เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 144 นามปากกา (1)

            แน่นอนว่าเมื่อข้าวโพดในไร่ของลูกชายคนโตถูกคนทำลายเสียหาย มีหรือที่แม่สามีอย่างภรรยาหลินกั๋วจวินจะไม่เดือดดาล?

            “สะใภ้ใหญ่ แม่รู้นะว่าหนูสงสัยว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือจางเสี่ยวเสีย แต่เรายังไม่มีหลักฐาน ถ้าบุ่มบ่ามไปถาม เขาก็ไม่มีทางยอมรับหรอก เว้นแต่จะหาหลักฐานมายืนยันได้ ไม่อย่างนั้นเราก็ได้แต่กล้ำกลืนความแค้นนี้ไว้เท่านั้นแหละ”

            แม่สามีกล่าวเตือนสติด้วยน้ำเสียงใจเย็น ทว่าภายในใจกลับเดือดพล่านราวกับลาวา ถึงแม้จะแยกบ้านกับลูกชายคนโตไปนานแล้ว แต่ในสายตาคนเป็นแม่ ของของลูกก็คือของของตน ทรัพย์สินถูกคนอื่นทำลาย ใครเล่าจะใจเย็นได้จริงๆ?

            แต่เพราะรู้นิสัยของสะใภ้ใหญ่ดี ว่าในเวลานี้จะไปราดน้ำมันบนกองไฟไม่ได้ เธอจึงทำได้เพียงพยายามทำให้สถานการณ์สงบลง

            “แม่คะ!” ภรรยาของหลินหงเจี้ยนแย้งเสียงแข็ง ไม่มีทีท่าว่าจะยอมสงบ “หนูมั่นใจว่าเป็นนังจางเสี่ยวเสียนั่นแหละที่ทำลายฝักข้าวโพดของบ้านหนู ถ้าหนูไม่พูดอะไรเลย เธอจะต้องได้ใจแล้วกลับมาทำอีกแน่ๆ ดีไม่ดีคราวหน้าอาจจะหนักกว่านี้!”

            เมื่อเห็นสะใภ้ใหญ่กำลังโกรธจัด แม่สามีจึงรีบรินน้ำชาใส่ถ้วยส่งให้ “ดื่มชาดับร้อนก่อนสิ เมื่อกี้แม่ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าพวกเราไม่มีหลักฐาน ถ้าไม่มีหลักฐานแล้วผลีผลามไปหาเรื่องเขา ฝ่ายที่จะกลายเป็นคนผิดก็คือพวกเราเองนะ”

            เธอเว้นจังหวะให้สะใภ้จิบชา ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “ถ้าเป็นฝีมือของจางเสี่ยวเสียจริง แม่ว่าสาเหตุก็คงมาจากที่ช่วงนี้หนูไปเที่ยวโพทะนาเรื่องที่เธอไปทวงเงินอาสามที่ยังโสดคนนั้น เธอถึงได้โกรธแค้นเอา ต่อไปหนูจำไว้เป็นบทเรียนนะ เรื่องบางเรื่องคุยกับแม่ก็พอ อย่าเอาไปพูดข้างนอกเด็ดขาด แล้วก็อย่าไปไว้ใจพวกคนอื่นที่เข้ามาทำดีด้วยนักเลย พวกนั้นต่อหน้ารับปากเป็นดิบดีว่าจะเหยียบให้มิด แต่พอลับหลังแป๊บเดียวก็เอาไปนินทาต่อจนหมดเปลือก ดีไม่ดีใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปอีก”

            ภรรยาของหลินหงเจี้ยนยกชาขึ้นดื่มอึกใหญ่ ความร้อนรุ่มที่อัดอั้นอยู่ในใจค่อยๆ ทุเลาลง

            “แม่คะ หนูรู้ว่าถ้าไม่มีหลักฐานก็ไปเอาเรื่องเธอไม่ได้ แต่จะให้เรื่องนี้จบไปเฉยๆ หนูไม่ยอมหรอก หนูต้องใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง!”

            แม่สามีรู้ทันทีว่าสะใภ้คิดจะทำอะไร แบบนั้นมันอาจจะสะใจก็จริง แต่เธอก็ไม่อาจเห็นดีเห็นงามด้วย

            “เราก็แค่เดาว่าเป็นฝีมือจางเสี่ยวเสีย แล้วถ้าเกิดไม่ใช่ขึ้นมาล่ะ? สะใภ้ใหญ่... แม่ว่าช่างมันเถอะ ถึงจะเป็นฝีมือของเธอจริงๆ เราก็ไม่เห็นต้องไปลดตัวใช้วิธีสกปรกแบบเดียวกันเลย ขืนทำแบบนั้นเราก็เลวไม่ต่างจากเขาสิ แม่รู้ว่าบอกให้อดทนมันอึดอัด อย่าว่าแต่หนูเลย แม่เองก็เจ็บใจเหมือนกัน แต่แม่ไม่เห็นด้วยหรอกนะที่หนูจะไปทำลายข้าวของคนอื่น ใครทำอะไรไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ คนที่คิดร้ายทำลายของคนอื่น ไม่ช้าก็เร็วต้องได้รับผลกรรม เราต้องเชื่อในเรื่องเวรกรรมนะลูก”

