ย้อนกลับมายุค 90 พร้อมพลังปลูกพืชวิญญาณ

    บทที่ 29 เธอไม่ได้เย้ายวน แค่แสร้งทำเป็น

    บทที่ 29 เธอไม่ได้เย้ายวน แค่แสร้งทำเป็๲

     

    “พี่รอง เราไปเดินเล่นกันเถอะ!” ฟ่านมี่มี่ดูเหมือนจะทนรอไม่ไหวแล้ว

     

    ฟ่านซีซีมองไปยังท้องฟ้านอกหน้าต่าง “พี่จะไปที่ ‘จงติ่งอีห่าวเฉิง’ ก่อน แม่กลับไปช่วยป้าหลิ่วที่ร้านก่อนได้เลย พี่จิ่นเฉิงจะกลับไปพร้อมพ่อตอนบ่าย เดี๋ยวพี่พาเธอไปเดินเล่นเอง”

     

    ฟ่านมี่มี่เม้มปากเล็กน้อย “พี่รอง ฉันว่าพี่นี่เก่งเ๱ื่๵๹วางแผนขึ้นทุกวันเลย ฉันไป ‘จงติ่งอีห่าวเฉิง’ กับพี่ได้นะ”

     

    เธอไม่อยากอยู่โรงพยาบาลแม้แต่น้อย

     

    ฟ่านซีซียังไม่ทันได้พูด เฉินเยว่อิงก็พูดขึ้นมาตัดบท “แม่ว่าก็ดี ทำตามที่ซีซีบอกนั่นแหละ แม่กลับก่อนนะ”

     

    ฟ่านจิ่นเฉิงไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่นึกในใจว่า จริง ๆ แล้วเขาไป ‘จงติ่งอีห่าวเฉิง’ กับซีซีก็ได้

     

    เขาสามารถไปเดินเล่นเป็๲เพื่อนเธอได้

     

    แต่เด็กน้อยของเขามีความคิดเป็๲ของตัวเอง ไม่ได้รวมเขาไว้ในแผนเลย


    ……

     

    ณ จงติ่งอีห่าวเฉิง 

     

    หลังจากผ่านพายุฝนอันโหมกระหน่ำ ต้นไม้ดอกไม้ที่เพิ่งปลูกใหม่ต่างได้รับบททดสอบที่ไม่เคยพบมาก่อน หลายต้นล้มระเนระนาด กลีบดอกร่วงโรย 

     

    เนื่องจากโครงการ ‘จงติ่งอีห่าวเฉิง’ ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็๲ทางการ ภายในพื้นที่จึงมีเพียงผู้ดูแลเท่านั้น เมื่อเห็นฟ่านซีซีเดินเข้ามาตรวจดูต้นไม้ ลุงยามที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น 

     

    “ต้นไม้ที่ปลูกไปก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่รอดนะ แต่ต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกเมื่อวานซืนกับเมื่อวานนี่สิ โดนฝนเล่นงานซะแล้ว ตอนแรกก็สวยเชียว ตอนนี้...” 

     

    “ลุงคะ หาพลั่วให้หนูสักอันได้ไหมคะ” ฟ่านซีซีเอ่ยถามอย่างใจเย็น ไม่ได้โศกเศร้ากับภาพตรงหน้า 

     

    “มี ๆๆ เดี๋ยวลุงไปหยิบให้” 

     

    ไม่นาน ลุงยามก็เดินกลับมาพร้อมกับพลั่ว ฟ่านซีซีไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบลงมือพรวนดินให้ต้นไม้ทันที 

     

    ลุงยามยืนดูอยู่ครู่หนึ่งก็ขอตัวไปทำธุระอย่างอื่น 

     

    เมื่อเขากลับมาอีกครั้ง ก็พบว่าเด็กสาวที่เพิ่งพรวนดินอยู่ตรงนี้หายไปแล้ว แต่ต้นไม้ที่เคยล้มระเนระนาด กลับยืดลำต้นตรงขึ้นมา แม้แต่ดอกไม้ที่กิ่งก้านหัก กลีบดอกร่วงโรย ก็ดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม บางต้นยังมีดอกตูมที่เปียกน้ำโผล่ขึ้นมาอีกด้วย 

     

    ลุงยามขยี้ตาตัวเอง ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะลงมือรวดเร็วปานนี้ ต้นไม้พวกนี้หลังจากที่เธอได้จัดการให้แล้ว ดูเหมือนกับว่า ‘หายป่วย’ เป็๲ปลิดทิ้ง 

     

    อีกด้านหนึ่ง เด็กสาวผู้คล่องแคล่วก็ไปถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็พาน้องสาวมุ่งตรงไปยังห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเขตหมี่ตง 

     

    เมื่อมาถึงโซนขายจักรยาน ดวงตาของฟ่านมี่มี่เป็๲ประกายวิบวับ

     

    “พี่รอง ตะกร้ารถคันนี้สวยจังเลย... คันนี้ก็สวย... ว้าว พี่รอง ซื้อคันนี้แถมเสื้อกันฝนกับกระติกน้ำสวย ๆ ด้วย...”

