“พวกเราจะอยู่เคียงข้างกันตราบจนถึงวันสิ้นลมหายใจ”
ร่างบางของมินาโยะยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอพลิ้วสยายไปด้านหลังเมื่อกระแสลมของชินพัดผ่านต้นคอ เด็กสาวยืนนิ่งจ้องมองมาที่พวกเขาแล้วก็หันไปมองพวกนักรบอเวจีที่อยู่อีกฟาก มินาโยะขยับตัว ก้าวข้ามร่างของมาโมรุที่นอนจมกองเือยู่แทบเท้าตรงไปหาโกล์ดสีหน้าของเธอเลื่อนลอย
โทวะยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อโดยไม่ต้องอาศัยผงชาของซิลเวอร์ใบหน้าของเด็กหนุ่มไร้สีเืยามจ้องมองด้านหลังของเด็กสาวเขารู้ดีว่ามีบางอย่างในตัวเธอเปลี่ยนไป บางอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ถูกทำให้หายไป...แต่ตอนนี้มันกำลังจะหวนกลับมาอีกครั้งเหมือนอย่างในวันนั้น!
“มินาโยะ...”
ร่างสูงพึมพำเสียงแ่หัวใจกระตุกวาบเมื่อเด็กสาวหันกลับมา
เรือนผมสีน้ำตาลทองคลอไหล่พลิ้วสยายไปด้านหลังยามต้องลม ใบหน้าที่ไร้สีเื กับั์ตาว่างเปล่าสีม่วงอ่อนไม่ใช่สีฟ้าใส!
ตาของเธอเปลี่ยนสีไปอีกแล้ว!
มินาโยะเอียงคอมองหน้าเขาก่อนจะหันไปหาโกล์ดอีกครั้ง มือข้างหนึ่งยื่นออกไปด้านหน้าแสงสว่างสีม่วงอ่อนแผ่พุ่งออกมาจากฝ่ามือเธอ
“อย่านะ!”
โทวะะโลั่น พุ่งถลาเข้าหาร่างของมินาโยะในสภาพของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์มือใหญ่โอบเอวเด็กสาวไว้พลางฉุดกระชากให้เธอถอยกลับ แต่เด็กสาวยืนนิ่ง แววตายังคงจับจ้องอยู่ที่โกล์ดอย่างไม่ละสายตาไม่มีท่าทีใดที่เธอจะแสดงออกมาว่าได้ยินเสียงของเขาเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้เองที่เด็กหนุ่มเพิ่งสังเกตได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักรบอเวจีตรงหน้า
ร่างสูงของโกล์ดเหนื่อยหอบและลมหายใจขาดห้วงตรงปลายชายเสื้อมีรอยไหม้เป็ทางยาว ใบหน้าถลอกและบางรอยมีเืไหลซึมแขนเสื้อตรงหัวไหล่ขาดวิ่นหยดเืไหลย้อมเนื้อผ้าสีขาวให้เปรอะเปื้อนสีแดงสดเป็ด่างดวง
ไม่รู้ว่าเป็เพราะมาโมรุหรือคนในอ้อมแขนของเขากันแน่ที่ทำให้เป็แบบนั้น
“มินาโยะ! ตื่นสิ! มินาโยะ!”
โทวะเขย่าร่างเธอร้องะโใส่หูอย่างบ้าคลั่ง แต่เด็กสาวไม่ขยับ ร่างกายนั่นไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเขามายืนอยู่ใกล้ การครองสติของเธอถูกตัดขาดไปโดยสมบูรณ์
“มินาโยะ!”
โทวะตะเบ็งเสียง ชินถลามาคว้าข้อมือของเขาไว้ได้ทันก่อนที่เด็กหนุ่มจะจับเด็กสาวทุ่มลงพื้น(คล้ายๆว่าจะทำแบบนั้นในความคิดของชิน) โทวะสะบัดมือของชินออก ใบหน้าของเขาซีดเผือดขณะที่วุ่นวายอยู่กับการะโเรียกชื่อมินาโยะเธอยังคงดูเหม่อลอย ั์ตาสีม่วงอ่อนนั่นทอแสงหม่นและดูเหมือนจะไร้ประกายชีวิต
“เกิดอะไรขึ้น!?”
