ตอนที่ 2 มารโลหิตหวังอู่
ชื่อของมารโลหิตโด่งดังขึ้นมา ในช่วงสงครามชิงป้ายประจำชนเผ่า ก่อนหน้านี้หวังอู่เป็นเพียงนักรบจากชนเผ่าฟ้าคำรามซึ่งเป็นเพียงแค่ชนเผ่าเล็กๆ ที่เป็นพันธมิตรกับชนเผ่าหุบเขาเลือด ทุกคนรู้ว่าชนเผ่าฟ้าคำรามนี้ ยังเป็นชนเผ่าของนายน้อยแห่งชนเผ่านิกายปราชญ์สวรรค์และศิษย์เอกทั้งสองคืออู๋ต้าและมู่ปิง ที่ให้ความคุ้มครองชนเผ่าฟ้าคำรามอยู่ เมื่อหวังอู่ตัดสินใจเข้าร่วมกองทัพของพันธมิตรหุบเขาเลือด ชื่อเสียงของเขาก็เริ่มโด่งดังขึ้น เพราะการสังหารของเขานั้นโหดเหี้ยมและมักจะดื่มเลือดของศัตรูเพื่อข่มขวัญ ไม่มีใครรอดชีวิตเมื่อได้ต่อสู้กับเขา เมื่อบวกกับการใส่หมวกที่มีเขาสองข้างและชุดเกราะสีแดงเพลิง ทำให้ทุกคนตั้งสมญานามว่า “มารโลหิต” ผลงานจากการรบของเขานั้นเลื่องลือจนได้รับตำแหน่งนายน้อยจากกลุ่มพันธมิตรหุบเขาเลือด นั่นหมายความเขาคือว่าที่ผู้นำของกลุ่มขั้วอำนาจนี้ในอนาคต ……………………… ตอนนี้ ถังซานและหวังอู่ เผชิญหน้ากันอยู่บนเวที ถังซานนั้นมีขั้นฝึกตนอยู่ที่นักรบขั้นปลาย อีกนิดเดียวเขาก็จะบรรลุเป็นระดับหัวหน้านักรบ ส่วนหวังอู่นั้นก็มีขั้นฝึกตนอยู่ในระดับเดียวกัน “ตอนนี้ทั้งสองคนพร้อมแล้ว เริ่มประลองได้!” หม่าตุ้นประกาศเริ่มการประลองพร้อมหายตัวไปจากเวทีอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ผู้ชมกำลังส่งเสียงเชียร์นักรบที่ตนเองพนันไว้อย่างสุดเสียง “ถังซาน สู้ๆ ข้าพนันเจ้าไว้จนหมดตัว อย่าแพ้นะ”“มารโลหิต ข้าพนันข้างเจ้าไว้เยอะมาก เจ้าต้องฆ่าถังซานให้ตายข้าถึงจะได้เงินพนัน” อัตราการต่อรองของคู่นี้แปลกมาก ผู้ที่พนันถังซานหากถังซานสามารถชนะได้แบบปกติก็ได้เงิน แต่ถ้าพนันฝั่งมารโลหิต มารโลหิตต้องฆ่าถังซานเท่านั้นผู้พนันถึงจะได้เงิน กติกานี้ทำให้การแข่งขันดุเดือดตั้งแต่ยังไม่เริ่มประลอง “มารโลหิตหรือ? เจ้ามันก็แค่สร้างชื่อเสียงจอมปลอม ที่ให้ผู้คนหวาดกลัว วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าแทนดูสิว่ามารอย่างเจ้าจะมีเลือดสีอะไร” ถังซานยืนนิ่งพลางถือหอกสามง่ามไว้ข้างตัว “สวะอย่างเจ้า ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน เพียงไม่กี่ลมหายใจเจ้าก็ได้หายไปจากโลกนี้แล้ว” หวังอู่มองคู่ต่อสู้ด้วยหางตา ราวกับไม่เห็นถังซานอยู่ในสายตา “บัดซบ! เป็นแค่นักรบระดับปลายเช่นเดียวกัน ทำมาอวดเก่ง ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะเก่งเหมือนปากพูดหรือไม่” “ย๊ากกกกกซ์!” ถังซานระเบิดพลังออกมาทันที เสื้อและผมของเขาปลิวด้วยแรงอัดของพลังอย่างรุนแรง