ตอน 2 .. ห้าภารกิจ
“ เ้าอยากตายหรือ อยากกู้ชื่อเสียงเ้าคืนหนุ่มน้อยผู้โชคร้าย “
เสียงนี้จะว่าได้ยินก็ได้ยิน จะว่าไม่ได้ยินก็ไม่ได้ยินเสียงนี้ดังขึ้นมาใน สำนึกของเด็กหนุ่ม
“ ว่าอย่างไรเ้าอยากตายจริง ๆ แล้วชื่อเสียงเ้าจะคงอยู่ในฐานะ เนรคุณสังหารอาจารย์ใช่หรือไม่ ” พอสิ้นเสียงนั้นก็ปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่งหน้าตาอ่อนโยน แฝงด้วยความกดดันเฒ่าผู้นี้หลับตาไม่ลืมตาตนเองขึ้นมา ที่คางมีเครายาวสีขาว เหมือนนักพรต
“ ท่านเป็ใคร ” ด้วยสัญชาตญาณเด็กหนุ่มจึงถามไปเช่นนั้น “ เหตุในข้ายังไม่ตาย ” ชายหนุ่มใช้จิตของตนเองตรวจสอบระดับฝีมือของชายชราแต่ตรวจสอบไม่ได้ พลันคิดในใจ ‘ ฝีมือระดับข้าไม่สามารถตรวจสอบได้ผู้นี้เป็ตัวตนระดับไหนกัน ’
นักพรตเครายาวกล่าว “ เ้าตายแล้วหนุ่มน้อยผู้โชคร้าย ” ดวงตาที่หลับอยู่ของนักพรตเฒ่าเหมือนกำลังลืมตาอยู่ แล้วมองมาที่ชายหนุ่มชายหนุ่มรู้สึกเหมือนโดนแก้ผ้าอยู่ ไม่มีอะไรปกปิดตนเองจากชายผู้นี้ได้
“ เหตุใดตายแล้วข้าจึงสามารถมาพูดคุยกับท่านได้แล้วเหตุใดดวงจิตข้าถึงยังไม่สลายไป ” ชายหนุ่มจ้องไปที่ดวงตาที่ปิดคู่นั้นแล้วถามต่อว่า “ ที่นี่ที่ไหน ? ” ชายหนุ่มสับสนดวงจิตของชายหนุ่มบินวนไปมาเป็วงกลม
ชายชราพอเห็นเด็กหนุ่มถามจึงตอบกลับไปว่า “ เ้าตายแล้วแต่ดวงจิตเ้าก่อนที่จะโดนวิชาสืบค้นิญญา ข้าก็ไปชิงมันมาได้ก่อนส่วนที่นี่คือโลกิญญาของข้า จิตเ้าจึงยังไม่สลายหายไป ส่วนข้าเป็ใครนั้นข้าบอกยังบอกเ้าไม่ได้ ” ชายชราเห็นเด็กหนุ่มบินวนไปมาในโลกิญญาของตนก็อมยิ้มอยู่มุมปากก่อนจะถามตอบไปว่า “ นั้นคงไม่ใช่ที่เ้าอยากรู้จริงๆ หรอกใช่หรือไม่ ? , ที่เ้าอยากรู้จริง ๆว่าทำไมข้าถึงช่วยเ้าใช่หรือไม่ ซีว่าง ”
พอได้ยินนักพรตเฒ่าตอบกลับมาซีว่างจึงหยุดบินแล้ว มองไปที่ชายชราผู้นั้น คิดในใจ ‘ หรือว่าตาเฒ่าผู้นี้สามารถอ่านใจข้าได้ ?’
