เซร่าและฮิเดกิมาถึงโรงเรียนแต่เช้า และฮิเดกิก็ทำหน้าที่เดินไปส่งเซร่าถึงห้องเรียนเหมือนเช่นเคย
“เซร่า พวงกุญแจเธอน่ารักดี ไปเอามาจากไหนน่ะ”
“ไม่บอกหรอก”
“เอ๊ะ ยัยคนนี้นี่”
“คุณมิยาฮาร่าคะ มีประชุมด่วนค่ะ”
“อ๊ะ เลขาเธอมา งั้นเราไปก่อนนะ”
“เฮ้ย เซร่า เดี๋ยวสิ ปั๊ดโธ่เอ๊ย” ฮิเดกิสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ ที่หญิงสาวหนีเขาไปก่อนที่จะรู้เื่
เซร่าเก็บของที่โต๊ะเรียน พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปมองดูโต๊ะด้านข้าง ก็พบว่ามีเป้สะพายมาวางทิ้งเอาไว้ก่อนแล้ว
“โห หมอนี่มาเช้าจังแฮะ”
“มิยาเกะซัง”
เสียงหญิงสาวคนหนึ่งเรียกเซร่า ขณะที่เธอกำลังพิจารณาเป้สะพายของชายหนุ่มอยู่ ทำให้เธอสะดุ้งใเล็กน้อย
“อ้าว คุณน่ะเอง ใหมดเลย” เซร่าอุทานออกมา เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเธอคือ ออยเฟ่ย์
“ฉันมีเื่จะคุยกับเธอ มีเวลาพอที่จะไปคุยกันสองคนรึเปล่าคะ” ออยเฟ่ย์ถามเซร่าเสียงเรียบๆ และยิ้มให้เล็กน้อย
“ได้สิ”
ออยเฟ่ย์และเซร่าเดินเคียงข้างกันออกจากห้องเรียน และตรงไปยังด้านหลังของโรงยิม ซึ่งไม่มีคนเลย เพราะเป็เวลาเช้าอยู่
“มีอะไรเหรอคะ?” เซร่าถามออยเฟ่ย์ทันที
“คือ...ฉันอยากรู้ว่า....เอ่อ...เธอกับ...เหม....คบกันแล้วเหรอ?” ออยเฟ่ย์ค่อยๆ เอ่ยคำถามออกมาทีละคำอย่างตะกุกตะกัก
“เปล่านี่คะ” เซร่าตอบปฏิเสธพร้อมกับสั่นหน้าจนผมกระจาย ทำให้ออยเฟ่ย์มีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย
“แต่...เหม....บอกว่า.....เขา......”
“คุณเหมพูดอะไรคะ?” เซร่าเอียงคอถามอย่างแปลกใจ
“เขาบอกว่า เขาชอบเธอ” ออยเฟ่ย์โพล่งออกมาอย่างรวดเร็ว
“หา! คุณเหมชอบฉัน!!! เป็ไปไม่ได้หรอกค่ะ”
เซร่าใกับสิ่งที่ออยเฟ่ย์บอก ก่อนที่จะหัวเราะออกมาราวกับเป็เื่ตลก แต่หญิงสาวอีกคนไม่ตลกด้วย
“จริงๆ นะ เหมพูดแบบนั้นกับ.......ฉัน ฉันได้ยิน..จากปากของเขาเองเลย” ออยเฟ่ย์ข่มความเจ็บช้ำพร้อมกับบอกเซร่า ทั้งๆ ที่น้ำตาของเธอพาลจะไหลออกมาอีกครั้ง
“เดี๋ยวค่ะ....เข้าใจอะไรผิดรึเปล่าคะ ...ก็คุณเหมน่ะ.....”
“เธอชอบเหมรึเปล่า?” ออยเฟ่ย์ชิงถามเซร่าก่อนที่เซร่าจะอธิบายอะไร
“ฉัน.....”
