"มึงจะมอมเหล้าเจ้าหาญไปเพื่ออันใด? หรือมึงแอบมีใจให้ไอ้หาญนั่น!…" เจ้าพรหมเสกขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดที่เรียกว่าความหึงหวงแล่นพล่านขึ้นมาทันที
"ปัดโธ่! พระองค์นี่นะ..มิใช่เพื่อข้าเจ้า!" อีเอื้องถลึงตาใส่ "แต่เพื่อพระเชษฐาของพระองค์ต่างหากเล่า ยามนี้เจ้านางซอมพอเอาแต่เก็บองค์ร้องไห้ เป็นตายก็ไม่ขอพบหน้าเจ้าขุนอินทร์ถวาย ส่วนเจ้าขุนอินทร์ถวายก็เอาแต่ชักม้าวนไปวนมา ข้าเจ้าเห็นแล้วก็ให้เวทนาคนคู่นี้นัก หากคืนนี้เจ้าหาญผู้เป็นอนุชา ไม่อยู่ขวางทางที่พลับพลา เจ้าขุนอินทร์ถวายจักได้มีโอกาสเข้าไปปรับความเข้าใจกับเจ้านางได้สะดวก ทีนี้พระองค์เข้าใจความประสงค์ของข้าเจ้าแล้วหรือยัง เหตุใดจึงคิดเป็นอื่น"
เจ้าขุนพรหมเสกนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก "มึงนี่มันเจ้าเล่ห์นักอีเอื้อง...กูก็หลงคิดว่ามึงจะมอมสุราเจ้าหาญหวังเป็นชายา ใช้ได้…นับว่าความคิดมึงเข้าที พี่ท่านคงอกแตกตายเสียก่อนจะถึงสุวรรณโคมคำ หากไม่ได้พูดคุยกับแม่ญิงซอมพอให้รู้ความ"
"ถ้าเช่นนั้น...ตกลงตามนี้หนาเจ้าคะ" อีเอื้องยิ้มกริ่ม "ข้าเจ้าจะไปเตรียมการทางฝั่งของเจ้านางเอง ส่วนพระองค์...อย่าลืมรั้งเจ้าหาญไว้ให้มั่น อย่าให้กลับมาไวเป็นอันขาด จบการข้าเจ้าแล้วฝ่าบาทก็รับขนมไปเสีย ข้าเจ้าสู้โม่แป้งกวนขนมทำให้สุดฝีมือ ดูสิพ่อพลายชัยศึกทำขนมข้าเจ้าเปียกน้ำหมดเลย"
เจ้าพรหมเสกมองดูขนมปาดในอ้อมอกของอีเอื้องที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ ทรงเอื้อมมือไปหยิบขนมใส่ปากอย่างไม่ลังเลแม้นว่าขนมปาดในกระทงตองตึงจะไม่น่ากินแล้วก็ตาม
“ไม่นะฝ่าบาท มันจมน้ำหมดแล้ว”
“เป็นไรไป กว่ามึงจักทำได้ไม่ง่ายเลย มาส่งมาให้กู อร่อยปานนี้จะทิ้งให้เสียงของได้อย่างไร ขอบใจมึงมากอีเอื้อง วันหลังมีการใดต้องการให้กูช่วย มึงมิต้องเหนื่อยยากหาของมาติดสินบนดอก สำหรับมึงแล้วกูเต็มใจ”