“ ใช่ข้าอ่านใจเ้าได้ ” พอได้ยินคำตอบชายหนุ่มจึงคิดต่อในใจตามสันชาตยาน ‘ ดีนะที่ข้ายังไม่ได้คิดอะไรที่ไม่ดีเกี่ยวกับตาเฒ่าเครายาวนี่ ’
“ ตาเฒ่าผู้นี้ใช่ได้บอกไปแล้วหรือไม่ ว่าข้าอ่านใจเ้าได้ ” พอได้ยินนักพรตเฒ่าตอบกลับมาชายหนุ่มพันธ์เกิดอาการเหงื่อตกขึ้นมา
ชายหนุ่มก็ได้ถามตอบไปว่า “ แล้วท่านตอบข้าได้ไหมเหตุใดถึงช่วยข้าไว้ , แต่จะว่าช่วยก็ไม่ถูกเพราะตอนนี้ข้าตายแล้ว แล้วต่อให้อยู่ในโลกิญญาของท่านข้าก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี ” ชายหนุ่มสงสัยในข้อนี้มากที่สุด ‘ ข้าตายแล้วตาเฒ่านี้จะได้ประโยชน์อะไรจากดวงจิตข้าตาเฒ่านี่คงไม่ใช่พวกวิปริตกินดวงิญญาผู้อื่นเป็ของหวานหรอกนะ ...’
‘ เฒ่านี่อ่านใจได้ ’ พอชายหนุ่มจำได้ก็จ้องกลับไปที่นักพรตเฒ่าทำให้รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา
นักพรตเฒ่ายิ้มออกมาแล้วตอบกลับว่า “ ข้าไม่ใช่พวกแบบที่เ้ากล่าวมาหรอก , ส่วนข้าช่วยเ้าทำไมนั้นเ้าตอบข้ามาก่อนเถิดว่าเ้าอยากจะมีโอกาสได้แก้ตัวอีกครั้งไหม ”
พอได้ยินดังนั้น ซีว่างพลันคิดหนัก ‘ ถ้าข้าเกิดกลับไปหลังจากที่ข้าะเิลมปราณไปแล้วเ้าพวกนั้นก็อาจะคิดว่าข้าเป็คน เผ่าปีศาจก็เป็ได้… , แต่ถ้าข้าไม่กลับไปความผิดที่ข้าไม่ได้ก่อนั้นจะกลายเป็นิทานหลอกเด็กให้กลัวไปอีกช้านาน ’
นักพรตเฒ่ายิ้มมุมปากอีกทีแล้วกล่าวกับเด็กหนุ่มว่า “ เ้ามีเหตุใดให้คิดมากแค่กลับไปกอบกู้ชื่อเสียงของเ้า เพื่อไม่ให้เป็ที่ติฉินนินทาแล้วยังรู้ด้วยว่าใครคือผู้ที่สังหารอาจารย์ของเ้า แถมเ้าก็ยังไม่เคยแต่งงานยังเป็บุรุษที่เป็พรหมจรรย์ ช่างเสียชาติชายจริงแท้ ” ชายชราพูดจบพลันปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก
พอชายหนุ่มได้ยิงดังนั้นเกิดอาการอายหน้าแดงขึ้นมาทันใด จริงอยู่ที่ชายหนุ่มมีคนรักของตนเองแต่เนื่องจากฝ่ายหญิงคือ หญิงงามแห่งเมืองที่ตนอยู่แถมด้วยมีศักดินาเป็หลานสายคนเดียวของ อาจารย์ตน อีกด้วยพ่อของนางคือ ตาแก่ผู้ที่มือหนักใช้ได้ ตนจึงต้องอยู่ในกรอบของตนเอง
ชายหนุ่มพอเริ่มเก็บอาการของตนเองได้อีกครั้งจึงถามตอบไปว่า “ แล้วท่านจะได้อะไรจากการที่ท่านช่วยข้า ” ชายหนุ่มได้ถามคำถามเดิมกลับไปอีกครั้ง
ชายชราตอบกลับชายหนุ่มไปว่า “ ข้ามีสิ่งที่้าให้เ้าทำให้ข้า5 อย่าง ” ชายชราหุบยิ้มแล้วหันหน้าไปทางที่ชายหนุ่มอยู่เอามือลูบเคราตนเองแล้วกล่าวต่อว่า “ เป็สิ่งง่ายๆ ที่เ้าทำได้ แต่ข้าทำไม่ได้ ”
