ณ.ห้องประชุมของโรงเรียน....
เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมส่งเสียงดังหึ่ง ๆแข่งกับเสียงพัดลมระบายอากาศภายในห้องบริหารที่ดูจะกว้างขวางเกินความจำเป็สำหรับคนเพียงไม่กี่คนบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยเอกสารกองโตและกลิ่นอายความจริงจังของโครงการความปลอดภัยร่วมกับค่ายทหาร
ฉันนั่งอยู่ข้างพี่ฝนคอยจัดการเรียงลำดับเอกสารและสรุปรายงานตามคำสั่งของ ผอ.แต่หัวใจของฉันกลับไม่ได้อยู่ที่แผนผังจราจรหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยเลยแม้แต่นิดเดียวสายตาของฉันเหลือบมองสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะเป็ระยะๆ
ที่หัวโต๊ะนั่น...'ผู้กองเอก.....ร้อยเอกเอกภพ สืบวงศ์ษา” กำลังกางแผนที่ฉบับขยายใหญ่เขาอยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่ดูเนี้ยบกริบจนน่าอึดอัดแผ่นหลังกว้างของเขานั่งตัวตรงราวกับไม้บรรทัดน้ำเสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดที่เขากำลังอธิบายแผนงานนั้นน่าเกรงขามจนพี่ฝนยังต้องตั้งใจฟังอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่สำหรับฉัน... เขาเป็แค่ "คนที่ช่วยป่วนหน้าโรงเรียนเมื่อเช้า"ที่ฉันไม่อยากจะใส่ใจด้วยซ้ำ
สิ่งที่กวนใจฉันจนแทบจะนั่งไม่ติดคือหน้าจอที่เงียบเชียบของ'Big Boss'
‘หายไปไหนนะ?’
ฉันครุ่นคิดด้วยความกระวนกระวายมือเผลอหยิบปากกาเคาะโต๊ะเป็จังหวะอย่างลืมตัวแชทของเราค้างอยู่ที่คำถามสุดท้ายเมื่อคืนนี้... เขาหายไปเงียบๆแบบนี้มาตลอดทั้งวัน ความเงียบในแชทมันทำให้ฉันรู้สึกโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก
"ครูเอม...หน้าที่หลักของครูในโครงการนี้คือการประสานงานกิจกรรมเด็กเล็กนะครับถ้ามัวแต่เหม่อ... ผมเกรงว่าแผนงานเราจะล่าช้า"
เสียงทุ้มกังวานนั้นจู่ๆ ก็พุ่งตรงมาที่ฉัน ทุกสายตาในห้องหันมามองที่ฉันเป็จุดเดียวผู้กองเอกไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารแต่เขากลับพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนฉันต้องสะดุ้งสุดตัว
"ขะ...ขอโทษค่ะ"
ฉันรีบก้มหน้าลงจดบันทึกมือไม้สั่นความรู้สึกอับอายแล่นพล่าน แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดกว่าการถูกดุคือการที่ฉันยังคงแอบหวังลึกๆ ว่าเสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอที่วางอยู่นั่นจะดังขึ้นมาขัดจังหวะความน่าเบื่อนี้สักที!
บรรยากาศในห้องประชุมยังคงอบอวลไปด้วยตัวเลขงบประมาณและถ้อยคำวิชาการที่น่าเบื่อหน่ายผอ.กำลังชี้แจงถึงรายละเอียดงบประมาณโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าโรงเรียนด้วยน้ำเสียงเนิบนาบจนฉันเริ่มจะเคลิ้มหลับอยู่รอมร่อ
แต่แล้ว... เสียง'ติ๊ง' เบาๆจากมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ทำหน้าที่เหมือนกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าที่หัวใจของฉันอย่างจัง!