“ตอบฉันมาตามตรง ได้โปรดอย่าโกหก”
เซร่าเองยังไม่รู้เลยว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเหมันต์ ทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเขา เธอรู้สึกว่าเหมันต์เป็คนที่น่าทึ่ง และสุภาพ ความคิดเป็ผู้ใหญ่ เหมาะสมกับการเป็ผู้นำ ช่างแตกต่างกับคิมหันต์.. อ๊ะ !นี่เราไปคิดถึงอีตาบ้องตื้นได้ไงกันนะ
เซร่าสลัดหัวไล่ความคิดเกี่ยวกับคิมหันต์ออกไป และรู้สึกแปลกใจที่เธอเอาเหมันต์ไปเปรียบเทียบกับคิมหันต์
“ว่ายังไงล่ะ มิยาเกะซัง” ออยเฟ่ย์ถามซ้ำเมื่อเห็นเซร่านิ่งเงียบไม่ยอมตอบคำถามของเธอ
“ฉัน....กับคุณเหม.....เอ่อ....คุณเหมเป็คนที่....ผู้หญิงคนไหนคนไหนได้อยู่ใกล้ ก็คงจะชอบทุกคนล่ะค่ะ” เซร่าตอบคำถามของออยเฟ่ย์แบบเลี่ยงๆ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ออยเฟ่ย์เข้าใจได้ไม่ยาก
“รวมทั้งเธอด้วย.......ใช่มั้ย?” ออยเฟ่ย์กล้ำกลืนความเสียใจที่วิ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ เมื่อรับรู้ว่าทั้งเหมันต์และเซร่ามีใจตรงกัน
“ก็...ทำนองนั้นมั้งคะ” เซร่าตอบรับไม่เต็มปากเต็มคำนัก
“แต่เธอก็รู้นี่ว่าฉันกับเหมคบกันอยู่” ออยเฟ่ย์แย้งด้วยน้ำเสียงมีแววเกรี้ยวกราดเล็กน้อยเพราะความเสียใจ น้ำตาไหลลงมาเปื้อนแก้มทั้งสองข้างของเธอ
เซร่านิ่งเงียบไป เพราะเธอรู้อยู่เต็มอกว่าเป็ความจริง
“ถ้าฉันขอร้องล่ะ ...ขอร้องว่าเธออย่าไปพบ พูดคุยกับเหมอีก เธอจะทำได้มั้ย....”
“ฉันรู้..ตอนนี้เหมอาจจะหวั่นไหวไปกับเธอ....ขอเพียงแค่เธอไม่เข้าไปวุ่นวายกับเหม...ฉันกับเหมก็คงปรับความเข้าใจกันได้ไม่ยาก.....ฉันขอร้องล่ะนะ มิยาเกะซัง ได้โปรดเถอะ..... ฮึก”
ออยเฟ่ย์ขอร้องเซร่าเสียงสั่น น้ำตาไหลพราก ตอนนี้เธอสามารถทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง ขอเพียงเหมันต์ไม่ทิ้งเธอก็พอ
คุณเหมันต์ไม่ได้ชอบเราซะหน่อย
เขาชอบออยเฟ่ย์แน่นอน
แต่..ทำไมเขาบอกเธอว่าชอบเรานะ ?
“ออยเฟ่ย์....”
“ฉันสัญญาฉันจะไม่พบหรือพูดคุยกับคุณเหมอีก”
เซร่าเอ่ยปากสัญญาเพราะสงสารออยเฟ่ย์ หากแต่คำสัญญาของเธอกลับทำให้เซร่ารู้สึกเจ็บแปลบในใจขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ
“จริงเหรอ!! ขอบคุณนะ มิยาเกะซัง” ออยเฟ่ย์ร้องออกมาดีใจทั้งน้ำตา และโผเข้ากอดเซร่าอย่างขอบคุณ
“ขอโทษนะที่ฉันขี้แยน่ะ” ออยเฟ่ย์หัวเราะออกมาอย่างอายๆ ทั้งๆ ที่น้ำตาเธอยังไม่แห้ง
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันเข้าใจดี” เซร่ายื่นผ้าเช็ดหน้าที่ปักชื่อตัว S ส่งให้ออยเฟ่ย์เพื่อเช็ดน้ำตา
“ฉันขอบคุณเธอมากนะ มิยาเกะซัง”
“ฉันดีใจจริงๆ ที่วันนี้ได้คุยกับเธอ” ออยเฟ่ย์รับผ้าเช็ดหน้ามาและเช็ดน้ำตาพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างโล่งใจ
“ค่ะ” เซร่ารับคำพร้อมกับฝืนยิ้มออกมา
ทำไมเราถึงรู้สึกเจ็บแบบนี้นะ....