     

    ฟ่านซีซีมองจักรยานพวกนี้ ไม่รู้สึกว่ามันสวยงามอะไร แต่เมื่อเห็นฟ่านมี่มี่ชอบ เธอก็อดทนพูดว่า “เธอเลือกมาสักคันสิ คันไหนก็ได้ที่เธอชอบที่สุด เลือกแบบผู้หญิงนะ ซื้อเสร็จแล้ว เราจะไปร้าน ‘ฮวาซางจือตู’ กัน”

     

    “ได้ ๆ” ฟ่านมี่มี่เริ่มกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ไม่นานเธอก็เลือกจักรยานสีแดงเ๣ื๵๪หมูคันหนึ่งที่ดูเบาและปราดเปรียว

     

    “พี่รอง ฉันอยากได้คันนี้ แต่มัน...ราคาแพงไปหน่อย”

     

    ฟ่านซีซีมองตาม “สี่ร้อยยี่สิบเอง ไม่แพงหรอก” เธอพูดจบก็จ่ายเงินอย่างรวดเร็ว ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทำให้ฟ่านมี่มี่รู้สึกตื้นตันใจ

     

    พี่สาวของเธอช่างดีกับเธอจริง ๆ

     

    “จริงสิ เธอต้องซื้อกระเป๋าด้วยใช่ไหม ไปดูที่ชั้นสองกัน” ฟ่านซีซีให้พนักงานติดตั้งกุญแจล็อกจักรยานให้ จากนั้นพวกเธอก็ขึ้นไปยังชั้นสอง

     

    ไม่รู้เป็๲เพราะศัตรูมักจะโคจรมาพบกันหรือเปล่า หลังจากที่ขึ้นมาชั้นบน เธอก็บังเอิญเห็นเถียนซือซือกำลังเดินชอปปิงอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง

     

    ดูเหมือนว่าศัตรูคู่อาฆาตจะมีสนามพลังบางอย่างระหว่างกัน เพราะเถียนซือซือเองก็เห็นฟ่านซีซีในทันที ใบหน้าของเธอตึงเครียดขึ้นมาในทันใด

     

    แต่ท่าทีของเธอกลับผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่าคนที่เดินอยู่กับฟ่านซีซีคือฟ่านมี่มี่ ไม่ใช่ฟ่านจิ่นเฉิง

     

    “ซือซือ ชอบสร้อยข้อมือเส้นนี้ไหม ฉันจะซื้อให้” 

     

    ชายหนุ่มข้าง ๆ เถียนซือซือโอบเอวของเธออย่างเป็๲ธรรมชาติ แล้วจับมือเธอขึ้นมาลองสวมสร้อยข้อมือ 

     

    ร่างกายของเธอแข็งทื่อขึ้นมาทันใด รีบแกะมือของชายคนนั้นออก หางตาเหลือบมองมาที่ฟ่านซีซีแวบหนึ่ง

     

    เมื่อเห็นว่าฟ่านซีซีไม่ได้สนใจเธอ แถมยังพาน้องสาวเดินไปที่อื่น เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

     

    เธอคิดว่าฟ่านซีซีไม่เห็น แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้ฟ่านมี่มี่กำลังนินทาเธออยู่

     

    “พี่รอง เมื่อกี้นั่นเถียนซือซือไม่ใช่เหรอ มีแฟนแล้วแท้ ๆ ยังจะมาแย่งพี่จิ่นเฉิงของพี่อีก กล้ามาโอบกอดกันต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้ เธอไม่ละอายใจบ้างเลยเหรอ ดูจากท่าทางแล้ว คงจะเป็๲นางจิ้งจอกกลับชาติมาเกิดแน่ ๆ”

     

    ฟ่านซีซีเม้มริมฝีปากยิ้ม “เธอเป็๲ดอกบัวขาวบริสุทธิ์ ไม่ได้เย้ายวน แค่แสร้งทำเป็๲”

     

    ฟ่านมี่มี่หลุดขำออกมา “ก็แสร้งทำเป็๲จริง ๆ นั่นแหละ น่ารำคาญเป็๲บ้า เหมือนหลินเฉี่ยวเฉี่ยวดาวโรงเรียนเราไม่มีผิด”

     

    ทันใดนั้น ฟ่านซีซีก็พลันนึกถึงเ๱ื่๵๹หนึ่งขึ้นมาได้ เมื่อได้ยินชื่อหลินเฉี่ยวเฉี่ยว

     

    ชาติที่แล้ว หลินเฉี่ยวเฉี่ยวเหมือนจะมีเ๱ื่๵๹ขัดแย้งกับมี่มี่ พอโตขึ้นหลินเฉี่ยวเฉี่ยวก็มีนิสัยชอบแย่งผู้ชายของมี่มี่ ใครที่มี่มี่ชอบ หลินเฉี่ยวเฉี่ยวก็จะเข้าไปตีสนิท จนมี่มี่ต้องอกหักกินน้ำตาถึงสองครั้งเพราะผู้หญิงคนนี้ 

     

    ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไป หลินเฉี่ยวเฉี่ยวก็ไม่ต่างอะไรกับเถียนซือซือ สรุปคือ น่ารำคาญเหมือนกัน ไม่มีใครดีไปกว่ากัน!

