เมื่อได้เห็นท่าทีที่ไม่แยแสของทุกคนในห้อง 5 ซูหยางก็ไม่ได้กังวลเลยว่าจะไม่มีใครติดกับ เขาหมุนตัวกลับไปยังห้องทำงานทันที
ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ภายใต้รางวัลอันล่อใจ ย่อมมีผู้กล้าปรากฏตัว’
พายชิ้นนี้ครูห่อให้เสร็จสรรพ แถมเพิ่มไส้กรอกให้สองชิ้นด้วย ไม่เชื่อหรอกว่าพวกเธอจะไม่กิน!
แต่ซูหยางก็ไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนจะมาฝึกยามเช้า ขอแค่เกินครึ่งก็พอแล้ว
ขั้นตอนนี้ ที่จริงก็คือ ‘กลยุทธ์การแบ่งแยก’
ขอเพียงมีคนมาฝึกยามเช้า และมีคนไม่มา ห้อง 5 ก็จะไม่ใช่แผ่นเหล็กกล้าผืนเดียวอีกต่อไป
เมื่อใดที่เกิดรอยร้าว ซูหยางก็จะอาศัยจังหวะนั้นบุกจู่โจมและทำลายไปทีละคน!
การศึกษาในแง่หนึ่งก็คือการใช้ตำราพิชัยากับนักเรียนนั่นเอง
ส่วนสิ่งที่เรียกว่าเคล็ดวิชาขัดเกลากายานั้น แน่นอนว่าเป็เพียงข้ออ้างที่ซูหยางยกขึ้นมาลอย ๆ
มันก็เหมือนกับขบวนการต้มตุ๋นที่ต้องหาวิธีล่อให้อีกฝ่ายก้าวเข้าสู่กระดานก่อน
พอติดกับแล้ว ซูหยางก็จะใช้เคล็ดวิชาที่มีค่าความเข้ากันสูงลิ่วให้คนคนนั้นฝึกควบคู่
จะเรียนหรือไม่เรียนนั่นเื่ของเธอ แต่แผนการเรียนครูจัดเตรียมไว้ให้แล้ว
ไอ้เด็กเมื่อวานซืนกลุ่มนี้คิดจะมาสู้กับฉันงั้นเรอะ!?
ส่วนในห้องเรียน จูเทาแอบถอนหายใจอยู่ในใจ
จริง ๆ เขาความรู้สึกว่าคำพูดของซูหยางนั้นค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือสูง
อย่างน้อยการที่เขาฝึกเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าก็เห็นความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า ครึ่งชั่วโมงััปราณได้ และไม่ถึงสี่ชั่วโมงก็เข้าสู่ขั้นเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม จูเทารู้สึกว่าซูหยางนั้นไร้เดียงสาเกินไป
นักเรียนห้อง 5 ล้วนเป็ลูกหลานตระกูลวรยุทธ์ใหญ่
วิธีการแบบนี้เอาไปใช้กับเด็กน้อยที่ยังไม่อ่อนต่อโลกก็คงพอได้ แต่จะเอามาใช้กับห้อง 5 มันก็เหมือนกับการ ‘รำง้าวต่อหน้ากวนอู’ ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!
ภายในตระกูลวรยุทธ์ใหญ่มีเื่การแก่งแย่งชิงดีกันมากมายนับไม่ถ้วน
ระดับของซูหยางถ้าเอาไปวางในการชิงดีชิงเด่นในตระกูล แม้แต่โต๊ะเด็กยังไม่ได้นั่งด้วยซ้ำ
เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าซูหยางจะใช้กลยุทธ์การแบ่งแยกเพื่อทำลายไปทีละคน
เป็ไปไม่ได้หรอกที่คนห้อง 5 จะหลงกล
และก็เป็ไปตามคาด หลี่อีิเอ่ยเสียงหนักแน่นว่า "ไอ้คนแซ่ซู นึกว่าพวกเราเป็เด็กสามขวบที่หลอกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ!?"
"วรยุทธ์ไม่มีทางลัด ฝึกสามปีจะบรรลุขั้นนิ่งงันดั่งขุนเขาโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ เป็ไปไม่ได้หรอก! พวกมิจฉาชีพยังไม่กล้าแต่งเื่มั่วซั่วขนาดนี้เลย!"
"เขาทำแบบนี้ก็แค่้าแบ่งแยกพวกเรา! ้าทำลายความเชื่อใจระหว่างพวกเรา อย่าไปหลงกลเด็ดขาด!"
"ทุกคนต้องสามัคคีกันไว้ ต่อต้านศัตรูภายนอก!"
