[อ้อแอ้อู้โอ้ว!] พ่อของข้าคือผู้กล้าอันดับหนึ่ง!

    ตอนที่ 17 เปลวเพลิงต่อสู้แห่งความพินาศ!!!

            “เจ้าเข้าไปได้ จงจำไว้ว่ามีหนึ่งชีวิตกำลังรอเจ้าอยู่!”โกเลมรูปปั้นยักษ์ใหญ่คำรามดังก้อง ร่างก้อนศิลามหึมาซึ่งปกคลุมด้วยหิมะ ยังคงยืนนิ่งเฝ้าปากถ้ำ ในฝ่ามือข้างหนึ่งก็จับลำตัวเจ้าลมกรดเอาไว้มั่นคง“ข้าจะรีบกลับมานะ ลมกรด!”“แอ่ะ!”ลมกรดร้องอย่างปลงตก มันหยุดดิ้นแล้วมองผู้เลี้ยงดูของมันเขาไปในถ้ำเวทินก้มตัวแล้วเดินเข้ามาภายในถ้ำตะวันออกด้วยความระมัดระวัง สถานที่แห่งนี้เล็กและแคบเมื่อเปรียบเทียบกับถ้ำเทพเจ้ามังกรเฮอเหลียว เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย ทั้งลื้นและชื้นแฉะ ทว่าสิ่งหนึ่งที่เด็กชายประหลาดใจในทุกก้าวเดินมาในถ้ำแห่งนี้คือแสงสว่าง‘ที่นี่เป็นด้านในถ้ำแท้ๆ แต่กลับสว่างขึ้นเรื่อยๆ เป็นเช่นนี้ทำให้คาดคะเนเวลาไม่ได้น่ะสิ’ เวทินคิดในใจ ยิ่งตัวเขาเดินลึกเข้าไป ภายในถ้ำก็ค่อยๆสว่างขึ้น เหมือนกับไฟตะเกียงที่ถูกเร่งไฟให้จ้าขึ้นเวทินหลุดออกมาจากช่องทางแคบและเล็กก็พบกับลานกว้างภายใน แม้จะมีแสงสว่างแต่เด็กชายก็มองไม่เห็นว่าปลายทางของมันสุดเขตแดนที่ตรงไหน มันเป็นโถงสูงประมาณผู้ใหญ่ตัวสูงยืนได้พอดีเวทินกระเถิบกายและใช้ดาบสลักทางไว้กันหลงทาง ในตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงพลังงานบางสิ่ง!!เสียง?เวทินขยับดาบสั้นในมือของตนเองจนมั่น เขาก้มตัว ดวงตาดำขลับสอดส่ายสายตาหาความผิดปรกติรอบด้านอย่างเฝ้าระวังหัวใจของเด็กชายเต้นตุ้บๆ จนเหมือนดังออกมาได้ยินภายนอกศัตรูเหรอ?เม็ดเหงื่อกาฬปรากฏขึ้นโดยเขาไม่ทันรู้สึกตัว“ใครนะ?”ในท้ายที่สุดเวทินตัดสินใจตะโกนออกไป เสียงกังวานไปภายในโถงไม่ช้าแสงสว่างภายในถ้ำก็ค่อยๆวูบลง เวทินมองเห็นเพียงเค้าลางใกล้ๆ เวลานี้ภายในถ้ำเหมือนช่วงเวลาตะวันกำลังจะตกดินนักบวชฝึกหัดสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ กุมสติให้เข้มแข็งและใจเย็น“เจ้าผู้มาเยือนเอย...มีกิจอันใด?”เสียงประหลาดดังขึ้นจากภายในจนเด็กชายสะดุ้งโหยง เวทินหันตัวไปยังต้นเสียง“ข้าได้ยินเสียงท่าน แต่มองไม่เห็นท่านเลย ท่านคือผู้พิทักษ์ของถ้ำนี้หรือครับ?”