ฉันรีบคว้ามันขึ้นมาดูทันทีหัวใจที่เคยห่อเหี่ยวเพราะความเงียบของคนในแชทกลับมาพองโตจนแทบจะะเิออกหน้าจอแสดงชื่อ 'Big Boss' ที่ส่งข้อความสั้นๆ มาว่า
"เป็ไงบ้างครับวันนี้"
รอยยิ้มที่ไม่รู้ตัวค่อยๆคลี่ออกที่มุมปาก ความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดทั้งวันมลายหายไปในพริบตาฉันไม่สนใจแม้กระทั่งว่าผอ. กำลังพูดถึงอะไรอยู่หรือพี่ฝนจะมองมาที่ฉันด้วยสายตาแบบไหน ฉันรีบพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วสูงเหมือนกลัวว่าถ้าช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว เขาจะหายไปอีก
[ เอม ] :"วันนี้วุ่นวายมากเลยค่ะ! เกือบโดนรถชนหน้าโรงเรียนแน่ะ แต่มีทหารมาช่วยไว้แถมยังมีผู้ปกครองมาตื๊อให้ดอกไม้อีก น่ารำคาญสุดๆ เลยค่ะ! แล้วหายไปไหนมาเนี่ยรู้ไหมว่ามีคนรอแชททั้งวันเลยนะ!"
ฉันเล่าเื่ราวทั้งหมดลงไปทั้งความใเื่รถกระบะ ความดุของทหารปริศนาที่โผล่มาช่วยและเื่ผู้ปกครองจอมตื๊อที่มาพร้อมดอกไม้ช่อโตฉันพิมพ์ใส่ความรู้สึกทุกอย่างลงไปแบบลืมตัวสุดๆ เหมือนได้ระบายกับคนใกล้ชิดทั้งที่จริงๆ แล้ว... ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Big Boss คือใคร!
ในขณะที่เอมกำลังจดจ่ออยู่กับการพิมพ์และกดส่งข้อความจนแทบไม่ได้เงยหน้ามองคนรอบข้างเลยเธอไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่าที่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามผู้กองเอกที่เมื่อครู่ยังดูเคร่งขรึมและคอยจับผิดการทำงานของเธอ จู่ ๆเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
เขาก้มลงมองหน้าจอมือถือของตัวเองที่วางอยู่ใต้กองเอกสารแสงไฟจากหน้าจอสะท้อนเข้ากับดวงตาคมกริบของเขา และเพียงชั่วอึดใจ...รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา เป็รอยยิ้มที่ดูเ้าเล่ห์แต่ก็มีความอ่อนโยนอย่างประหลาดซ่อนอยู่ข้างในนั้น!
ความสุขจากการได้ระบายความในใจใส่ BigBoss ทำให้ฉันลืมตัวไปเลยว่ากำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมที่เคร่งเครียดที่สุดในรอบสัปดาห์ฉันรัวพิมพ์ข้อความจนลืมเงยหน้ามองทางโลก ใบหน้าของฉันคงจะเปื้อนยิ้มจนดูผิดปกติเพราะมันเป็ความรู้สึกที่โล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่เขาตอบกลับมา
ทว่า เอมไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทุกกริยาอาการั้แ่รอยยิ้มที่บานแฉ่งไปจนถึงจังหวะที่เธอเม้มปากขมวดคิ้วตอนพิมพ์ระบายเื่ผู้ปกครองจอมตื๊อนั้นตกอยู่ในสายตาของใครบางคนตลอดเวลา
ผู้กองเอกที่นั่งอยู่หัวโต๊ะแกล้งทำเป็ก้มอ่านเอกสารแผนที่จราจร แต่สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นกลับเหลือบมองครูสาวผ่านเลนส์แว่นเป็ระยะเขาสังเกตเห็นรอยยิ้มกว้างจนออกนอกหน้าของเธอแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็รอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายและมีเลศนัยจนน่าหมั่นไส้ที่สุด
"แล้ว..."ผู้กองเอกพึมพำขึ้นเบา ๆ
ฉันวางมือถือลงและรอคำตอบ...แต่ผ่านไปหนึ่งนาที... สองนาที... ก็ไม่มีข้อความตอบกลับมา! ทั้งที่ฉันเพิ่งพิมพ์ข้อความไปหาเขาเยอะมาก...