แรงกดดันของนักรบขั้นปลายนั้นทำให้ผู้ชมด้านหน้ารู้สึกอึดอัดทันที “นั่น ถังซานระเบิดพลังออกมา พลังของเขาแข็งแกร่งมาก เขาคงตั้งใจจะสู้ให้จบในทีเดียว”“อาวุธของเขาก็ไม่ธรรมดา หอกสามง่ามนี้เป็นสมบัติของชนเผ่าแม่น้ำเหอ มันร้ายกาจและมีวิญญาณแห่งแม่น้ำอยู่ภายใน”“ครั้งนี้มารโลหิต เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว” ผู้ชมด้านล่างต่างเริ่มเอนเอียงมาเชียร์ถังซานหลังจากได้เห็นพลังอันแข็งแกร่งของเขา ไม่นานถังซานก็เริ่มบุกก่อน “ปลดปล่อยทักษะวิญญาณแม่น้ำเหอ!” ถังซานพุ่งเข้าหาหวังอู่พร้อมปลดปล่อยทักษะของอาวุธวิเศษของตน หอกสามง่ามกระพริบแสงขึ้นก่อนปล่อยควันสีดำออกมาอย่างรวดเร็ว ควันนั้นกลายเป็นใบหน้าของสัตว์ประหลาดขนาดหลายสิบจั้ง เมื่อมองดูแล้วคล้ายจระเข้สามหัวที่มีเขาแหลมอยู่ตรงหน้าผาก และมีเกล็ดปลาสีเงิน จระเข้สามหัวนั้นร้องคำรามพร้อมกันแล้วพ่นของเหลวสีเงินออกมาล้อมรอบหวังอู่กลายเป็นกำแพงของเหลวสีเงินหมุนวนล้อมหวังอู่ไว้ภายใน เมื่อมองให้ดีจะเห็นว่ามีใบหน้าของสัตว์ประหลาดมากมายปรากฎขึ้นพร้อมเสียงร้องโหยหวนที่ชวนขนลุก “กิ๊ซซซซซ์!” “ฮ่าๆๆ กำแพงวิญญาณแม่น้ำเหอนี้ ไม่เคยมีใครหนีรอดไปได้ มันจะดูดกินวิญญาณของเจ้าและตรึงให้เจ้าขยับตัวไม่ได้ ก่อนที่จะตายเพราะโดนหอกของข้าพุ่งทะลวงร่าง” ถังซานตะโกนด้วยความสะใจ พลางเงื้อหอกเตรียมแทงร่างของหวังอู่ หวังอู่ที่ตอนนี้เริ่มถูกดูดวิญญาณจนขยับไม่ได้ ยังทำหน้าเรียบเฉยพร้อมระเบิดพลังของตัวเองออกมา “ย๊ากกกกซ์!” “เปล่าประโยชน์ ระดับอย่างเจ้าไม่สามารถหนีออกไปได้ ยกเว้นก็แต่ ......เอ๊ะ!” ถังซานที่กำลังมั่นใจ เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เพราะพลังที่หวังอู่ระเบิดออกมานั้น ค่อยๆมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง…. “ตูมมมม!” เสียงระเบิดดังออกมาจากใจกลางกำแพงวิญญาณแม่น้ำเหอที่หวังอู่ยืนอยู่ แรงระเบิดนั้นสลายกำแพงสีเงินไปจนหมดสิ้น รวมถึงยังกระแทกร่างของถังซานที่พุ่งเข้ามาจนกระเด็นไปเกือบสิบจั้ง “โครมมม!” “อั่กกกซ์!!” ถังซานกระอักเลือดออกมาทันที เขามองไปที่หวังอู่ด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ พร้อมทำท่าหวาดกลัวออกมาเป็นครั้งแรก “เจ้า...