เขาถามอย่างใจเย็น“ผู้พิทักษ์หรือ...คำตอบคือทั้งใช่และไม่ใช่!”คำตอบอันชวนสับสน ทำให้ผู้ถามได้แต่คิ้วขมวดสงสัย“เช่นนั้นท่านเป็นใครหรือ?”เด็กชายยังคงถามต่อไปหลังจากถามไปครู่หนึ่ง เสียงปริศนาก็เอ่ยขึ้น”เราเป็นเพียงเสียงเท่านั้นสำหรับตัวเจ้า...จงตอบมาตามตรง! เจ้าต้องการสิ่งใด? มนุษย์ตัวน้อย เจ้าเดินทางมายังถ้ำแห่งนี้ มาที่นี่ด้วยเหตุผลกลใดกัน?”เสียงปริศนานั้นดังและดุดันขึ้นเวทินตัดสินใจลดดาบของตน เอามือข้างหนึ่งแนบอกแล้วกล่าวแนะนำตนเอง“ตัวข้ามีนามว่าเวทิน นักบวชฝึกหัดแห่งศาสนาเทวา นิกายดวงตาดาราเวียนว่ายแห่งศวาติ…ข้าได้รับภารกิจสำคัญจากท่านเทพพญามังกรเฮอเหลียว! ท่านให้ข้าตามหาแก้วอัคคีและทองคำบริสุทธิ์ในที่แห่งนี้! เพื่อมาซ่อมดาบท่านผู้กล้าซือหลินไปช่วยผู้คนครับ!”ตอบออกไปอย่างชัดเจนเสียงปริศนานิ่งไป ราวกับรับฟังคำพูดของเวทินแล้วจึงพูดกลับมา“ข้าทราบในสิ่งที่เจ้าปรารถนาแล้ว...เช่นนั้นจงลองเดินตามหาดูตามสบาย...”เป็นคำตอบฟังดูเรียบง่ายและห้วนๆ จนนักบวชฝึกหัดตั้งตัวไม่ถูก“เอ่อ ขอบคุณครับ…”เขาตอบเป็นพิธี “เอ่อ คือข้าสามารถเดินตามหาของได้แล้วใช่หรือครับ?”“ถูกต้องแล้ว เจ้าสงสัยอะไรอย่างนั้นหรือ?”น้ำเสียงลึกลับสูงขึ้นด้วยความสงสัย“ล่อของท่านผู้กล้าอยู่ข้างหน้า”เด็กชายอธิบายตามตรง“ท่านช่วยปล่อยมันได้หรือไม่ครับ?”“ค่าผ่านทางคือข้อตกลงระหว่างเจ้าและยักษ์ทวารบาล เจ้าอย่าเสียเวลาเลย จงไปหาสิ่งที่เจ้าปรารถนา แล้วเมื่อกลับออกไปได้ ทวารบาลจะปล่อยค่าผ่านทางของเจ้าไปเอง...”คำตอบของเสียงปริศนา ทำให้เวทินตัดสินใจเลือกจะเดินตามหาแร่วัตถุดิบต่อ“เอ้ะ เอ่อ เช่นนั้นข้าไม่ขอเกรงใจ”หลังจากตอบ เขาก็ค่อยๆเดินออกไปจากบริเวณที่ยืนอยู่“จงแสดงให้ข้าดูเถอะ ว่าเจ้าปรารถนาสิ่งใดแท้จริง!”เสียงปริศนาดังลั่นขึ้น พร้อมกับแสงสว่างจ้าไปทั่วโถง         วาบ!!!“เหวอ!? เกิดอะไรขึ้น???”เด็กชายนักบวชร้องตะโกน แสงสว่างเจิดจ้าโอบอุ้มร่างของเขาเอาไว้ แม้เขาจะหลับตาแต่แสงเจิดจ้าก็แยงตาอยู่ตลอดจนแสบจากนั้นมันก็ดับวูบแสงจ้าบรรจงหายไปจากเปลือกตาก่อนจะกลับมาเป็นไฟสลัวที่พอมองได้เวทินลืมตาขึ้น บัดนี้เขาพบว่าตนเองไม่ได้อยู่ภายในถ้ำอีกแล้ว...เขากลับปรากฏตัวในเตียงนอน...