ทว่าในจังหวะที่ฉันกำลังก้มมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิดนั้นเองเสียงทุ้มต่ำและดุดันก็ดังขึ้นจากหัวโต๊ะ
"คุณครูเอมครับ"
ผู้กองเอกเรียกชื่อฉันเสียงแข็งเขาปิดสมุดบันทึกตรงหน้าเสียงดัง ปึก! ทำให้ทุกคนในห้องหันมามองที่ฉันเป็จุดเดียว
"เรากำลังประชุมเื่การประสานงานความปลอดภัยแต่ดูเหมือนคุณครูจะให้ความสนใจกับมือถือมากกว่าแผนงานที่ผมกำลังพูดนะครับ"
ฉันสะดุ้งสุดตัวมือไม้สั่นจนเกือบทำโทรศัพท์ร่วง
"ขะ...ขอโทษค่ะ พอดี..."
"พอดีว่าการคุยแชทมันสำคัญกว่าความปลอดภัยของนักเรียนงั้นเหรอครับ?" เขาถามสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่กดดันจนฉันพูดไม่ออกเขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวลงมามองฉันด้วยสายตาคมกริบ
"จำไว้นะครับ... การเป็ครูที่ดีต้องรู้จักจังหวะเวลา นี่ถ้าผมไม่เห็นว่าคุณครูทุ่มเทกับการดูแลเด็กๆหน้าโรงเรียนเมื่อเช้าผมคงต้องพิจารณาความเหมาะสมในการร่วมงานครั้งนี้แล้วครับ"
คำพูดของเขาที่บาดลึกถึงความรู้สึกทำเอาฉันหน้าชาไปทั้งแถบความอับอายที่ถูกดุกลางที่ประชุมบวกกับความน้อยใจที่เขากลายเป็คนเข้มงวดเกินเบอร์ทำให้ขอบตาของฉันเริ่มร้อนผ่าว ฉันก้มหน้าลง พยายามกลั้นน้ำตา ไม่ให้ไหลออกมามือที่ถือโทรศัพท์กำแน่นจนสั่นเทา ฉันรีบเก็บมันลงกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะพี่ฝนที่นั่งข้างๆ สะกิดแขนฉันเบาๆ อย่างเห็นใจแต่ฉันทำได้เพียงพยักหน้ารับแล้วรีบขอตัวเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่กล้าสบตาใครแม้แต่ผู้ชายที่ยืนคุมเชิงอยู่ที่หัวโต๊ะคนนั้น
ทว่า...ร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงนั้นไม่ได้รู้สึกสะใจอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก
เอกมองตามแผ่นหลังเล็กๆที่รีบเดินออกไปจากห้องด้วยสายตาที่ดูเคร่งเครียดขึ้นเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอร้องไห้...เขาแค่้าแกล้งหยอกให้เธอหันมาสนใจเขาที่นั่งอยู่ตรงนี้บ้างแทนที่จะมัวแต่สนใจแชทที่เขาเป็คนส่งไปเองแท้ๆ แต่เมื่อเห็นไหล่บางๆนั้นสั่นเทาเบาๆ ก่อนจะพ้นประตูไป ความรู้สึกผิดก็พุ่งเข้ามาเกาะกินใจเขาทันที
เขาวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังกว่าที่ตั้งใจไว้สายตาคมที่เคยจ้องจับผิดเปลี่ยนเป็ความกังวลอย่างปิดไม่มิด
"ผอ. ครับ... ประชุมต่อเถอะครับพอดีผมมีธุระต้องไปจัดการข้างนอกนิดหน่อย"
เขาพูดจบก็ลุกพรวดเดินออกจากห้องประชุมตามเธอไปทันทีทิ้งให้ทุกคนในห้องประชุมมองหน้ากันด้วยความงุนงง
‘ฉันเพิ่งมาเริ่มทำงานใหม่ได้ไม่นานความผิดพลาดหรือความประมาทเล็กน้อยไม่ควรจะเป็เหตุลผลให้เขาต้องประจานฉันในที่ประชุมแบบนั้น’
