และสำหรับคนที่เสมือนตกอยู่ในห้วงแห่งฝันร้ายนั้น ก็ดีใจไม่น้อยเมื่อมาถึงบ้านแล้ว แม่และป้าใจไม่อยู่ จึงรีบวิ่งขึ้นห้องแล้วทิ้งตัวลงไปหาเตียงทันที แก้มนุ่มนั้นแนบไปกับหมอนสีขาวสะอาดตา บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบ
ภายในใจนั้น กลับเต้นโครมครามไม่หยุด นับั้แ่วินาทีที่ถูกเขากระทำการอันไม่คาดคิด หญิงสาวเสียใจอย่างที่สุด โกรธเขาอย่างที่สุด เกลียดการกระทำของเขาในครั้งนี้อย่างที่สุด และอยากร้องไห้ออกมาอย่างที่สุด
ทว่าน้ำตากลับไม่มีแม้แต่หยดเดียว ไม่เข้าใจว่าทำไมหรือเพราะอะไรเช่นกัน ดวงตาคู่สวยปิดลงช้าๆ ประหนึ่งอยากจะหลีกหนีภาพที่มีเขาแนบอยู่กับกายก็ไม่ปาน
กลับเห็นภาพวินาทีที่ถูกเขารั้งตัวเข้าไปหา เห็นใบหน้าที่สาวทั้งออฟฟิศบอกว่าหล่อเหลานั้นฉกเข้ามาใกล้ๆ รู้สึกได้ถึงแรงััของกายอันแข็งแรงของเขา ที่แนบชิดชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รู้สึกได้ถึงริมฝีปากบาง ถูกเขาอย่างอุกอาจและคาดไม่ถึง
ความเสียใจยังคงแล่นไล่ไปแทบจะทุกอณูร่าง ความโกรธและเกลียดกับการกระทำของเขานั้น ก็ไม่เคยห่างหายไปจากใจ จนไม่อยากพานพบผู้ใดด้วยซ้ำ
หญิงสาวจึงได้แต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่แม้แต่จะกดรับมือถือจากใคร และไม่คิดจะเปิดประตูให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาในห้อง ต่อให้เป็แม่ หรือพ่อมาเคาะก็ตาม
“น้องดาวง่วงนอนค่ะ ไม่หิวไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น น้องดาวจะเข้านอนแล้วค่ะ”
เมื่อเสียงเคาะรัวตรงหน้าห้องหนักเข้า หญิงสาวเลยจำต้องไปบอกพ่อกับแม่อยู่ตรงหลังประตู พอรู้ว่าท่านทั้งสองยอมแพ้และกลับไปแล้ว ถึงได้ไปทิ้งตัวลงกับเตียง นอนครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็ครั้งแรกในชีวิตสาว และจากชายที่ไม่เคยคาดคิดอยู่อย่างนั้น กระทั่งผล็อยหลับไป
“น้องดาวไม่ไปทำงานค่ะคุณพ่อ น้องดาวปวดหัวค่ะ”
พอเช้าวันใหม่ก็ร้องบอกพ่ออยู่หลังประตูอีกครั้ง และไม่คิดจะเปิดประตูรับใครเลย กระทั่งสายโด่งเด่ง ท้องไส้เริ่มเรียกร้องหาอาหาร ถึงได้ยอมให้สมใจยกสำรับเข้ามา แล้วก็รีบไล่ทางอ้อม ด้วยการเปิดประตูรอและไม่ยอมคุยอะไรแม้แต่คำเดียว
เสียงเรียกเข้าจากสุนทรีย์ดังมาหลายต่อหลายรอบ แต่ก็ไม่คิดจะกดรับ ด้วยไม่อยากคิดถึงคนอยู่ในห้องนั้น ให้ระคายเคืองความรู้สึก แม้จะผ่านพ้นมาตั้งคืนหนึ่งแล้ว แต่ภาพต่างๆ ยังกระจ่างชัด ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีนี้ก็ไม่ปาน จนให้สงสัยไม่น้อย ว่ามันจะอยู่กับตัวเองไปอีกนานแค่ไหนกัน
พอจัดการให้ท้องอิ่มแล้ว ก็เดินกลับไปมุดตัวอยู่ในผ้านวมผืนหนา แวดล้อมด้วยหมอนหลายต่อหลายใบ ใจก็ยังคงวนเวียนคิดถึงแต่เหตุการณ์เมื่อวานวันไม่จบสิ้น
ความเสียใจ โกรธและเกลียดกับการกระทำของเขา ก็ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจไม่เคยจืดจาง และเป็น่าแปลกที่น้ำตามันไม่ยักไหลออกมา แม้หญิงสาวอยากร้องไห้สักแค่ไหนก็ตาม
พร้อมกับถามตัวเองต่อว่า จะหนีหน้าอยู่ในห้องนี้ได้สักกี่มากน้อยกันเชียว คำตอบที่ได้ก็คือไม่นานแน่ คำถามต่อมาคือ โกรธและเกลียดเขามากน้อยแค่ไหน คำตอบก็คือ ไม่ได้โกรธหรือเกลียดในตัวเขาสักนิด ต่อให้คุณยายคอยหว่านล้อมมากแค่ไหน ก็ไม่อาจจะมอบความรู้สึกแบบนั้นให้กับเขาได้
ใช่! เธอไม่ได้โกรธหรือเกลียดเขาเลย หากแต่! โกรธและเกลียดการกระทำในครั้งนี้ของเขาเท่านั้น โกรธและเกลียดการกระทำของเขา เพราะยังไม่เคยมีชายใดได้ทำแบบนี้มาก่อน มันเป็ััแรกที่ไม่ทันได้ตั้งตัวและเตรียมใจด้วยซ้ำ ััที่ไม่ได้รับความเต็มใจหรือยินยอมจากเธอ