            ถึงแม้ภรรยาของหลินหงเจี้ยนจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่เธอก็ยังเป็นคนที่รับฟังผู้ใหญ่ คำเตือนสติของแม่สามีเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่รดลงบนกองไฟแห่งความหุนหันพลันแล่น ให้ค่อยๆ มอดดับลง

            “ก็ได้ค่ะ งั้นหนูจะฟังแม่ หนูจะไม่ไปทำลายพืชผลของบ้านจางเสี่ยวเสียแล้ว”

            แม่สามียิ้มออกมาอย่างพอใจ “คิดได้แบบนี้แหละถูกแล้วลูก การไปทำลายข้าวของคนอื่นมันเป็นบาป เดี๋ยวฟ้าดินจะลงโทษเอา เราอย่าไปเกลือกกลั้วกับเรื่องพรรค์นั้นเลย”

            แม้ภรรยาของหลินหงเจี้ยนจะยอมเชื่อฟังแม่สามี ไม่ไปลอบทำลายพืชผลของคู่อริ แต่ความแค้นที่สุมอยู่ในอกก็ใช่ว่าจะจางหายไปง่ายๆ นับแต่นั้นมา ทุกครั้งที่เจอหน้าจางเสี่ยวเสีย เธอก็มักจะพูดจากระทบกระเทียบเปรยๆ ให้อีกฝ่ายรู้สึกแสบๆ คันๆ เล่น

            ทางด้านจางเสี่ยวเสียเองก็รู้ตัวดีว่ากำลังถูกด่ากระทบ แต่เธอก็พยายามข่มใจไม่ตอบโต้ เพราะขืนหลุดปากพูดอะไรออกไป ก็เท่ากับยอมรับกลายๆ และเข้าทางนังผู้หญิงร้ายกาจนั่นพอดี

            ยิ่งอากาศร้อนอบอ้าว ซาลาเปาก็ยิ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

            ในช่วงเวลาเช่นนี้ ผู้คนต่างขี้เกียจจะก่อไฟทำอาหารให้ร้อนระอุ อีกทั้งแต่ละวันที่ต้องตรากตรำถางหญ้าในไร่ก็สูบเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น การได้กินหมั่นโถวหรือซาลาเปาร้อนๆ พร้อมทานสักลูก จึงนับเป็นความสุขอย่างยิ่ง ดังนั้นช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นร้านขายหมั่นโถวหรือร้านขายซาลาเปา กิจการต่างก็รุ่งเรืองเป็นพิเศษ

            แต่สำหรับทิงเสวี่ย นับตั้งแต่ปิดเทอม ชีวิตของเธอก็เรียกได้ว่าลำบากตรากตรำ ต้องตื่นก่อนไก่ขัน และเข้านอนทีหลังสุนัข     

            ทุกเช้ามืดในขณะที่ท้องฟ้ายังไม่สาง ทิงเสวี่ยต้องลุกขึ้นมาช่วยพ่อ อาสาม และป้าสะใภ้ใหญ่ห่อซาลาเปา กว่าจะเสร็จสรรพ พระอาทิตย์ก็โผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว

            พอป้าสะใภ้ช่วยห่อซาลาเปาเสร็จก็ขอตัวกลับบ้าน ส่วนหลินกั๋วผิงก็ออกไปเร่ขายที่ตลาดตามกิจวัตร ภาระหน้าที่ในการเฝ้าร้านจึงตกมาอยู่ที่ทิงเสวี่ย     

            ช่วงเวลาที่ไม่มีลูกค้า ร้านเงียบเหงาจนน่าเบื่อ ในยุคที่ยังไม่มีสมาร์ทโฟนให้ไถหน้าจอเล่นแก้เซ็ง วิธีแก้เบื่อที่ดีที่สุดก็คือการอ่านหนังสือ ทิงเสวี่ยขนหนังสือนอกเวลาเรียนมาจากบ้านสองสามเล่มเอาไว้ติดร้าน ยามว่างเว้นจากลูกค้า เธอก็จะหยิบขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ

            ร้านซาลาเปาปิดตอนเที่ยง โดยปกติแล้วของมักจะขายหมดเกลี้ยง แต่หากวันไหนเหลือบ้างเล็กน้อย ก็จะเก็บไว้กินเอง หรือไม่ก็นำไปแจกจ่ายให้คนชราที่ไม่มีลูกหลานดูแลในหมู่บ้าน อย่างเช่นปู่หวงย่าหวง

            ความคิดริเริ่มในการนำซาลาเปาที่เหลือไปมอบให้ผู้สูงอายุวัยเจ็ดสิบปีขึ้นไปที่ไร้คนดูแล เป็น     ความคิดของทิงเสวี่ย ซึ่งหลินกั๋วผิงเองก็ไม่ได้คัดค้าน ลูกสาวรู้จักทำความดี แบ่งปันให้เพื่อนมนุษย์ มีเหตุผลอะไรที่คนเป็นพ่อจะไม่สนับสนุน?

