คุณย่าหลิวรำพึงถึงที่ดินแปลงหัวหมู่บ้านซึ่งไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์นักแต่เป็นเพียงพื้นที่ที่สะดวกในการปลูกผักในหมู่บ้านเท่านั้นเธอครุ่นคิดแล้วหันไปกล่าวกับพี่สะใภ้ใหญ่หลิวว่า “สะใภ้สี่พูดได้ถูกต้องแล้วบ้านแกได้บ่อปลา ส่วนบ้านสะใภ้สี่ได้ที่ดิน แบบนี้สิถึงจะยุติธรรม”
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวอยากจะกล่าวสิ่งใดออกมาอีก“คุณแม่คะ…”
คุณย่าหลิวแสดงความไม่พอใจ“หากแกไม่เห็นด้วย ก็มอบบ่อปลาให้บ้านสะใภ้สี่ไปแล้วแกก็เอาที่ดินไป”
เซียวหยวนซินรีบกล่าว“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยค่ะ!ฉันกำลังคิดอยู่พอดีว่าหากปีหน้าสามารถเลี้ยงปลาได้บ้างถึงตอนนั้นบ้านเราก็จะไม่ขาดแคลนปลาอีก แถมยังขายเป็นเงินได้อีกด้วย”
การขายของของตัวเองนั้นไม่มีปัญหาอะไร
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวได้ยินเช่นนั้นก็รีบส่ายหน้า“ไม่ได้นะ พวกเรายังเลี้ยงปลาอยู่ในบ่อปลาพวกเธออยากได้ที่ดินตรงหัวหมู่บ้าน ก็เอาไปได้เลย”
เซียวหยวนซินดวงตาเป็นประกาย“พี่สะใภ้ใหญ่คะ ปีนี้บ้านพี่ได้ปลาเยอะเลยใช่ไหมคะ? เมื่อก่อนฉันยังได้ยินคนจากกองผลิตฉางซิงบอกว่าเห็นพี่กับพี่ใหญ่ไปขายปลาที่ตลาดนัด คนต่อคิวซื้อกันยาวเป็นหางว่าวเลยนะคะ”
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวรีบกล่าว“นั่นไม่ใช่เรื่องจริงเลยนะ คนพวกนั้นพูดเพ้อเจ้อไปเรื่อยทั้งหมดจับปลาได้แค่สามสี่ตัวเท่านั้น ขายได้เงินนิดหน่อยยังไม่พอใช้จ่ายช่วงตรุษจีนเสียด้วยซ้ำ ปีนี้พวกเรายังติดค้างข้าวสารจากกองผลิตปีหน้าก็ยังต้องหาทางชดใช้ให้อีก น้องสะใภ้สี่ พี่คงจะอยู่คุยด้วยไม่ได้แล้วพี่ต้องไปทำธุระแล้วล่ะ”
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวกลัวว่าคุณย่าหลิวจะขอเงินจากตัวเองจึงรีบหาข้ออ้างหลบหนีไป
เมื่อเห็นร่างพี่สะใภ้ใหญ่จากไปอย่างรวดเร็วเซียวหยวนซินก็แย้มยิ้มที่มุมปาก ข้างกายนั้นคุณย่าหลิวยังคงลูบคลำเสื้อคลุมบุสำลีตัวใหม่ด้วยความรักใคร่เธอไม่ได้มีเสื้อผ้าใหม่ใส่ในช่วงตรุษจีนมาเกือบสิบปีแล้ว
เสื้อคลุมบุสำลีตัวใหม่นี้ช่างสวยงามจริงๆ!
เซียวหยวนซินกล่าว“คุณแม่คะ เรื่องที่ดินส่วนตัวก็ตกลงตามนี้นะคะพรุ่งนี้พวกเราไปที่หัวหน้ากองผลิตแล้วเขียนเอกสารกันเลยนะคะ”
คุณย่าหลิวตกใจเล็กน้อยไม่คาดคิดว่าต้องเขียนเอกสารด้วย
“แน่นอนว่าต้องเขียนสิคะ ไม่อย่างนั้นต่อไปก็คุยกันไม่รู้เรื่อง” เซียวหยวนซินปลอบโยน “แค่เขียนเอกสารเท่านั้นไม่ยุ่งยากหรอกค่ะ ปีหน้าฉันจะทำเสื้อผ้าให้คุณแม่เพิ่มอีกนะคะ”
หลายสิ่งหลายอย่างเธอก็เข้าใจมากขึ้นแล้ว
พี่สะใภ้ใหญ่ไม่มีความสามารถอะไรอาศัยแค่ปากหวานเอาใจแม่สามีจนเปรมปรีดิ์ ทำให้มอบของดีๆ ให้ทุกอย่างเหตุใดเธอจะทำเช่นนั้นไม่ได้เล่า?