เราเป็อะไรไปเนี่ย....หรือว่าโรคหัวใจของเรากำเริบ
แต่เรา....เพิ่งไปหาหมอเช็คมา...ก็ปกติดีนี่นา...
งั้นเป็เพราะอะไรกันนะ...
เวลา 8.10 น.
เป็เวลาที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าห้องเรียน เพื่อเข้าโฮมรูม
แคลร์มาถึงโรงเรียนอย่างทุลักทุเล แขนข้างขวาใส่เฝือกเอาไว้ทำให้เธอถือกระเป๋านักเรียนไม่ถนัดมากนัก
หญิงสาวยิ่งรู้สึกเคียดแค้นเซร่ามากยิ่งขึ้นที่ทำให้เป็แบบนี้
แคลร์พยายามจะเดินไปยังห้องเรียนของเธอ โดยต้องเดินผ่านด้านห้องพักนักกีฬาบาส ของโรงเรียน
หญิงสาวหยุดพัก ก่อนจะเอามือข้างที่ดียันกำแพงเพื่อทรงตัว และเดินกระเผลกไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจใคร
ทันใดนั้นมีมือของคนๆ หนึ่งโผล่ออกมาจากซอกของห้องพัก กระชากผมที่ยาวสลวยของแคลร์อย่างแรง
เผียะ!!!
โป๊ก โป๊ก โป๊ก
แคลร์โดนตบอย่างแรง พร้อมกับโดนจับหัวโขกกับกำแพงถี่ๆ หลายๆ ครั้งจนหน้าผากแตกเืออกมาโชกเต็มใบหน้าแสนสวยของเธอ
แคลร์พยายามที่จะเอามือข้างที่ดีไขว่คว้าไปด้านหลังเพื่อจับตัวของคนที่ทำร้ายเธอ
คนร้ายจับเธอโขกอย่างสุดแรงเป็ครั้งสุดท้าย พร้อมกับปอยผมของคนร้ายที่หลุดติดมือเธอมา
แคลร์ทรุดตัว และรูดลงตามกำแพง ก่อนจะหมดสติไปด้วยความเ็ป
เวลา 8.15 น.
คิมหันต์เพิ่งซ้อมบาสเสร็จ และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอย่างรีบเร่ง เพื่อตรงขึ้นไปห้องเรียน
ขณะที่ชายหนุ่มเดินผ่านห้องพักนักกีฬา เท้าของเขาก็สะดุดกับปลายเท้าของร่างหนึ่งที่นอนคว่ำหน้าสลบอยู่
“เอ๊ะ? ใครกันมานอนตรงนี้?”
คิมหันต์รู้สึกแปลกใจจึงนั่งลงและพลิกตัวตัวหันมาดู ก็พบว่าเป็หญิงสาวคนหนึ่งที่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเื ผมที่ปรกหน้าผากของเธอเกรอะกรังไปด้วยเืที่เริ่มแห้งและจับตัวกันเป็ก้อน
แขนด้านขวาที่เข้าเฝือกอยู่ ปลอกของเฝือกแตกออกมาเล็กน้อยเหมือนโดนกระแทกอย่างแรง
คิมหันต์รู้สึกใมาก เขารีบเอามือไปอังที่ปลายจมูกของหญิงสาวคนนั้นก็พบว่ายังคงหายใจอยู่ แต่ว่าลมหายใจของเธออ่อนมาก
คิมหันต์ตัดสินใจช้อนร่างบางที่เปื้อนเืของเธอขึ้นมา และรีบวิ่งตรงไปยังอาคารที่มีห้องพยาบาลอยู่
“อาจารย์ครับ ช่วยทีฮะ”
“อ้าว คิมหันต์ อ๊ะ!”