และจากชายที่เธอมีความรู้สึกเสมือนเป็พี่ชาย เป็หนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ทว่าก็มีความรู้สึกซุกซ่อนอยู่ลึกๆ ว่าเขาเป็คนอื่น ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเืไหลหลั่งมาปะปนกันอยู่ อย่างยากจะกำจัดออกไปได้ และแน่นอน ว่าเขาก็เป็ชายคนแรกที่เธอ ‘ด่าหรือว่า’ เอาไว้รุนแรงไม่น้อย
ไม่มีอะไรจะเจ็บไปยิ่งกว่า การที่ผู้มีความรู้สึกต่ำต้อย ด้อยค่า จะเจ็บเท่า การถูกจี้ตรงจุด จี้ตรงปม จี้ตรงาแที่เธอคาดเดาว่า จะไม่มีวันจางหายไปจากใจของเขาได้ ก็ใครเลยจะทำได้ ในเมื่อถูกพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเอามาทิ้งไว้ ให้อยู่กับคนแปลกหน้า แปลกที่ จนเขาต้องหนีออกมาแล้วมาเจอกับพ่อนั่นเอง
หญิงสาวถอนหายใจหนักๆ กับการครุ่นคิด วนเวียน อยู่กับภาพการถูกรุกรานครั้งแรกของชีวิตสาวจากเขา และแน่นอนว่าความโกรธและเกลียดกับการกระทำของเขา ยังคงโดดเด่นดังเดิม ต่อให้ได้คิดว่า ตัวเองก็แรงใส่เขาก่อนมากแค่ไหน
แต่ด้วยความที่เป็คนเอาแต่ใจ เลยไม่เคยคิดจะโทษตัวเองจริงๆ จังๆ สักครั้ง ทว่ากลับโยนความผิดไปให้เขา ผู้ที่แท้จริงแล้วคือ พี่ชายต่างสายเืกับเธอ
เป็เช้าที่สามแล้ว มานับั้แ่เกิดเื่อันไม่มีใครคาดคิด โดยเฉพาะผู้เป็ปฐมภูมิของเื่เช่นเขา ที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานเช้ากว่าปกติมาก เนื่องจากนอนไม่ค่อยหลับ กระสับกระส่ายตลอดคืน เป็มาสี่คืนติดๆ กันแล้ว
และมันก็ทำให้เขาไม่อาจหยุดขบคิดได้สักที มีเพียงหนทางเดียวก็คือหันหน้ากลับมาหางาน งานที่จะทำให้เขาลืมเลือนในหลายๆ อย่าง ทว่าสองวันมาแล้ว งานกลับไม่ได้ทำให้เขาลืมเลือนความ ‘อุกอาจและขาดสติ’ ของตัวเองเลยสักนิด
ยิ่งมองไปยังโต๊ะอันว่างเปล่า ไร้เงาของคนที่มีส่วนส่งให้เขากระทำการ ‘อุกอาจและขาดสติ’ ด้วยแล้ว ภาพบ่ายวันนั้น ยังคงโดดเด่นและโลดแล่นอยู่ในความรู้สึก คล้ายๆ จะเยาะเย้ยความเป็คนเผลอกระทำการอัน ‘อุกอาจและขาดสติ’ อยู่ร่ำไป
เขาได้แต่ถอนหายใจหนักๆ แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนกับชุดรับแขกตัวยาว มากกว่าความสูงของเขาเพียงเล็กน้อยอย่างไม่เคยทำมาก่อน โดยเฉพาะในตอนเช้าๆ แบบนี้
เพราะทุกครั้งที่ก้าวเข้าออฟฟิศมา จะก้มหน้าลงไปหางานเป็เื่แรก แต่วันนี้ไม่ ซ้ำร้ายกว่านั้น เขายังยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก ครุ่นคิดถึงการกระทำอัน ‘อุกอาจและขาดสติ’ ของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
ภาพของน้องสาวต่างสายเืมองมายังเขา ด้วยสายตาที่อ่านได้ง่ายแสนง่ายว่า ทั้งโกรธและเกลียดเขามากมายลอยโดดเด่นไม่ห่างหาย ตามด้วยภาพใบหน้าและสายตาของคุณยายดารา
ที่ไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อไหร่ และยาวนานเท่าไร ก็ไม่เคยมีความเป็มิตร หรือมีความเมตตาปรานีเจือปนอยู่ในนั้นเลย หรือถ้ามีมันก็น้อยนิด จนคนอย่างเขาไม่เคยสังเกตเห็น
ตามติดด้วยภาพใบหน้าและสายตาอันเมตตาปรานี จากคนที่เขาเรียกจนติดปากว่า ‘คุณแม่’ มานับั้แ่ถูกเ้าตัวบอกให้เรียก ตอนเขาได้กลายเป็บุตรบุญธรรมโดยสมบูรณ์แล้ว ด้วยความเป็ผู้ชาย และเจียมตัวเสมอมา
ทำให้เขาไม่ค่อยสนิทชิดเชื้อกับคนที่เขาเรียกว่า ‘คุณแม่’ มากมายเหมือนลูกที่สืบสายเื ทว่าสายตาคู่นั้น ก็ไม่เคยมองเขา เหมือนอย่างที่คุณยายดารามองเลยสักครั้ง หรือถ้าจะมี เขาก็ไม่เคยสังเกตเห็น
สุดท้ายก็คือภาพของใบหน้าและสายตาอันเปี่ยมล้นด้วยความรัก ความหวังดี และความเมตตาปรานีจากคนที่เขาเรียกจนติดปากและสนิทใจว่า ‘คุณพ่อ’ มาก่อนหน้า ที่จะได้เป็บุตรบุญธรรมโดยสมบูรณ์แล้วด้วยซ้ำ ด้วยความเป็เพศเดียวกัน และเขาได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่เขาเรียกว่า ‘คุณพ่อ’ มากกว่าใครทำให้เขารู้ว่า