            เรื่องนี้เมื่อรู้ไปถึงหูหลี่รุ่ยไฉ่ เลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้าน เขาก็เอ่ยปากชื่นชมเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้เป็นอย่างมาก

            ส่วนใหญ่แล้วซาลาเปาจะขายหมด จะมีเหลือเพียงเล็กน้อยเป็นครั้งคราวเท่านั้น พอถึงช่วงบ่าย ทิงเสวี่ยก็จะเป็นอิสระ เธอจะใช้เวลาไปกับการเก็บกวาดบ้าน แล้วก็เล่นกับหลินฉางจื้อสักพัก

            ปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้ ฉินหยวนเฟิงและหวังกังตัดสินใจไปตั้งแผงขายของที่อำเภอ ทั้งสองเช่าแผงเล็กๆ สองแผง ทุกเช้าพวกเขาจะจับรถเที่ยวแรกเข้าเมืองไปด้วยกัน แล้วก็นั่งรถเที่ยวสุดท้ายกลับมาพร้อมกันในตอนเย็น

            นับตั้งแต่มีรถโดยสารประจำทาง ฉินหยวนเฟิงก็ไม่ต้องไปขออาศัยอยู่ที่บ้านของหวังหย่าจิ้งอีกแล้ว

            ตลอดช่วงปิดเทอม ทั้งสองคนมุ่งมั่นทำมาหากินอยู่ที่อำเภอ แม้แต่ละวันจะได้กำไรเพียงน้อยนิด นานๆ ครั้งถึงจะได้จับเงินเกินสิบหยวน แถมยังต้องทนนั่งตากแดดตากลม ลำบากตรากตรำสารพัด แต่เด็กชายทั้งสองก็ยังกัดฟันสู้ไม่ถอย

            ด้วยเหตุนี้ ทิงเสวี่ยจึงเหลือเพียงหลินฉางจื้อเป็นเพื่อนเล่นแก้เหงา นานๆ ครั้งซูเจียหนิงถึงจะแวะมาหาบ้าง ส่วนหวังหย่าจิ้งนั้น ช่วงปิดเทอมถูกทางบ้านจัดตารางเรียนพิเศษทั้งเปียโนและวาดรูปจนแน่นเอี๊ยด ไม่มีเวลาว่างกลับมาวิ่งเล่นที่ชนบทเลย

            จนกระทั่งใกล้จะเปิดเทอม เพื่อนๆ ถึงได้มีโอกาสกลับมารวมตัวกันพร้อมหน้าอีกครั้ง

            นอกจากหวังหย่าจิ้งแล้ว ทุกคนต่างก็ดูผิวคล้ำลงไปถนัดตา โดยเฉพาะฉินหยวนเฟิงกับหวังกังที่ต้องนั่งเฝ้าแผงลอยตากแดดทุกวัน ผิวของพวกเขาเกรียมแดดจนดูราวกับผู้ลี้ภัยชาวแอฟริกาตัวน้อยๆ สองคน

            หลังจากการรวมตัวกันได้ไม่นาน โรงเรียนก็เปิดภาคเรียน

            ปีนี้ทิงเสวี่ยขึ้นป.3 แล้ว หากเป็นโรงเรียนในเมืองคงเริ่มเรียนภาษาอังกฤษกันแล้ว แต่สำหรับโรงเรียนประถมในชนบท ชั้น ป.3 ก็ยังคงวนเวียนอยู่กับวิชาภาษาจีน คณิตศาสตร์ และวิชาพื้นฐานอื่นๆ ส่วนภาษาอังกฤษนั้นต้องรอไปจนถึงชั้นม.1 ถึงจะได้เริ่มเรียน

            แต่สิ่งที่ทิงเสวี่ยตั้งตารอในชั้น ป.3 คือวิชาภาษาจีน เพราะเริ่มมีการสอนเขียนเรียงความอย่างจริงจัง แม้ตอนอยู่ ป.2 จะเคยฝึกแต่งเรื่องจากภาพมาบ้างแล้ว แต่รสชาติมันเทียบไม่ได้เลยกับการเขียนเรียงความเต็มรูปแบบ

            นอกจากความชื่นชอบในการคัดลายมือและวาดภาพแล้ว ทิงเสวี่ยยังหลงใหลในงานเขียนอีกด้วย เธอตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะลองเขียนบทความดีๆ สักเรื่อง เพื่อส่งไปยังสำนักพิมพ์ที่รับตีพิมพ์หนังสือรวมเรียงความสำหรับเด็ก

            นับตั้งแต่ได้เป็นเพื่อนทางจดหมายกับลู่เชียนสวิน ทิงเสวี่ยก็ได้เรียนรู้เทคนิคและมุมมองการเขียนจากเขาไม่น้อย พอรู้ว่าเธอมีความสนใจด้านนี้ ลู่เชียนสวินก็ไม่หวงวิชา เขาคอยให้คำแนะนำและถ่ายทอดประสบการณ์การเขียนที่สั่งสมมาหลายปีให้เธออย่างหมดเปลือก

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508