ยามราตรีมาเยือน แสงไฟจากกองฟืนกลางลานของค่ายหลวงลุกโชนสว่างไสว เสียงหัวเราะแลขับขานบทเพลงเคล้าคลอเสียงปี่จุมของเจ้าโยนยางคำ ดังแว่วด้วยท่วงทำนองที่สนุกสนาน แก้วจอกหมดความหมาย ด้วยต่างยกไหขึ้นเทใส่ปาก ปลาตัวใหญ่ที่เจ้าโยนกับชาวบ้านล่ามาได้ ถูกนำมาทำอาหารหลากหลายปันสู่กันกิน เจ้าพรหมเสกถูกเจ้าแสนเมืองสิงห์สะกิดดวลสุราอยู่หลายหน สุราของเจ้าแสงหมดไปหลายไห่ แต่เจ้าพรหมเสกกลับไม่หมดเลยแม้แต่ใบเดียว
“เจ้าหาญ พี่อ้ายบ่ไหวแล้วหนา เจ้าเด็กดี มาดวลต่อด้วยเจ้าแสนเมืองสิงห์แทนกูที”
เจ้าหาญที่กำลังเข้าสู่วัยหนุ่ม ได้ยินเช่นนั้นก็ให้รู้สึกคึกคะนองนัก ราวพี่ใหญ่เปิดทาง ด้วยหากมีพี่นางซอมพอร่วมวง ยากนักที่มันจะได้เมามายสุรารสเลิศเยี่ยงบุรุษ แต่ในยามนี้ ที่แวดล้อมไปด้วยเหล่าบุรุษฉกรรจ์ มันย่อมต้องการแสดงศักยภาพ ให้ทุกคนประจักษ์ยอมรับความเป็นชายที่ไม่ต่างจากทุกคน
“มาเจ้าพี่เมืองสิงห์ ข้าดื่มกับท่านเอง ขาพี่ท่านลายงามนัก สักด้วยพ่อครูที่ใดกันฤา”
“ทำไม มึงอยากมีลายแบบกูฤา เอาเช่นนี้สิ วันใดมึงมีเพลา มาเที่ยวหากูที่สุวรรณโคมคำ กูจะพามึงข้ามหล่ายของไปสักขาลาย ว่าไปมึงนี่ตาถึงนัก ขากูนับว่างามกว่าผู้ใดในสุวรรณโคมคำเชียวหนา”
“ขี้โวแท้ มาเถิดเจ้าหาญ กูดื่มให้มึง อย่ามัวฟังเจ้าพี่แสนเมืองสิงห์คุยโอ้อวดอยู่เลย เป็นบุรุษผู้แข็งแกร่งขาต้องลาย ขาไม่ลายมิใช่บุรุษ”
เจ้าพรหมเสกเห็นเจ้าแสนเมืองสิงห์ที่เริ่มเมาจะไม่ได้การ ด้วยมัวชวนคุยจึงเริ่มเชิญชวนเจ้าหนุ่มขุนหาญให้ร่ำสุราน้ำเมาด้วยตนเอง ผ่านไปหลายจอกทั้งเจ้าหาญแลเจ้าพรหมต่างหน้าแดงก่ำ เจ้าหาญหนักกว่าด้วยอายุน้อย ลิ้นรวนจนแทบพูดไม่รู้คำ
"พระองค์...ข้าพเจ้า ต้องกลับไปอารักขาพี่นางซอมพอ ยามนี้ดึกดื่นมากแล้ว จะกลับแล้ว" ขุนหาญพยายามทัดทาน สติเริ่มพร่าเลือนด้วยฤทธิ์น้ำเมา
"เออน่า! ที่นี่ค่ายหลวง ทหารล้อมหน้าล้อมหลังหนาแน่นดั่งกำแพงหิน มึงจะห่วงอันใดนักหนา นั่งลง! หากมึงลุกไปตอนนี้ ถือว่ามึงหมิ่นน้ำใจเจ้าเมืองเวียงชัยอย่างกูหนาไอ้หาญ!"
