สายวันถัดมา ตลาดใหญ่เสียนหยางคลาคล่ำ กลิ่นหม้อข้าว กลิ่นยาจีน และฝุ่นแดดผสมกันบนถนนหิน โคมสีชาดแกว่งเบา ๆ ตามลม คนหาบน้ำเดินฝ่าเสียงตะโกนขายผ้าและป่านไปยังบ่อน้ำที่สามแยก
เด็กชายยกขันไม้ดื่มน้ำขุ่นแล้วเบ้หน้า ริมฝีปากแห้งสะท้อนแดด หลิวหานหยุดมอง คอน้อย ๆ แบบนั้น ไม่ควรต้องจำใจดื่มความขุ่นของเมืองนี้ เขาหันบอกอาเหมย “จดชื่อตรอก—เราจะตั้ง ‘น้ำใสหน้าตลาด’ ที่นี่”
ย่านผ้าแน่นไปด้วยผืนสีสดและเสียงเรียกลูกค้า “ผ้าแพรจากแดนตะวันตก!” “ผ้าฝ้ายทนใช้นาน!” หลิวหานยกผ้าขึ้นส่องแดด ส่ายหน้า—รูทอใหญ่เกินไป เขาเดินลึกจนถึงตรอกเงียบ ร้านเก่าโทรมแขวนผ้าสีซีดบางจนแทบโปร่ง แม่ค้าชรายิ้มอ่อน “ลองดูหรือไม่ บางเกินจะตัดเสื้อผ้า ไม่มีใครซื้อ”
เขาชูผ้าขึ้น แสงต้องเกลี่ยตัวเพื่อผ่าน—เนื้อทอเสมอ แม้บางและเปราะ ดวงตาเขาเป็นประกาย “นี่ล่ะ ชั้นกรองที่ต้องการ”
อาเหมยขมวดคิ้ว แล้วพยักหน้าทันทีเมื่อส่องกับแดด “จริงด้วย”
ซูไป๋พิงเสา “เจ้ามองเห็นสิ่งที่คนไม่เห็น นั่นคือข้อได้เปรียบ—แต่อย่าลืม เงาที่ตามเจ้าจะยาวขึ้น”
“ขายถูกก็ได้” แม่ค้าชราเอ่ยเบา “ให้มันได้ทำหน้าที่สักอย่างก่อนจะขาดหมด”
หลิวหานจ่ายโดยไม่ต่อราคา “ขอบคุณ”—บางครั้ง ความนุ่มของหัวใจคนขายมีค่ากว่าการต่อรอง
ระหว่างทางกลับ เขาแวะร้านไม้ให้ตัดกรอบพอดีกับโอ่ง “ขอขอบโค้งไม่บาดผ้า” ช่างไม้ทำให้เรียบเกินคาด—คนในเมืองหลวงชินงานที่ต้องเป๊ะ
บ่ายแก่ ๆ กลับถึงตำหนัก ผ้าบางถูกขึงแน่นบนกรอบ ชั้นกรวด–ทราย–ถ่านวางครบ หลิวหานยกน้ำจากกระบอกทดสอบเทผ่าน—หยดใสตกลงถ้วยเป็นเส้นเงิน สะท้อนแสงเย็น อาเหมยมองแล้วเหมือนลืมหายใจ “สวยอย่างประหลาด”
ซูไป๋ยื่นหน้าใกล้ ดมกลิ่น “ความฝาดแทบไม่มี”
หลิวหานไม่ยกดื่ม “ขั้นสุดท้าย—ต้มน้ำให้เดือด” เขาชี้หม้อ “พรุ่งนี้ให้คนเห็นครบทุกขั้นตอน”
อาเหมยท่องคำอธิบายให้คนตลาดเข้าใจง่าย “กรวดกระจายน้ำ ทรายดักสิ่งหยาบ ถ่านจับกลิ่น ผ้าบางตัดสิ่งเล็ก—แล้วต้มน้ำให้เดือด” เธอซ้อมทั้งช้าและเร็ว จนประโยคคล้ายเพลงจำง่าย
“คืนนี้ข้าเพิ่มเวรยาม” ซูไป๋ว่า “มีคนตามเราจากย่านผ้า—อยากรู้ ไม่ใช่จะทำร้าย”
“ยิ่งดี” หลิวหานยิ้มมุมปาก “พรุ่งนี้ให้เขาดื่มด้วย”
ก่อนดับโคม เขาเขียนรายการสั้น ๆ “โอ่งสำรอง กระบอกทดสอบ หม้อต้มใหญ่ ป้ายคำอธิบาย” แสงโคมทาบตัวอักษรให้สั่นเหมือนลมหายใจ—และตำหนักทั้งหลังหายใจไปพร้อมกัน
ภาพจำปิดบท: หยดน้ำใสตก “ติ๋ง—ติ๋ง” ลงถ้วยที่ตั้งใต้กรอบกรอง แสงโคมจับหยดเป็นประกายสั้น ๆ ทุกหยดเหมือนนับถอยหลังสู่ยามเช้าของ “น้ำใสหน้าตลาด”
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม
“ข้าก็แค่คนหลงยุค ภาค 1”
หากชื่นชอบเรื่องราว รอยยิ้ม และความเข้มข้นในแต่ละบท สามารถส่งกำลังใจให้ผู้เขียนได้นะครับ พลังใจจากท่านคือแรงใจที่จะทำให้เรื่องนี้เดินหน้าต่อไปครับ ????
บทต่อไป ภาค 1 — บทที่ 39 — วัสดุที่ขาดหาย