"ฉันจะยอมลำบากเอง ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อลองดูสักตั้ง!"
สายตาเย็นเยียบของทุกคนจดจ้องไปที่หลี่อีิเป็จุดเดียว
"แกกล้าไปฝึกยามเช้าดูสิ พวกเราจะถือว่าแกไปอยู่ข้างไอ้คนแซ่ซูแล้ว หลังจากนี้แกก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ!"
"ล้อเล่นน่า อย่าจริงจังนักสิ!" หลี่อีิเปลี่ยนท่าทีทันทีพร้อมรอยยิ้มประจบ "ฉันต้องยืนหยัดสามัคคีกับทุกคนอยู่แล้ว! ไม่มีทางเชื่อคำโกหกของซูหยางหรอก!"
"สรุปคือ ใครที่มาฝึกยามเช้า คนนั้นคือตัวระยำ! จัดการมันให้ตาย!"
"ได้ ตามนี้เลย!"
หลี่อีิมองท่าทางของทุกคนแล้วในใจรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง
จริง ๆ แล้วเขาอยากจะเรียนวิชาขัดเกลากายาอะไรนั่นกับซูหยางจริงๆ!
เพราะความเก่งกาจของขั้นนิ่งงันดั่งขุนเขานั้นทุกคนก็ได้เห็นกับตามาแล้ว
ถ้าสามารถฝึกจนบรรลุนิ่งงันดั่งขุนเขาได้ในสามปี นั่นมันคือการชนะใส ๆ เลย อย่างน้อยในตระกูลหลังจากนี้ก็คงจะมีอำนาจในการพูดบ้าง ไม่ใช่ต้องไปยืนเป็คนไร้ตัวตนในมุมอับทุกครั้งที่มีงานรวมญาติ
แต่ในเมื่อพูดกันมาถึงขนาดนี้ หลี่อีิก็ไม่กล้าแอบมาฝึกยามเช้าคนเดียว
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าหลี่อีิว่าเวลาคนห้อง 5 ลงมือนั้นไร้ความปรานีขนาดไหน
ขอแค่ไม่ตาย ก็จะจัดการจนปางตาย!
พวกเขาทำอะไรซูหยางไม่ได้ แล้วจะจัดการเขาไม่ได้เชียวเหรอ?
อีกอย่าง ซูหยางก็ใช่ว่าจะปกป้องเขาได้
ในพริบตา ใจของหลี่อีิก็ดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง
จนกระทั่งกลางคืนเมื่อกลับถึงหอพัก หลี่อีิยังคงชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอยู่
ระหว่างห้อง 5 กับซูหยาง ฝั่งไหนจะเป็ประโยชน์ต่อเขามากกว่ากัน
หลังจากลังเลอยู่ทั้งคืน ในที่สุดหลี่อีิก็ตัดสินใจเลือก
เขาจะมาฝึกยามเช้า อย่างน้อยต้องมาให้ครบเดือนเพื่อให้ซูหยางสอนขั้นเริ่มต้นให้
คนอื่น ๆ ตื่นสายขนาดนั้น คงไม่บังเอิญมาเห็นเขาฝึกยามเช้าหรอก
ถ้าไม่ถูกจับได้ก็ดีที่สุด ทุกคนจะได้อยู่อย่างสงบสุข แต่ถ้าถูกจับได้... ก็แค่อดทนโดนอัดทุกวัน!
พอฉันเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นแล้วพลังป้องกันพุ่งสูงขึ้น บวกกับพลังระดับจิติญญายุทธ์ขั้นแปดของฉัน ต่อให้พวกแกจะรุมเข้ามาก็ใช่ว่าจะทำอะไรฉันได้ง่าย ๆ!