เจ้ามีขั้นฝึกตนอยู่ระดับหัวหน้านักรบขั้นต้นแล้ว!!! ” “ใช่! ข้าจงใจกดขั้นพลังนี้ไว้ แต่อาวุธของเจ้ามันน่ารำคาญ จึงต้องเผยขั้นพลังออกมา” หวังอู่เดินเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมมองหน้าถังซานด้วยแววตาที่กระหายเลือด ขั้นฝึกตนของสายนักพรตและสายนักรบในดินแดนแห่งท้องฟ้าเป็นดังนี้ นักพรตระดับพื้นฐาน เทียบเท่าระดับนักรบฝึกหัดนักพรตระดับสร้างปราณ เทียบเท่าระดับนักรบนักพรตระดับลมปราณ เทียบเท่าระดับหัวหน้านักรบนักพรตระดับปราณแท้ เทียบเท่าระดับขุนศึก ซึ่งยังไม่เคยมีใครในดินแดนแห่งท้องฟ้าฝึกฝนได้ ระดับที่ห่างกันถึงหนึ่งขั้นใหญ่นี้เป็นระยะที่ห่างกันมาก ถังซานเองก็รู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถสู้ได้ “ท่าน...ท่านมารโลหิต ข้า..ข้าขอยอมแพ้ โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย” ถังซานแสดงสีหน้าหวาดกลัว เหงื่อเม็ดใหญ่ๆผุดขึ้นทั่วตัวจนเปียกชุ่ม รีบเปลี่ยนมาเป็นโขกศีรษะให้กับหวังอู่ทันที ท่ามกลางใบหน้าที่ตกตะลึงของผู้ชมด้านล่าง “ถังซานเจ้าขี้ขลาด แค่กระบวนท่าเดียวถึงกับยอมแพ้”“ใช่ๆ พันธมิตรแม่น้ำเหอช่างอ่อนแอ ส่งเจ้ามาเป็นตัวแทน น่าสงสารยิ่งนัก”“ไอ้ลูกหมา! รักตัวกลัวตาย!” เสียงด่าทอถังซานดังขึ้นทั่วลานประลอง ขณะที่ถังซานไม่สนใจเอาแต่โขกศีรษะร้องขอชีวิต “พวกเจ้าไม่ได้ประลองก็พูดได้ ขอเพียงข้ารอดชีวิต ก็แค่หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ผู้คนก็ลืม รอข้าฝึกฝนจนอยู่ขั้นเดียวกับมัน ข้าจะท้าประลองล้างอายอีกที” ถังซานคิดในใจพลางต่อว่าผู้ชม แต่หวังอู่ไม่สนใจ เขาเดินมาเบื้องหน้าของถังซานแล้วใช้มือขวาคว้าคอของถังซานแล้วยกขึ้นด้วยมือเดียว “อั่กกซ์ เจ้า...เจ้าจะทำอะไร ขอยอมแพ้ไปแล้วนะ” ถังซานดิ้นรน แต่มือของหวังอู่แข็งแกร่งราวคีมเหล็ก เขาไม่สามารถดิ้นรนจนหลุดออกได้ “เจ้าไม่รู้หรือแกล้งโง่ มารโลหิตไม่เคยปล่อยให้คู่ต่อสู้รอดชีวิต และการประลองนี้ถึงเจ้าจะยอมแพ้ข้าก็สามารถฆ่าเจ้าได้” หวังอู่พูดด้วยเสียงที่น่ากลัว ตอนนี้ดวงตาของเขาเป็นสีแดงและเริ่มดูดพลังชีวิตของถังซานอย่างรวดเร็ว “ไม่..ไม่...อย่า....ข้ายังไม่อยากตาย!!!” ถังซานร้องตะโกนลั่นเวที ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆแห้งเหี่ยวจนกลายเป็นซากศพแห้งกรัง จนไม่มีเค้าโครงของชายร่างใหญ่เมื่อตอนต้น “ไอ้สวะ!...” หวังอู่สบถ ก่อนโยนซากศพในมือทิ้งลงบนเวที ท่ามกลางเสียงเงียบของผู้ชม ทันใดนั้น หม่าตุ้นก็ปรากฏตัวและประกาศผลการประลอง “การประลองครั้งนี้!...