อาจารย์รีส ที่เป็เวรประจำห้องพยาบาลใมากเมื่อเห็นชายหนุ่มอุ้มร่างหญิงสาวที่เต็มไปด้วยเืเข้ามา
เสื้อเชิร์ตของคิมหันต์ก็เปื้อนเืที่ยังคงไหลรินออกมาจากหน้าผากที่แตกของหล่อน
“ตายแล้ว วางเธอบนเตียง แล้วไปโทรเรียกรถพยาบาลให้ที” อาจารย์รีสสั่งคิมหันต์ แล้วเธอรีบหยิบกล่องปฐมพยาบาล เพื่อปฐมพยาบาลห้ามเืในขั้นต้น
คิมหันต์ทำตามที่อาจารย์สั่งเรียบร้อย พลันสายตาของเขาเหลือบไปเห็นสิ่งของในมือของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย
เพียงไม่ถึง 20 นาที รถพยาบาลของโรงพยาบาล Saint Paul ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงเรียนก็มาถึง
บุรุษพยาบาลรีบตรงเข้ารับตัวหญิงสาวที่าเ็ท่ามกลางนักเรียนที่มุงดูอยู่อย่างสนใจ จนอาจารย์รีสต้องสั่งให้นักเรียนทุกคนไปเข้าเรียน นักเรียนทุกคนจึงแยกย้ายกันไป โดยยังคงพูดกันถึงเื่ที่เกิดขึ้นอยู่
คิมหันต์โดนอาจารย์รีสกักตัวเอาไว้ และสอบถามเื่ที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มบอกอาจารย์ไปตามความจริง
“เอาล่ะ เธอกลับไปเข้าห้องเรียนซะ แล้วก็อย่าเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด คงต้องให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนเป็คนจัดการเื่นี้”
“ครับ”
“เฮ้อ..ถ้าหาตัวคนร้ายไม่เจอ พ่อของเด็กคนนั้นคงไม่ยอมแน่ๆ”
อาจารย์รีสบ่นพึมพำ เพราะรู้ดีกว่า แคลร์เป็ลูกสาวของใคร
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” คิมหันต์บอก อาจารย์รีสโบกมือเป็สัญญาณว่าให้ไปได้
ขณะที่เดินขึ้นตึกเรียน คิมหันต์ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างหนัก เพราะเขาเหมือนคุ้นหน้าหญิงสาวที่โดนทำร้าย
ผู้หญิงคนนั้นที่จะทำร้ายมิยาเกะเมื่อวานนี่นา
ถ้าอย่างนั้น...ของที่อยู่ในมือของหล่อนจะเป็ของคนร้ายรึ ?
คิมหันต์คิดพร้อมกับล้วงหยิบสิ่งของอย่างหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง
ทำไมพวงกุญแจนี้ถึงอยู่ในมือหล่อนนะ...
หรือว่าคนที่ทำร้ายหล่อนก็คือ.....
ไม่น่า....ยัยนั่นไม่มีทางทำแบบนี้ได้หรอก...
แต่...ผู้หญิงคนนั้นคิดจะทำร้ายยัยนั่น...
หรือยัยนั่นจะชิงลงมือทำร้ายก่อน.......
คิมหันต์ครุ่นคิดอย่างสับสน ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่านออกไปให้หมด
พลันเขาก็เห็นว่าเสื้อเชิร์ตของเขาเปรอะไปด้วยเื เขาจึงเปลี่ยนใจที่จะเดินเข้าห้องเรียนไปเข้าห้องน้ำ และเปลี่ยนเสื้อที่เปื้อนเืออกเป็เสื้อยืดคอกลมที่เอาไว้ใช้ซ้อมบาสฯ ตอนเย็น แล้วตรงเข้าห้องเรียนแทน
อาจารย์ที่กำลังสอนวิชาวิทยาศาสตร์อยู่รู้สึกอึ้งที่เห็นการแต่งตัวของคิมหันต์
“ทำไมเธอแต่งตัวแบบนี้”
“อาจารย์ลองถามอาจารย์รีสดูแล้วกันฮะ”
“.............”
“ไปนั่งที่ได้แล้ว”
อาจารย์พอจะรู้คร่าวๆ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่อยากให้นักเรียนคนอื่นรู้เื่
คิมหันต์เดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะเรียนของตนท่ามกลางสายตาที่มองเขาอย่างสงสัย สายตาของเขาจับจ้องไปที่เซร่าที่กำลังมองเขาอยู่ก่อนเช่นกัน
“ทำไม...”
เซร่าอ้าปากจะถาม แต่เมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มเคร่งขรึม เธอจึงเปลี่ยนใจ
คิมหันต์เหล่มองเซร่าเล็กน้อย ก่อนจะเขียนอะไรยุกยิกลงเศษกระดาษ และเลื่อนส่งให้กับเซร่าอ่าน
“หมดคาบเรียนแล้ว ขอคุยด้วย”
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวอ่านเสร็จ คิมหันต์จึงขยำเศษกระดาษและทิ้งลงถังขยะด้านหลังห้องไป