หลังจากที่หลิว ลู่ซวง ออกคำสั่งกับผู้ใต้บังคับบัญชาเสร็จสิ้น นางก็หลับตาลงและหายใจเข้าลึกๆ อยู่ในห้องที่ค่อนข้างอบอุ่น
“คุณหนู ท่านหิวหรือไม่ ข้าจะไปสั่งอาหารให้ท่านนะเ้าคะ”ชิงเอ๋อร์ถามด้วยรอยยิ้ม
ทั้งเ้านายและบ่าว พวกนางมักจะทำอาหารหรือออกไปกินข้าวนอกจวนอยู่เสมอเพราะคนที่จวนจะไม่เตรียมอาหารไว้ให้พวกนาง
“ได้” หลิว ลู่ซวงพึมพำ เสียงของนางฟังดูเหนื่อยเล็กน้อยขณะที่นางใช้มือข้างหนึ่งลูบศีรษะที่รู้สึกปวดอยู่
ชิงเอ๋อร์ไม่ได้คิดอะไรมาก ก่อนจะก้าวออกไปข้างนอกเพื่อสั่งอาหารอร่อยๆมา
อาการปวดหัวของหลิว ลู่ซวงแย่ลงเรื่อยๆ อย่าบอกนะว่ามันกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง? เมื่อไหร่นางจะสามารถเป็อิสระจากความเ็ปอันเหลือคนาเช่นนี้ได้?
นับั้แ่ที่นางข้ามมาในโลกนี้ นางก็จะรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรงปีละหนึ่งครั้ง
แม้ว่าพลังลมปราณภายในของนางจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่มันก็ยังรู้สึกแทบจะทนไม่ได้อยู่ดี
นางไม่รู้ว่าร่างกายของนางมีความลับอะไรและทำไมนางถึงต้องทนกับความเ็ปเช่นนี้ั้แ่เกิดแล้ว
ก่อนหน้านี้นางถามอู๋ ซีหยู่ นางบอกเพียงแค่ว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
นางเชื่อในสิ่งที่มารดาพูด แต่สิบหกปีมาแล้ว นางก็ยังคงรู้สึกว่ามันยังคงเผาไหม้นางอยู่เรื่อยมา
บางทีนางอาจถูกพิษ? แต่ถ้านางถูกพิษเช่นนั้นพลังลมปราณของนางก็ไม่ควรที่จะเพิ่มขึ้นไม่ใช่หรือ
ในขณะที่ร่างกายของนางราวกับว่ากำลังจะขาดน้ำและร้อนมากขึ้นเรื่อยๆหลิง ลู่ซวง ก็ค่อยๆ รู้สึกถึงไฟที่โหมกระหน่ำขึ้น ทำให้หัวใจของนางจมลึกดิ่งลงไปอีก
ในห่วงแห่งการทรมานที่เหมือนอยู่ในขุมนรกนี้ ดวงตาของหลิว ลู่ซวง ก็กลายเป็สีแดงที่สว่างขึ้น
ในห้องถัดไปหาน ม่อซี ััได้ถึงลมหายใจที่ลึก และพลังลมปรามที่กำลังสะถอนกลับได้อย่างสมบูรณ์
เขาจ้องมองไปยังทิศทางของลมปราณที่รุนแรงที่อยู่ภายใน “มีคนที่แข็งแกร่งเป็อย่างมากและเต็มไปด้วยพลังลมปราณอยู่ด้านในข้าเกรงว่าแม้แต่ข้าก็ไม่แน่ว่าจะใช้คู่ต่อสู้ของคนผู้นั้น”เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกขึ้น
“ข้าก็รู้สึกเช่นกัน เป็พลังลมปราณภายที่ทรงพลังอย่างมากพวกเราไปดูกันเถอะ?”
ดวงตาของหาน ม่อเจ๋อ พุ่งไปในทิศทางเดียวพร้อมกับหัวใจที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หากปราศจากการฝึกฝนมาเกือบร้อยปี มันเป็เื่ยากมากสำหรับคนผู้หนึ่งที่จะมีพลังลมปราณที่ทรงพลังเช่นนี้!
เขาอยากจะเห็นผู้ที่ไร้เทียบทานเช่นนี้จริงๆ!
หาน ม่อเจ๋อ เลิกคิ้ว ก่อนจะพูดขึ้น “พลังลมปรานของคนผู้นี้กำลังปั่นป่วนจะดีที่สุดหากพวกเราจะสังเกตจากระยะไกล”
หาน ม่อซี ยิ้มขณะที่เขาพูด "ได้ ข้าก็มีความคิดเช่นนั้น"
เหงื่อเม็ดโตเท่าเม็ดถั่วไหลลงมาบนใบหน้าที่แดงก่ำของหลิว ลู่ซวงและดวงตาของนางก็เปลี่ยนเป็สีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ 'ครั้งนี้ ใครจะรู้ว่านางจะทนได้นานแค่ไหน'หลิง ลู่ซวง หัวเราะขึ้นเบา ๆ ลึกๆ แล้วแม้ว่า หลิว ลู่ซวงจะรู้สึกว่าพลังลมปรานของนางกำลังเพิ่มขึ้นแต่นางก็เ็ปเกินกว่าจะใช้มัน สิ่งที่นางสามารถทำได้คือขดตัวเป็ก้อนกลม โดยหวังว่ามันจะช่วยลดความเ็ปลงได้บ้างไม่มากก็น้อย
หลิว ลู่ซวงปกปิดใบหน้าของนางด้วยเม็ดยาปรับเปลี่ยนผิวซึ่งทำให้นางมีหน้าตาที่ดูธรรมดาอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนฤทธิ์ของเม็ดยาจะค่อยๆ หมดไปแล้ว
ผิวพรรณที่งามล้ำ ใบหน้าที่งดงามล่มเมืองค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบของนางนั้นไร้ที่ติ ตรงระหว่างคิ้วของนางมีรูป ดอกท้อแปลกๆ ค่อย ๆ โผล่ออกมา
หลิว ลู่ซวง รู้ว่ารูปร่างหน้าตาของนางเป็อย่างไร เพราะนางได้ปกปิดใบหน้าที่แท้จริงของนางมาตลอด
เมื่อนางยังเด็ก อู๋ ซีหยู่ มักจะทำให้นางดูสกปรก นางไม่เข้าใจว่าทำไมจนกระทั่งนางออกจากตระกลูหลิวและเข้าไปอยู่ในอารามแห่งหนึ่งซึ่งมีพระหลายรูปฉวยโอกาสพยายามหาเศษหาเลยกับนางอย่างไม่เหมาะสม ในตอนนั้นเองที่นางได้เรียนรู้ว่าการปกปิดตัวเองก็เพื่อป้องกันตัวเองในบางครั้ง
แล้วนางก็สังหารพระสงฆ์หลายรูปก่อนจะหนีไปกลางดึก หลิว ลู่ซวงคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นและยิ้มมี่เวลาที่สวยงามในชีวิตของนาง หลิว ลู่ซวง อาศัยความทรงจำเ่าั้เพื่อบรรเทาความเ็ปของนางแต่มันกับไม่ได้ผล
นางอยากจะถอดเสื้อผ้าออกให้หมดเพื่อคลายร้อน แต่ความเพราะความทะนงของตัวเองนางจึงไม่ได้ทำเช่นนั้น
สติของนางค่อย ๆ หายไป ในขณะที่ไฟก็กำลังแผดเผานางไปเรื่อยๆ ความรู้สึกของนางค่อยๆสลายหายไปราวกับหมอกควัน ก่อนจะสูญเสียความรู้สึกทั้งหมดไป