บทที่ 10
วาจาซ่อนเข็ม
“พรุ่งนี้ยามซื่อ [1] บอกให้นางเตรียมตัวให้พร้อม” จิ้งเส้าหวงเงยหน้าขึ้นสั่งความพ่อบ้านคำหนึ่งแล้วก้มหน้าจัดการสารต่างๆ ที่ทับวางเป็ตั้งสูง นวดคลึงหัวคิ้วด้วยความอ่อนล้า
ทุกปีสินค้ามากมายหลากชนิดจะถูกส่งเข้ามาในคลังสินค้าตระกูลจิ้ง ทว่าสินค้าเ่าั้มีจำนวนมากเกินไปจนทำให้คลังสินค้าขนาดใหญ่วุ่นวายจนแทบไร้ที่เก็บ ทั้งยังต้องคอยระวังผู้ที่อยู่ในเงามืดสบหาช่องว่างเล่นงานอยู่เื้ั
การเป็ผู้สืบทอดตระกูลจิ้งไม่ใช่เื่ง่าย...
เดิมทีซิ่งหลิงได้ยินว่าจิ้งเส้าหวงจะพานางออกนอกคฤหาสน์ลึกๆ ในใจก็อดคาดหวังอยู่ไม่ได้ เขาก็เป็บุรุษคนหนึ่งต่อให้ไม่ได้รักใคร่ลึกล้ำหวานซึ้งแต่ก็คงไม่ได้หมางเมินไม่สนใจนางไปเสียทีเดียว อย่างน้อยก็ควรพานางไปโรงน้ำชาดีๆ โรงเตี๊ยมเลื่องชื่อลิ้มรสอาหารรสเลิศ
...ทว่าการไม่คาดหวังก็ไม่ผิดหวัง
ก่อนออกจากคฤหาสน์ซิ่งหลิงตั้งใจสวมอาภรณ์ประณีตงดงาม ทรงผม การประทินโฉม เครื่องประดับั้แ่เส้นผมจรดนิ้วมือล้วนสวยงามเหมาะเจาะที่จะออกไปอวดโฉมเป็อย่างยิ่ง ทว่าผ่านมาเพียงแค่ครึ่งชั่วยามเสื้อผ้าที่ถูกทับรีดจนเรียบเริ่มยับย่น เส้นผมที่เกล้าปักไว้อย่างบรรจงหลุดลุ่ยระกรอบหน้า
ซ้ำซิ่งหลิงยังรู้สึกเวียนหัวเมื่อเส้นทางที่รถม้าเคลื่อนผ่านไม่ใช่เส้นทางที่ถูกปูด้วยหินเรียบ มีก้อนหินเล็กใหญ่ประปรายรายทางทำให้ล้อรถม้าบดกับหินจนทำให้คนด้านในหัวสั่นหัวคลอน
ซิ่งหลิงยังคงนั่งอยู่ข้างประตูรถม้า หางตาเหลือบมองจิ้งเส้าหวงนั่งชันเข่า มือหนึ่งยันศีรษะส่วนอีกมือถือตำราท่าทางผ่อนคลายเสียเต็มประดา ั้แ่ขึ้นรถม้ามาเขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรแม้แต่ครึ่งคำ ส่วนนางก็ไม่ได้อ้าปากพูดทว่าในใจสาปส่งเขาไปหลายหน
ตรองดูจากเส้นทางดูลำบากเพียงนี้ก็รู้แล้วว่าเขาไม่ได้พานางไปโรงน้ำชาหรือโรงเตี๊ยมแน่ แม้จะไม่รู้ว่าเขาคิดสิ่งใดหรือจะพานางไปที่ใดทว่าสิ่งหนึ่งที่นางมั่นใจคือเขาไม่ได้ลักพานางไปสังหาร…
การเดินทางนี้ไม่ใกล้ไม่ไกล เวลาผ่านไปนานเท่าใดซิ่งหลิงก็คร้านจะนั่งนับจับเวลาได้แต่ปล่อยเลยตามเลย จวบจนเส้นผมเริ่มหลุดร่วงลงมามากขึ้นบังเกิดความรำคาญคร้านจะปัดไปปัดมาหลายครั้ง แทบอยากจะดึงปิ่นปักผมออกแล้วใช้แถบผ้ารัดผมเอาไว้ให้รู้แล้วรู้รอด ขณะที่ซิ่งหลิงกำลังเริ่มคิดว่านางจะดึงปิ่นออกจากหัวแล้วแทงขาจิ้งเส้าหวงสักรูดีหรือไม่ หากทางการจับตัวก็แสร้งเสียสติจากอากาศร้อน เสียงเอะอะเบาๆ นอกรถม้าดึงดูดให้หลุดออกจากภวังค์ความคิดฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อย