    “ที่นี่...บ้านของเรา...เป็นไปได้ยังไงกัน”
    เรากับท่านแม่ต้องออกจากบ้าน หลังจากท่านพ่อเสีย ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?ท่ามกลางความสับสน ร่างลึกลับก็ปรากฏข้างกายเวทิน“เวทิน เวทิน... มาทางนี้!”เสียงเรียกอันคุ้นเคยจนเด็กชายนักบวชหันไปมอง ร่างชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากตัวเขา“ท่านพ่อ ท่านแม่…”เขากล่าวเมื่อเห็นร่างบุคคลอันเป็นที่รักอีกครั้งerror loaded
    “เจ้ามัวไปทำอะไรมาที่ไหนมา...พวกเรารอเจ้าอยู่นานแล้ว”พ่อแม่ของเด็กชายกล่าวอย่างอ่อนโยน จนผู้เป็นลูกถึงกับตะลึงงัน
    “ข้ากำลังฝันอย่างนั้นหรือ?”
    “นี่คือความจริงต่างหากลูกรัก เจ้าไม่ได้ฝันไปหรอก!”แม่ของเวทินกล่าว
    “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าฝันไปอย่างนั้นหรือ? เรื่องทุกอย่าง...เป็นเพียงความฝัน?”ความสับสนเข้าครอบงำตัวเด็กชายอย่างรวดเร็ว เขามองรอบด้าน ทุกอย่างเหมือนปรกติไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย
    “มาเถอะลูกรัก พ่อจะพาเจ้าไปฝึกวิชายุทธ์กัน!”ชายวัยกลางคนกล่าว
    ทว่าทันใดนั้นเอง เงาสีดำน่าสยดสยองก็พลันปรากฏขึ้น มันมีใบหน้าอัปลักษณ์ราวกับผู้คนกรีดร้องโหยหวน พุ่งเข้าใส่ร่างบิดาของเวทิน...
    “ท่านพ่อ ระวัง!”
    “กริ๊ด ปีศาจ!”
    “อ้าก นี่มันเรื่องอะไรกัน? ใครก็ได้! เวทิน เวทินช่วยพ่อด้วย ช่วยพ่อด้วย!!!”ผู้เป็นพ่อถูกเงาดำห่อหุ้มร่างเอาไว้จนลอยค้างบนอากาศ ใบหน้าสยดสยองจำนวนมาก กำลังกัดกินร่างกายของเขาไปทีละนิด! ทีละนิด!!
    “ท่านพ่อ!”เวทินตะโกนแล้ววิ่งออกไป มารดาของเขาก็มาซบตัวเขาเอาไว้
    “เร็วลูกรัก พวกปีศาจกำลังทำร้ายพ่อของลูก! ความแข็งแกร่งของเจ้าตอนนี้ช่วยเราได้!”แม่ของเขากล่าวอย่างร้อนรน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวด“ฆ่ามัน เวทิน ฆ่ามัน ฆ่าพวกมันให้หมด!!!”ร่างที่ถูกเงาดำโอบรัดกรีดร้อง
    “ฆ่าพวกมันเร็วลูกรัก แค่พวกมันตายจนหมด เราก็จะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง...”แม่กระซิบที่ข้างหู เวทินนิ่งก่อนจะค่อยๆชักดาบของตนออกมา...



    ...ช่วงเวลาเดียวกัน โรงถลุงเหล็ก ถ้ำพญามังกรเฮอเหลียว
    “ฟานล่ะ”เพตราถาม หญิงสาวจ้องมองซือหลินที่เดินเข้ามายังหน้าถ้ำ พร้อมกับน้ำดื่มอุ่นๆในมือ
    “ข้าเพิ่งจะป้อนข้าวป้อนน้ำให้น่ะ กำลังนอนหลับสบายเลย”ซือหลินยิ้มตอบเล็กน้อย เขามอบส่งแก้วน้ำให้เพื่อนสนิท เธอรับมันไว้ คู่สนทนาพยักหน้าเข้าใจ อัศวินหญิงจึงเอ่ยต่อ
    “เด็กคนนี้นี่ กินอิ่มก็หลับนานจริงๆ ว่าแต่อาหารเด็กเจ้าเตรียมมาเองหรือ?”