ชายหนุ่มได้ยินจึงเกิดอาการสงสัย กล่าวตอบไปว่า “ ท่านถึงขั้นสามารถมีโลกิญญาเป็ของตนเองสามารถนำดวงจิตข้ามาที่นี่ แถมยังเสนอให้ข้ามีโอกาสกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วยังจะมีสิ่งใดที่ท่านไม่สามารถทำได้อีกหรอกมั้ง ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวมานักพรตเฒ่าจึงกล่าวตอบไปว่า “ สิ่งที่จะให้เ้าช่วย เป็สิ่งที่ข้าพยายามมาหลายครั้งหลายคราแล้วแต่ไม่สามารถทำได้ ข้าจึงต้องขอให้เ้าช่วยข้าในเื่นี้ ”
“ เื่ใด ” เด็กหนุ่มถามกลับไป
เมื่อได้ยินดังนั้นชายชราก็ได้พลันหยุดมือที่ลูบเคราตนเองแล้วลืมตาขึ้นมาในตาของชายผู้นี้ไม่เหมือนกับคนปกติทั่วไป ซีว่างจ้องมองไปที่ดวงตาของชายชราทำให้รู้สึกเหมือน มันสามารถดูดเขาเข้าไปได้ เหมือนหลุมลึกที่ไม่มีก้นไม่มีในตาดำแต่แทนที่ด้วยตาสีสว่างเหมือนท้องฟ้าในยามเช้าตรู่
หลังจากนั้นก็เกิดแสงจากมือขวาของชายชราเกิดมีดวงจิตที่คล้าย ๆ ของซีว่าง แต่ใหญ่กว่ามาก แต่ดวงจิตนั้นเหมือนจะหลับอยู่
ชายชรากล่าว “ นี่คือลูกสาวข้า หยาง น่า ” ชายชรามองไปที่ดวงจิตของบุตรสาวตนเองด้วยสายตาเอ็นดูก่อนจะเอ่ยวาจากล่าวต่อชายหนุ่ม “ สอนนางให้รู้จักความเมตตาต่อสรรพชีวิต นี่คือ ภารกิจอย่างแรกที่ข้ามอบให้แก่เ้า ”
ชายหนุ่มยังไม่หายอึ้งจากสิ่งที่พบตรงหน้าพลัน ได้ยินสิ่งที่ชายชรากล่าวจึงกลืนน้ำลายตนเองลงไป ดัง ‘ อึก ’ ก่อนจะกล่าวตอบไปว่า “ เื่นี้ไม่ใช่ว่าข้าจะใช้เป็ข้ออ้างต่อท่านหรอกนะแต่ท่านเองก็รู้ข้ายังไม่เคยมีภรรยา ไม่มีบุตรหรือบุตรีของตนเอง แล้วข้าจักสอนนางได้อย่างไร ” ชายหนุ่มมองไปที่ หยางน่า สลับกับมองไปที่ชายชราไปมา
“ เ้าทำได้หนุ่มน้อยผู้โชคร้าย ” ได้ยินดังนั้นพลันทำให้ชายหนุ่มคิดในใจ ‘ ลูกท่าน ท่านยังสอนไม่ได้ แล้วข้าจะสอนลูกท่านได้อย่างไร ’ ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ว่าผู้นั้นอ่านใจได้พลันคิดแต่ชื่นชมชายชรามากมายในหัว
‘ ทุกคนมีหน้าที่ของตนเองใครจะมีเวลาดูลูกตัวเองบ้างล่ะ ’
‘ หน้าที่หาเงินหน้าที่บุรุษ หน้าที่เลี้ยงบุตรสาวเป็ของที่สตรีบุรุษที่สูงส่งผู้ใดจะมีเวลาเลี้ยงลูกล่ะ ’
‘ เคราท่านช่างเงางามจริง ๆเลยท่านใช้แชมพูยี่ห้ออะไรกันนะ ’
ชายชราส่ายหน้ากับกิริยาชายหนุ่ม ก่อนจะกล่าวว่า “ พอแล้วยิ่งเ้าชมข้ายิ่งมีโทสะ ” เหมือนยิ่งพูดชายหนุ่มยิ่งเกิดอาการลนทำให้ชายหนุ่มหยุดไม่ได้จึงฟุ้งซ่านต่อไป
‘ พฤหัสหน้ามี โรงละครแสดงเื่ อะแวนจ้าอิฟูติติ้วาร์ ไปดูด้วยกันไหมท่าน ’