‘คุณพ่อ’ ผู้รักเขาไม่ต่างจากลูกสืบสายเื
‘คุณพ่อ’ ผู้รักและหวังดีกับเขาอย่างจริงใจและไม่แคร์ใคร
‘คุณพ่อ’ ผู้รักและไว้เนื้อเชื่อใจเขา เปิดอกบอกในหลายต่อหลายเื่กับเขาเพียงคนเดียว
‘คุณพ่อ’ ผู้ฝากของสุดรักสุดหวงไว้ในมือเขา เพื่อหมายให้เขาช่วยขัดเกลา ฝึกฝน จนพร้อมจะต่อสู้กับโลกแห่งธุรกิจอันเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เพื่อความอยู่รอดและก้าวขึ้นไปอยู่แถวหน้า
ถ้าคุณพ่อรู้ว่า ลูกสาวสุดรักสุดหวงของท่าน ถูกลูกชายต่างสายเืที่ท่านวางใจและไว้ใจกระทำการอัน ‘อุกอาจและขาดสติ’ เข้า ท่านจะยังรักและเมตตาปรานีเขาดังเดิมไหม คำถามนี้ผุดขึ้นมานับั้แ่วินาทีที่เขารู้และรั้งสติสัมปชัญญะของตัวเองกลับมาแล้ว
“คิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ให้ดินเป็คนกำราบยัยตัวยุ่ง ขอบใจนะ”
ถ้อยคำของพ่อตอนอยู่ในลิฟต์เมื่อหลายวันก่อน เหมือนฉายภาพย้อนกลับมาในความคิดคำนึงของเขาอย่างเด่นชัด สีหน้าท่าทางและน้ำเสียงของพ่อ ดูปลาบปลื้มกับการตัดสินใจฝากของรักของหวงไว้ในมือเขาเหลือกำลัง
“ฝากดินช่วยสอนงานน้องด้วยนะ พ่อมองไม่เห็นว่าใครจะเอาน้องดาวอยู่ได้ ถ้าไม่ใช่ดิน พ่อผิดเองล่ะที่ปล่อยให้คนในบ้านตามใจจนน้องเคยตัว ดัดตอนนี้ก็ไม่ง่ายนักหรอก แต่ก็คงไม่ยากเกินความสามารถของดินนะ จะไม่ให้มาทำงานพ่อก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เ้าสองตัวนั่นก็ส่ายหน้าไม่เอางานที่บริษัท นอกจากดินแล้ว พ่อก็อยากให้น้องดาวทำงานเป็บ้าง อาจจะไม่เก่งเท่าดิน แต่ก็คงจะดีกว่าไม่รู้เื่อะไรเลย ชีวิตคนเราไม่แน่ เกิดเราสองคนเป็อะไรขึ้นมา ‘บุญเลิศหล้า’ ก็จะได้มีน้องดาวคอยดูแลต่อไง ส่วนวิธีบอกวิธีสอนจะเป็ยังไง พ่อก็ยกให้ดินเป็คนตัดสินหรือแล้วแต่จะเห็นสมควรก็แล้วกัน”
เขาหวนคิดคำนึงถึงคำบอกของพ่อหลายเดือนก่อนอีกครั้ง พ่อจะคิดหรือรู้สึกยังไงนะ กับวิธีที่เขาเผลอหยิบเอามาใช้อย่าง ‘อุกอาจและขาดสติ’ เพียงแค่ถูกอีกฝ่ายจี้ตรงจุด จี้ตรงแก่นกลางดวงใจ ที่ผู้ชายอย่างเขาได้ยินแล้วไม่เคยทำใจได้ ไม่เคยปล่อยผ่านโดยไม่ได้ตอบโต้ใดๆ เลย
และแน่นอนว่าเขากล้าสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลกได้ว่า ภายใต้การกระทำอัน ‘อุกอาจและขาดสติ’ นั้น ไม่ได้มีความพิศวาสเจือปนหรือเป็เครื่องชักนำแม้แต่นิดเดียว
แต่มันเป็ไปตามกลไกที่ธรรมชาติสรรค์สร้างมาไว้ในมนุษย์เพศผู้ ที่้าจะตอบโต้แบบฉับพลัน และวิธีการที่ดึงมาใช้นั้น ก็เป็การกระทำอัน ‘อุกอาจและขาดสติ’ แทนการลงไม้ลงมือด้วยวิธีการรุนแรงแทน
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก กับผลแห่งการกระทำอัน ‘อุกอาจและขาดสติ’ แม้จะเป็เื่ที่หญิงชายหลายคู่อาจมองว่าเล็กน้อย แต่สำหรับเขา กับลูกสาวผู้มีพระคุณล้นหัวและอยู่ในฐานะน้องสาว
แม้จะต่างสายเื แต่เธอก็คือน้องสาวของเขา น้องสาวที่พ่อไว้เนื้อเชื่อใจให้ดูแล มันก็ถือเป็เื่ใหญ่โตมโหฬาร และไม่พึงเกิดขึ้นเลย
เขาไม่อาจโทษใครได้ นอกจากตัวเองเป็คนแรก ที่มีความอดทนน้อยเกินไป
โทษตัวเองที่กำราบอาการเหวี่ยงและวีนของน้องผิดวิธี โทษตัวเองที่ไม่เข้มแข็งมากพอ กับแรงปลุกเร้าด้วยคำพูดอันไม่ยั้งคิดของน้อง ทั้งๆ ที่ เขาเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วจากคุณยายดารา
อะไรๆ ที่ทำลงไปแล้ว และผ่านมาแล้ว เขาไม่อาจตามไปปรับปรุง แก้ไข หรือลบล้างให้ไร้รอยด่างดำได้ ทว่าจากนี้ต่อไป เขาจะต้องบังคับและระงับตัวเองให้ดีกว่าเดิม
จะได้ไม่เกิดการกระทำอัน ‘อุกอาจและขาดสติ’ อีกครั้ง แม้จะคิดได้ดังนั้น และบอกตัวเองได้ดังนั้น แต่เขาก็ไม่วายนอนถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าอยู่
“มื้อเช้ามาแล้วค่ะคุณดิน”
กระทั่งเสียงเลขาดังขึ้น ดึงกายเขาให้ลุกพรวดพราดจากชุดรับแขกอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูด้วยซ้ำ คงเพราะกำลังหมกมุ่น อยู่กับเื่อันบั่นทอนพละกำลังของเขามาหลายวันนั่นเอง
“เช้านี้มีตือฮวนกับข้าวสวยร้อนๆ และเช่นเคย กาแฟเพียวๆ ค่ะ”
คนเป็เ้านายไม่ได้เอ่ยอะไรมากไปกว่าการยิ้มอย่างขอบคุณ แล้วลุกเดินไปยังโต๊ะอเนกประสงค์ มีมื้อเช้าวางไว้เรียบร้อยแล้ว ข่าวเพิ่งถูกเขาเปิดขึ้นเพื่อฟัง ควบคู่กับการตักน้ำซุปร้อนๆ เข้าปากคำแรก แปลกเหลือเกินที่เมื่อครู่เขาไม่รู้สึกหิวสักนิด ทว่าพอมีของกินอยู่ใกล้มือ
ความหิวกลับถาโถมเข้าเล่นงานอย่างจัง นั่งคิดไปคิดมา ก็เพิ่งจะจำได้ว่า เมื่อคืนนี้ไม่ได้กินมื้อเย็นนั่นเอง เพราะมัวใช้งานเป็เครื่องทำให้ลืมเลือนการกระทำอัน ‘อุกอาจและขาดสติ’ อยู่ออฟฟิศจนดึกดื่น
พอกลับก็รู้สึกเหนื่อย ง่วง อาบน้ำเสร็จก็คลานขึ้นเตียงแล้วหลับทันที และตื่นในอีกสามชั่วโมงข้างหน้า มานอนก่ายหน้าผากคิดเื่การกระทำ ‘อุกอาจและขาดสติ’ อีกวาระ
ประตูห้องเปิดออก เมื่อชายหนุ่มตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก แล้วเขาก็แทบจะกลืนมันลงคอไม่ได้ เมื่อเห็นว่าใครก้าวเดินเข้ามา เรือนร่างแบบบาง และยังคงมีกระโปรงสั้น
ซึ่งเสมือนเป็ชนวนชวนทะเลาะเบาะแว้งระหว่างกัน ห่อหุ้มกายท่อนล่างเอาไว้อย่างเคย ดีหน่อยที่มันไม่สั้นมากเหมือนวันนั้น และยังคงมีกางเกงขาสั้นอีกชั้นห่อหุ้มเรียวน่องเอาไว้
แม้ไม่ได้ตั้งใจจะจ้องไปหา ทว่ามันเป็ไปโดยอัตโนมัติมานับั้แ่มีน้องต่างสายเืมาอยู่ร่วมห้องแล้ว ใบหน้าที่เขาเห็นว่าสวยใสไร้ที่ติ ตอนนี้บูดบึ้ง ท่าเดินก็ตึงตัง ลงส้นเข็มสี่นิ้วหนักๆ ตรงไปทรุดร่างลงกับเก้าอี้ และไม่มีแม้สักนิดที่น้องจะหันมายังจุดที่เขานั่งอยู่
“คุณน้องดาวจะรับน้ำส้มคั้นมั้ยคะ คุณนพซื้อมาฝากทุกคนค่ะ”
สุนทรีย์เป็คนเดินเข้ามา เมื่อกะเวลาว่าเ้านายคงจะอิ่มแล้ว เพื่อเก็บจานชามแล้วเตรียมประชุมย่อยเหมือนทุกเช้า คนถูกถามนั้นหันมาหาแล้วส่ายหน้าน้อยๆ โดยไม่เอ่ยอะไร
ปัถพีลอบถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะลุกไปยังโต๊ะทำงาน เปิดแล็ปท็อปเพื่อเช็กอีเมลเป็เื่แรก ตามด้วยจรดปลายปากกาลงบนเอกสารในแฟ้ม จนเสร็จ
แล้วลุกไปยังโต๊ะอเนกประสงค์เพื่อประชุม เมื่อลูกน้องทั้งสองมานั่งรอแล้ว เขาหันไปมองคนที่สมควรจะลุกมาร่วมวง เมื่อเห็นว่ายังคงนั่งนิ่งๆ ไม่แม้แต่จะหันมา
“คุณน้องดาวคะ”
สุนทรีย์ดูเหมือนจะอ่านใจเ้านายออก เลยหันไปเอ่ยเสียงนุ่ม เพื่อเตือนคุณหนูเล็กของเ้านายใหญ่ให้รู้ตัว จะได้รีบๆ มา เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้
“น้องดาวขอตัวแล้วกันค่ะเช้านี้ งานยังไม่เสร็จค่ะ”
คำตอบนั้นทำเอาสุนทรีย์กับนพกรงงไม่น้อย เพราะอะไรคุณหนูผู้เอาแต่ใจถึงได้กล้าปฏิเสธอย่างนี้ ครั้นหันกลับมามองคุณดิน ก็ยังเห็นไม่ว่าหรือไม่คิดจะทำอะไร
ครู่ต่อมาทั้งสองก็เห็นเ้าใบหน้าอันหล่อเหลา มีเค้าโครงของชาวตะวันตกปะปนอยู่เกินครึ่ง พยักหน้าน้อยๆ เพื่อเป็สัญญาณ ว่าให้เริ่มประชุมโดยไม่ต้องรอคนหน้างอๆ ได้
ดุจดาริการู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อคนเป็พี่ชายต่างสายเหลือด และเป็ชายที่ได้จูบแรกในชีวิตสาวของตัวเองลุกออกไปประชุม ได้ยินเขาบอกว่าจะเสร็จราวๆ สิบเอ็ดโมง
นั่นแปลว่าตัวเองจะได้ห้องนี้ตามลำพัง โดยไม่อึดอัดและพะอืดพะอม เมื่อมีเขาอยู่ห่างไม่ถึงห้าก้าวอย่างนี้ การหยุดงานไปนอนอยู่บ้านตั้งสามวันนั้น ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างกันดีขึ้นเลยสักนิด
หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ความโกรธและเกลียดกับการกระทำของเขา ยังคงอยู่ในระดับสูงเกือบจะเท่าบ่ายวันนั้น ยิ่งเขาทำเป็เฉยชา ไม่รู้สึกรู้สาใด ๆ ไม่คิดจะเอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกมา
ยิ่งทำให้ความโกรธเกลียดการกระทำของเขาไม่ลดน้อยถอยลงเลย แถมยังมีความอยากเอาคืน หรืออยากเอาชนะในตัวเขาครั้งใหม่เกิดขึ้น แต่จะเป็อะไรหรือด้วยวิธีไหนนั้น ยังคิดไม่ออก
และยังคงจนตรอกอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ว่าต่อไปจะทำงานกันยังไง เธอจะกล้ามองหน้าเขาได้เต็มตาบ้างไหมรายงานที่เขาสั่งให้คำค้างคาไว้ ถูกหยิบยกขึ้นมา เหตุผลไม่ใช่เพราะเกรงกลัวเขาสักนิด
ทว่าหญิงสาวกลับไม่อยากนั่งเฉยๆ เพราะมันจะทำให้ เื่เมื่อบ่ายวันนั้น ลอยมาตอกย้ำซ้ำเติมอีก และไม่รู้ว่าเพราะเพลินกับงานตรงหน้า หรือว่าเพราะอะไรกันแน่ ทำให้ลืมเลือนว่าเข็มนาฬิกาเดินไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งถึงเวลาที่เ้าของห้องตัวจริงประชุมเสร็จ แล้วกลับเข้ามาและยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ ใบหน้าสวยสมบูรณ์แบบที่คลายอาการบูดบึ้งไปชั่วขณะนั้น แหงนเงยขึ้นไปหาโดยอัตโนมัติ เมื่อมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ตรงนี้ แล้วในเวลาต่อมา เรียวรูปไข่ก็กลับไปอยู่ในสภาพง้ำงอดังเดิม
“รายงานที่ผมให้ทำเสร็จหรือยังครับคุณน้องดาว ติดปัญหาอะไรหรือเปล่า มีอะไรจะถามผมมั้ย”
ถ้าเป็เมื่อสี่ห้าวันก่อน ดุจดาริกาคงจะยิ้มร่าแล้ว เมื่อคนตรงหน้าเอ่ยถามด้วยวาจานุ่มหู ใบหน้านั้นก็เจือยิ้มน้อยๆ และไม่บ่อยครั้งหรือแทบจะไม่มีเลยที่จะได้เห็น หรือได้ยิน ทว่าเวลานี้ สิ่งเดียวที่สิงสู่อยู่ในใจก็คือ
‘โกรธและเกลียดการกระทำของเขาไม่ห่างหาย’
และมันก็ยังคงมีมากมาย พอที่จะทำให้ใบหน้าสวยสมบูรณ์แบบนั้น ง้ำงอเป็จวักตักแกง ก่อนจะเชิดขึ้นนิดๆ แล้วเบือนไปทิศทางอื่น ที่ที่ไม่ต้องเห็นหน้าเขา พร้อมกับการส่งน้ำเสียงอันเ็า ท่าทีเมินเฉยให้อย่างจงใจ ก่อนจะตอบออกไปสั้นๆ ทว่าชัดถ้อยชัดคำว่า
“ไม่!”
งานที่ทำเพลินๆ อยู่เมื่อครู่นั้น บัดนี้หญิงสาวไม่มีอารมณ์จะก้มกลับไปหาแล้ว มือบางจึงรีบคว้ากระเป๋าสตางค์ กับมือถือจากโต๊ะขึ้น แล้วพาส้นสูงสี่นิ้วก้าวฉับๆ ห่างจากโต๊ะไปเมื่อไม่มีทางเลี่ยง
“แล้วนั่นคุณน้องดาวจะไปไหนครับ”
ได้ยินเสียงเขาดังอยู่ใกล้ๆ นั่นแปลว่าเขาก้าวตามมาไม่ห่าง ดุจดาริกาอารมณ์บูดเพิ่มขึ้นอีกอย่างไร้เหตุผล และจนใจที่จะหาคำอธิบายให้ จึงหยุดเดินอยู่ใกล้ๆ ประตู แล้วหมุนกายมา จึงเห็นว่าเขาอยู่ห่างไม่ถึงศอก ดูเหมือนเขาจะกายสะดุ้งน้อยๆ แล้วรีบถอยหลังห่างออกไปถึงสองก้าว
หญิงสาวนึกฉุนขึ้นมาในวินาทีนั้น เมื่อเห็นว่าการกระทำของเขา ราวกับเธอเป็เหมือนของเน่าเสีย น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง จนต้องรีบถอยหายออกไปขนาดนี้ ใบหน้าสวยก็บูดบึ้งหนักกว่าเดิมอีก พร้อมกับตอบออกไปด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“จะไปกินข้าว”
แล้วก็เห็นเขาก้มดูนาฬิกาบนข้อมือแทบจะทันที ปากของเขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มหูน้อยลงจากเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด
“เพิ่งสิบเอ็ดโมงนิดๆ เองนะครับ คุณน้องดาวหิวแล้วเหรอครับ ปกติไปกินเที่ยงตรงไม่ใช่เหรอครับ”
“ทำไม”
และแม้เสียงของเขาจะนุ่มอยู่บ้าง ทว่าหญิงสาวก็ให้ระคายหูขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลอีก ปากเลยเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนดังเดิม ่ขาขาวยาวเรียวก็ก้าวตรงมาหาเขาอย่างเอาเื่ แล้วเขาก็ถอยออกไปอีกหนึ่งก้าว ราวกับพยายามจะรักษาระยะห่างระหว่างกันเอาไว้ยังไงยังงั้น
“ก็นี่เป็เวลางาน คุณน้องดาวจะไปกินข้าวได้ยังไงครับ”
“จะกินใครจะทำไม มีปัญหาอะไรไม่ทราบ”