    “มันเป็นหน้าที่ของพ่ออยู่แล้วนี่”ผู้กล้าวัยกลางคนตอบอย่างภูมิใจ แน่นอนว่าอาหารการกินล้วนเป็นเรื่องที่เขาศึกษามาตลอด เพื่อให้พร้อมดูแลทารกตัวน้อย
    ตอนนั้นเองซือหลินก็ทำหน้าเหมือนนึกเอะใจ เขาเหลียวมองซ้ายขวาแล้วถามเพื่อนสนิทของตน“ช่วงนี้ไม่เห็นเจ้าลมกรดเลย ข้าว่าจะหาเศษกองหญ้ากองฟางไปให้มันกินเสียหน่อย”
    เช่นเดียวกันเพตราก็ชะโงกหน้าไปรอบๆ ก่อนตอบออกไป“ข้าเห็นเจ้าลมกรดเดินก้าวไปก้าวมาแถวนี้อยู่หลายครั้งนะ เมื่อประมาณสามสี่วันก่อนน่ะ คงไม่ไปไหนไกลหรอก มันขี้กลัวจะตาย”
    สำหรับเพตราที่เป็นหนึ่งในคนที่มาช่วยเลี้ยงดู เจ้าลมกรดถึงจะสมบูรณ์แข็งแรงขึ้นเพียงใด แต่โดยเนื้อแท้แล้วมันก็ยังเป็นล่อจอมขี้กลัวอยู่ดี
    ...และเพราะความขี้กลัว มันมักไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนได้เสมอ
    “เห็นเจ้าลุกออกมาจากเตียง เดินเหินทำนู่นนี่นั้นได้สะดวกขึ้น ก็ถือว่าอาการเจ้าดีขึ้นมากแล้วนี่ ซือหลิน”เพตราชวนเปลี่ยนหัวข้อเรื่อง
    “ได้เจ้าช่วยทั้งนั้นแหละท่านหญิง”ผู้กล้าวัยกลางคนตอบ เขายิ้มเล็กๆที่มุมปาก“แล้ว...ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง?”
    หญิงสาวจิบน้ำดื่มขึ้นครั้งหนึ่งแล้วหันไปยังซือหลิน“สถานการณ์ปรกติ ข้าอดหลับอยู่หลายวัน แต่ไม่มีวี่แววพวกสัตว์อสูรในตอนนี้ ”
    เธอพูดพลางรวบผมสีแดงของตนไว้ด้านหลัง จากตอนที่พบรอยเท้าอสูรปริศนาก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตลึกลับตนนั้นแม้แต่น้อย หากโชคร้ายที่สุด คือมันรอในเวลาที่ทุกคนอิดโรยมากที่สุดก็เป็นได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น
    “นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เวทินยังไม่กลับมาเลย”คำกล่าวของเพตราแฝงด้วยความเป็นห่วง
    “เขาเดินทางไปหาวัตถุดิบกี่วันแล้วหรือ?”ซือหลินกล่าว เขาหลับพักในโรงถลุงเหล็กหลายวันจนไม่รู้วันเวลา
    เพตรามองไปยังนอกถ้ำแล้วให้คำตอบ“นับจากวันที่พวกเราเดินทางมาเกือบเจ็ดวันแล้วล่ะ”
    “ใช้เวลานานเหมือนกันนะเนี่ย”
    “จะเป็นอะไรหรือเปล่านะ”
    ซือหลินแตะบ่าสหายร่วมรบเบาๆ “ข้าเชื่อมั่นในตัวเด็กคนนั้น เขาจะต้องผ่านบททดสอบ และกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน”
    “เจ้าเคยผ่านมาแล้วนี่ บททดสอบของพญามังกรเป็นอย่างไรเหรอ?”
    ซือหลินหลบสายตาเพื่อน ยิ้มแห้งๆก่อนตอบตามตรง“มันกระทบต่อจิตใจมากเลย เจ้าอย่ารู้เลยดีกว่า”
    “อู้ว!”
    เสียงหนึ่งดังขึ้นจากภายในถ้ำ ทำให้ซือหลินหันขวับด้วยความตกใจ
    “โอ้ะ! ฟาน ตื่นแล้วเหรอลูก!?”
    ตึง!!!
    ซือหลินพูดยังไม่ทันจะขาดคำ พลันก็บังเกิดมีเสียงดังตึง เสียงนี้ทำให้แม้แต่เพตรายังต้องหันไปเหลียวมองว่าเกิดอะไรขึ้น
    “แอ๊!!!! แง แง้ แง้!”
