"ดาด้าขออนุญาตจับแขนคุณธนานะคะ" ดาริกากล่าวเอ่ยท่าทางเขินอาย
"คุณดาริกาอายอะไรพี่ธนากันล่ะครับ คุณเป็หมอนะครับ คงเคยเห็นคนไข้ผู้ชายถอดเสื้อมาให้ตรวจ ยังไงก็คงเคยเห็นทุกสัดส่วน ไม่งั้นจะรู้ได้ยังไงครับว่าอวัยวะอะไรเป็อะไร มาเขินอายพี่ธนาทำไมกัน"
ธนินทร์พูดขัดขึ้นมา
"นี่ตาธัน แกจะไปว่าหนูดาเธอทำไม เป็ผู้หญิงมาถูกเนื้อต้องตัวผู้ชายก็ต้องอายเป็ธรรมดาสิ ใครจะไปหนังหน้าหนาเหมือนทั้งแม่พนิตพรและแม่ลัลลภัสคนนั้นกันล่ะ"
คุณหญิงเฟื่องทองพูดขัดคอธนินทร์ทันที
"โถ! คุณแม่เฟื่องครับ คุณพี่เพนนีเธอเป็คนรักของพี่ธนา คบกันมาตั้งหลายปี พี่ทั้งสองคนเขาก็ไม่เขินอายกันแล้ว ส่วนคุณลูกแพร์ ผมก็ไม่เห็นว่าเธอจะเป็แบบที่คุณแม่เฟื่องว่าเธอตรงไหน คนที่คุณแม่เฟื่องไม่ได้กล่าวถึงต่างหาก ผมว่าน่ากลัวกว่าคุณพี่เพนนีและคุณลูกแพร์เธอเยอะเลย"
ประโยคนี้เขาตั้งใจเอ่ยให้รับรู้ได้ว่า เขากำลังพูดถึงดาริกา คนแบบลัลลภัสยังดีกว่าคนแบบดาริกาด้วยซ้ำ ในความคิดของธนินทร์
ดาริกาที่ได้ยินก็นั่งทำหน้าเสีย คุณหญิงเฟื่องทองเห็นก็สงสารจึงเอ่ยกับดาริกาด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
"หนูดาไม่ต้องไปกลัวใครลูก ตรวจร่างกายตาธนาไปเลย ป้าสั่งให้ทำเอง"
ธนาวินทร์เห็นท่าไม่ดีแน่ จึงพูดกับมารดาว่า
"ผมไม่เป็ไรครับคุณแม่เฟื่อง ได้พักสักหน่อยก็คงดีขึ้น ไม่รบกวนคุณดาริกาดีกว่าครับ"
คุณหญิงเฟื่องทองไม่ยอม
"ไม่ได้ตาธนา ลูกต้องให้หนูดาเธอตรวจ รายงานตรงนี้ว่าเป็ปกติดี แม่จะได้สบายใจ"
"เฮอะ ตรวจไปก็เท่านั้นแหล่ะครับ ต่อให้พี่ธนาไม่สบายเธอก็คงบอกสบายดี"
ธนินทร์เอ่ยขึ้นเพราะรู้ว่าดาริกาเรียนไม่จบ ความน่าเชื่อถือจึงไม่มีอย่างเด็ดขาด นี่เขาขัดคอคุณแม่ไม่ได้ จึงต้องยอมให้ดาริกามาเป็หมอประจำตัว วินิจฉัยมั่วๆ แต่เขาก็ต้องยอมเพราะคุณแม่้าแบบนี้ ธนินทร์จึงได้แต่ปรึกษาเพนนีจนได้ความว่า เมื่อคุณหญิงเฟื่องทองป่วยให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำตัวของเพนนี เพราะเมื่อคุณหญิงเฟื่องทองมีดาริกาเป็หมอประจำตัว ก็ไม่ยอมไปที่โรงพยาบาลตามนัดเลยแม้น้อย เพราะถือว่าดาริกาเองก็เป็หมอ สามารถรักษาเธอได้เหมือนกัน ไม่ต้องเดินทางไปเอง
แต่ธนาวินทร์ไม่ได้รู้เื่การเป็หมอปลอมของดาริกาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อธนาวินทร์ไม่้าให้ดาริกามาตรวจร่างกายแต่เขาไม่สามารถขัดคำสั่งของคุณหญิงเฟื่องทองได้ จึงหันไปมองหน้ากับน้องชายแบบยอมจำนน โชคดีว่า ในขณะนั้นเองที่คุณสร้อยสิรินทร์ได้ปรากฏตัวขึ้น ทำให้ดาริกาชะงักมือลงไม่ทันได้จับเนื้อต้องตัวตามความ้า
"มีเื่อะไรกันคะคุณเฟื่องวันนี้ เห็นพวกเด็กๆ รับใช้วุ่นวายกันเลยทีเดียว"
คุณสร้อยสิรินทร์มาผู้เดียว เพราะสัปดาห์นี้คุณเอมิกาออกพักผ่อนหย่อนใจกับเพื่อนฝูง ทำให้คุณเอมิกาไม่รู้เลยว่าเธอต้องพลาดเื่ราวที่น่าสำคัญอย่างการเข้ามาอยู่ในบ้านของดาริกาแบบได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากคุณหญิงเฟื่องทอง
"อ้าว คุณดาริกานั่นเอง มีอะไรกันคะวันนี้ เห็นว่าเป็วันหยุดไม่ใช่หรอคะ นี่เย็นแล้วควรกลับบ้านกลับช่องไปนะคะ" คุณสร้อยสิรินทร์เองก็ไม่ชอบหน้าดาริกาเช่นกัน แถมเธอยังทักทายดาริกาด้วยประโยคเดียวกันกับธนินทร์ สมแล้วที่เลี้ยงดูกันมาั้แ่เด็ก
"คุณแม่ทักเหมือนผมเลยนะครับเนี่ย"
ภายในบ้านจะมีแค่เพียงคุณหญิงเฟื่องทองเท่านั้นที่ได้รับการเรียกขานว่า คุณแม่เฟื่อง ส่วนคุณคนอื่นๆ จะเรียกแค่ว่าคุณแม่
"แหม่! สมแล้วที่ตาธันกับแม่เนี่ยใจตรงกัน"
ดาริกาเหมือนโดนตอกย้ำให้หน้าชารอบสอง คุณหญิงเฟื่องทองจึงรีบเอ่ย
"คุณสิรินทร์ นับแต่นี้ไป หนูดาจะมาอาศัยอยู่ที่บ้านเรา"
"คุณเฟื่องคะ คุณดาริกาเธอไว้ใจได้ขนาดนั้นเลยหรอคะ จะเข้าตำราลูกเสือลูกตะเข้เอานะคะ"
"ไว้ใจได้ค่ะ คุณเองก็เห็นเธอมานาน"
"คุณเฟื่องคะ เดือนกว่าๆ สำหรับฉันมันไม่นานเลยนะคะ"
ธนินทร์อยากเอ่ยเสริมคุณสร้อยสิรินทร์อย่างมากแต่ก็กลัวคุณหญิงเฟื่องทองจะโกรธ แน่ละ เขา้ารักษาความสัมพันธ์อันดีของทั้งมารดาผู้ให้กำเนิด และมารดาที่เลี้ยงดู จึงทำให้ธนินทร์ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมา
"จะนานเท่าไหร่ก็ชั่งเถอะค่ะคุณสิรินทร์ ตอนนี้หนูดาจะเข้ามาอยู่ในบ้านเรา เธอโดนทำร้ายมานะคะ น่าสงสารเชียว ถ้าคุณไม่ได้ใจร้ายมากเกินไป ก็คงถือว่าเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน"