ซิ่งหลิงหันหน้ามองไปยังหน้าต่างรถม้าที่ปิดอยู่ก็หรี่ตาลงเหลือบมองจิ้งเส้าหวงที่กำลังอ่านตำราจึงไม่รอช้า ขยับตัวยืดแขนเลื่อนบานหน้าต่าง แสงตะวันร้อนแรงจากด้านนอกสาดส่องเข้ามากะทันหันทำให้จิ้งเส้าหวงตาพร่า จำต้องหรี่ตาลงเพื่อปรับสายตาจากแสงจ้า ดวงตาคมตวัดมองไปยังซิ่งหลิงทันที
“คุณชายอ่านตำราในที่มืดๆ ได้อย่างไร ระวังสายตาจะมีปัญหานะเ้าคะ”
ถ้อยคำใส่ใจและน้ำเสียงห่วงใยพอเหมาะพอดีไม่มากเกินไปจนดูเสแสร้งและไม่น้อยจนแข็งกระด้างเป็ธรรมชาติเสียจนจิ้งเส้าหวงกระตุกยิ้มเย็น “มานึกห่วงใยตอนนี้ไม่ช้าไปหน่อยหรือ”
ั้แ่ขึ้นรถม้ามาเขาเปิดตำราอ่านทันที ผ่านมาหลายชั่วยามจวบจนใกล้ถึงจุดหมายนางกลับเพิ่งมาห่วงใยเอาป่านนี้ ดูท่าคงอยากจะมองความคึกคักนอกรถม้าเสียมากกว่า
“ซิ่งหลิงเห็นคุณชายตั้งใจอ่านตำราจึงไม่กล้ารบกวน แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้าก็ห่วงใยคุณชายจนใจอดกลั้นทนไม่ไหว จำต้องพูดขึ้นในยามนี้เ้าค่ะ”
“ปากพร่ำพรรณนาความดี เื่เลวร้ายก็กระทำจนสิ้น” จิ้งเส้าหวงแค่นเสียงหัวเราะจากลำคอ คันมือจนอยากจะบีบคอนางให้ขาดใจตายเสียเหลือเกิน!
“คุณธรรมความดีไม่ได้อยู่ที่ลิ้น แต่อยู่ที่ใจเ้าค่ะ” ซิ่งหลิงยิ้มกว้าง ประสานมือลงบนหน้าอกด้วยใบหน้าซาบซึ้งเพียงครู่เดียวนางก็เหลียวมองบรรยากาศนอกรถม้าผ่านทางหน้าต่าง ไม่วิตกกังวลกับคำเหน็บแนมของจิ้งเส้าหวง
นางรู้แล้วว่าเขาปากร้าย!
ด้านนอกคลาคล่ำด้วยขบวนเกวียน สิ่งของที่บรรจุลงบนเกวียนถูกแผ่นหนังปิดคลุมมิดชิด คำนวณคร่าวๆ ด้วยสายตาแล้วคงมีไม่ต่ำกว่าห้าสิบเกวียน ขบวนเกวียนมากมายเพียงนี้แต่กลับไม่โกลาหลวุ่นวาย ขยับเคลื่อนไปตามเส้นทางอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าถูกจัดการเป็อย่างดี
“เตรียมตัวเสียอีกหนึ่งลี้เ้าต้องมากับข้า”
“เ้าค่ะ” ซิ่งหลิงรับคำสั่งอย่างนอบน้อม
ไม่นานนักรถม้าเคลื่อนเข้ามาในพื้นที่แห่งหนึ่ง คลังเก็บสินค้าขนาดใหญ่หลายคลังจึงปรากฏในครรลองสายตา เบื้องหน้าคลังเก็บสินค้ามีบ่าวไพร่คนงานจำนวนหลายสิบชีวิตคอยขนสินค้าจากเกวียนที่จอดนิ่ง นำข้าวของเข้าไปเก็บในคลัง
“คลังสินค้าตระกูลจิ้ง”
ซิ่งหลิงละสายตาจากด้านนอก มองจิ้งเส้าหวงตอนนี้ปิดตำราลง แม้รถม้าจะหยุดนิ่งแล้วทว่าเขาไม่มีทีท่าจะลงจากรถม้า พลันรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง
“คลังสินค้าใกล้จะเต็ม เ้าคิดว่าควรจัดการอย่างไร” จิ้งเส้าหวงเดิมทีไม่คิดจะคุยกับซิ่งหลิงในเื่นี้ แต่เห็นนางดูสนอกสนใจจึงได้หยั่งเชิง
ซิ่งหลิงมองออกไปด้านหน้า เงียบไปราวครึ่งจิบชาถึงได้ถามเขาขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“หากข้าน้อยช่วยคุณชายแบ่งเบาเื่หนักใจ เงินเก้าหมื่นเก้าพันตำลึงทอง...”
“เก้าหมื่นแปดพันเก้าร้อยตำลึงทอง”
ร้อยตำลึงทอง!
นางจะได้ร้อยตำลึงทอง!
“ตกลงเ้าค่ะ!” ซิ่งหลิงยิ้มกริ่ม ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มสุขใจ ดวงตากลมโตคู่งามแทบจะเปล่งแสงระยิบระยับเจิดจ้า แม้เห็นแววตาดูแคลนจากจิ้งเส้าหวงก็ไม่โกรธเคืองหรือลอบก่นด่าเขาในใจอีกต่อไป!
“ก่อนอื่นต้องขอเข้าไปดูคลังสินค้าของคุณชายก่อนนะเ้าคะ”
จิ้งเส้าหวงไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแค่ขยับตัวลงจากรถม้า ซิ่งหลิงก็มุดตามเขาออกไป มองโดยรอบเห็นบ่าวรับใช้คนหนึ่งโค้งกายรออยู่ไม่ไกล จิ้งเส้าหวงเดินเข้าใกล้บ่าวผู้นั้นจึงร้องทักทายด้วยความยินดี
“คุณชาย”
ซิ่งหลิงยืนเว้นระยะห่างออกมา ลอบสังเกตคนตรงหน้าจิ้งเส้าหวงด้วยความใคร่รู้ เท่าที่นางสังเกตรอบกายจิ้งเส้าหวงจะมีบ่าวรับใช้ที่มีความสามารถแตกต่างกันออกไป หากให้มองจากท่วงท่าของคนผู้นั้นแล้ว...
“นั่นหยู่จี้ขอรับแม่นางซิ่งหลิง” ไม่นานนักความสงสัยของนางก็ถูกเซี่ยจี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างไขจนกระจ่าง
“เขาเป็หนึ่งในพวกเราห้าจี้ หยู่จี้ละเอียดถี่ถ้วน คุณชายจึงวางใจให้คอยดูแลเื่ราวที่ต้องใช้ความรอบคอบขอรับ”
ซิ่งหลิงร้องอ้อเสียงยาว มองจิ้งเส้าหวงที่เดินหายลับไปอีกทางโดยไม่ได้บอกกล่าวสิ่งใด ชั่วขณะนั้นทำให้ซิ่งหลิงเลิ่กลั่กคิดว่าควรจะเดินตามเขาไปดีหรือไม่ ทว่ามองหาอีกหนก็ไม่เห็นจิ้งเส้าหวงแม้แต่เงา นี่เขาทิ้งนางไว้ตรงนี้น่ะหรือ!
ซิ่งหลิงกัดฟันด้วยความหงุดหงิดใจไม่คิดจะบอกกล่าวกันสักคำเลยหรือ!
“แม่นางซิ่ง”
ซิ่งหลิงหน้าตึงกำลังก่นด่าจิ้งเส้าหวงในใจด้วยความคับข้องเต็มอก เมื่อมีเสียงเรียกทำให้นางหันหน้ามองไปยังต้นเสียงด้วยรอยยิ้มไร้เื่ราวขุ่นข้อง ใบหน้าแปรเปลี่ยนรวดเร็วราวกับพลิกฝ่ามือ
“ผู้น้อยหยู่จี้รับคำสั่งคุณชายพาแม่นางซิ่งหลิงเดินชมรอบๆ ขอรับ” หยู่จี้ก้มหัวลงเล็กน้อย ลอบสังเกตสตรีเบื้องหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้ ชื่อเสียงของแม่นางซิ่งหลิงที่ได้ยินมาไม่ธรรมดาเลย
“รบกวนเ้าแล้ว” ซิ่งหลิงพยักหน้ารับเดินตามหลังหยู่จี้ไปยังคลังสินค้าตระกูลจิ้ง
[1] ยามซื่อ เวลา 09.00 - 10.59 น.
------------
ข้าก็ร้ายเช่นนี้มีอีบุ๊กแล้วนะคะ 3 เล่ม (จบ)
ออกครบทั้งสามเล่มแล้วจ้า ตอนนี้มีโปรลดราคา 199 บาท จะมีอยู่ในเว็ปเด็กดีเว็ปเดียวเท่านั้นนะคะ และจะหมดเขตในวันที่ 29 นี้จ้า
จำหน่ายทั้งเว็ป Meb / hongsamut / dek-d