ฉันเดินเร็วๆจนเกือบจะเป็วิ่งมายังมุมตึกที่ค่อนข้างเงียบเชียบก่อนจะปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมา ฉันพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อสะกดอารมณ์ แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งรู้สึกโกรธ...โกรธผู้กองเอกที่ถือดีว่ามีอำนาจแล้วจะทำตัวดุร้ายใส่ใครก็ได้ โกรธตัวเองที่เผลอไปหลงใหลได้ปลื้มกับแชทของคนปริศนาจนทำให้ตัวเองเดือดร้อน
"ใจเย็น... เอมอย่าร้องไห้ให้คนแบบนั้นเห็น" ฉันพึมพำกับตัวเองขณะเช็ดน้ำตาด้วยหลังมือแรงๆ
เอกก้าวเท้าอย่างรวดเร็วมาตามทางเดินจนกระทั่งเห็นร่างของเอมกำลังยืนเช็ดน้ำตาอยู่ที่มุมตึกเขาหยุดชะงักลงห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปหมดเหลือเพียงความรู้สึกผิดที่ก่อตัวเป็ก้อนแข็งในอก
"ครูเอม..."
เสียงของเขาไม่ได้ดุดันเหมือนเมื่อครู่แต่มันกลับแ่เบาและเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ
"ผม...ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น"
เขายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ตรงนั้นเหมือนทหารที่รับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้ทุกรูปแบบแต่กลับกลายเป็คนไร้ทางสู้เมื่อต้องเผชิญกับน้ำตาของครูสาวที่เขาเพิ่งทำร้ายจิตใจไปเมื่อครู่!
"คุณตามมาทำไมคะ?"
ฉันถามเสียงแข็งดวงตาที่ยังคงแดงก่ำจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจ
"ผู้กองมีงานต้องประชุมต่อไม่ใช่เหรอคะ? จะมาดุฉันต่อหรือว่าจะมาไล่ฉันออกจากการร่วมงานครั้งนี้เลยล่ะคะ?"
เอกนิ่งไปสายตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดคู่นั้นดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเขาไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมแต่กลับยืนตัวตรงนิ่งราวกับทหารที่กำลังสำนึกผิดในหน้าที่
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะไล่คุณออก...และผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณร้องไห้"
"แต่นั่นคือสิ่งที่ผู้กองทำ!"
ฉันสวนกลับทันควันความอดทนที่พยายามสั่งสมมาพังทลายลง
"ฉันเป็แค่ครูตัวเล็กๆที่มาช่วยงานเอกสาร ไม่ใช่ทหารใต้บังคับบัญชาที่คุณจะใช้อารมณ์ใส่ได้ตามใจชอบ!ถ้าการที่ฉันแค่หยิบมือถือมาดูมันเป็ความผิดร้ายแรงขนาดนั้นงั้นฉันก็คงไม่มีความสามารถพอที่จะร่วมงานกับผู้กองหรอกค่ะ!"
ฉันเตรียมจะเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่เขากลับก้าวเร็วๆ มาดักหน้าไว้เสียก่อน ท่าทางของเขาดู เก้ ๆ กังๆไม่เหลือคราบทหารจอมดุที่เพิ่งดุฉันกลางห้องประชุมเลยแม้แต่นิดเดียว
"ครูเอม... ฟังผมก่อน"
เขายกมือขึ้นห้ามอย่างจนใจ
"ผมแค่... หงุดหงิดที่....."
"ไม่ต้องมาแก้ตัวค่ะ!"
ฉันตวาดกลับโดยไม่สนใจว่าจะมีใครเดินผ่านมาได้ยินบ้าง
"ผู้กองเป็ทหารเป็คนที่มีระเบียบวินัยสูงไม่ใช่เหรอคะ? แล้วทำไมถึงไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะแยกแยะเื่งานกับเื่ส่วนตัวได้?"
ฉันมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความผิดหวังไม่สนแม้แต่นิดเดียวว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร
"การที่คุณมาดุฉันต่อหน้า ผอ.และคนอื่นๆ ในทีม มันไม่ใช่แค่การทำลายความมั่นใจของฉันแต่มันเป็การไม่ให้เกียรติกันในฐานะเพื่อนร่วมงานถ้าคุณคิดว่าการบริหารจัดการทีมคือการใช้อำนาจกดขี่คนที่ไม่มีทางสู้เพื่อสนองความหงุดหงิดส่วนตัวล่ะก็...ผู้กองสอบตกเื่ความเป็ผู้นำค่ะ!"
"เอม... ผม..."
เขากำลังจะอ้าปากอธิบายแต่ฉันยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าที่เฉยเมยจนน่ากลัว
"พอเถอะค่ะ"
ฉันตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เ็า
"ฉันจะกลับไปทำงานในส่วนของฉันให้เสร็จแต่หลังจากจบโครงการนี้ เราคงไม่มีเื่อะไรต้องคุยกันอีกนอกจากเื่งานที่จำเป็เท่านั้น"
ฉันปาดน้ำตาที่ไหลออกมาลวกๆทิ้งท้ายไว้เพียงแววตาที่ว่างเปล่าก่อนจะเบี่ยงตัวเดินเลี่ยงเขาไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เอ่ยคำขอโทษหรืออธิบายเหตุผลอะไรทั้งสิ้นทิ้งให้ผู้กองหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่กลางทางเดินกับความรู้สึกผิดที่เขาเพิ่งจะสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง!
ตอนที่ 7 Big Boss
หลังจากเหตุการณ์ในห้องประชุมฉันกลับมานั่งด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เ็าจนคนรอบข้างััได้บรรยากาศรอบตัวฉันดูเหมือนจะแผ่รังสีของความห่างเหินออกมาพี่ฝนที่พยายามจะเข้ามาถามไถ่เื่งานยังต้องถอยกลับไปตั้งหลักเมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของฉัน
ตลอด่บ่ายที่เหลือฉันทำงานเอกสารทุกอย่างด้วยความรวดเร็วและแม่นยำแต่มันคือความแม่นยำที่ไร้ชีวิตชีวา เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้กองเอกเดินผ่านหรือจังหวะที่สายตาเราบังเอิญปะทะกันฉันจะหันหน้าหนีหรือก้มลงจดบันทึกทันทีโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา
ฉันปิดกั้นเขาออกไปจากวงโคจรชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบทหารผู้เย่อหยิ่งคนนั้นไม่มีตัวตนอยู่ในสายตาฉันอีกต่อไป......
ขณะที่ฉันกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงเอกสารงบประมาณรอบสุดท้ายโทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นเตือนรัวๆ เป็จังหวะที่ฉันรู้ทันทีว่าเป็ใครฉันเหลือบมองหน้าจอเห็นชื่อ 'Big Boss' เด้งขึ้นมา
[ BigBoss ] : "เหนื่อยไหมครับ ?”
หัวใจฉันกระตุกวูบหนึ่งด้วยความรู้สึกที่อยากจะคว้าโทรศัพท์มาพิมระบายรัวๆกับเหตุการณ์ที่ต้องเสียน้ำตาเมื่อกี้แต่วินาทีถัดมา ความทรงจำตอนที่ถูกเขาตวาดกลางที่ประชุมก็แล่นเข้ามาแทนที่ความกลัวว่าจะพลาดทำอะไรผิดพลาดจนถูกเขาดุอีกครั้งทำให้ฉันตัดสินใจทำสิ่งที่ใจแข็งที่สุดฉันกดปิดเสียงโทรศัพท์แล้วคว่ำหน้าจอลงกับโต๊ะทันที
ฉันหันมาจดจ่อกับหน้าจอกองเอกสารตรงหน้าอย่างบ้าคลั่งพิมพ์งานรัวเร็วด้วยความเร็วที่ไม่เคยเป็มาก่อน ในหัวมีแต่คำสั่งเตือนตัวเองว่า 'ห้ามพลาดห้ามเล่นมือถือ ห้ามให้เขามีช่องมาตำหนิได้อีก'
ที่อีกฟากของห้องประชุม...ผู้กองเอกที่แอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เห็นครูเอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วทำหน้าเรียบเฉยก่อนจะปิดเสียงและคว่ำหน้าลงด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาก็ได้แต่ขมวดคิ้วแน่นด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย
เขาเห็นครูสาวตั้งใจทำงานอย่างหนักจนแทบไม่ได้เงยหน้ามาพักสายตาแม้แต่ตอนที่เขาจงใจเดินไปหยิบแก้วน้ำใกล้ๆ เธอเพื่อหาโอกาสทักทาย เธอกลับทำเพียงก้มหน้าก้มตาจดบันทึกราวกับว่าโลกทั้งใบมีแค่ตัวเลขในเอกสารพวกนั้น
เขารู้สึกได้ทันทีว่ากำแพงที่เธอสร้างขึ้นมานั้นหนาแน่นและเ็าเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการไว้...การที่เธอเลือกจะเมินเฉยต่อเขาในทุกช่องทาง ทั้งในที่ทำงานและในโลกของ 'BigBoss' ทำให้เขาเริ่มตระหนักว่างานนี้ไม่ได้ต้องใช้แค่ความเด็ดขาดแบบทหาร... แต่มันต้องใช้ 'หัวใจ'เข้าแลกเสียแล้ว...........
หลังจากที่ฉันกลับมาถึงห้องพักด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งทั้งงานที่รัดตัวและการเผชิญหน้ากับผู้กองเอกที่ทำให้ฉันเสียความรู้สึกไปทั้งวันฉันก็ทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้าเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันหาคู่ก็ดังขึ้น
ตลอด่บ่ายฉันไม่จับโทรศัพท์เลยไม่แม้แต่จะกดเข้าไปอ่านหรือตอบข้อความของเขาที่ยังคงค้างอยู่แม้แต่น้อย หน้าจอแสดงข้อความจากชื่อที่คุ้นเคยที่ตอนนี้กลายเป็พื้นที่ปลอดภัยเดียวของฉันในตอนนี้ มันเป็ช่องทางเดียวที่ฉันรู้สึกเป็ตัวของตัวเองและสามารถปลดปล่อยความรู้สึกที่หนักหนานี้ได้
[ BigBoss ] : "วันนี้เป็ยังไงบ้างครับ? เห็นเงียบๆ ไป?"
เขาถามคำถามที่ดูเรียบง่ายเหมือนการทักทายทั่วไปไม่มีการจี้ถามถึงหน้าที่การงานหรือชีวิตส่วนตัวที่ทำให้ฉันต้องระแวงเลยสักนิดนั่นทำให้ฉันยิ่งรู้สึกวางใจและอยากจะระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมา
[ เอม ]: "วันนี้รู้สึกแย่มากเลยค่ะ! เจอคนที่ต้องร่วมงานด้วย ไม่น่ารักเอาเสียเลย !คนอะไรไม่รู้ ใจร้ายที่สุด ทั้งดุ ทั้งเผด็จการ ไม่มีเหตุผลแถมยังชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่ตำหนิคนอื่นต่อหน้าคนเยอะๆ ไม่ให้เกียรติคนอื่น เหมือนเขาเป็พระเ้าที่ชี้ขาดได้ทุกอย่างยังไงยังงั้น!"
