียหมดเล่า? ไม่พูดถึงเื่นั้นเลยหรือ?
ข้าต้องอวดสักหน่อยแล้ว!
เซียวไป่เต้าได้ยินผู้คนชมเชยศิษย์น้อยของตน มุมปากก็ยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
"แม้ว่าเด็กหญิงคนนี้จะมีสมองที่ฉลาดปราดเปรื่องจริง แต่พวกเ้าอย่าชมนางมากเกินไปเลย เกรงว่านางจะเหลิงจนหยิ่งผยอง"
"เสี่ยวซี เ้าจงเล่าความเข้าใจของเ้าเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรให้ทุกคนฟังหน่อย..."
เฟิ่งซีจึงพูดพล่ามออกมาอย่างยืดยาว และในตอนท้ายยังสรุปด้วยคำพูดที่ว่า
"ไม่ว่าเวลาใด สิ่งที่เชื่อถือได้มากที่สุดก็คือตัวเราเอง สิ่งภายนอกล้วนเป็เพียงความว่างเปล่า!
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น เพียงแค่สำนักฮุ่นหยวน วัตถุดิบในการบำเพ็ญของพวกเขาอุดมสมบูรณ์ วิชาของเหล่าศิษย์ก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่เป็เื่ดีหรือ?
ผิดแล้ว!
พวกเขาบำเพ็ญเพียรอย่างราบรื่นเกินไป ไม่เคยประสบกับความล้มเหลวและความยากลำบากเลย ในอนาคตเพียงแค่ลมพัดหญ้าไหว จิตก็อาจเข้าแทรกได้ แม้จะมีวิชาสูงส่งเพียงใดก็จะสูญเปล่าในพริบตา!
แต่ศิษย์ของสำนักเสวียนเทียนต่างออกไป พวกเราเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก ก้าวไปทีละก้าวอย่างมั่นคง จิตใจแน่วแน่ ไม่มีมารในใจใดจะขัดขวางความก้าวหน้าของพวกเราได้! ในวันหนึ่งสำนักเสวียนเทียนของพวกเราก็จะกลายเป็สำนักยอดเยี่ยมเพียงหนึ่งเดียวในดินแดนทั้งเหนือและใต้!"
ภายในหอประชุมเงียบกริบไปชั่วครู่
จากนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้นทันที!
นางกล่าวได้ดีเยี่ยมยอด!
กล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก!
นี่แหละคือเสียงจากหัวใจของพวกเรา! พวกเราสำนักเสวียนเทียนยากจนแล้วอย่างไรเล่า?
นี่คือการที่์กำลังขัดเกลาพวกเรา เป็ของขวัญที่มอบให้แก่พวกเรา!
พวกเราภาคภูมิใจในความยากจน!!!