    หลังจากเสียงตึงตัง เสียงร้องที่ตามมาคือเสียงร้องพร้อมน้ำตาของฟาน ทารกน้อยร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด โดยมีผู้เป็นพ่อพุ่งเข้ามาประคองร่างอย่างรวดเร็ว
    “ฟาน! ลูกรักแสนดีของพ่อ! ไม่นะ!! ลูกพ่อเจ็บมาไหมลูก!”ซือหลินพูดปลอบ
    “เกิดอะไรขึ้น!?”อัศวินหญิงเดินเข้ามาดูสภาพ พบร่องรอยผ้าห่มตกบนพื้น เนื้อผ้าลากยาวเป็นทางประหนึ่งบอกเส้นทางการคลานของทารกน้อย มุ่งไปสุดอยู่ตรงยังถังใบใหญ่ ซึ่งในนั้นเก็บใส่เลือดของซือหลินเอาไว้
    “นางคลานมาที่ถังใส่เลือด แล้วคงพลาดไปหน้ากระแทกน่ะ”ผู้เป็นพ่อพยายามอธิบายด้วยใบหน้ามู่ทู่
    “ว้าย ซือหลิน เลือดออกด้วย”หญิงสาวตกใจเมื่อเห็นเลือดที่ปากของเด็กทารกตัวน้อย
    “แง้!”ฟานร้องไห้จ๊ากเหมือนทั้งเจ็บ ทั้งเพิ่งตื่นนอนด้วยอาการผวา เธอจึงแผดร้องดังไปทั่ว
    ซือหลินอุ้มปลอบโยนไปมา“โอ๋ๆ ลูกคนดี เจ็บเดี๋ยวก็หายนะลูก!..อาจารย์! ทำไมอาจารย์ไม่เอาหม้อไปทำพิธีล่ะ!”พูดเสียงดังเหมือนตั้งใจให้คนในถ้ำได้ยินทุกคน
    เป็นเพตราที่มาพูดเรียกสติคนเห่อและห่วงลูก“ท่านอาจจะลืมก็ได้ ตอนนี้ต้องดูฟานก่อนนะ”
    “จริงด้วย”ซือหลินเฉลียวใจ เมื่อตั้งสติได้เขาก็เหล่มองไปยังหน้าทางเข้า“จำได้ว่าทำยาทาแผลเด็กวางใส่ถุงแถวปากถ้ำ! เดี๋ยวข้ารีบไปหยิบก่อนนะ”พูดจบพ่อลูกอ่อนก็กระเตงอุ้มลูกสาวที่ยังร้องไห้ไปยังหน้าทางเข้า
    “เดี๋ยวสิ พื้นมันลื่นหิมะนะ อย่าวิ่งและอุ้มฟานไปแบบนั้น เดี๋ยวก็ล้มหรอก”เพตราตะโกน เธอคอยเดินตามไปไม่ช้าที
    “ข้าไม่ล้มอะไรง่ายๆหรอก...เฮ้ย เฮ้ย”ซือหลินร้อง เขาหงายหลังไปทางเพตรา ขาชี้ฟ้าทำท่าล้มตึง
    “ระวัง!”
    เพตราเป็นคนวิ่งไปช่วยประคองร่างของสองพ่อลูก โชคดีเข้าข้างทั้งสาม ทั้งหมดปลอดภัยอย่างเฉียดฉิว!
    “ฟู่ว! เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม”เธอถาม
    “อ่า...ขอบใจเพตรา เจ้าช่วยข้าไว้ทันเส้นยาแดงผ่าแปดไปเลย”ผู้กล้าวัยลุงเอ่ยพลางหัวเราะแห้ง
    หญิงสาวยิ้มก่อนพูด“ถือว่าเจ๊ากันที่เจ้าช่วยตอนข้าล้มแล้วกัน”
    error loaded
    “อ๊า ! ท่านซือหลิน!”