พญาเจ้าเมืองคนใหม่แสร้งทำเสียงดุ พลางกอดคอรั้งตัวเจ้าหาญไว้ จนขุนหาญจำต้องยอมนั่งต่อพร้อมกระดกสุราเข้าปากอีกอึกใหญ่ตามคำท้าทาย โดยหารู้ไม่ว่าทางเดินไปสู่พลับพลาของพระพี่นางยามนี้...เปิดโล่งไร้คนขวางทางเสียแล้ว
ท่ามกลางความเงียบสงัดหลังพลับพลา มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนกรีดปีก เจ้าขุนอินทร์ถวายในฉลองพระองค์สีเข้มก้าวเท้าอย่างเงียบเชียบผ่านเงาไม้ใหญ่ มาหยุดอยู่ที่ด้านหลังกระโจมตามการนัดแนะของอีเอื้องนางกำนัลแสนดี หัวใจของจอมทัพที่เคยนิ่งสงบกลางสนามศึก มาบัดนี้กลับสั่นรัวยิ่งเสียกว่าเสียงกลองศึกที่หึกเหิม
อีเอื้องที่ซุ่มรออยู่ในเงามืด รีบเดินออกมาส่งสัญญาณเป็นนัยให้พระองค์เข้าด้านหลังพลับพลา ซึ่งมันแอบเปิดผ้ากั้นไว้ให้ "ทางสะดวกแล้วเพคะ...พระองค์รีบเข้าไปเถิด ก่อนที่เจ้านางจะดับประทีปเข้านอน"
เจ้าขุนอินทร์ถวายพยักหน้าเล็กน้อย แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยคำขอบคุณ พระองค์สูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะแทรกกายเข้าไปข้างใน ที่ซึ่งมีดรุณีหนึ่งเดียวในดวงใจ กำลังนั่งเหม่อมองดวงจันทร์ผ่านช่องหน้าต่างด้วยความอาดูร...
เสียงเหยียบย่างก้าวเดิน ทำให้คนนั่งเหมอรู้สึกตัว “อีเอื้องมึงกลับมาแล้วรึ กลับมาก็ดี กูจักได้ดับไฟหลับนอน” เจ้านางซอมพอเอ่ยถาม โดยไม่หันหน้ามามอง
แสงประทีปดับลง ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด ร่างสูงใหญ่ของเจ้าขุนอินทร์ถวาย ก้าวเข้าหาจนประชิดกับร่างของเจ้านางซอมพอ กลิ่นสุราปนกลิ่นกายบุรุษเพศที่แสนดุดัน แผ่ซ่านจนนางสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากกายของคนคุ้นเคย แววตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้วาวโรจน์ภายใต้ความมืดมิด ความถวิลหาบุกถาโถมใจ จนยากจะควบคุม
"เหตุใดเจ้าถึงต้องหลบหน้าพี่ซอมพอ" เสียงทุ้มต่ำพูดพร่ำชิดใบหู ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะลูบไล้นวลปรางแล้วเชยคางมนขึ้น เมื่อดวงตาปรับแสงได้ ความสว่างจากกระถางคบเพลิงด้านนอกก็ทำให้ห้องบรรทมเริ่มมีแสงสลัวลาง ใบหน้างามยามนี้อยู่ชิดเพียงปลายนาสิกจักดอมดม
นางเบือนหน้าหนีจนหลุดจามือหนา “เจ้าขุนอินทร์ถวาย ทำเยี่ยงนี้มิควรเลยหนา ดึกมากแล้ว มิหนำซ้ำที่นี่ยังเป็นห้องของข้าเจ้า หากผู้ใดมาพบเห็นเข้าจักเป็นเรื่องใหญ่ได้หนา”
“ดีสิ พี่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ให้ทุกคนรู้กันไปว่าเจ้านั้นเป็นเมียพี่อินทร์ถวาย” คำพูดที่ดังขึ้นทำเอาคนงามต้องยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้ในทันที