อีกครั้งที่คนหน้างอก้าวไปหาเขา และเช่นเคยที่เขาถอยห่างออกไปอีกหนึ่งก้าว นั่นทำให้หญิงสาวขัดเคืองที่เขาทำเหมือนไม่อยากเข้าใกล้ ทว่าอีกหนึ่งความรู้สึก ก็เหมือนตัวเองกำชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ เมื่อเห็นว่าสีหน้าและท่าทางของเขานั้น กลัวการอยู่ใกล้เธอ มากกว่าจะเป็การรังเกียจ
‘ปัง’
ปัถพีมองตามประตูห้องที่ถูกมือบางปิดเสียงดังอย่างจงใจ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนข้างนอกคงจะใไม่ตามๆ กันแน่ เมื่อกำลังทำงานเงียบๆ และเพลินๆ แต่ก็อีกนั่นล่ะ คงไม่มีใครคิดจะติดใจ ในเมื่อคนทำแบบนี้คือ คุณหนูเล็กของเ้านายใหญ่ ถ้าเป็ปกติ เขาคงได้เรียกเ้าตัวมาตำหนิติติงให้บ้างแล้ว
แต่ตอนนี้ การเข้าใกล้ หรือการไม่เอาไม้ไปแหย่รังแตน เห็นจะเป็ความคิดที่ถูกและควรสุดๆ แล้ว เขาถอนหายใจหนักๆ ให้กับสถานการณ์อันอึมครึมระหว่างกันนี้ ก่อนจะหมุนกายกลับไปหาโต๊ะ ก้มหน้าลงไปหางานต่อ
ส่วนคนที่ทำให้ใครต่อใครตกอกใ ด้วยเสียงปิดประตูอยู่นั้น ก็ไม่คิดจะสนใจอะไรทั้งสิ้น เมื่อในหัวมีแต่ความโกรธและเกลียดการกระทำของคนอยู่ในห้องเอ่อล้นเต็มไปหมด ไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลงเลย หรือถ้าลดก็คงเป็ปริมาณน้อยนิด จนไม่อาจมองเห็น
“พี่สุนคะ ไปกินมื้อเที่ยงกันค่ะ นุ้ยด้วย”
หญิงสาวชวนไปอย่างนั้น แม้ไม่รู้สึกหิวสักนิด แต่ก็ไม่มีกระจิดกะใจจะอยู่ร่วมห้อง กับคนที่ตอนนี้เธอมีแต่ความโกรธและเกลียดกับการกระทำของเขาอยู่ล้นเปี่ยม
“เอ่อ! ไปตอนนี้น่ะเหรอคะ”
สุนทรีย์ทำสีหน้าไม่แน่ใจ ว่าจะตอบสนองความ้าของคุณหนูเล็กของเ้านายใหญ่ได้ หนึ่งคือยังไม่ถึงเวลา กับสองคือ ยังมีงานล้นมือและจะต้องทำส่งเ้านายก่อนเที่ยง
“ค่ะ”
คนชวนตอบสั้นๆ และรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาพัก นุ้ยง่วนกับงานเรียงเอกสารอยู่โต๊ะด้านหลังก็คงจะไปไหนไม่ได้
“พี่ไปไม่ได้หรอกค่ะ ต้องทำงานส่งคุณดินก่อนเที่ยง ไม่งั้นแกเอาตายเลยค่ะ ขอโทษคุณน้องดาวด้วยนะคะ แต่เดี๋ยวพี่จะให้นุ้ยไปเป็เพื่อนก็แล้วกันค่ะ”
เป็หนทางเดียวที่สุนทรีย์พอจะทำได้ในตอนนี้ ทว่าคนรู้ตัวดีว่ากำลังทำให้สองสาวอึดอัดกับการเปลี่ยนแปลงตารางงานและตารางเวลาแบบฉุกเฉินอย่างนี้
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวน้องดาวไปคนเดียวก็ได้ ถ้าเที่ยงแล้วน้องดาวยังไม่กลับ พี่สุนกับนุ้ยก็ตามไปที่ร้านเดิมนะคะ น้องดาวเลี้ยงเหมือนเดิมค่ะ”
“ค่ะๆ เที่ยงปุ๊บพี่จะรีบไปปั๊บเลยค่ะ”
ดุจดาริกาไม่ได้น้อยใจอะไรเมื่อถูกปฏิเสธ เพราะรู้ดีว่านี่คือเวลางาน ไม่อาจจะลากใครไปเป็เพื่อน เพียงเพื่อและเพราะอยากหนีห่างคนที่ในใจกำลังโกรธและเกลียดจากการกระทำของเขาเท่านั้น เลยจำต้องพาส้นสูงกระโปรงสั้นก้าวฉับๆ ไปหาลิฟต์แล้วกดไปยังชั้นที่มีร้านประจำอยู่
ลูกค้านั่งกระจัดกระจายไม่กี่โต๊ะเมื่อก้าวเข้าไป ตรงมุมหน้าต่างมองออกไปเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอกได้ดี คือจุดหมายที่พาตัวไปทรุดกายลงนั่ง ด้วยความที่ยังไม่หิวสักนิด เลยสั่งน้ำปั่นผลไม้ไม่ใส่น้ำตาลแค่นั้น เพราะตอนเที่ยงก็ต้องสั่งข้าวอยู่ดี เลยขอเลือกดูเมนูแบบเซ็งๆ เป็การฆ่าเวลาไปก่อน
ความที่ก้มดูเมนูอยู่ เลยทำให้ไม่ได้สนใจว่ามีใครกำลังมองไปหา พร้อมด้วยใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ ั์ตาของคนยิ้มนั้น แฝงจุดหมายอะไรเอาไว้อย่างแเี
ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อย้ำเตือนให้คนที่เขาเพิ่งคุยเื่งานเสร็จจำต้องลุกตาม ทั้งที่สามารถนั่งคุยด้วยเื่อื่นได้อีกสักครู่เหมือนเคย แต่วันนี้เขามีเื่น่าสนใจให้ทำมากกว่า
“สวัสดีครับคุณน้องดาว”
หญิงสาวละสายตาจากเมนูแล้วเงยขึ้นไปหาเ้าของเสียง ก็พบว่าเป็ผู้บริหารฝีมือดีคนหนึ่ง ซึ่งพ่อกับเ้านายจอมเผด็จการ เคยบอกเล่าให้รับรู้เมื่อนานมาแล้ว และยังไม่เคยได้คุยกันเป็กิจจะลักษณ์สักครั้ง นอกจากคำทักทายเวลาเข้าห้องประชุม หรือเดินผ่านกันตรงหน้าห้องน้ำเท่านั้น
อีกอย่างที่อดแปลกใจไม่ได้ก็คือ เขาเป็หนึ่งในสามของคนที่พ่อส่งเสียให้ร่ำเรียนทั้งในเมืองไทยและเมืองนอก แต่พ่อกลับไม่ได้รับมาเป็บุตรบุญธรรมเหมือน 'ไอ้พี่ดินจอมเผด็จการ' อาจจะเป็เพราะเขากับอีกสองคนมีพ่อแม่อยู่ครบกระมัง
จะขาดก็โอกาสดีๆ ด้านการเรียน พ่อเลยช่วยแค่เื่นี้ อีกสองคนที่พ่ออุปการะ ตัวเองก็ไม่เคยเห็นสักครั้ง รู้แต่ว่าทำงานอยู่ตามบริษัทย่อย และต่างมีครอบครัวกันหมดแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณปารณ”
หญิงสาวฝืนยิ้มให้ ใจก็สงสัยไม่น้อยว่า เวลาอย่างนี้เขามานั่งอยู่ในห้องอาหารแทนที่จะทำงานได้ยังไง ทำไมไม่เห็นจะเคร่งครัดเื่เวลาเหมือน ‘ไอ้พี่ดินบ้าคนนั้น’ และดูเหมือนว่าปารณอ่านความคิดของลูกสาวแสนสวยของหุ้นส่วนใหญ่ออก เลยรีบอธิบายทันที
“พอดีผมนัดว่าที่ซัพพลายเออร์รายใหม่มาคุยงานที่นี่น่ะครับ มีหลายคนห้องทำงานไม่พอ เลยถือโอกาสเลี้ยงของว่างไปด้วย เพื่อตอบแทนที่เขาจะแบ่งสินค้าจากลูกค้าเ้าเดิมมาป้อนให้เราครึ่งหนึ่ง คราวนี้ปัญหาวัตถุดิบป้อนไม่ทันความ้าในโรงงานก็เกือบหมดไปแล้ว”
“อ๋อค่ะ”
ดุจดาริกาหันไปมองยังทิศทางที่ปารณบุ้ยหน้าไปหาสี่สาว ที่เขาเพิ่งเลี้ยงของว่างกำลังเดินใกล้ถึงประตูร้านอาหารแล้ว เดาว่าน่าจะเป็ทายาทของซัพพลายเออร์มากกว่า เพราะดูอายุยังน้อย แถมสวยไม่หนีกันเลย
“เอ่อ! ผมขออนุญาตนั่งด้วยคนได้มั้ยครับ ถ้าคุณน้องดาวมาคนเดียว”
แล้วเขาก็มัดมือชกด้วยการจู่โจมและเตรียมพร้อมจะนั่งลงแล้วด้วยซ้ำ หากก็ชะงักกายไว้เพื่อรออีกฝ่ายอนุญาต เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวเป็คนตรงมากแค่ไหน ชอบใจก็ยิ้ม ไม่ชอบก็บึ้งใส่ให้รู้ๆ กันไปเลย
“ตอนนี้น้องดาวมาคนเดียวค่ะ แต่เที่ยงพี่สุนกับนุ้ยจะตามมาสมทบ เชิญค่ะ”
ดุจดาริกาเห็นว่าการมีคนนั่งคุยด้วยตอนนี้ ก็คงจะดีกว่าการนั่งคุ้ยๆ เขี่ยๆ หน้าจอมือถือเพื่อฆ่าเวลา อีกทั้งพิชชาภาผู้เป็เพื่อนสาวคนสนิท ก็กำลังอยู่บนเครื่องเพื่อบินไปสิงคโปร์ จากการบอกเล่าเมื่อสองวันก่อน ตอนเธอลากเพื่อนเกงานออกไปช้อปปิ้งเพื่อให้ลืมเื่นั้น
“งั้นถ้าพี่สุนมา ผมจะย้ายไปนั่งที่อื่นแทนครับ แต่ตอนนี้คุณน้องดาวนั่งคนเดียว ผมกลัวว่าจะเหงาเลยขอนั่งเป็เพื่อนก่อน จะกลับไปทำงาน ก็คงได้ไม่เท่าไหร่ต้องลงมากินข้าวแล้ว ถ้าจะให้กินตอนนี้ผมก็ยังไม่หิวด้วย ว่าแต่ทำไมคุณน้องดาวถึงมาเร็วจังเลยครับ”
“เบื่อคนบางคนค่ะ เลยหนีออกมานั่งหาอะไรเย็นๆ ดื่ม คุณปารณจะดื่มอะไรมั้ยคะ น้องดาวเลี้ยงเองค่ะ”
หญิงสาวเผลอส่งเสียงเง้างอดออกไป ใบหน้าสวยนั้นก็เบ้เล็กน้อย เมื่อใจกำลังคิดถึงคนที่ตัวเองบอกว่าเบื่อและอยากหนีหน้า นั่นทำให้คนฉลาดเป็กรดอย่างปารณรับรู้ได้ทันทีว่าเป็ใคร
“คุณดินผู้ยิ่งใหญ่และคร่ำเคร่งกับงานนี่ไม่ไหวเลยนะครับ กล้าทำให้คุณหนูเล็กของเ้านายใหญ่พวกเราเบื่อได้ยังไง”
เมื่ออีกฝ่ายเปิดช่อง ปารณจึงไม่รีรอที่จะตัดคะแนนนิยมของคนที่เสมือนเป็คู่แข่งสำคัญทันที เท่าที่ดูจากสีหน้าท่าทางของดุจดาริกาเวลานี้ บ่งบอกว่าเื่ที่กำลังไม่ลงรอยกันนั้น ใหญ่พอสมควร และมันก็ใหญ่มากพอที่เขาจะหาโอกาสเข้าแทรก เพื่อทำให้เขามีตัวตนในสายตาของเธอมากกว่าที่เคยเป็มา
“ว่าแต่คุณดินผู้ยิ่งใหญ่ทำอะไรไม่ดีไว้ครับ คุณน้องดาวถึงได้เบื่อขนาดนี้”
เขายังคงรุกเพื่อหาช่องว่างและโหว่ของปัญหา ทว่าคนที่มักจะทำหรือพูดอะไรแบบตรงไปตรงมา คิดยังไงพูดอย่างนั้น รู้สึกยังไงแสดงออกมาแบบอย่างดุจดาริกานั้น กลับมีอีกความคิด อีกทัศนคติซุกซ่อนอยู่ และไม่บ่อยครั้งนักที่จะดึงมาใช้ หากไม่ใช่เวลาสำคัญ
นั่นคือความคิดที่ว่า ถ้าอะไรก็ตาม ที่จะทำให้ดุจดาริกาคนนี้ เสียชื่อ เสียเหลี่ยม เสียศักดิ์และศรีของความเป็สุภาพสตรีด้วยฝีมือของเพศตรงข้ามแล้วล่ะก็ จะขอปกปิด เก็บและกลบมันไว้เพียงคนเดียว และอย่างมิดชิด จนคนช่างสังเกตอย่างปารณก็ไม่อาจอ่านออกได้
และจนกระทั่งวินาทีนี้หญิงสาวก็ยังบอกไม่ได้ ว่าเื่นั้นมันน่าอับอาย ไม่เหมาะไม่ควร ผิดแผกแปลกแยกได้อย่างชัดเจนยังไง ความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ ขยะแขยงต่อัันั้น
ก็ห่างไกลจากความรู้สึกที่อธิบายได้ยากยิ่งตอนนี้ไม่น้อย มันเหมือนมีกลุ่มเมฆหมอกมาบดบังไว้ จนบอกได้ไม่ชัดเจนเอาเสียเลย ว่าความรู้สึกที่แท้จริงคืออะไรกันแน่
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ น้องดาวแค่เบื่อที่พี่ดินสั่งงานเยอะแยะจนไม่รู้จะจับอันไหนมาทำก่อนหรือหลังดี”
เลยตอบออกไปแบบนี้ ตามด้วยใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ เพื่อเก็บและกลบอาการขุ่นเคือง ซึ่งมักจะระคายใจไม่จบสิ้นเอาไว้อย่างมิดชิด
“ตกลงคุณปารณจะสั่งเครื่องดื่มอะไรคะ ระหว่างรอพี่สุนกับนุ้ยมา”
ตามติดด้วยการเปลี่ยนเื่คุย ชนิดที่คนตรงหน้าก็ไม่อาจจะดึงให้บทสนทนาย้อนกลับไปหาเื่เดิมได้ เพราะคนอย่างดุจดาริกานั้น แม้ภายนอกจะสวยๆ ใสๆ ดูเหมือนจะไร้เดียงสาในสายตาหลายคน แต่ก็มีความเป็ผู้ใหญ่ปะปนอยู่บ้าง จนควบคุมความคิดจิตใจได้ดี
“คุณน้องดาวสั่งอะไรครับ ท่าทางน่ากินจัง”
ปารณฉลาดมากพอที่จะไม่ขุดคุ้ย หากเห็นว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย เลยยอมตามคนตรงหน้า และเมื่อเห็นเด็กยกแก้วทรงสูงสีสดใสมาวาง เลยไม่อยากคิดมาก
“น้ำผลไม้ปั่นค่ะ แบบไม่ใส่น้ำตาล อร่อยนะคะ ไม่อ้วนด้วยค่ะ” ดุจดาริกาอวดอ้างสรรพคุณ แล้วก็ยกแก้วขึ้นจิบเพียงนิดเดียว ด้วยยังไม่ค่อยหิว
“ดีเลยครับ ผมชอบอะไรที่ไม่อ้วน งั้นพี่ขอแบบนี้ที่หนึ่งนะครับน้อง”
ปารณส่งยิ้มที่ทำให้ใบหน้าของเขาดูหล่อและดูดีไม่น้อย ทั้งในสายตาของดุจดาริกาและเด็กสาวที่ยกแก้วมาเสิร์ฟ
“คุณปารณกลัวอ้วนด้วยเหรอคะ”
ดุจดาริกามองหุ่นอันฟิตและเฟิร์มของเขาแล้ว ก็ให้ฉงนไม่น้อย เพราะไม่มีไขมันส่วนเกินเลยด้วยซ้ำ แล้วถ้ากาย้าของเขาไม่มีเสื้อเชิ้ตกับสูทหุ้มไว้ เธอมั่นใจว่า จะมีซิกซ์แพ็กอันสวยงามซุกซ่อนเป็แน่
“ใครจะไม่กลัวครับ ยิ่งอายุเลยเลขสามแล้ว ผมยิ่งต้องระวังเื่ของกิน ออกกำลังกายก็ต้องสม่ำเสมอครับ แล้วผมก็ดีใจนะครับ ที่ท่านประธานเห็นความสำคัญเื่สุขภาพของพนักงาน ด้วยการทำฟิตเนตไว้บนดาดฟ้า มีสนามเทนนิสด้วยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณน้องดาวเคยขึ้นไปใช้บ้างมั้ยครับ...”
ปารณเป็ฝ่ายชนคุยด้วยเื่นั้นเื่นี้ สลับสับเปลี่ยนกับการเป็ผู้ฟังที่ดี เมื่อหญิงสาวแสนสวยตรงหน้า หยิบยกเอามาบอกเล่า และเขาก็ไม่ได้ย้ายไปนั่งไหนเมื่อสุนทรีย์กับนุ้ยมาถึง แต่กลับทำตัวให้กลมกลืนไปกับหนึ่งสาวผู้สูงด้วยคุณสมบัติที่ใครต่อใครต้องแหงนมอง
หนึ่งสาวใหญ่ผู้ที่เขาไม่ใคร่จะได้เสวนาพาทีด้วยหากไม่ใช่เื่งาน และอีกสาวที่เขาเองก็เพิ่งจะเคยได้พูดคุยแบบจริงจังในวันนี้ ด้วยคนอย่างนุ้ยนั้น อยู่ระดับต่ำกว่าสายตาของเขาที่จะแลเห็นมาั้แ่แรก
=======================
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
??“???“???“? Promotion Valentine's Day จ้า??“???“???“?
shorturl.at/guGZ8 <= ในรอยรักร้าว 389 เหลือ 259บ.
shorturl.at/bhFGM <= อาญาซาตาน 490 เหลือ 199บ.
shorturl.at/fiJU0 <= วิมานสอยดาว 467 เหลือ 199บ.
shorturl.at/imJKT <= ร้อยดาวฯ 460 เหลือ 199บ.
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