เยลโลว์กระซิบถามโกล์ดที่ได้แต่ส่ายหัวแทนการตอบคำถามโกล์ดไม่รู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวเขาเองสู้กับผู้พิทักษ์ของเอิร์ธซันอยู่ดีๆแถมยังทำท่าว่าจะชนะแล้วด้วยถ้าเด็กสาวนั่นไม่เข้ามาขวางพอสบกับั์ตาสีแดงสดของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธซันเธอก็เปลี่ยนไป แล้วร่างของผู้พิทักษ์หนุ่มก็ทรุดฮวบลงกับพื้นต่อหน้าต่อตาเขาไม่นานต่อจากนั้นข่ายเวทก็ถูกทำลาย แล้วเขาก็ถูกเธอเล่นงานจนกระเด็น
“โกล์ด...”เยลโลว์กระซิบบอกอีกครั้ง “สัญญาณจากแบล็ค ถอยก่อน”
แต่คนถูกเรียกไม่ขยับได้แต่มองหน้าเด็กสาวที่กำลังถูกเด็กหนุ่มร่างสูงะโเรียกชื่อเธออย่างบ้าคลั่งมีอะไรบางอย่างในแววตาหม่นแสงนั่นที่เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดเขาเคยเห็น... เคยรู้จัก... และเกือบจะได้ััเ้าของร่างนั่นด้วยซ้ำ
แววตาสีม่วงอ่อนที่แสนโหยหา
แววตาที่แกร่งกล้า... แววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
แววตาของเมตาเรีย!
แต่ก่อนที่เยลโลว์และซิลเวอร์จะได้ลากตัวเขาออกมาจากที่นั่นร่างสูงของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์ก็หมุนร่างของเด็กสาวในอ้อมแขนให้หันกลับมายืนประจันหน้า
ใบหน้าขาวซีดของโทวะโน้มลงต่ำประทับริมฝีปากลงบนริมฝีบางปากที่ขาวซีดและเย็นจัดของเด็กสาวั์ตาสีม่วงอ่อนของเธอเบิกโพลงกว้างยามที่เด็กหนุ่มไล้ริมฝีปากไปตามขอบปากล่างั์ตาสีเขียวใสฉายแววเ็ปออกมาอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่เด็กหนุ่มจะถอนริมฝีปากออกท่ามกลางสายตาอีกห้าคู่ที่ได้แต่เฝ้ามองอย่างตะลึงงัน
ั์ตาสีม่วงอ่อนของมินาโยะกลับเป็สีฟ้าใสอีกครั้งก่อนที่เปลือกตาจะหลุบต่ำเด็กสาวสลบไปในอ้อมแขนของโทวะ เด็กหนุ่มแทบทรุดลงกับพื้น ลมหายใจรวยริน ชินปราดเข้ามาหาเขาเงยหน้าขึ้นมองสามนักรบอเวจีที่ใบหน้าซีดเผือดอย่างตื่นตะลึงไม่แพ้กันก่อนที่ซิลเวอร์กับเยลโลว์จะลากโกล์ดให้ถอยห่างออกไปทางวงแหวนเวทที่ส่องสว่างขึ้นอยู่บนพื้นทางด้านหลัง
พอสามนักรบอเวจีถูกวงแหวนเวทกลืนหายไปกับตาชินก็ระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันมาดูโทวะที่ประคองร่างของเด็กสาวไว้มินาโยะสลบไปแล้ว เปลือกตาของเธอปิดสนิทขณะที่โทวะแสดงอาการทุกอย่างตรงข้ามกับเธอั์ตาสีเขียวมรกตของเด็กหนุ่มเบิกโพลงกว้าง ห้วงหายใจหอบหนักและขาดห้วงใบหน้าที่เคยขาวซีดบัดนี้กลับแดงก่ำไปด้วยสีเืฝาด ไม่ใช่เพราะความกระดากอายหากแต่เป็เพราะความโกรธแค้นก่อนที่เด็กหนุ่มจะหันไปมองด้านหลังอย่างเป็กังวล
สุดปลายสายตาที่โทวะเหลียวหลังกลับไปมองเป็ร่างของมาโมรุที่กำลังถูกเท็ตสึยะประคองไว้เด็กหนุ่มอยู่ในชุดนักเรียนหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของเท็ตสึยะ ไม่กี่วินาทีถัดมาโทวะก็เห็นนิ้วมือข้อหนึ่งของมาโมรุขยับั์ตาสีแดงสดค่อยๆปรือขึ้นอย่างช้าๆแม้ใบหน้าจะขาวซีด มาโมรุหันมาสบตากับโทวะ มีรอยยิ้มยินดีอยู่บนใบหน้าเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในร่างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์มือข้างหนึ่งของมาโมรุยื่นออกมา โทวะพยายามไขว่คว้าปลายนิ้วนั้นเอาไว้
สัญญา... นายสัญญากับฉันแล้วนะ
นายจะปกป้องเธอแทนฉัน...
