ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 79 ความน่ากลัวของตำหนักหมิงฉือ

            เต๋อเฟยส่งยิ้มให้หนิงมู่ฉือเป็นการบอกว่าให้วางใจเถิด หนิงมู่ฉือเห็นเช่นนั้นจึงถอนหายใจออกมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าเต๋อเฟยต่างหากคือคนที่ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา

            หนิงมู่ฉือเดินตามอยู่ด้านหลังพระสนมซูเฟยด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ เมื่อออกมาจากตำหนักเจินหลงก็ได้เจอกับองค์หญิงซีเยวี่ยในชุดสีชมพูประดับด้วยพู่ห้อยสีฟ้าองค์หญิงเดินตรงเข้ามาหาพระสนมซูเฟย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ “น้องคารวะพี่สาวเพคะน้องมารอพี่นานแล้ว”

            เอ่ยจบก็หันไปถลึงตาใส่หนิงมู่ฉือด้วยความเคียดแค้น

            หนิงมู่ฉือรีบยอบกายทำความเคารพโดยพลัน “บ่าวถวายบังคมพระสนมเพคะ” ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นถึงพระสนมของวังหลังซึ่งมีอำนาจเหลือล้นอีกทั้งเบื้องหลังยังมีต่างแคว้นให้การสนับสนุน

            องค์หญิงซีเยวี่ยไม่แม้แต่จะเหลือบมองหนิงมู่ฉือนางจึงต้องยอบกายอยู่เช่นนั้นจนขาเริ่มปวด หากนางก็ได้แต่ต้องกัดฟันทนฟังพระสนมซูเฟยกับองค์หญิงซีเยวี่ยไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันภายในใจนางตอนนี้เกิดการต่อสู้กัน จะลุกดีหรือไม่ลุกดีนะ

            ครั้นเห็นพวกพระสนมซูเฟยกำลังจะเดินกลับไปที่ตำหนักหมิงฉือนางจึงลุกขึ้นยืน ด้วยความที่ต้องยอบกายอยู่นาน ทำให้ขาไม่มีแรงจนเกือบจะล้มลงไปกับพื้นเมื่อปรับท่าทางได้ กำลังจะก้าวเดินก็เกือบจะล้มลงไปอีกครา

            นางเดินกะเผลกตามหลังพระสนมซูเฟยทำให้นางกำนัลและขันทีที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามองพร้อมกับหัวเราะเยาะพระสนมซูเฟยหันหน้ากลับมามองก่อนจะเอ่ยว่า “ที่แท้แม่นางหนิงก็ขาไม่ดีนี่เองเช่นนั้นให้ชุนเถาช่วยพยุงเจ้าก็แล้วกัน”

            นางได้ฟังก็เบนสายตาไปยังชุนเถาซึ่งมีรูปร่างแข็งแรงทรงพลังจากนั้นถึงค่อยส่ายหน้าออกมา พร้อมทั้งเอ่ยอย่างเกรงใจ “พระสนม ขาบ่าวแค่เหน็บชาเท่านั้นสามารถเดินได้เพคะ”

            พระสนมซูเฟยส่งสัญญาณทางสายตาให้แก่ชุนเถาเมื่อชุนเถาเห็นก็รีบเดินเข้ามาประกบข้างหนิงมู่ฉือทันที นางถึงกับเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก

            ชุนเถายื่นมือมาจับแขนหนิงมู่ฉือเอาไว้ออกแรงบีบอย่างแรง เอ่ยพร้อมกับยิ้ม หากแต่เป็นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “แม่นางหนิงไม่ต้องเกรงใจ”

            นางรู้สึกเจ็บที่แขนยิ่งนักน้ำตาแทบจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ โมโหแต่ไม่มีแรงพอจะต่อกรกับอีกฝ่าย “พยุงข้าเบากว่านี้ได้หรือไม่”

            แต่ใครเลยจะรู้ว่าสีหน้าชุนเถากลับไม่เปลี่ยนไปเลยทั้งยังคงบีบแขนนางอย่างแรงเช่นเดิม

            หนิงมู่ฉือมองเห็นป้ายชื่อตำหนักหมิงฉือมาแต่ไกลตำหนักโอ่อ่าหรูหรา ทว่ากลับมีบรรยากาศที่ทำให้ผู้คนรู้สึกกดดันยิ่งนักท้องฟ้าค่อยๆ มืดลงทุกขณะ บนหลังคาของตำหนักเต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลนเมื่อท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ ตำหนักแห่งนี้ก็ดูน่ากลัวราวกับตำหนักเย็น

            นางมองป้ายชื่อตำหนักหมิงฉือที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับลอบกลืนน้ำลายนางรู้สึกเหมือนกำลังจะมีเรื่องที่น่ากลัวมากเกิดขึ้น

            ชุนเถาทั้งดึงทั้งลากนางเข้าไปในตำหนักจนนางสะดุดล้ม คุกเข่าอยู่แทบเท้าพระสนมซูเฟย

            พระสนมซูเฟยในตอนนี้นั่งอยู่บนตั่งคนงามด้านข้างคือองค์หญิงซีเยวี่ยที่มีสีหน้าลึกล้ำพระสนมซูเฟยถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ออกจากตัว ก่อนจะเดินมาตรงหน้านางแล้วโน้มตัวลงมาใช้เล็บยาวซึ่งทาสีแดงสดลูบไล้ไปทั่วใบหน้า

            นางรู้สึกหนาวยะเยือกที่หน้าจนตัวสั่นเทิ้มพระสนมซูเฟยโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ “แม่นางหนิงข้าได้ยินว่าเจ้ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเต๋อเฟยหรือ!”