อีกอย่างฉันฝึกเคล็ดวิชาะเืพิภพที่เน้นวิชาเท้า ถ้าจะหนีจริง ๆ พวกแกก็ใช่ว่าจะวิ่งตามฉันทัน
ไม่ลองไม่รู้ เสี่ยงดวงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า
หลี่อีิแอบตั้งนาฬิกาปลุกตอนหกโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น
ผลคือหลี่อีินอนไม่หลับทั้งคืน พลิกตัวไปมานอนยังไงก็ไม่หลับ
เขารอจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มสลัวก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วแอบเปิดประตูห้องออกมาอย่างเงียบเชียบ
่เวลานี้ นักเรียนส่วนใหญ่อื่น ๆ ต่างก็ตื่นนอนและเตรียมตัวไปฝึกยามเช้าที่ห้องเรียนแล้ว
ในทางเดินมีคนค่อนข้างเยอะ
หลี่อีิแทรกตัวออกจากหอพักแล้วกลืนหายไปกับฝูงชนทันที เพราะกลัวว่าจะไปเจอคนห้อง 5 เข้า
ไม่นานเขาก็ออกจากเขตหอพัก หลี่อีิมองดูดวงอาทิตย์ที่ยังไม่ทันจะขึ้นด้วยความรู้สึกมึนงง
เขาแทบจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มาฝึกยามเช้าคือเมื่อไหร่
พอคิดว่าแค่ทนฝึกยามเช้าให้ครบเดือนก็จะได้เรียนวิชาขัดเกลากายา และบรรลุนิ่งงันดั่งขุนเขาในสามปี เขาก็รู้สึกตื่นเต้นจนก้าวเดินอย่างรวดเร็วราวกับเหินเวหา เพียงครู่เดียวก็มาถึงหน้าห้องเรียน และพบว่าซูหยางยืนรออยู่ที่หน้าประตูพอดี
"อาจารย์... อาจารย์ซู!" หลี่อีิรีบวิ่งไปหาซูหยาง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความตื่นเต้น "อาจารย์พูดคำไหนคำนั้นใช่ไหมครับ?"
ซูหยางขยิบตาแล้วยิ้ม "แน่นอน"
"ดีครับ งั้นผมจะเริ่มฝึกยามเช้าเดี๋ยวนี้เลย!"
"ได้ ครูรอเธออยู่พอดี"
"อืม... หา!?" หลี่อีิชะงักไปครู่หนึ่ง "คำว่า 'รอผมอยู่พอดี' นี่หมายความว่ายังไงครับ!?"
"ก็คนอื่น ๆ เขามาถึงห้องเรียนก่อนหกโมงเช้ากันหมดแล้ว มีแต่เธอนี่แหละที่เพิ่งจะมา..."
???
หลี่อีิรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็ตัวตลกในทันที!
ให้ตายเถอะ...
พวกแกยังเป็คนอยู่ไหมเนี่ย!?
ในวินาทีนั้น หลี่อีิรู้สึกเหมือนถูกหลอกลวงอย่างมหาศาล เขาหันหลังแล้วพุ่งเข้าไปในห้องเรียนด้วยท่าทางขึงขัง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือสมาชิกห้อง 5 คนอื่น ๆ ต่างเริ่มฝึกยามเช้าด้วยการนั่งสมาธิโคจรลมปราณกันอยู่ก่อนแล้ว
เขาเห็นคนที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดคือจูเทา และจูเทาก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
"มาแล้วเหรอ?"
หลี่อีิยิ้มแห้ง ๆ "มาแล้ว"
"พี่เทา... พวกพี่..."
"ฉันรู้สึกละอายใจมากที่ผิดคำสัญญากับทุกคน เพราะฉะนั้นฉันคือตัวระยำ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เรียกฉันว่า ทิเบตันแมสทิฟฟ์ (พันธุ์สุนัข) แห่งห้อง 5"
"..."
หลี่อีิแทบจะหายใจไม่ทัน
เชี่ย!?
ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ!?
หลี่อีิหันไปมองคนข้าง ๆ ด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
"ส่วนฉัน ไซบีเรียน ฮัสกี้ ขอบใจนะ"
"..."
"ฉัน ซามอยด์!"
"..."
"อลาสก้า"
"ชเนาเซอร์"
สาวน้อยกระบองเขี้ยวหมาป่า "ฉัน ชิวาวา"
"ฉัน ปอมเมอเรเนียน"
ไม่ใช่แล้ว! พวกนายมานั่งตั้งฉายาบ้าอะไรกันตรงนี้วะ!?
หลี่อีิรีบหาที่ว่างนั่งลงด้วยท่าทางหงุดหงิด
"แล้วเหลืออะไรบ้าง?"
"เทอร์เรีย กับพันธุ์ทาง"
"..."
ก็ได้ ๆ ๆ ฉันเป็พุดเดิ้ลในหมู่มนุษย์ก็ได้ พอใจหรือยัง!?
หลี่อีินั่งขัดสมาธิลงทันที ความกังวลในใจมลายหายไป และเริ่มฝึกยามเช้าอย่างสบายใจ
ที่หน้าประตูห้องเรียน ซูหยางมองดูสมาชิกห้อง 5 ที่มากันครบ และต่างคนต่างเรียกตัวเองว่าเป็สุนัขพันธุ์โน้นพันธุ์นี้ จนเขาทำสีหน้าประหลาดใจ และไม่กล้าเดินเข้าไปข้างใน
หืม? ทำไมฉันกลายเป็พวกพันธุ์ทางไปซะล่ะ?