     

    เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงตบบ่าฟ่านมี่มี่เบา ๆ แล้วพูดว่า “เถียนซือซือเคยแอบเขียนจดหมายรักให้พี่จิ่นเฉิง แถมยังมาอ่อยแบบเนียน ๆ ทำให้พี่เข้าใจผิด ร้ายกาจมาก หลินเฉี่ยวเฉี่ยวที่เธอพูดถึงเหมือนเถียนซือซือไม่มีผิด เธอก็ต้องระวังตัวไว้บ้างนะ ถ้าในอนาคตเธอชอบผู้ชายคนไหน ต้องสอนเขาให้รู้จักผู้หญิงประเภทดอกบัวขาวกับชาเขียว*[1]พวกนี้ไว้ ผู้ชายคนไหนที่ผ่านบททดสอบจากผู้หญิงพวกนี้ไม่ได้ ก็ไม่ควรค่าให้ต้องเสียดาย” 

     

    ฟ่านมี่มี่พยักหน้ารัวพลางหัวเราะ “รู้แล้วน่า มีแต่พี่รองนี่แหละที่คุยกับฉันแบบนี้ ถ้าเป็๲พี่ใหญ่ เธอต้องบอกว่าพี่รองคิดไปไกล สอนน้องเสียคนแน่ ๆ”

     

    ฟ่านซีซีพูดอย่างลึกซึ้ง “มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ดูคนให้ดูตอนเด็ก ๆ ถ้าตอนเด็ก ๆ นิสัยไม่ดี โตขึ้นมาก็ไม่ไปไหนหรอก คนที่ตอนเด็ก ๆ ชอบหาเ๱ื่๵๹เรา พอโตขึ้นมาอาจจะยิ่งหนักข้อ ทำร้ายเราแบบที่คาดไม่ถึงเลยก็ได้”

     

    ฟ่านมี่มี่พยักหน้าเห็นด้วย แต่จริง ๆ แล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ

     

    ทั้งสองคนใช้เวลาซื้อกระเป๋าไม่ถึงสิบนาที จากนั้นฟ่านซีซีก็เกิดไอเดีย นึกอยากได้เครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ล่าสุดกับทีวีสี 21 นิ้วขึ้นมา จึงจัดการซื้อมันซะเลย แถมยังให้คนเอาไปส่งที่หมู่บ้าน ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ พร้อมกับจักรยานอีกด้วย

     

    ระหว่างทางไปร้านฮวาซางจือตู ฟ่านมี่มี่ก็อดถามอย่างกังวลไม่ได้ “พี่รอง พี่ซื้อของไปเยอะขนาดนี้ ยังมีเงินซื้อเสื้อผ้าอีกเหรอ ไม่ซื้อได้ไหม?” 

     

    “ใช้บัตรกำนัลสิ บัตรกำนัลพวกนี้มีวันหมดอายุนะ ใบละสองร้อย ไม่ใช้ก็เสียดายแย่”

     

    “งั้นพี่ซื้อให้พ่อเถอะ ฉันไม่เอาแล้ว” 

     

    ทีวีกับเครื่องซักผ้าแพงมาก ตอนที่พี่สาวคนที่สองจ่ายเงิน หัวใจของเธอถึงกับสั่น!

     

    “เดี๋ยวค่อยดูแล้วกัน! พี่จะซื้อของขวัญวันเกิดให้พี่จิ่นเฉิง ดังนั้นต้องเลือกดี ๆ หน่อย” 

     

    ฟ่านมี่มี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า วันจันทร์หน้าเป็๲วันเกิดของพี่เขยในอนาคต พูดแล้วเธอก็น่าจะต้องเตรียมของขวัญเหมือนกันนะ?

     

    เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงถามเสียงเบา “พี่รอง ฉันต้องซื้อของขวัญด้วยไหม?”

     

    “เดี๋ยวดูว่ามีอะไรที่เหมาะ ๆ หรือเปล่า”

     


    [1] ชาเขียว (绿茶) เป็๞คำแสลงของจีน หมายถึง ผู้หญิงที่ภาพลักษณ์ดูใสซื่อ แต่ข้างในร้ายลึก เต็มไปด้วยมารยา