น้ำเสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากปากของมาโมรุอย่างยากเย็น
“ทีนี้นายก็...ปกป้องเธอได้...แล้ว... ล่ะนะ”
ฉันสัญญา...
แล้วมาโมรุก็สลบไปอีกครั้งปลายนิ้วหลุดจากฝ่ามือเย็นซีดของโทวะกระทบลงพื้นในห้วงความคิดมีเพียงประโยคคำพูดเดิมๆลอยวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาราวกับจะตอกย้ำความรู้สึกนั้น...
ทีนี้ฉันก็... ทำอะไรเพื่อเธอไม่ได้เลย
-เอิร์ธมูน,สิบสองปีก่อนาใหญ่-
‘ผู้พิทักษ์งั้นเหรอคะ?’
เสียงใสเอ่ยถามก่อนที่คนข้างตัวจะยิ้มตอบรับวางร่างเล็กๆของคนถามนั่งลงบนผืนหญ้าสีเขียวชอุ่มในสวนดอกไม้ละลานตา
‘หนูเองก็จะได้เป็เหมือนอย่างท่านแม่งั้นเหรอคะ?’
‘อาจจะนะ... นั่นขึ้นอยู่กับว่าในวันสืบรัชทายาทสัญลักษณ์แห่งผู้พิทักษ์จะยอมรับลูกด้วยหรือเปล่า’
เ้าของั์ตาสีน้ำเงินเข้มเอ่ยเสียงนุ่มลูบศีรษะสีน้ำตาลอ่อนของเด็กสาวข้างตัวอย่างรักใคร่
‘ต้องทำยังไงถึงจะได้รับเลือกล่ะคะท่านพ่อ’ ั์ตาสีม่วงใสเงยหน้าขึ้นถาม ใบหน้าใสซื่อที่แสดงออกถึงความ้าในสิ่งที่ได้ฟังนั้นทำให้คนฟังต้องยิ้มรับอย่างพอใจ
‘อยากเป็หรือ เบริล...ผู้พิทักษ์น่ะ’
‘ถ้าได้เป็ก็จะเป็เหมือนอย่างท่านแม่ไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าหนูจะเป็เหมือนอย่างท่านแม่ไม่ได้...’
น้ำเสียงท่อนท้ายที่อ่อนลงพร้อมกับั์ตาสีม่วงใสหลุบต่ำทำให้คนเป็พ่อต้องช้อนร่างบางขึ้นมานั่งแนบตักก่อนจะยื่นมือออกไปด้านหน้าแสงสว่างสีฟ้าใสปรากฏขึ้นบนฝ่ามือก่อนที่หนังสือเล่มหนาอายุอานามดูท่าจะหลายร้อยปีปรากฏขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่ามีดอกไม้คริสตัลสีม่วงอ่อนที่แสนคุ้นตาวางประดับเป็แนวเฉียงพาดตัดตัวเล่มสีดำสนิท
‘รู้หรือเปล่าว่าผู้พิทักษ์คืออะไร?’