ฉันกัดริมฝีปากพิมพ์ต่อด้วยความโกรธที่ยังไม่จางหาย
[ เอม ]: "มันน่าเศร้ามากเลยนะคะ ฉันเพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่วันแถมยังไกลบ้านมากๆ ตัวคนเดียว ไม่ได้อยู่ใกล้ครอบครัว พอเจอเื่แบบวันนี้โดนตำหนิต่อหน้าคนระดับสูงๆ มันทำลายความมั่นใจไปเลยยิ่งทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวมากกว่าเดิมหลายเท่า จะโทรไปหาแม่ก็กลัวว่าเขาจะเป็ห่วง การทำลายความมั่นใจของคนอื่น มันทำให้เขารู้สึกดีมากเลยมั้งในขณะที่คนที่โดนตำหนิแบบฉัน ต้องมานอนทบทวนคิดแล้วคิดอีกับเื่นั้นซ้ำๆตอกย้ำตัวเองว่าฉันผิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
ฉันกดส่งข้อความชุดนั้นไปความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจเริ่มเบาบางลงบ้างจากการได้ระบายกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักใครในที่ทำงานของฉันเลย
ที่อีกฝั่งของหน้าจอ...ผู้กองเอกที่กำลังถือโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีดเขาอ่านข้อความที่ครูเอมพิมพ์ตัดพ้อด้วยความช้ำใจทีละบรรทัดหัวใจของเขาเหมือนถูกบีบอัดจนแน่นเมื่อเห็นคำว่า 'โดดเดี่ยว' และ 'ไม่อยากโทรหาแม่เพราะกลัวเป็ห่วง' ใบหน้าของเขานิ่งสงบแต่แววตาสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิดที่เพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณเขารู้ดีว่าถ้าเขาทักท้วงหรือเถียงกลับไปว่าเขาคือคนที่กำลังทำให้เธอต้องรู้สึกแย่ขนาดนี้ความลับที่เขาพยายามปิดบังว่าเขารู้ตัวตนของเธอในชีวิตจริงแล้วจะแตกทันทีและที่สำคัญ... เขาไม่เคยรู้เลยว่าการตักเตือนด้วยความเข้มงวดตามแบบฉบับทหารของเขาจะสร้างแผลในใจให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความนุ่มนวลและระมัดระวังที่สุดเพื่อเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของคนตรงหน้า
[ Big Boss] : "ผมเสียใจด้วยนะครับที่วันนี้คุณต้องเจอเื่แย่ๆ แบบนั้น...แต่จำไว้นะครับว่า คำพูดแย่ๆ ของคนที่มองไม่เห็นคุณค่าในตัวคุณมันไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีความสามารถเลยสักนิด"
ฉันกะพริบตาปริบๆเมื่ออ่านข้อความนั้น หัวใจที่กำลังแข็งกระด้างเริ่มสั่นไหวขึ้นมาทีละน้อย
[ Big Boss] : "คุณเก่งมากแล้วครับที่อดทนทำงานจนจบวันได้ขนาดนี้อย่าเอาคำพูดใจร้ายของคนคนนั้นมาทำร้ายตัวเองซ้ำอีกเลยนะ... คนเก่งของผมวันนี้เหนื่อยมามากพอแล้ว พักผ่อนเถอะนะครับ ปล่อยให้ความโกรธมันหายไปกับวันนี้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นใหม่นะ"
อ่านถึงตรงนั้นน้ำตาสองสายที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทั้งวันก็ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่เป็ความรู้สึกตื้นตันที่มีใครสักคน แม้จะเป็แค่คนแปลกหน้าในโลกออนไลน์กลับเข้าใจและมองเห็นความพยายามของฉันมากกว่าคนที่ยืนอยู่ในโลกแห่งความเป็จริงซะอีก
[ เอม ] : "ขอบคุณนะคะ....ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย"
[ Big Boss] : "ผมไม่อยากเห็นรอยยิ้มของคุณหายไป... ถ้าวันไหนเขาทำร้ายจิตใจคุณอีกร้องไห้กับผมได้เสมอนะครับ ผมจะคอยรับฟังคุณเอง"
ฉันยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ข้างแก้มเผลอยิ้มออกมาได้เป็ครั้งแรกในรอบวันความรู้สึกโกรธขึงที่มีต่อโลกใบนี้และผู้กองจอมดุคนนั้นค่อยๆถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ไหลเข้ามาในหัวใจโดยที่ฉันไม่มีทางรู้เลยว่า ผู้ชายแสนดีที่กำลังพิมพ์ข้อความปลอบประโลมฉันอยู่คนนี้...คือคนเดียวกับปีศาจตัวร้ายที่ทำให้ฉันต้องร้องไห้ในห้องประชุมเมื่อตอนกลางวัน!