"แล้วแต่เถอะค่ะ คุณเฟื่องตัดสินใจอะไรไปก็แต่ใจคุณ ทำบุญกับคุณดาริกาก็คงเหมือนทำบุญกับสัตว์เดรัจฉาน หวังว่าทำแล้วจะได้บุญ สัตว์พวกนั้นคงจะสำนึกได้ ไม่แว้งมากัดนะคะ คุณดาริกาพักผ่อนเถอะค่ะ ฉันไม่กวนแล้ว"
ธนาวินทร์เห็นสบโอกาสที่คุณหญิงเฟื่องทองกำลังโต้เถียงกับคุณสร้อยสิรินทร์จึงรีบหนีขึ้นห้องของตนเองไป
เมื่อคุณสร้อยสิรินทร์พูดจบ เธอจึงเดินออกไป ธนินทร์เห็นดังนั้นจึงเดินตามคุณแม่ของเขาไปด้วย ไปพูดคุยกันในห้องประจำของคุณสร้อยสิรินทร์ ปล่อยให้คุณหญิงเฟื่องทองอยู่กับดาริกาสองคนเช่นเคย
"ไหนตาธัน ลองเล่าให้แม่ฟังสิลูก มันเป็ยังไงกันผู้หญิงคนนั้นถึงได้เข้ามาอยู่ในบ้านเราได้"
ธนินทร์จึงเล่าเื่ของดาริกาที่พอจะจำได้จากที่คุณหญิงเฟื่องทองเล่าให้ฟัง มาพูดต่อให้คุณสร้อยสิรินทร์ฟัง
"แม่ว่ามันแปลกๆ นะตาธัน"
"ครับคุณแม่ ผมเองก็สงสัย"
"ลูกสงสัยตรงไหน"
"ผมสงสัยว่าคุณดาริกาเธอจัดฉากน่ะครับ เหมือนว่าเธออาจจะดูเจ็บจริง แต่คุณแม่ครับ คุณแม่ก็รู้ว่าตอนเด็กๆ ผมชอบเล่นละครหลอกคุณแม่เฟื่องขนาดไหน เพื่อไม่อยากไปโรงเรียน"
"แม่จำได้ เราน่ะเอาเครื่องสำอางค์แม่มาแต่งหน้า แกล้งทำเป็าเ็ที่หน้า โดนชกต่อย เพราะไม่อยากไปแสดงงานโรงเรียนตอนมัธยม จากนั้นเราก็เลยแต่งหน้าเก่งมาตลอด บางครั้งก็มาแต่งหน้าออกงานให้แม่ด้วยซ้ำ แผลของเราตอนนั้นเนียนมาก"
"ใช่ครับคุณแม่ เพราะผมเป็ผู้เชี่ยวชาญนี่แหล่ะครับ ผมถึงมองออกว่าแผลของคุณดาริกานั่นน่ะ เป็ของปลอม"
"แม่ก็ว่านะตาธัน มันดูเขียวช้ำๆ แปลกๆ รอยช้ำมันดูโดด เกลี่ยสีไม่เหมือนคนโดนทำร้ายจริงๆ โถ! ลูกไม้ตื้นๆ พวกนี้ ก็มีแต่คุณเฟื่องที่เมตตาเธอเท่านั้นแหล่ะถึงถูกหลอกเอาได้"
"แล้วคุณแม่สงสัยอะไรเธอกันครับ"
"ตาธัน เราว่าแปลกมั้ยล่ะ ต่อให้แม่ไม่ได้สนิทสนม คลุกคลีอะไรกับเธอมากนัก แต่ก็เห็นได้เลยว่า วันๆ นึง เธออยู่แต่บ้านของเรา อยู่กับคุณเฟื่อง เช้าไปเย็นกลับ จะไปหรือกลับก็มีรถมารับตลอดเลยนะ ไม่ได้กลับเองแม้แต่ครั้งเดียวเลย แม่ว่านะถ้าจะมีใครเห็นเธอ แล้วชอบใจ อยากทำร้ายได้ตัวเธอ ก็คงมีแค่คนเดียวนั่นแหล่ะคือนายพันรบ คนขับรถประจำตัวคุณเฟื่อง"
"ถ้าเป็ตามที่คุณแม่พูด แสดงว่าผู้หญิงคนนี้จิตใจร้ายกาจน่ากลัวมากนะครับ ผมว่าเดี๋ยวเราลองค่อยๆไปสืบไปถามนายพันรบดีกว่า เผื่อมีอะไรผิดปกติจะได้ป้องกันทัน"
"ดีแล้วลูก ต่อให้ตอนนี้แม่ดาริกาอะไรนั่นมาอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ถ้าเรารับมือไว้ก่อนก็ดีกว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง แม่ดาริกามีคนเดียวถ้าพวกเราร่วมมือ แม่นั่นจะได้รับมือไม่ทัน"
"จริงด้วยครับคุณแม่ แต่ผมว่าพี่ธนาก็ต้องโดนเตือนเหมือนกัน เกิดมัวแต่ย่ามใจ วันไหนคุณดาริกาเธอะโงับคอเข้า พี่ธนาแย่แน่" ธนินทร์ทำท่าทางประกอบเหมือนโดนกัดคอ
คุณสร้อยสิรินทร์ได้ฟังก็หัวเราะด้วยความสรวล
"อะไรกันเนี่ยตาธัน ทำแม่ขำไปหมด ว่าคุณดาริกาเธอเป็หมาเหรอเราน่ะ ปากร้ายจริงๆ ตอนแรกแม่ก็กังวลน้ำตาลใกล้มด กลัวเราน่ะจะไปรักไปหลงแม่ดาริกาอะไรนั่นเข้า เดี๋ยวจะไม่มีใครคอยสนับสนุนแม่เอา"
"โถ คุณแม่ครับ อย่าพูดเหมือนพี่ธนาสิ แค่ฟังผมก็ขนลุกแล้ว ผู้หญิงแบบคุณดาริกาอย่างที่บอก อยู่ห่างๆ ดีที่สุด เพราะไม่รู้เลยว่าวันดีคืนดีเธอจะเอาไม้ไหนมาใช้กับพวกเรา"
ธนินทร์รู้สึกขนลุกเช่นเดิมเมื่อมีคนคิดว่าเขาชอบดาริกา ไม่มีทางเป็ไปได้แน่นอน ต่อให้ดาริกาอยู่ใกล้เขาขนาดไหน เขาก็ไม่มีวันชอบ เขารับประกันได้ดังนั้นเมื่อคิดได้อีกเื่ธนินทร์จึงพูดด้วยน้ำเสียงสนุกกับคุณสร้อยสิรินทร์ว่า
"คุณแม่ครับผมว่าเราเล่าเื่นี้ให้คุณพี่เพนนีเธอฟังดีกว่า เผื่อเธอไปสืบอะไรได้ คุณดาริกาจะได้ไปตามทางของเธอสักที ไม่ค่อยมาเป็หนอนที่แทรกซึมในความรักของพี่ธนากับคุณพี่เพนนี"
"โทรเลยลูกๆ บอกหนูเพนนี เดี๋ยวคุณเอม แม่เล่าให้เธอฟังเอง"
ธนินทร์ได้ยินดังนั้นจึงกดโทรหาเบอร์ของเพนนีปรากฏว่าขึ้นเป็เสียง
"ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางที่ท่านเรียกได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่ออีกครั้งค่ะ"
ธนินทร์จึงถอดใจด้วยความเสียดาย
"อ้าว อดเลยครับคุยครับคุณแม่ คุณพี่เพนนีเธอเหมือนปิดเครื่อง แต่ไม่เป็ไรครับผมมีเบอร์พี่ภาส เลขาคุณพี่เพนนีอยู่"
คิดได้แบบนี้ ธนินทร์จึงโทรไปหาภาสพงษ์ในทันที