    ในขณะที่ซือหลินอยู่ในการประคองอยู่ เสียงร้องปริศนาก็ดังขึ้นมาจากหน้าถ้ำ
    สตรีนางหนึ่งใส่ผ้าคลุมสีดำ สวมแว่นตา ชี้นิ้วมายังทั้งสอง
    “เอ๊ะ? ใครนะ”เพตราอุทาน เธอขมวดคิ้วให้คนแปลกหน้า พลางประคองตัวซือหลินจนยืนได้มั่นคง
    “อ๊ะ เจ้า!”ซือหลินอุทานราวกับรู้จักมาแต่เก่าก่อน
    “โอ้ว! ท่านซือหลิน ท่านจริงๆด้วย ท่านยังปลอดภัย”หญิงสาวลึกลับตะโกนลั่น เธอพุ่งตรงเข้ามาหาซือหลินถึงหน้าถ้ำ แต่ก็ไม่ยอมเดินเข้ามาหาใกล้ๆ “บ้านท่านไหม้เหลือแต่ซาก ข้านึกว่าจะหาท่านไม่เจอเสียแล้ว แล้วฟานล่ะ เกิดอะไรขึ้นทำไมเลือดออกล่ะ?” เธอกล่าวพลางเหลือบมองฟาน ซึ่งตอนนี้ทารกน้อยก็จ้องหน้าเธอโดยยังสะอึกสะอื้นอยู่เล็กน้อย
    “ห๊ะ บ้านไฟไหม้เหรอ?”ซือหลินถึงกับอึ้งตะลึงเมื่อได้ยิน“ทำไมบ้านข้าไฟไหม้ได้เนี่ย?”
    ท่ามกลางความสับสนร้อยแปด เพตราซึ่งมองสถานการณ์อยู่นานก็เอ่ยถาม“ซือหลิน เธอคนนี้...นางเป็นใครอย่างนั้นเหรอ?”
    หญิงสาวลึกลับมองค้อนเพตรา เธอทำหน้าดุเหมือนโกรธบางอย่างในใจ“แล้วเจ้าล่ะ เป็นอะไรกับท่านซือหลิน ถึงมา...กอดกันตรงนี้ โอ้ตายจริง! มาทำบัดสีอะไรต่อหน้าเด็กกันคะ?”
    "บะ...บัดสีอะไรกัน ข้าแค่ช่วยอาซือจากการล้มตั้งหาก!"อัศวินหญิงอธิบาย
    หญิงสาวทำหน้าเอะใจ เธอขยับแว่นตาของตนก่อนพูดด้วยเสียงโกรธและสั่นเคลือ“หรือว่า...ลูกโตขนาดนี้แล้วยังจะคิดนอกใจเหรอ ท่านซือหลิน!?”
    “เดี๋ยวก่อนสิ! ไม่ใช่ล่ะ”ซือหลินออกตัวปฏิเสธ“เรื่องนี้เพื่อนของข้าไม่เกี่ยวมาคุยกันนอกรอบ”
    “เพื่อนเหรอ?”สองสาวพูดประสานกันราวกับนัดแนะ ซือหลินได้แต่โอบฟานที่ตอนนี้ทำหน้างง ไม่ต่างจากบิดา
    พรึ่บ !!!
    แสงสีฟ้าแปลกประหลาดปรากฏขึ้นจากภายในถ้ำ ประกายไฟสีเทาอ่อนและสีฟ้าน้ำทะเลลอยคว้างบนอากาศ มาส่งเสียงเปรี้ยะๆเหมือนสายฟ้า ควันไอเย็นแพร่ไปทั่วพร้อมกับร่างพญามังกรเจ้าของถ้ำ
    “แหม อะไรกัน!”เฮอเหลียวพูดด้วยน้ำเสียงเกรงขาม“ใครบังอาจเข้ามาในถิ่นของข้า โดยไม่ได้รับอนุญาต มันช่างอวดดีเสียจริง”
    ว่าแล้วมังกรพันปีก็พ่นเปลวไฟสีฟ้าออกไปใส่ร่างหญิงสาวหน้าถ้ำทันที
    เปลวไฟพุ่งอย่างรวดเร็ว จนสาวลึกลับร้องเหวอ ก่อนกระโดดหลบไปข้างทาง
    “ช้าก่อนท่านอาจารย์ อย่าทำร้ายนาง!”
    “จะมนุษย์หรืออสูร จะผีห่าตนไหน จะตัวอะไรก็ช่าง! ถ้าอยากจะมาในถ้ำของข้า ข้ามิรังเกียจเลย ซือหลินเอย”พญามังกรคำราม เมื่อเธออ้าริมฝีปากออกมา พลันเปลวไฟสีฟ้าร้อนผ่าวเป็นควันวนเวียนอยู่ภายใน“แต่ข้าไม่อยากข้องแวะเผ่าพันธุ์เดียวกันกับตนเองให้อนาจใจ!”
    เปลวไฟทำให้ผ้าคลุมหัวของหญิงปริศนาใส่แว่นหลุดออกมา เปิดเผยให้เห็นผิวพรรณที่มีเกล็ดคล้ายจระเข้ เธอมีเขาแบบเดียวกันกับพญามังกรเฮอเหลียวพึงมี แต่เป็นเขาที่เล็กกว่าสีดำสนิท
    “นางเป็นมังกร!?”เพตราพูดขึ้นเมื่อเห็นสถาพอันแท้จริง
    error loaded
    “มังกรมีกฏของมังกรอยู่”เฮอเหลียวคำรามดัง หางของเธอเลิดออกจากอาภรณ์ ฟาดลงพื้นหลายครั้ง“และข้าก็เป็นพวกหวงถิ่นเข้าไส้เสียด้วย คงจะยอมให้มีผู้บุกรุกมาแหยมถิ่นอยู่แบบนี้ไม่ได้หรอก!”
    พูดจบพญามังกรก็พุ่งไปยังร่างสตรีใส่แว่นในทันที!!
    “ช้าก่อนอาจารย์!”ซือหลินตะโกน แต่ดูเหมือนจะไม่เข้าหูอาจารย์นัก
    “เจ้ามังกรเฒ่าแห่งซุยซาน!? เจ้ามังกรทรยศ!”สาวลึกลับร่างมังกรตะโกน เธอพ่นเพลิงสีดำออกมาใส่เฮอเหลียว แล้วจึงกระโดดถอยออกมาจากตำแหน่งอันเป็นรอง
    เปลวไฟมีพลังแรงกล้าเสียจนเฮอเหลียวกระเด็นออกไป
    “ร้ายกาจนักน่ะ!”เฮอเหลียวกล่าว ด้วยอิทธิฤทธิ์ของตน เธอจึงลอยตัวขึ้นแล้วบินออกมาหาผู้ท้าชิง
    สตรีลึกลับกลายร่างของตนเอง เธอกลายร่างเป็นมังกรสีดำสนิท เท้ามังกรสีดำ มีเล็บสามเล็บใหญ่โตจนน่าขนลุกเมื่อย่ำเดินผ่านไป ก็จะมีเสียงพื้นสั่นสะเทือนไปทั่วขุนเขา
    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    “รอยเท้าที่พบตอนนั้น!”เพตราสังเกตรอยเท้าบนพื้น“คือรอยเท้ามังกรของนาง!?”
    ซือหลินพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหันไปยังอาจารย์และหญิงลึกลับ“หยุดนะทั้งสองมังกร!”
    “โฮก! กรร!!”
    การต่อสู้ของมังกรได้เริ่มต้นขึ้นแล้วบนท้องฟ้าราตรี...เปลวไฟและพลังระเบิด กระจายอยู่เต็มพื้นที่แห่งนี้!
    “ซือหลินระวัง ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้หรอก ปล่อยพวกเขาสู้เถอะ!”

    ตูม!! ครืนนนนนนนนน
    เสียงดังของระเบิดดังขึ้นทั่วภูเขาซุยซาน
    ภายในคืนที่ได้ชื่อว่าวันเทศกาลแห่งต้าจิน...
    หิมะมวลใหญ่นับพันปีจากยอดขุนเขาก็ถล่มลงมาในที่สุด !!!


    สวัสดีครับทุกท่าน ไรท์เบนนี่เองครับ ตอนนี้เป็นการเปิดตัวตนที่แท้จริงของหญิงสาวที่มาบ้านซือหลินเมื่อตอนต้นเรื่อง และการต่อสู้ของสองมังกร ก็ไปโยงกับเหตุการณ์วันที่เจ็ดที่ภูเขาหิมะถล่มลงมาแล้วนั่นเอง ตอนต่อไปถือว่าเป็นพาร์ทที่เหตุการณ์อดีตและปัจจุบันประสานกัน คณะซือหลินจะมีเรื่องป่วนอะไรเกิดขึ้นอีก เวทินจะรอดออกมาพร้อมอุปกรณ์ซ่อมดาบได้อย่างไง บทสรุปของเรื่องราวจะเป็นอย่างไร อย่าลืมติดตามชมตอนต่อไปนะครับ!!!// ฮาเลลูย่า ++++
    error loaded