อย่างไรเสียแค่พูดจาไพเราะ วาดฝันให้สวยหรู ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอยู่แล้ว!
กลัวอะไรกันเล่า!
หากจะวาดฝันก็วาดด้วยกันนี่แหละ!
เดิมทีคุณย่าหลิวไม่อยากไปแต่พอได้ยินเซียวหยวนซินบอกว่าจะตัดเสื้อผ้าให้ในปีหน้ารอยยิ้มบนใบหน้าก็กว้างขึ้นอีก “ได้สิอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ เขียนเอกสารก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันทีหลัง”
หลังจากนั้นเซียวหยวนซินก็มอบไข่เค็มสี่ฟองปลาตากแห้งหนึ่งตัว เนื้อรมควันชิ้นเล็กหนึ่งชิ้นและงาอบน้ำตาลหนึ่งกำมือให้คุณย่าหลิว แล้วจึงนำของที่เหลือกลับเข้าห้องของตัวเอง
คุณย่าหลิวได้ของเพิ่มอีกก็มีความสุขมากตลอดช่วงตรุษจีนแทบไม่ได้ให้เซียวหยวนซินทำอะไรเลย
เมื่อเซียวหยวนซินก้าวเท้าเข้าห้องก็ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกหลิวเฉิงเหว่ยปล่อยให้หลิวหยวนหยวนเล่นซุกซนตามลำพังในลานบ้านก่อนจะก้าวตามเข้ามาในห้อง พร้อมกับยกนิ้วให้เธอ เขากล่าวอย่างชื่นชมว่า“หยวนซิน คุณนี่ช่างพูดช่างเจรจา และมีเหตุผลเหมือนน้องสะใภ้เลย”
เซียวหยวนซินนั่งลงบนเก้าอี้“ฉันพูดตั้งนาน จนคอแห้งไปหมดแล้ว”
เธอกำลังจะลุกไปรินน้ำแต่หลิวเฉิงเหว่ยก็ยื่นแก้วน้ำมาตรงหน้าเธอแล้ว
“มาดื่มน้ำก่อนสิ”
เซียวหยวนซินยิ้มมองเขาแวบหนึ่ง“ดูเหมือนช่วงนี้คุณจะรู้ความมากขึ้นแล้วสินะ”
ไม่นานนักเสียงเด็กร้องไห้และเสียงทะเลาะกันก็ดังมาจากนอกลานบ้าน
เซียวหยวนซินรีบออกไปดูเห็นหลิวหยวนหยวนกับหลิวจวีฟางกำลังทะเลาะกันคุณย่าหลิวแยกเด็กทั้งสองออกจากกันแล้ว “พวกแกทะเลาะอะไรกันวันๆ ไม่รู้จักทำอะไรเลยหรือไง?”
หลิวจวีฟางร้องไห้ชูมือขึ้นชี้ไปที่รอยฟันสองแถว “คุณย่าคะเธอเป็นคนกัดฉันก่อน!”
หลิวหยวนหยวนไม่ได้ร้องไห้แต่ผมเผ้ารุงรัง จ้องมองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวได้ยินเสียงก็ออกมาดูเห็นรอยฟันบนมือของหลิวจวีฟางลึกมาก และมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยแสดงว่าหลิวหยวนหยวนกัดแรงมากจริงๆ
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวโกรธจัดทันที“นางเด็กสารเลวนี่ มันเขี้ยวนักใช่ไหม! ถึงกับกล้ากัดคนแบบนี้!คอยดูฉันจะสั่งสอนแกให้หนัก!”
พูดพลางก็ยกมือขึ้นตวัดใส่หน้าของหลิวหยวนหยวน
คุณย่าหลิวก็ไม่ค่อยพอใจนักตลอดหลายปีที่ผ่านมาหลิวจวีฟางอยู่ข้างกายตลอดอีกทั้งหลิวจวีฟางยังเรียนรู้จากปากของพี่สะใภ้ใหญ่รู้จักเอาใจคนและวาดฝันให้สวยหรู ในบรรดาหลานสาวทั้งหมดย่อมเป็นหลิวจวีฟางที่เธอโปรดปรานมากกว่า
เมื่อเห็นภาพพี่สะใภ้ใหญ่เงื้อมือขึ้นคุณย่าหลิวก็ไม่ได้เข้าไปห้าม เพียงเอ่ยขึ้นว่า "กัดรุนแรงปานนี้ ไม่ต่างอะไรจากสุนัขเลย"
ในขณะที่มือของพี่สะใภ้ใหญ่กำลังจะตบลงบนหน้าของหลิวหยวนหยวนก็ถูกเซียวหยวนซินคว้าข้อมือไว้ทันที “มีปัญหาอะไรฉันในฐานะแม่ของหยวนหยวนย่อมจัดการเอง ไม่ใช่กงการอะไรที่พี่สะใภ้จะมาอบรมสั่งสอน!”
พี่สะใภ้ใหญ่หน้าเสียแต่ก็ยังโกรธกล่าวว่า “เธอดูมือของจวีฟางสิถูกกัดจนเละไปหมดแล้ว! ถ้าเกิดกัดจนบาดเจ็บหรือพิการไป ใครจะรับผิดชอบ!”
พูดพลางดวงตาของพี่สะใภ้ใหญ่ก็เป็นประกาย แล้วพูดต่อ “เธอต้องรับผิดชอบพาจวีฟางไปหาหมอด้วยนะและซื้อของบำรุงให้เธอด้วย”
หลิวจวีฟางได้ยินคำพูดของแม่ก็เข้าใจทันทีจึงร้องไห้เสียงดังยิ่งขึ้น “แม่คะหนูเจ็บมือจังเลย มือข้างนี้คงใช้การไม่ได้อีกแล้ว… ฮือๆๆๆ …”
เซียวหยวนซินไม่ได้สนใจสองแม่ลูกตรงหน้าเลยสักนิดเธอย่อตัวลงตรงหน้าหลิวหยวนหยวน ถามอย่างอ่อนโยน “หยวนหยวนบอกแม่ซิเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงทะเลาะกันได้ล่ะ?”
หลิวหยวนหยวนเห็นว่าตัวเองมีคนคอยหนุนหลังแล้วดวงตาพลันแดงก่ำ กลั้นสะอื้นพูดเสียงดังว่า “เธอแย่งลูกอมหนูค่ะ!เธออยากได้ลูกอม หนูให้ไปสองเม็ดแล้ว เธอยังไม่พอใจ ก็เลยมาแย่งของหนู!หนูไม่ยอมให้แย่ง เธอก็ผลักหนู แถมยังว่าหนูขี้เหนียว ด่าว่าหนูเป็นตัวซวยด้วยความโกรธหนูก็เลยผลักเธอกลับไป แต่แล้วเธอก็ตบหน้าหนูหนูเลยกัดเธอไปทีหนึ่งค่ะ!”
หลิวหยวนหยวนซึ่งจะอายุห้าขวบหลังตรุษจีนนี้สามารถพูดได้อย่างชัดเจนแล้ว ไม่ใช่เด็กหญิงตัวเล็กๆที่หลอกง่ายและโดนรังแกง่ายเหมือนเมื่อก่อน
เซียวหยวนซินได้ยินเช่นนั้นก็รีบเปิดผมของหลิวหยวนหยวนดูก็เห็นแก้มของหลิวหยวนหยวนแดงก่ำและบวมเล็กน้อย พอมองดูดีๆก็เห็นรอยนิ้วมืออยู่บนนั้น
เซียวหยวนซินโกรธจนตัวสั่นเทิ้มเธอลุกขึ้นยืนมองหลิวสะใภ้ใหญ่และหลิวจวีฟางอย่างเดือดดาล“พี่สะใภ้ใหญ่คะ นี่คือเด็กดีที่บ้านพี่สั่งสอนมาใช่ไหมคะ? คนอื่นไม่ให้อะไรก็แย่ง แย่งไม่ได้ก็ตี บ้านพี่เป็นอันธพาลหรือไงคะ?”
หลิวจวีฟางเห็นเซียวหยวนซินในสภาพที่ดุร้ายเช่นนั้นก็เบะปากทันที ไม่กล้าพูดอะไร
พี่สะใภ้ใหญ่บ่นอย่างไม่พอใจ“ก็แค่ลูกอมสองสามเม็ดเอง ไม่เห็นจะต้องขี้เหนียวขนาดนั้น”
“ให้ลูกอมบ้านคุณไปแล้วสองเม็ด พวกคุณยังอยากได้อะไรอีก? ถึงจะไม่ให้ไป มันก็คือลูกอมของพวกฉันอยู่ดี!ลูกอมบ้านคุณทำไมไม่เอาออกมาให้กินบ้างล่ะ!” เซียวหยวนซินโกรธจนอยากจะตีคนให้ตาย
โชคดีที่หยวนหยวนก็ไม่ยอมแพ้กัดกลับไปอย่างรุนแรง
ไม่อย่างนั้นละก็ผู้ใหญ่อย่างเธอก็ไม่เหมาะที่จะตีเด็ก คงเป็นการกระทำที่ไม่คุ้มค่าและทำให้นางรู้สึกปวดใจอีก
นี่คือสาเหตุที่เธอไม่อยากกลับมาบ้านหลังนี้