            นางได้ยินเช่นนั้นก็สะดุ้งในใจเรื่องที่นางกลัวที่สุดได้มาถึงแล้ว แต่ในเมื่อฝ่าบาทเป็นคนรับสั่งให้นางมาที่นี่เช่นนั้นพระสนมซูเฟยคงไม่กล้าทำอะไรนางหรอกกระมัง

            นางพยามทำใจดีสู้เสือ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ทูลพระสนมพระสนมเต๋อเฟยเพียงคอยดูแลบ่าวเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้นเพคะ บ่าวจึงเห็นพระนางเป็นดั่งพี่สาวคนหนึ่งของบ่าว”

            พระสนมซูเฟยแค่นเสียงฮึออกมา นางหันไปมองรอบๆตำหนัก พบว่าโดยรอบจุดไฟเอาไว้หลายที่ นางกลัวเหลือเกินว่าหากไม่ระวังให้ดีลมจะพัดเข้ามาแล้วทำให้ไฟเหล่านี้ไฟลุกไหม้ไปทั้งตำหนัก

            ดวงหน้าขาวนวลของพระสนมซูเฟยดั่งปีศาจร้ายก็ไม่ปานเอามือจับคางนางพร้อมกับข่มขู่ “แม่นางหนิง เจ้าน่าจะรู้นะว่าคนที่ล่วงเกินข้าจุดจบมีแค่อย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือตาย!”

            ได้ยินคำนั้น นางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อพระสนมซูเฟยปรบมือ ชุนเถาและนางกำนัลที่มีรูปร่างแข็งแรงกำยำก็เข้ามาล้อมนางเอาไว้

            นางนิ่งอึ้งไป มองนางกำนัลเหล่านี้อย่างงุนงง

            พระสนมซูเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จับนางเอาไว้ ข้าอยากจะรู้นักว่ากระดูกนางจะแข็งสักเพียงใด!”

            นางร้องอุทานอย่างตกใจเมื่อได้ฟังพยายามดิ้นรนขัดขืน ทว่าก็ถูกนางกำนัลผู้มีเรี่ยวแรงมากเหล่านี้พาตัวไปยังห้องมืดทึบห้องหนึ่งอยู่ดี

            ครั้นเข้ามาในห้องนางได้ยินเสียงพระสนมซูเฟยเอ่ยขึ้นมา แต่ไม่รู้ว่ามาจากทิศทางใด “ฮึวันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเห็นถึงความร้ายกาจของข้า”

            นางกลัวความมืดมาแต่ไหนแต่ไร รอบกายนางตอนนี้มีเพียงความมืดมิดนางกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นางรู้สึกว่าตามตัวนางมีตัวอะไรบางอย่างกำลังไต่อยู่นางรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง ใช้มือจับไปตรงที่รู้สึกว่ามีตัวอะไรสักอย่างไต่อยู่แล้วนางก็จับโดนบางอย่างที่มันนุ่มๆ ลื่นๆ

            นางร้องออกมาด้วยความกลัวจับใจ ขณะที่เจ้าตัวนั้นไต่อยู่บนตัวนางนางลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทา ร้องไห้ออกมาด้วยความสิ้นหวัง

            องค์หญิงซีเยวี่ยได้ยินเสียงร้องอย่างหวาดกลัวของหนิงมู่ฉือจึงหันไปเอ่ยถามซูเฟย “พี่สาวทำแบบนี้จะไม่ดูว่าพวกเราโหดร้ายเกินไปหรือ”

            ซูเฟยมีสีหน้าเปี่ยมสุขเมื่อได้ยินเสียงร้องของหนิงมู่ฉือส่งยิ้มสะใจให้องค์หญิงซีเยวี่ย “ไม่โหดร้ายหรอก ถึงอย่างไรนางก็ไม่มีทางมีอายุยืนยาวอยู่แล้วให้พวกเราได้มีความสุขสักหน่อยจะเป็นไรไป”

            องค์หญิงซีเยวี่ยได้ยินเช่นนั้นก็แย้มยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปนวดไหล่ให้ซูเฟยซูเฟยหลับตาเสพสุขกับการนวด พร้อมทั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม “ที่อยู่ในห้องนี้คืองูไช่ฉวา[1] เป็นงูไม่มีพิษ เพียงทว่าความกลัวที่หนิงมู่ฉือเผชิญอยู่อาจจะทำให้นางกลายเป็นบ้าก็เท่านั้นเอง!”

            องค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มประกายตาเต็มไปด้วยความชั่วร้ายขณะนวดไหล่ให้แก่ซูเฟย

            ทันใดนั้นเองขันทีข้างนอกตะโกนรายงานว่า “พระสนมเต๋อเฟยเสด็จ”

            ซูเฟยที่ได้ยินเช่นนั้นมีสีหน้าร้อนใจขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนจะหันไปส่งสัญญาณสายตาให้ชุนเถา ซูเฟยรีบจัดเสื้อผ้าตัวเองให้ดูเรียบร้อยฉีกยิ้มขณะเอ่ยกับองค์หญิงซีเยวี่ย “เต๋อเฟยผู้นี้คือดาวช่วยชีวิตของหนิงมู่ฉือเห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน”

            องค์หญิงซีเยวี่ยพยักหน้าขณะฟังเสียงฝีเท้าที่ดังอยู่ไกลๆ

            เต๋อเฟยเดินเข้ามาในตำหนักของซูเฟยอย่างรีบร้อนเมื่อเห็นซูเฟยนอนเอกขเนกอยู่บนตั่งคนงาม จึงยกยิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า “พี่สาวช่างอารมณ์ดีเสียจริง”

             

            [1] งูไช่ฉวา เอลาเฟ คารินาตาหรืองูไต้หวันกลิ่นเหม็น ลำตัวจะมีสีเหลืองอ่อนสลับดำพบมากสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก

     

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508