[ เอม ] : "ตอนนี้สบายใจขึ้นเยอะมากๆแล้วค่ะขอบคุณที่เป็พื้นที่ปลอดภัยให้เอมนะคะ"
ที่อีกฝั่งของหน้าจอผู้กองเอกชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางๆ เคลื่อนขึ้นบนใบหน้าคมสันที่มักจะเคร่งขรึมเขารู้สึกทั้งอบอุ่นหัวใจและรู้สึกผิดลึกๆไปพร้อมกันที่ต้องสวมหน้ากากคุยกับเธอแบบนี้แต่มันคือทางเดียวที่ทำให้เขาได้เห็นมุมที่อ่อนโยนและตัวตนที่แท้จริงของเธอโดยไม่ต้องมีกำแพงความกลัวหรือความโกรธมากั้นกลาง...เขากดพิมพ์ตอบกลับด้วยความรู้สึกที่พยายามกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่ให้กว้างเกินไป
[ Big Boss] : "บางที... อาจจะเป็เพราะในโลกออนไลน์เราไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากันมั้งครับ คุณสามารถเป็ตัวของตัวเองได้เต็มที่ส่วนผม... ก็ยินดีที่จะรับฟังทุกเื่ที่คุณอยากระบายโดยไม่มีอคติอะไรทั้งนั้น"
ฉันอ่านข้อความนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาท่ามกลางความเงียบงันในห้องพักความรู้สึกอึดอัดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ราวกับถูกปัดเป่าออกไปทีละน้อยมือเรียวกดพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
[ เอม ] : "ถ้าผู้กองคิดได้แบบคุณก็คงดี แค่มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นสักนิดเอมคงไม่ต้องมานั่งเครียดจนปวดหัวแบบนี้หรอก"
เอกหลุดหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นข้อความที่ยังคงแอบเหน็บแนมตัวเขาเองกลายๆ เขาส่ายหัวเบาๆก่อนจะพิมพ์ตอบกลับด้วยความเอ็นดู
[ Big Boss ] : "ฮ่า ๆสงสัยผู้กองคนนั้นคงทำบาปกับคุณไว้เยอะสินะครับ งั้นเอาอย่างนี้ไหม...เพื่อเป็การไถ่โทษแทนผู้กองใจร้ายคนนั้น เดี๋ยวผมจะคอยเป็ 'ที่ปรึกษาพิเศษ'คอยรับฟังและแก้ปัญหาให้คุณทุกครั้งที่คุณเจอเื่แย่ๆ ดีไหมครับ?"
[ เอม ] : "พูดจริงนะคะ? "
[ Big Boss ] : "สัญญาด้วยเกียรติของ... คนคนนี้เลยครับดึกมากแล้ว คุณครูคนเก่งควรพักผ่อนได้แล้วนะครับ ฝันดีล่วงหน้านะครับ"
ฉันมองข้อความสุดท้ายก่อนจะปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงวางมันไว้ข้างหมอนด้วยความรู้สึกที่เบาสบายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อหัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวกลับถูกความอ่อนโยนของคนแปลกหน้าในแอปพลิเคชันเยียวยาจนหลับตาลงได้อย่างสนิทโดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่า ในโลกความเป็จริง...ผู้ชายคนที่เธอเพิ่งนินทาและด่าทอไปจนหมดเปลือกคือคนเดียวกันกับคนที่เฝ้าเป็ห่วงและคอยยิ้มให้กับข้อความของเธอในตอนนี้