มารโลหิตเป็นผู้ชนะ!” เสียงผู้ชมรอบเวทีส่งเสียงโห่ร้องทันที ชื่อของมารโลหิตดังกระหึ่มทั่วงาน มารโลหิต! มารโลหิต! มารโลหิต! ....................... หวังอู่แสดงสีหน้าเรียบเฉย และเดินลงจากเวที แต่ในใจเขาชื่นชอบการที่ฝูงชนชื่นชมในตัวเขาทันใดนั้น! เงาของเขาก็สั่นไหว กลายเป็นควีนสีดำและปรากฏเป็นร่างของนักพรตอยู่เบื้องหน้า “เจ้าบรรลุถึงระดับหัวหน้านักรบแล้ว เหตุใดไม่บอกข้า” นักพรตจำแลงพูดขึ้น “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ข้าเองก็คิดจะบอกท่านเมื่อถึงคราวสำคัญ แต่อาวุธของเจ้านั่นมันท่ารำคาญข้าจึงต้องเปิดเผย” หวังอู่ตอบนักพรตจำแลงด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม “ในบรรดาคนที่ข้าถ่ายทอดเคล็ดวิชามารโลหิตให้ เจ้าก้าวหน้าเร็วที่สุด แถมยังสามารถอดทนไม่ต้องดื่มเลือดและกินเนื้อมนุษย์ ใช้เพียงแค่สูบวิญญาณอย่างเดียว อีกไม่นานเจ้าน่าจะบรรลุเคล็ดขั้นต่อไป” นักพรตจำแลงแสดงสีหน้าชื่นชม หวังอู่นิ่งเฉย พลางถามคำถามเพิ่ม “เรื่องของข้าที่วานท่าน มีความคืบหน้าบ้างไหม?”นักพรตจำแลงยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนตอบกลับ “เรื่องในกลุ่มพันธมิตรข้าจัดการให้เรียบร้อย คนที่ค้านไม่ให้เจ้าเป็นผู้สืบทอด ถูกกำจัดหมดแล้ว” “หนึ่งในร่างจำแลง พบเบาะแสบางอย่างของคนที่เจ้ากำลังตามหา กำลังสืบเพิ่มเติม อีกไม่นานเจ้าน่าจะได้ฟังข่าวดี” หวังอู่เมื่อได้ยิน ก็เหยียดยิ้มด้วยความชั่วร้าย พร้อมพึมพำกับตัวเอง “เจิ้นเทียน! แม้เจ้าจะหายสาบสูญ แต่ข้าหวังอู่จะตามจองล้างจองผลาญเจ้า และฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง” ............................ หลังจากหวังอู่ชนะในรอบแรก ก็ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานได้เช่นเดิม เขาชนะคู่ต่อสู้และสังหารเรื่อยมาจนกระทั่ง..................... “ผู้ชนะในการประลองชิงป้ายชนเผ่าครั้งที่ห้าได้แก่ มารโลหิต หวังอู่!” หม่าตุ้นประกาศชื่อหวังอู่หลังจากที่ชนะทุกคนในการประลอง ชัยชนะนี้ทำให้กลุ่มพันมิตรหุบเขาเลือดมีชื่อเสียงมากขึ้นและเป็นหนึ่งในกลุ่มขั้วอำนาจที่ไม่มีใครกล้าโจมตี ..........................คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ดวงดาวมากมายปรากฏขึ้นเต็มท้องฟ้า ในกระท่อมเล็กๆแห่งหนึ่ง ของชนเผ่าเล็กๆ มีชายชราผู้หนึ่งนั่งมองดวงดาวอย่างสงบ พร้อมกำลังทำท่านับนิ้วอยู่เงียบๆ ทันใดนั้นเอง! ดวงดาวทางทิศเหนือดวงเล็กๆดวงหนึ่งก็เปล่งประกาย ส่งผลให้กลุ่มดาวรอบข้างส่องแสงตามไปด้วย ชายชราเห็นดังนั้นก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก พร้อมเอ่ยขึ้นกับตัวเอง “ดาวหั่วซิงส่องแสงพร้อมกลุ่มดาวมังกร” “เจิ้นเทียนหลานปู่” “เจ้า....ใกล้จะกลับมาแล้ว” ..........................................