เสียงนุ่มกระซิบอยู่ข้างหูมือเล็กๆของเด็กสาวยื่นไปคว้าหนังสือที่ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าก่อนจะพลิกหน้ากระดาษไปมาอย่างสนใจ
‘คือคนที่จะปกป้องดาวดวงนี้ต่อจากท่านแม่ค่ะ!’
เด็กสาวตอบรับอย่างใสซื่อ ั์ตาสีม่วงใสที่ทอประกายอย่างมุ่งมั่นทำให้เกิดรอยหม่นในแววตาของคนฟังได้อย่างชัดเจน
‘แล้วลูกรู้ไหมว่าผู้พิทักษ์ถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร?’
ั์ตาสีม่วงใสของเด็กสาวเบือนมาสบก่อนที่รอยหม่นในั์ตาสีน้ำเงินเข้มจะจางหายไปในเวลาเพียงชั่วครู่ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนถามมือใหญ่เลื่อนไปพลิกหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าก่อนปลายนิ้วจะค่อยๆบรรจงแตะลงบนหน้ากระดาษเกิดเป็อักษรประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตของผู้เฝ้ามอง
‘ทำไมหนูถึงอ่านไม่ออกล่ะคะท่านพ่อมันคือภาษาอะไร?’
‘มันเป็ภาษาที่พ่อไม่้าให้ลูกอ่านได้’คำบอกเล่าที่เรียกแววตาฉงนให้แก่คนฟังจนต้องเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้งและนั่นคงจะเป็ครั้งแรก... ครั้งเดียว... และอาจจะเป็ครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นแววตาสีน้ำเงินเข้มที่แสนเศร้าของคนตรงหน้า
‘เช่นเดียวกับที่พ่อไม่อยากให้ลูกได้เป็ผู้พิทักษ์’
ตัวอักษรในหน้ากระดาษเลือนหายไปพร้อมกับความเศร้าหมองในแววตาที่จางหายไปรอยยิ้มอ่อนโยนกลับคืนมาแทนที่อีกครั้ง แต่ในคราวนี้มันไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเก่าเลย
-เอิร์ธมูน,สิบเอ็ดเดือนก่อนาใหญ่-
‘เบริล’
‘แอล?’
น้ำเสียงที่โหยหาดังขึ้นมาจากด้านหลังก่อนที่ร่างสูงของเ้าของั์ตาสีเทาคมกริบจะพุ่งตรงเข้ามาโอบประคองร่างบางที่แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นไว้ทันทีที่ลุกขึ้นยืนเนื้อตัวของเธอเย็นเฉียบท่ามกลางคืนที่อากาศหนาวเหน็บ เกล็ดหิมะปลิวว่อนอยู่ในอากาศตกกระทบพื้นหินที่เย็นเฉียบและอาบย้อมไปด้วยสีแดงสดั์ตาสีเทาคู่คมเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ถูกเกล็ดหิมะโอมอุ้มเอาไว้
‘ท่านเฟรย์ตัน!’
ร่างของคนถูกเรียกนอนแข็งทื่อเสื้อคลุมตัวยาวถูกเกล็ดหิมะทับถม ทอแสงเรืองรองสะท้อนแสงของเอิร์ธสตาร์อยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่รายล้อมเปลือกตาของชายหนุ่มปิดสนิทบนมุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแม้ในวาระสุดท้ายของชีวิตเด็กสาวในอ้อมแขนดึงทึ้งเสื้อนอกของเขาอย่างไขว่คว้าหาที่พึ่ง เธอร้องไห้... แต่ทว่าไร้หยาดน้ำตา ใบหน้าของเธอบวมก่ำและแดงช้ำ ความทรมานฉายชัดอยู่บนนั้นในค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเื
คืนงานพิธีสืบรัชทายาทของเธอเอง!
‘เบริล...’
เด็กหนุ่มเรียกหา เธอกรีดร้องราวกับจะขาดใจแต่มันกลายเป็เพียงเสียงคำรามต่ำๆ น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานของเธอเหือดหายไปแล้ว
‘ท่านพ่อ... ฮึก! ท่านพ่อ... ฉัน...แอล ฉันทำให้ท่านพ่อต้องสิ้น!’
พร้อมๆกับความอดทนที่สิ้นสุดลงเธอระดมทุบแผ่นอกกว้างของเขาเท่าที่เรี่ยวแรงของร่างเล็กๆจะยังคงเหลืออยู่ ไม่นานต่อจากนั้นมือเล็กก็ตกลู่ลงข้างตัว เด็กสาวกำมือแน่นเขาได้กลิ่นคาวเืออกมาจากฝ่ามือคู่นั้น
‘อย่า... เบริลเธออย่าทำร้ายตัวเอง’
มือสองข้างของเด็กหนุ่มสอดประสานฝ่ามือเธอฉุดร่างบางให้ซบเข้าหา เธออ่อนล้าและไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะต้านทานไหวเสียงฝีเท้าดังขึ้นอยู่ด้านหลังเขาพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นทันทีที่ผู้มาใหม่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า
‘ท่านเฟรย์ตัน!’
เสียงของผู้ติดตามองค์ราชินีทีนี้เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าใครคือคนที่เสด็จมา
‘แอลโด้ ครอส’
น้ำเสียงเรียบลึกที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเอื้อนเอ่ยออกมาจากโอษฐ์ของราชินีแห่งเอิร์ธมูนั์ตาสีม่วงเข้มของพระองค์เจ็บช้ำแม้ใบหน้าจะเรียบสนิทยามที่ร่างสูงสง่าก้มลงมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา
‘พาเบริลไป ได้โปรด... พาเธอไป’
เขาพยักหน้าอุ้มร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงของเ้าหญิงแห่งเอิร์ธมูนถอยห่างออกมาราชินีแห่งเอิร์ธมูนซ่อนใบหน้าจากสายตาของเขาท่ามกลางความมืดมิดที่โรยตัวอยู่โดยรอบเขาเห็นน้ำตาส่องประกายอยู่บนใบหน้านั่นยามที่พระองค์หันไปดูร่างไร้ิญญาของผู้เป็สวามี
‘เฟรย์... สิ่งที่คุณทำมันถูกต้องแล้วใช่ไหมคะ...’
เสียงกระซิบแว่วผ่านมาตามสายลมร่างบางขององค์ราชินีทรุดลงแทบพื้น โอบอุ้มร่างไร้ิญญาของาาแห่งเอิร์ธมูนไว้เสียงร่ำไห้ถูกเก็บกลั้นจนถึงวินาทีสุดท้ายแม้น้ำตาจะไหลอาบใบหน้าเป็สายเด็กสาวในอ้อมแขนเขามีสภาพไม่ต่างกับผู้เป็มารดาเธอกำลังคว้างและไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าที่จะทำสิ่งใด...
นี่ใช่ไหม...นี่ใช่ไหมคือสิ่งที่บันทึกแห่งฟีนาเล่ทำนายไว้
า...ที่แลกมาด้วยการสูญสิ้นของหนึ่งชีวิต
-เอิร์ธมูน,สองสัปดาห์ถัดมา-
‘เธอจะนั่งอยู่ตรงนี้ตลอดไปไม่ได้หรอกนะ’
เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มเอ่ยบอกกับร่างบางในชุดขาวั์ตาสีม่วงใสของเธอหมดแล้วซึ่งประกายแห่งความมีชีวิต เธอหันมามองเขาใบหน้าเรียวขาวนั้นแสนเศร้ารอยยิ้มและน้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังราวกับว่ามันจะสูบความสุขให้ไหลออกไปจากร่างของคนฟัง
‘แอลเหรอ...’ เธอพึมพำแม้ั์ตาจะสบประสานกันแต่เขารู้ว่าในมโนภาพของเธอนั้นไม่ปรากฏร่างของเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
‘ออกไปข้างนอกบ้างฉันปล่อยให้เธออยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้หรอก’
‘ฉันยังไม่อยากไปไหน’
เธอบอก ั์ตาสีม่วงหม่นแสงก่อนจะหันออกไปมองทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างดังเดิม
เด็กหนุ่มขยับตัวสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเธอยังคงนั่งนิ่งไม่ออกไปไหนอยู่ตรงที่นั่งที่โปรดของเธอเก้าอี้ข้างตัวถูกเว้นไว้ให้ใครคนหนึ่งซึ่งไม่อาจหวนกลับมาได้อีก...
‘ากำลังจะเริ่มต้นใช่ไหม?’
เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง
‘มันเป็แค่คำทำนายอย่าไปยึดติดอะไรมาก’ เด็กหนุ่มปราม
‘แต่ท่านพ่อเคยพูดไว้ ว่าาจะเกิดขึ้น’
‘อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด’เด็กหนุ่มบอกเสียงเข้ม ‘และเราก็ต้องเผชิญหน้ากับมันเมื่อเวลานั้นมาถึง’
เด็กสาวเค้นเสียงหัวเราะแต่ไม่มีสิ่งใดหลุดออกมาจากลำคอ
‘ฉันไม่ได้เป็ผู้พิทักษ์เหมือนอย่างที่ท่านพ่อหวังฉันควรจะดีใจใช่ไหมนะ? ปลดปล่อยตัวเองออกจากการผูกมัดนี้ได้ ทีนี้ฉันก็จะได้เป็อิสระเสียที’
คำพูดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับประโยคสนทนาก่อนหน้านั้นแต่เด็กหนุ่มเข้าใจความหมายในคำพูดนั้นได้เป็ดีสิ่งที่เธออยากจะบอกกับเขา สิ่งที่ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กนั้นประดับไปด้วยน้ำตาได้อีกครั้งหลังจากที่มันไม่เคยไหลเลยหลังจากผ่านเหตุการณ์ในตอนนั้นมา
‘แอล... ไปซะเถอะหมดหน้าที่ของเธอแล้ว ฉันไม่ใช่ผู้พิทักษ์อีกต่อไปแล้วเธอควรจะไปอยู่เคียงข้างคนที่จะได้ขึ้นมาเป็ผู้พิทักษ์ต่อจากท่านแม่’
‘ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ’คนถูกไล่บอกเสียงเรียบ ั์ตาสีเทาคมเข้มวาวโรจน์ก่อนเ้าตัวจะถอนหายใจเดินไปแตะไหล่คนตรงหน้าที่ยังตื่นตะลึงในคำพูดของเขาอยู่
‘ไปกันเถอะอาทิตย์หน้ามีพิธีสืบรัชทายาทของเอิร์ธซัน ฉันอยากให้เธอไป’
เด็กหนุ่มว่า สบตามองเธออย่างไม่ปิดบังแล้วก็กลายเป็เด็กสาวที่ต้องหลบตาเขา เธอทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่แล้วก็เปลี่ยนใจเด็กสาวลุกขึ้นยืนก่อนจะวางมือลงบนฝ่ามือของเด็กหนุ่มที่ยื่นมารอรับ แล้วทั้งสองก็เดินออกจากห้องไปด้วยกัน
ฉันอยากให้... เธออยู่กับฉัน...
จนกว่าจะถึงเวลานั้น...จนกว่าจะถึงวันที่ฉันต้องจากเธอไป
เรดถอนหายใจอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ชานเมืองมิวนิคผ้าปิดตาสีดำสนิทลงอักขระถูกวางไว้บนโต๊ะไม้แกะสลักตรงหน้าเด็กหนุ่มใช้มือขาวซีดของเขาปิดั์ตาข้างที่แปลกประหลาดนั่นแทนมัน
นี่เองสินะ...สิ่งที่ไวโอเลตปิดบังพวกเขาไว้
โศกนาฏกรรมในคืนพิธีสืบรัชทายาท
เหลืออีกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เขาอยากรู้...ก่อนที่จะบอกเื่นี้แก่กรีนและแบล็คไป
รัชทายาทที่ไม่ได้รับเลือกให้เป็ผู้พิทักษ์จะไปอะไรไปได้นอกจาก...