“พระองค์เมามากแล้ว ออกไปเถิด ข้าเจ้าจะถือเสียว่าคืนนี้มิมีอันใดเกิดขึ้น” นางพยายามดันร่างหนาให้ถอยห่าง
เจ้าขุนอินทณ์ถวายดึงมือนางออก แล้วจับมาดอมดม "ซอมพอคนงามเจ้าโกรธพี่เรื่องแม่ญิงหนานเยว่ผู้นั้นใช่หรือไม่ ซอมพอเอ๋ย…ซอมพอคนดี มันก็แค่กลการเมืองดอกเจ้า พี่มิอาจปฏิเสธจำต้องรับนางมา จะโกรธพี่ไปไย พี่หาได้ยุ่งเกี่ยวนางแม้ปลายก้อย ใจพี่นั้นมอบให้เจ้าไปสิ้น ไม่คิดรับแม่ญิงคนใดมาเทียบเคียง" เจ้าขุนอินทร์ถวาย พยายามเอ่ยคำหวาน หมายให้นางใจอ่อน อ้อมแขนก็รั้งกอดนางไว้ไม่ยอมปล่อย เสมือนกลัวนางจะเร้นกายหายไป
"เจ้าพี่! ปล่อยข้าเจ้าก่อนเถิดหนา...พระองค์เมามาก ทำเยี่ยงนี้จักมิงาม หากเจ้าหาญกลับมาพบเข้าจักเป็นเรื่องใหญ่ อันตัวข้านั้นเสียชื่อเสียงก็แค่โกนหัวออกบวช แต่ตัวพี่ท่านต่อไปภายหน้าจักได้เป็นถึงท้าวพญาครองเมือง หากมีเรื่องเสื่อมเสียคงมิใช่ผลดี"
เจ้านางซอมพอพยายามพูดไปก็ต้องเบี่ยงหน้าหนีคนซุกซนไป ดูเหมือนคำพูดหว่านล้อมอันใดก็หาได้เข้าหูไม่ วงแขนแกร่งกลับยิ่งรัดร่างบางเข้าหาอกสามศอกแน่นยิ่งขึ้น ความเร่าร้อนจากสัมผัสที่พวกแก้มนวล ยิ่งทำให้นางใจสั่นระรัว เจ้าขุนอินทร์ถวายมองสบตาสาวเจ้า แววตาราวเนื้อทรายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ยิ่งทำให้หัวใจบุรุษอยากสงบจบมันลงด้วยสายสวาท
“พี่รักเจ้านักซอมพอเอ๋ย พี่กินมิได้นอนมิหลับ ด้วยไม่รู้ว่าผิดเรื่องใด เจ้าถึงหมางเมินเหินห่าง อย่าทำกับพี่เยี่ยงนี้เลยหนา ใจพี่จะขาดเสียให้ได้ ซอมพอเจ้ารักพี่บ้างหรือไม่…”
คำถามของเจ้าขุนอินทร์ถวายเงียบหายไปมิได้คำตอบ มีเพียงเสียงลมหายใจกระชั้นถี่ของเจ้าร่างบาง เพียงเท่านี้ก็ทำให้รู้แล้วว่านางหวั่นไหวต่อพระองค์นัก เจ้าขุนอินทร์ถวายก้มหน้าลง หมายลิ้มรสรักจากปากนาง ด้วยใจหมายต้องการระบายโทสะรักที่สุมอก
“เพียะ”
ฝ่ามือเรียวตบเข้าที่ปรางคมสันเต็มแรง จนหน้าคมถึงกลับต้องเบือนไปตามแรงของฝ่ามือ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพลับพลาไปชั่วขณะ...สติที่กระเจิดกระเจิงด้วยฤทธิ์สุราของเจ้าขุนอินทร์ถวายค่อย ๆ คืนกลับมา เมื่อเห็นน้ำตาที่นองหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งของหญิงที่ตนรักสุดหัวใจ
เจ้านางซอมพอทรุดกายลงไปนั่งกอดเข่าตัวสั่น ราวคนขวัญเสีย บัดนี้นางดูน่าสงสาร สติสัมปชัญญะของคนเมากลับคืนมา เมื่อเห็นน้ำตาคนรักที่อาบแก้ม
มือใหญ่ที่เคยจับดาบฟันศัตรูโดยไม่เคยสั่น บัดนี้กลับสั่นเทาจนมิกล้าเอื้อมแตะต้องสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ เขาเพิ่งตระหนักว่า คนที่ทำให้นางร้องไห้ในคืนนี้ หาใช่ศึกฉินหรือชะตากรรมอันโหดร้ายไม่ หากแต่เป็นตัวเขาเอง
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH