“รู้สึกผิดกับผีน่ะสิ”นึกอยู่ในหัว แต่เถียงออกมาเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ “เอ๊ะ! แต่พี่วัสบอกว่านายนั่นเป็หมอไปแล้วนี่นาหรือว่า...” ไอฝนถึงกับตาโต เมื่อผูกเื่ได้จนรู้ว่านายเสาไฟฟ้าข้างห้องนั่นเป็ใคร
พ่อหนุ่มแว่นที่จะเข้ามาช่วยเธอนั่น ก็เรียกนายเสาไฟฟ้าว่าคุณหมอเพื่อนรักของเธอก็บอกว่าพี่หมอครามของนางอยู่คอนโดฯ นี้ แต่เพื่อความแน่ใจไอฝนรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา จิ้มเข้าเว็บไซต์ค้นหาชื่อดัง หาข่าวคุณหมอฮีโร่เพื่อดูหน้าอีกที
“ใช่จริง ๆ ด้วย” ไอฝนทิ้งตัวหลังพิงโซฟาถอนหายใจแรงอย่างไม่อยากเชื่อว่าโลกจะกลมได้เพียงนี้
มันไม่ใช่เื่แปลกที่เธอจะจำคนข้างห้องไม่ได้เนื่องจากการพบเจอกันที่ข้างสนามกีฬาครั้งนั้นคือครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองคนได้เจอกัน เพราะหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับครอบครัว และไม่ได้กลับมาเมืองไทยอีกจนกระทั่งตอนนี้
ไม่นึกเลยว่าไม่ได้เจอกันนานเขาก็ยังปากเสียไม่เปลี่ยนแปลง แถมยังพัฒนามีหมาในปากมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ยิ่งนึกถึงกระดาษโน้ตเมื่อคืนวานนั่นอารมณ์ของหญิงสาวก็ยิ่งคุกรุ่น
ส่วนชายหนุ่มที่อยู่อีกห้องหนึ่งตอนนี้กำลังนั่งอยู่หน้ากองหนังสือ แต่ว่าสายตากลับจ้องไปยังผนังห้องราวกับว่าจะให้มันสามารถมองทะลุเข้าไปยังอีกห้องที่ห่างกันแค่เพียงผนังกั้นได้เสียอย่างนั้นใบหน้าหล่อ ๆ ประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ไม่คิดว่าไม่ได้เจอกันนาน ยายตัวเปี๊ยกของเขาก็ยังน่ารักเหมือนเดิมไม่ใช่สิ! มากกว่าเดิมต่างหากแถมยังพัฒนาความแสบเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ก้อนเนื้อทางด้านซ้ายเหมือนจะเต้นเร็วกว่าปกติ ยิ่งนึกถึงดวงหน้ารูปหัวใจ แววตาท้าทาย และถ้อยคำที่สาดออกมาใส่เขาแบบไม่ยั้งเมื่อครู่ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มกว้างขึ้นอีกรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองเริ่มมีสีสันเพิ่มขึ้นมาอีกมาก โดยเฉพาะ...สีชมพู
เช้าวันใหม่ของใครหลายๆ คนในเมืองใหญ่ เต็มไปด้วยความเร่งรีบ แต่ไม่ใช่กับไอฝน หกโมงเช้าที่หลาย ๆคนในคอนโดฯ แห่งนี้เริ่มออกจากห้องเพื่อออกไปทำงาน เหมือนนกกาที่ออกโบยบินแต่กับไอฝน เธอยังคงซุกตัวนอนอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นอย่างมีความสุขเพราะเธอกำหนดเวลาตั้งนาฬิกาปลุกให้ตัวเองเอาไว้แล้ว การที่เธอซื้อคอนโดฯติดรถไฟฟ้าและใกล้ที่ทำงานแค่เพียงถัดไปอีกห้าสถานี ก็เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องมีวิถีชีวิตยามเช้าที่เร่งรีบเหมือนใครต่อใครถึงเธอจะตื่นอาบน้ำตอนเจ็ดโมงเช้า เพื่อไปเข้างานตอนแปดโมงครึ่งก็ยังเป็เื่ที่ง่าย ๆ สำหรับเธอ ซึ่งเธอพอใจแล้วสำหรับวิถีชีวิตที่เธอเลือกเองนี้
จนกระทั่งมีเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น...ไม่หยุด...
ไอฝนหยิบหมอนขึ้นมาปิดหูตัวเองเพื่อปิดกั้นเสียงรบกวน ด้วยคิดว่าเดี๋ยวเสียงนั้นก็คงหยุดไปเองแต่มันกลับไม่เป็อย่างที่คิด เ้าหญิงนิทราหมดสิ้นความอดทน บนโลกแห่งความจริงไม่ใช่ในนิทานที่จะมีเ้าชายมาจุมพิตหวานๆ ให้เธอตื่นขึ้นมาแบบสวย ๆ หญิงสาวกระดกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดสะบัดผ้าห่มออก ดึงผ้าปิดตารูปตัวการ์ตูนแลบลิ้นลงมาห้อยไว้ที่คอแทนแล้วเดินออกจากห้องด้วยใบหน้าที่พร้อมจะฟาดฟันกับใครก็ตามที่มารบกวนเวลาอันมีสุขของเธอ
หญิงสาวไม่แม้แต่จะสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองและไม่แม้แต่จะเปิดอินเตอร์คอมดูว่าใครที่เป็คนมากดกริ่งสร้างเสียงรบกวน วินาทีนี้เธอพร้อมบวกเต็มที่โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น
ผ่าง!!
ประตูถูกเปิดออกกว้างโดยเ้าของห้องสาว ที่หน้าตาบอกบุญไม่รับยิ่งเห็นว่าต้นเหตุเป็ใคร อารมณ์ยิ่งปะทุหนักมากขึ้น
ภาพที่ไอฝนเห็นตรงหน้าคือผู้ชายข้างห้องยืนส่งยิ้มให้ กำลังใช้ข้อศอกกดกริ่งที่หน้าห้องของเธออยู่เรียกว่าหลักฐานคาตาเลยดีกว่า
“นี่นาย! เป็บ้าหรือไงฮะห้องตัวเองไม่มีกริ่งให้กดเล่นหรือไงถึงได้เดินเพ่นพ่านมากดกริ่งห้องชาวบ้านเล่นอย่างนี้ มีมารยาทบ้างมั้ยคนเขาจะหลับจะนอน กดแค่ครั้งสองครั้งเ้าของห้องเขาไม่มาเปิดให้ก็ควรต้องรู้แล้วสิ ว่าเขาไม่ต้อน...อื้อ”
ไส้กรอกท่อนใหญ่ถูกยัดเข้ามาในปากเล็กที่ขยับไม่ได้หยุดั้แ่ประตูเปิดออก ปิดกั้นทางออกของเสียง ก่อนที่เ้าของไส้กรอกจะใช้ลำตัวที่ใหญ่โตกว่า ดันหญิงสาวให้เข้าไปในห้อง แล้วเ้าตัวก็เข้าตามไปโดยปล่อยให้ประตูปิดเองอัตโนมัติ
“อร่อยมั้ยครับ อเมริกันเบรกฟาสต์ พี่ตื่นขึ้นมาทำให้เองกับมือเลยนะ”ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเดินเข้ามา หันซ้ายหันขวา หามุมรับประทานอาหารของห้องก่อนจะเดินตรงเข้าไปวางจานในมือลงบนโต๊ะโดยไม่ลืมหยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดก้นจานที่เขาต้องวางซ้อนลงไปบนจานด้านล่างเนื่องจากไม่มีมือจะหยิบไส้กรอกป้อนปากของคนพูดไม่หยุดเมื่อครู่ ก่อนจะวางจานที่เช็ดก้นแล้วลงไปบนโต๊ะด้วยเหมือนกัน
ไอฝนจะอ้าปากต่อว่าก็เกิดไส้กรอกติดคอเสียอีก จนต้องรีบวิ่งไปหาน้ำดื่มก่อนคนที่มองตามจึงได้เอ่ยขึ้นหน้าตาเฉยแสร้งทำเหมือนไม่รับรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของคนที่ต้องรีบไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำออกมาดื่ม
“แหม น่ารักจริง มา ๆ ครับ พี่ช่วยจะมาหยิบน้ำ ก็ไม่ต้องรีบร้อนวิ่งก็ได้ เดี๋ยวจะล้มเอานะตัวเปี๊ยก
ประตูตู้เย็นที่ถูกเปิดอ้าออกถูกมือใหญ่จับก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มตัวลงไปหยิบขวดน้ำที่ตั้งเรียงอยู่ที่ประตูตู้เย็นโดยไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวเ้าของห้องจะยืนดื่มน้ำอยู่ก่อนหรือไม่
“แค่ก ๆ ๆ”
ใบหน้าที่ชะโงกเข้าไปเกือบจะพาดอยู่บนไหล่ของไอฝน ทำเอาเธอถึงกับสำลักน้ำและวินาทีนั้นเอง ที่เธอเพิ่งรู้ว่านายหมอเสาไฟฟ้ามายืนอยู่ข้างหลังปิดทางออกจากตู้เย็นของเธอเสียแล้ว
“หึ ๆ ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ดื่มสิครับ” ใบหน้าหล่อตี๋ประดับด้วยรอยยิ้มขำขันในท่าทีของสาวร่างเล็ก ที่เหมือนว่าจะอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“ก็เพราะนาย...”
ฟอดดด...
ด้วยเพราะความโมโหไอฝนจึงหันมาต่อว่าตัวต้นเหตุ โดยไม่ทันคิดว่าความใกล้ขนาดนี้จะทำให้เธอเสียเปรียบจึงได้ถูกคนที่จ้องรออยู่แล้วหอมแก้มเธอเข้าอีกเป็ครั้งที่สอง
“อี๋...ไอ้คนฉวยโอกาส นายตายแน่”ไอฝนผลักคนตัวใหญ่ออกห่างเธอ ก่อนจะตามออกไป คว้าไม้กวาดที่วางอยู่แถวนั้นวิ่งไล่ฟาดแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
“เฮ้ย! ตัวเปี๊ยกใจเย็น ๆ สิ พี่อยู่เฉย ๆ เลยนะเราหันแก้มมาโดนจมูกพี่เอง”
“แล้วใครใช้ให้นายมายืนใกล้ฉันขนาดนั้นไม่สิ! ต้องใครเชิญนายเข้ามามิทราบออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลย ออกไป”
หนึ่งคนถอยหนีอีกหนึ่งคนไล่ตี ในขณะที่ปากก็ไม่ได้หยุดเจรจากันแม้แต่น้อย
“ใจร้ายจังเลยนี่พี่อุตส่าห์ตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าให้กินเลยนะ”
“ใครใช้!?”
“ไม่มีใครใช้แต่ว่าอาหารเช้าเป็มื้อสำคัญ ทุกคนควรต้องกิน และพี่ก็พอเดาได้ว่าตัวเปี๊ยกคงไม่ตื่นขึ้นมาทำอาหารกินเอง พี่ก็เลยทำมาให้นี่ไงแล้วก็จะมานั่งกินเป็เพื่อนเราด้วยนะ”
“ฉันไม่้าออกไปจากห้องฉันเลย ไป ๆ เอาอาหารเช้าของนายออกไปด้วย”
สองหนุ่มสาว วิ่งวนไล่กันเป็แมวจับหนูไปทั่วห้องหนูตัวใหญ่ะโข้ามโซฟา หลบไม้กวาดในมือของแมวตัวเล็กเป็พัลวันก่อนจะเป็ฝ่ายยอมแพ้ล่าถอยกลับห้องของตัวเองไปโดยที่ตั้งใจทิ้งอาหารเช้าทั้งสองจานเอาไว้ให้แมวตัวเล็กเ้าของห้อง
“หึ้ย!” เสียงดังอย่างขัดใจ ในขณะที่มาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเพื่อปรับอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นของตัวเองให้กลับมาเป็ปกติ
เมื่อความเหนื่อยลดลงสาวร่างเล็กจึงได้เดินเอาไม้กวาดไปเก็บ ซึ่งต้องผ่านโต๊ะอาหาร และนั่นทำให้เธอเห็นว่า นายเสาไฟฟ้าข้างห้องไม่ได้เอาอาหารของเขากลับไปด้วยรอบแรกที่เดินผ่านไปก็เห็นว่าหน้าตาน่ากินดี ไข่ดาว ไส้กรอก และมีผักสลัดอยู่ข้างๆ อีกด้วย สีสันน่ากินอยู่ไม่น้อย และจากที่เธอได้ลองชิมโดยไม่ได้ตั้งใจมาแล้ว จึงรับรู้ว่ารสชาติของมันก็ไม่เลวนัก
รอบสองที่เดินผ่านมือเล็ก จึงได้หยิบไส้กรอกเข้าปากไปอีกหนึ่งชิ้น ก่อนเดินเข้าห้องนอนไป อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาจด ๆ จ้อง ๆ อยู่ที่จานทั้งสองอยู่ครู่หนึ่งอย่างชั่งใจ
“เอาวะทิ้งไว้ก็เสียเปล่า” ว่าแล้วก็ไอฝนก็นั่งรับประทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย
คุณหมอฟ้าครามเข้ามาที่โรงพยาบาลสมานรักษ์ใน่สายก็ได้รับทราบจากเลขานุการของผู้เป็พ่อ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่ในขณะนี้ว่ามีมูลนิธิของโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือให้คุณหมอหนุ่มช่วยไปเป็พรีเซนเตอร์ให้โครงงานการกุศลที่จัดขึ้นเพื่อหาทุนสร้างตึกผู้ป่วยโรคหัวใจ
“คุณอาฉัตรขอความช่วยเหลือมาน่ะลูกคงเห็นว่าครามกำลังอยู่ในกระแสน่ะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ไปช่วยเขาหน่อยนะ”
คุณอาฉัตรที่ผู้เป็พ่อเอ่ยถึงนั้นคือ แพทย์หญิงฉัตราภรณ์ ซึ่งเป็เพื่อนหมอของอาจารย์หมอศรุตนั่นเอง
“ครับพ่อ”คำตอบรับสั้น ๆ ดังขึ้น ก่อนจะหันไปบอกให้ กนกวรรณ เลขานุการสาวต่อสายโทรหาคุณอาฉัตรเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม