ตอนที่24 ซื้อโรงงานบะหมี่
เมื่อแสงอาทิตย์แรกของรุ่งเช้าสว่างขึ้น
หลิวเย่ที่นั่งไขว้ขาบนเตียงค่อยๆลืมตาขึ้นการฝึกฝนของหลิวเย่ในเวลานี้อยู่ในระดับปลายของขอบเขตสร้างฐานรากแล้วถึงแม้ว่าพลังฉีของโลกจะเบาบางมาก จนหลายครั้งที่เขารู้สึกอึดอัดมันแตกต่างจากโลกโบราณมากเหมือนท้องฟ้ากับเหวลึก
ระดับปลายของขอบเขตสร้างฐานรากทำให้เขาไม่ได้ใช้พลังปราณมากเกินไปในการร่ายเวทมนตร์ต่างๆ
เมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมาย หลิวเย่นั่งแท็กซี่ไปโรงงานบะหมี่แถบชานเมือง
หลิวเย่มาถึงหน้าโรงงานบะหมี่หวางชุนเขามองเห็นชายวัยกลางคนที่มีผมขาวแซมผมดำสวมชุดสูท ยืนรออย่าง
กระวนกระวาย
เขาเดินลงจากรถแท็กซี่และเดินตรงไปหาชายวัยกลางคนนั้น
หวางชุนขมวดคิ้วเล็กน้อยและจ้องมองไปที่หลิวเย่ เขาสงสัยว่าคนที่จะซื้อโรงงานของเขาจะเป็ชายหนุ่มตรงหน้าใช่ไหม? เขาจะมีเงินมาซื้อโรงงานของเขาไหม?
ความเป็จริงแล้วหวางชุนไม่ได้้าที่จะขายโรงงานบะหมี่แห่งนี้แต่อย่างใดนี่เป็ธุรกิจชิ้นแรกของเขาที่ประสบความสำเร็จแต่ในขณะเดียวกันก็ประสบกับปัญหาจากคู่แข่งทางการค้าเช่นเดียวกัน
หากไม่ใช่เป็เพราะว่าคู่แข่งใช้วิธีการที่โหดร้ายกับครอบครัวของเขาตัวเขาเองก็ไม่คิดที่จะขายโรงงานที่เป็เสมือนความภาคภูมิใจในชีวิตของเขา
ในตอนนี้หลิวเย่เดินมาหยุดตรงหน้าและเขากล่าวแนะนำตัวทันที“สวัสดี ฉันชื่อหลิวเย่ ที่เรามีนัดกันดูโรงงานกันเช้านี้”
หวางชุนพยักหน้ายิ้มกว้างทักทายตอบกลับ“สวัสดี สวัสดีหลานชาย ฉันชื่อหวางชุน เป็เ้าของโรงงานบะหมี่นี้”เขาตอบกลางชี้นิ้วไปยังโรงงานที่อยู่ด้านหลัง
หลิวเย่ใช้ัั์สำรวจบริเวณโดยรอบโรงงานที่มีรั้วปูนล้อมรอบสูงสองเมตรภายในมีโกดังขนาดใหญ่หนึ่งแห่ง อาคารสำนักงานหนึ่งหลัง อาคารผลิตและบรรจุหนึ่งหลังและอาคารโรงอาหารอยู่ด้านหลังหนึ่งหลัง มีพื้นที่ราว 10 เอเคอร์
หวางชุนเดินนำหน้าหลิวเย่ไปเปิดประตูรั้วโรงงานเพื่อให้หลิวเย่ได้เดินเยี่ยมชมภายใน
“ฉันจะขายพร้อมเครื่องจักรโรงงานรวมถึงอุปกรณ์อื่นๆและหากคุณยินดี ฉันอยากขอร้องให้ช่วยจ้างลูกน้องและคนงานที่เป็คนเก่าแก่ของฉันต่อไปด้วย”ขณะที่หวางชุนแนะนำสถานที่ เขาได้พูดถึงประเด็นสำคัญของการขายโรงงานในครั้งนี้
หลิวเย่ััได้ถึงความซื่อตรงในคำพูดนั้นหากไม่มีปัญหาใดๆ คาดว่าหวางชุนคงไม่คิดที่จะขายโรงงานบะหมี่
เวลานี้โรงงานหยุดทำการผลิตบะหมี่ได้สองวันแล้ว
หวางชุนบอกกับหลิวเย่ว่าเขาได้จ่ายค่าจ้างและเงินชดเชยตามกฎหมายเรียบร้อยแล้วจะไม่มีปัญหากระทบกับหลิวเย่ หากเขาเป็เ้าของโรงงานคนใหม่
“ลูกน้องของคุณพวกเขาได้งานใหม่กันบ้างหรือยัง?”หลิวเย่ถามข้อมูลสำคัญของบุคลากร
“ฉันเพิ่งแจ้งหยุดโรงงานกะทันหันเมื่อห้าวันก่อนและทำการผลิตบะหมี่เท่าที่มีวัตถุดิบคงเหลือในโกดังเพื่อส่งให้กับห้างร้านที่เราค้างออเดอร์ไว้ดังนั้นในตอนนี้ทุกคนคงจะยังไม่ได้งานใหม่ในทันที มีหัวหน้างาน 8คนและคนงานทั่วไปอีก 112 คน คุณสามารถจ้างพวกเขาได้ทุกคนไหม?” หวางชุนถามอย่างคาดหวัง
“ประวัติการทำงานของแต่ละคนเป็อย่างไรบ้าง?”หลิวเย่สนใจประสิทธิภาพของคนที่จะเป็ลูกจ้างของเขา
“คุณไม่ต้องกังวลไปเรามีแฟ้มประวัติและการประเมินทุกสามเดือน คุณสามารถตรวจสอบได้โดยตรง”
หลิวเย่พยักหน้ารับทราบอย่างอารมณ์ดีและถามต่อ“คุณจะขายโรงงานนี้เท่าใด?”
“สองร้อยล้านหยวนอย่าต่อรองราคาลงอีกเลยนะ ฉันให้คุณราคาต่ำมากแล้ว อย่างที่ฉันบอกไปแล้วรวมเครื่องจักรและอุปกรณ์ทุกอย่าง” หวางชุนกัดฟันตอบโดยตรงแต่เดิมเขาตั้งใจจะขายที่ราคา 220 ล้านหยวน
หลิวเย่ััได้ถึงความจริงใจที่หวางชุนแสดงออกมา
“ปกติคุณมีกำลังการผลิตเท่าใด?” หลิวเย่สนใจปริมาณของการทำงาน
“โอ้พวกเขาทำงานสองกะ สามารถผลิตได้วันละ 10,000 ห่อหรือ 2 ตัน”
“ตกลง!” หลิวเย่พยักหน้ายิ้มเล็กน้อย
“เยี่ยม! ดี!ดี! ถ้าอย่างนั้นเรามาทำสัญญากันเถอะฉันเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแค่แก้ไขราคาบางส่วน”หวางชุนตื่นเต้นยินดีที่หลิวเย่ตอบตกลงเขาพาหลิวเย่ไปยังอาคารสำนักงานที่ยังมีลูกน้องเขาอีกสองคนทำงานเอกสารอยู่ภายใน
ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงธุรกรรมการซื้อโรงงานบะหมี่ก็เสร็จเรียบร้อย
หลิวเย่ขอให้หวางชุนโทรติดต่อหัวหน้างานแผนกต่างๆของโรงงานมาประชุมภายในเย็นนี้
หวางชุนตอบรับด้วยความยินดีและรีบโทรติดต่อแต่ละคน
หลิวเย่ติดต่อร้านป้ายเพื่อจัดทำป้ายโรงงานบะหมี่“เม่ยเว่ย” แทนชื่อเดิม
ในขณะรอเวลาเริ่มประชุมหลิวเย่ได้สำรวจโกดังเก็บวัตถุดิบของโรงงานเขาได้จัดวางใบเม่ยไว้ในมุมหนึ่งและตรวจสอบความแข็งแรงของโกดัง
เวลา16.00 น. ณ ห้องประชุมโรงงานบะหมี่เม่ยเว่ย
หลิวเย่เหลือบมองหัวหน้าแผนกต่างๆทั้งแปดคนของโรงงานบะหมี่เดิมเขาจ้องมองทุกคนและใช้ศิลปะจิติญญาชูราเพื่อสะกดให้ทุกคนมีความซื่อสัตย์และภักดีใช้เวลาเพียงสามลมหายใจ เมื่อดำเนินเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาประกาศการดำเนินงาน“สวัสดีทุกคน ฉันชื่อ หลิวเย่ เป็เ้าของโรงงานบะหมี่คนใหม่โรงงานนี้จะเปลี่ยนชื่อเป็-บะหมี่เม่ยเว่ย”
ทุกคนยิ้มและปรบมือต้อนรับหลิวเย่อย่างอบอุ่น
ในเวลานี้หลิวเย่ได้ขอให้แต่ละคนแนะนำตัวเอง
“สวัสดีเ้านายฉันชื่อ เกาหยาน ทำหน้าที่เลขานุการ” ชายหนุ่มสวมแว่นตาแนะนำตัวเป็คนแรก
“สวัสดีเ้านายฉันชื่อ เต๋อซุน เป็หัวหน้าแผนกการเงิน” ชายวัยกลางคนหัวล้านกล่าวต่อ
“สวัสดีเ้านายฉันชื่อ หงหมานจี้ เป็หัวหน้าแผนกจัดซื้อวัตถุดิบ”ชายวัยกลางคนผอมสูงกล่าวต่อจากเต๋อซุน
“สวัสดีเ้านายฉันชื่อ จงเต๋อ เป็หัวหน้าช่างเครื่องกลและขนส่ง”ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำผิวสีเข้มกล่าวเสียงแหบต่ำ
“สวัสดีเ้านายฉันชื่อ ซีเสวี่ย เป็หัวหน้าแผนกบรรจุหีบห่อ” หญิงวัยกลางคนผมสั้นวัยกลางคนกล่าวต่อจงเต๋อ
“สวัสดีเ้านายฉันชื่อ ต้าหนิว เป็หัวหน้าแผนกผลิต ฮ่า ฮ่า” ชายร่างอ้วนเตี้ยท่าทางอารมณ์ดีกล่าวไปและหัวเราะ
ไป
“สวัสดีเ้านายฉันชื่อ ซีอ้าย เป็หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์” หญิงสาวผมยาวรูปร่างผอมบางกล่าวต่อต้าหนิวและเห็นหลิวเย่มองสลับระหว่างเธอและซีเสวี่ย เธอจึงกล่าวเพิ่มเติม “เอ่อ.....ฉันเป็น้องสาวของพี่ซีเสวี่ย”
“สวัสดีเ้านายฉันชื่อ เย่ซาน เป็หัวหน้าพ่อครัว” ชายสูงหัวล้านสีหน้าเ็ากล่าวเสียงเรียบ
หลิวเย่เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับการแนะนำตัวของเย่ซานแต่เขาไม่เห็นสีหน้าไม่พอใจของเย่ซาน นั่นอาจเป็เพียงบุคลิกเ็าของพ่อครัวเอง
จากนั้นหลิวเย่ประกาศต่อว่า“ฉันขอให้ทุกคนเสนอผู้ที่จะทำหน้าที่เป็ผู้จัดการทั่วไปแทนฉันตอนนี้ฉันเป็นักศึกษาอยู่ ไม่สะดวกที่จะมาบริหารโรงงานบะหมี่ตลอดเวลา”หลิวเย่แจ้งข้อจำกัดของเขาให้ทุกคนรับทราบ
“ฉันขอเสนอเกาหยาน”
“ฉันขอเสนอเกาหยาน”
“ฉันขอเสนอเกาหยาน+5”
ปรากฏว่าหัวหน้าแผนกทุกคนเสนอชื่อเกาหยาน ทำหน้าที่เป็ผู้จัดการทั่วไป
“ทุกคนเสนอคุณคุณจะว่าอย่างไร?”หลิวเย่เท้าคางมองไปยังเกาหยาน เขามองเห็นสายตาที่มุ่งมั่นและตื่นเต้นของเกาหยาน
“ฉันยินดีเ้านาย”เกาหยานพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน เขาเป็ความหวังของหมู่บ้านที่จะประสบความสำเร็จในการศึกษาและการทำงานตอนนี้เขามีโอกาสแล้วถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจิตใจของเขาที่อยากแสดงความภักดีอย่างกระตือรือร้นต่อหน้าหลิวเย่แต่เขามีความคาดหวังสูงกับบทบาทนี้
“ตกลง!” หลิวเย่พยักหน้ายิ้มรับอย่างพอใจ
จากนั้นเขาสั่งการเพิ่มเติมสำหรับทุกคน“ฉันขอให้ทุกคนจัดทำแผนพัฒนาแผนกของตนเองแล้วรวบรวมส่งที่เกาหยานภายในวันศุกร์หน้าเราจะประชุมกันอีกครั้งในเวลาเก้าโมงเช้าวันเสาร์หน้าเป้าหมายของฉันคือ้าให้เพิ่มกำลังการผลิตให้ได้อย่างน้อย 15,000 ห่อต่อวันหากทุกคนทำได้ ฉันจะมีโบนัสให้ทุก 3 เดือน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องประชุมหัวหน้าแผนกทุกคนที่เข้าร่วมประชุมต่างพากันมีสีหน้าตื่นเต้นยินดี ต้าหนิวหัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุข
หลิวเย่ส่ายหัวเล็กน้อยกับพฤติกรรมของพวกเขา
ในตอนนี้หลิวเย่บอกข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เข้าร่วมประชุม“ฉัน้าให้ฝ่ายผลิตทำการทดลองปรับปรุงส่วนผสมเครื่องปรุงใหม่โดยให้มีใบเว่ยเป็ส่วนประกอบสำคัญ”
“เกาหยานปรับปรุงความแข็งแรงของโกดังเก็บของด้วย” หลิวเย่หันหน้ามาพูดกับเกาหยาน
ในขณะนี้ทุกคนต่างงุนงงและหันมองหน้ากันไปมาพวกเขาไม่รู้จักใบเว่ย มันคือพืชอะไร?
“เอาล่ะทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี อย่าลืม.....ทำแผนพัฒนาส่งเกาหยานตามกำหนดเวลาอ้อ.....ต้าหนิว คุณไปโกดังกับฉัน ใบเว่ยอยู่ที่นั่นแล้ว” สิ้นเสียงของหลิวเย่หงหมานจี้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาโล่งอกที่ไม่ต้องจัดหาใบเว่ยนั้น
ปรากฏว่าทุกคนต่างเดินตามหลิวเย่ไปโกดังเพื่อดูใบเว่ยพวกเขา้าเห็นใบไม้ที่เ้านายสั่งให้เพิ่มในเครื่องปรุงรส
ต้องบอกว่าพวกเขาไม่เคยเห็น!
โลกนี้มีใบไม้ชนิดนี้จริงหรือ?
เมื่อทุกคนเห็นใบเว่ยกองเป็ูเาขนาดย่อมๆพวกเขาอึ้งและทึ่งกับความสามารถของเ้านายคนใหม่ที่สามารถจัดหาวัตถุดิบแปลกๆมาได้
“พรุ่งนี้ก็ลองผสมในอาหารที่ปรุงทานตอนกลางวันในโรงครัวสิ”หลิวเย่แนะนำอย่างเป็ธรรมชาติ
สายตาของทุกคนเปล่งประกายอยากรู้อยากเห็นพวกเขา้าทดลองดูว่าใบเว่ยนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงรสชาดอาหารได้มากเพียงใด
หลิวเย่ได้โอนเงินจากบัตรธนาคารของเขาจำนวน50 ล้านหยวนให้กับบัญชีของบริษัทเพื่อดำเนินงานต่อไป
เมื่อทุกคนออกจากโรงงานหลิวเย่ยืนในจุดอับที่ไม่มีกล้องวงจรปิด เขาได้นำหินพลังงานออกมาและทำการจัดตั้งค่ายกลับินเพื่อป้องกันอาณาเขตโรงงานและโจมตีผู้บุกรุกโดยเฉพาะบริเวณโกดังเก็บวัตถุดิบเหล่านี้
จากนั้นเขาก็เดินทางกลับอพาร์ตเมนท์
เวลา19.00 น. พลันมีเสียงโทรศัพท์ของหลิวเย่ดังขึ้น
เขาเห็นเบอร์โทรแปลกๆแต่จำได้ลางๆว่าเป็หมายเลขของเล่อจิน ผู้จัดการประมูลเมื่อวานนี้เขาคิดถึงเหตุการณ์ในห้าง หลิวเย่อมยิ้มแล้วกดรับโทรศัพท์ “สวัสดี ฉันหลิวเย่”
“โอ้หมอหลิว ฉันเอง เล่อจิน ที่เราพบกันเมื่อวานนี้ ตอนนี้คุณสะดวกไหม?”เล่อจินถามด้วยน้ำเสียงอึดอัด เขาเปลี่ยนคำเรียกขานใหม่เมื่อสืบประวัติของหลิวเย่แล้วพบว่า หมอกู่ผิงโจวที่เคยเป็แพทย์รักษาอาการป่วยของพ่อของเขา เล่อผิงรับรองและยืนยันว่าหลิวเย่สามารถตรวจรักษาคนป่วยได้ดีถึงแม้ว่าหลิวเย่จะเป็เพียงนักศึกษาแพทย์แผนจีนปีหนึ่งน้องใหม่ แต่ทักษะการรักษาของเขานั้นเทียบได้กับแพทย์ที่โด่งดังและเก่งกาจ
“คุณเล่อจินนั่นเองมีอะไรไหม?” หลิวเย่ทำทีงุนงง
“มันเป็อย่างนี้หมอหลิวเมื่อวานนี้น้องสาวของฉันกับเพื่อนชายของเธอมีอาการตามัว หูอื้อจมูกปวดบวมไม่ได้กลิ่น กลืนอะไรไม่ได้ ปวดท้องถ่ายเบาและถ่ายหนักตลอดเวลา คุณพอจะช่วยรักษาได้ไหม?”เล่อจินยั้งคำพูดที่เขาสงสัยว่าจะต้นเหตุอาการป่วยเ่าั้มาจากหลิวเย่ไหม เป็เพราะว่าพวกเขามีอาการป่วยผิดปกติหลังจากที่มีเหตุการณ์ปะทะกันกับหลิวเย่แต่เขาก็ไม่คิดว่าหลิวเย่จะทำได้เพราะสถานการณ์ตอนนั้นเป็เพียงความขัดแย้งเล็กน้อย และไม่ได้มีการกระทำรุนแรงอะไรตามมา
แต่ในฐานะที่หลิวเย่เป็หมอที่สามารถรักษาโรคหายยากได้โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ที่เขาเห็นความมั่นใจของหลิวเย่ในการพูดว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งปอดของหานเล่ยได้
ต้องบอกว่ามันเป็โรคมะเร็ง!
มันเป็โรคที่รักษายาก!
การรักษาให้หายขาดยิ่งยากกว่า!
ดังนั้นอาการป่วยแปลกๆของน้องสาวเขาและเพื่อนชายของเธอซึ่งแพทย์จากโรงพยาบาลไม่สามารถรักษาได้พวกเขาทำได้เพียงให้สารน้ำและยากิน-ฉีดบรรเทาอาการเท่านั้น
หลิวเย่ไม่้าเสียเวลาเล็กน้อยไปกับเื่มดๆแบบนี้ อันที่จริงเวทมนตร์แปดพิเคราะห์นี้สามารถหายได้เองขึ้นอยู่กับว่าจะร่ายเวทมนตร์ให้อยู่นานกี่วันกี่เดือนกี่ปีเวทมนตร์แปดพิเคราะห์มีทั้งดีและไม่ดี 8 ประการ 1 จิตสับสนและเพ้อคลั่ง-2ฝันร้าย-3 ทวารพิการทั้งเก้า-4 ไฟร้อนเย็นเผาตัว- 5 ป้องกันภัยรอบด้าน-6โจมตีรอบด้าน- 7 อารมณ์ดี- 8 ความจำดี และระยะเวลาคงอยู่ของเวทมนตร์คือ 8 วันหรือ 88วันหรือ 888 วัน ซึ่งแต่ละขั้นก็ใช้พลังปราณจากน้อยไปมาก
เวทมนตร์แปดพิเคราะห์ที่เขาร่ายมนต์ใส่ทั้งคู่คือแปดพิเคราะห์ที่สาม ทวารพิการทั้งเก้า ได้แก่ หู ตา จมูก ปาก ปัสสาวะ และอุจจาระ
“หมอกู่ล่ะ?”หลิวเย่อยากรู้ว่าอาจารย์กู่จะรักษาได้ไหม
“หมอกู่ให้ติดต่อหมอหลิว”เล่อจินตอบเสียงเบา เขารู้สึกอับจนหนทางเล็กน้อย
“อ้อ.....”หลิวเย่เพียงแค่ทำเสียงรับทราบอย่างเฉยเมย
“หมอหลิวได้โปรด ฉันยินดีจ่ายค่าตรวจหนึ่งล้านหยวน” เล่อจินเสนอเงื่อนไขราคาสูงทันที
“.....”หลิวเย่อึ้งชั่วครู่ การรักษาอาการป่วยนี้
หาเงินได้ง่ายดายเกินไปไหม?
อันที่จริงเขาไม่้าทำตัวเป็คนเลวหรือโลภเงินหรอกนะ
แต่ถ้าพวกเขาไม่มาหาเื่เขาก่อนเขาก็จะไม่ตอบโต้แบบนี้เช่นกัน
“ตกลง!” หลิวเย่ตอบรับเงื่อนไขเฮ้อ....ในตอนนี้เงินหนึ่งล้าน เขาสามารถหาได้อย่างง่ายดายเกินไป
“หมอหลิวคุณจะให้ฉันไปรับที่ใด?”เล่อจินดีใจกับการตอบรับของหลิวเย่ เขารีบถามต่อทันที
“รอที่ใต้อพาร์ตเมนท์ย่านเหอโจวโซนG” หลิวเย่แจ้งพิกัดที่พัก
“ตกลงอีกสามสิบนาที ฉันจะไปรับที่นั่น”
อีกสามสิบนาทีต่อมา
เล่อจินและคนขับรถมารับหลิวเย่พวกเขานั่งบนรถหรูโรลส์รอยซ์แฟนทอม 2010 ไปยังโรงพยาบาลประชาชน
ในห้องพิเศษชั้น4
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าของหลิวเย่คือร่างของหญิงสาวที่ผ่ายผอมลงชั่วข้ามคืน มีสายระโยงระยางทั่วร่างกาย นั่นคือเล่อเสวี่ย ที่ตอนนี้ไม่มีเค้าความสวยงามเหมือนเดิมสายตาที่เธอจ้องมองหลิวเย่เต็มไปด้วยความขุนเคืองและรังเกียจ
เล่อเสวี่ยไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมีอาการป่วยกะทันหันที่สำคัญคือไม่มีแพทย์คนใดสามารถวินิจฉัยและรักษาอาการป่วยแปลกประหลาดของเธอได้
เมื่อเธอมองเห็นชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยขัดแย้งกันในร้านเสื้อผ้าทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิด แต่เนื่องจากเธอกลืนลำบากและเจ็บคอ ทำให้เธอพูดอะไรไม่ได้จึงได้แต่กลอกตาไปมา
หลิวเย่ไม่สนใจพฤติกรรมของหญิงสาว
เขาแค่มาทำหน้าที่รับเงินหนึ่งล้านหยวนเท่านั้น
หลิวเย่หันหน้ามาบอกให้เล่อจินและคนอื่นๆรออยู่หน้าห้อง
เขาไม่้าให้คนอื่นเห็นการรักษาโดยการถอดถอนเวทมนตร์นั้น
เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้วแล้วขยับเข้าไปกดจุดสลบให้หญิงสาว และร่ายการถอดถอนเวทมนตร์
ห้านาทีต่อมา
หลิวเย่กดจุดคลายสลบจากนั้นเขาเรียกเล่อจินให้เข้ามาในห้อง
“.....”เล่อเสวี่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เธอหันหน้ามามองเล่อจิน “พ่อ....”
เล่อจินพยักหน้ายิ้มกว้างด้วยความดีใจที่เห็นลูกสาวหายจากอาการป่วยแปลกประหลาดเขาหันไปมองผู้ติดตามแล้วแจ้งโอนเงินให้กับหลิวเย่
“คุณคุณช่วยรักษาอาหลงให้ด้วยสิ” เล่อเสวี่ยหลังจากจิบน้ำเสร็จแล้ว เธอรีบเอ่ยเสียงเบาเมื่อเห็นว่าหลิวเย่กำลังจะหันหลังเดินออกไป
“.....”หลิวเย่หันกลับมาขมวดคิ้วและไม่ได้กล่าวอะไร
เล่อเสวี่ยรีบเอื้อมมือกระตุกชายเสื้อของเล่อจิน
“หมอหลิวฉันจะจ่ายเพิ่มให้ ช่วยรักษาซีหลงให้ด้วยได้ไหม?”เล่อจินหันมองหน้าลูกสาวก่อนถามหลิวเย่ อย่างระมัดระวัง
หลิวเย่พยักหน้าแทนคำตอบ
โอ้.....ได้เพิ่มอีกหนึ่งล้านหยวน
ทำไมเขาจะปฏิเสธน้ำใจของเล่อจินล่ะ
เขารู้สึกมีความสุขเล็กๆที่เสียเวลาแค่หนึ่งหรือสองชั่วโมง
แต่หาเงินได้สองล้านหยวน!
ชั่วโมงละหนึ่งล้านหยวน!
มันเยี่ยมจริงๆ!
หลิวเย่เดินตามหลังเล่อจินมายังห้องข้างๆ
เขามองเห็นชายหนุ่มซูบผอมคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียง
หลิวเย่ส่งสัญญาณให้ทุกคนอยู่ข้างนอกห้องเช่นเดิม
ห้านาทีต่อมาเล่อจินและผู้ติดตามเดินเข้ามาในห้อง เขาเห็นเฉิงซีหลงลืมตาและเอ่ยทักทาย“คุณลุง...”
เมื่อเล่อจินเห็นเฉิงซีหลงหายดีแล้วแล้วก็โอนเงินเพิ่ม
จากนั้นเขากล่าวขอบคุณหลิวเย่และให้คนขับรถไปส่งเขาที่พัก
เมื่อหลิวเย่นั่งไขว่ห้างในห้องนอนเพื่อเตรียมตัวฝึกฝนต่อไปเขาหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขที่สามารถดูดเงินจากเล่อเสวี่ยและเล่อจินได้
หลิวเย่ส่ายหัวถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงท่าทีของหานจง
ไม่เป็ไร!
เขาไม่รีบ!