‘ เดี๋ยวข้าเลี้ยงข้าวโพสปิ้งกับเครื่องดื่มท่านเอง ’
ชายชรากล่าวต่อด้วยเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อยว่า “ ตกลงเ้าอยากจะได้โอกาสอีกครั้งหรือไม่ ” พอชายชรากล่าว ชายหนุ่มจึงหยุดฟุ้งซ่าน ก่อนจะกล่าวว่า “ แล้วอีก 4 ข้อที่เหลือละท่าน ”
“ ตอนนี้ยังบอกเ้าไม่ได้ไว้ถึงเวลาข้าจะบอกเ้าอีกรอบนึง ” ชายชรากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงดีขึ้นเล็กน้อย
“ ตกลง ” อย่างน้อยชายหนุ่มยังได้กลับไปแก้ไข้สิ่งต่าง ๆ ได้ ก่อนจะกล่าวต่อ “ แต่ท่านบอกเหตุผลที่ เลือกข้าก่อนได้หรือไม่ ”
“ ดีส่วนเหตุผลที่ข้าเลือกเ้านั้น เพราะเ้ามีชะตาที่ต้องทำการใหญ่ในภายภาคหน้า ” พอได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มรู้เช่นนั้นจึงรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาเล็กน้อย ‘ ทำการใหญ่อะไร ข้ามันก็แค่จอมยุทธผู้หนึ่ง ที่ไม่อาจรู้ถึงระดับฝีมือของท่าน ’
“ อย่าดูถูกตนเองเลยซีว่างเมื่อเ้าได้โอกาสที่สองแล้วเวลาอันสมควรมาถึง เ้าจะรู้ทุกอย่างเอง ” พูดจบก็มีแสงออกมาจากดวงตาของชายชราจนซีว่างต้องเอามือปิดตาและหลับตาลง...
.
.
.
.
เมื่อเอามือออกชายหนุ่มพลันรู้สึกร่างกายกับมามีน้ำหนักอีกครั้งแสงที่ส่องอยู่เมื่อครู่ กลายเป็แสงแดดที่ส่องมาจากหน้าต่างชายหนุ่มกำลังนอนอยู่บนเตียงนอน ชายหนุ่มพลันะโออกมาจากเตียงแล้วมองซ้ายขวา ‘ ข้าอยู่ไหน ’ พอชายหนุ่มกำลังคิดอยู่นั้น พลันมีความทรงจำต่าง ๆ ของผู้ใดไม่รู้แล่นเข้ามาในหัวทำให้ชายหนุ่มสลบไป ในความฝัน ชายหนุ่มได้ฝันเื่ราวที่ไม่ใช่ของตนเอง แต่รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหาด
“ ท่านหมอว่างเอ๋อร์ของเราเป็อย่างไรบ้าง ” เป็เสียงของหญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยความกังวลใจปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่นจากฝัน
พอหนุ่มน้อยลืมตาขึ้น “ ว่างเอ๋อร์ว่างเอ๋อร์ ” ก่อนที่ชายหนุ่มจะกลับมามีสติครบสมบูรณ์ก็มีหญิงวัยกลางคน ปรี่เขามากอดพลันเขย่าตัว ก่อนจะผลักชายหนุ่มออกจากอ้อมอกด้วยความอ่อนโยน “ เป็อะไรไหมว่างเอ๋อร์ ได้ยินแม่ไหมลูก ”
ชายหนุ่มมองไปที่หญิงผู้นั้น “ ท่านแม่ ?”
“ ใช่แม่เองลูก นี่แม่เอง ” ชายหนุ่มมองไปรอบห้องเห็น คนที่หน้าตาคุ้นเคยอยู่ทั่วห้อง ก่อนจะกล่าวว่า “ เกิดอะไรขึ้น ”
“ ข้าเข้าไปปลุกพี่จะชวนพี่ไปตกปลาก็เห็นท่านพี่ นอนล้มอยู่ที่พื้นเรียกเท่าไรก็ไม่ตื่น ”ชายหนุ่มมองไปที่ต้นเสียงก็เห็นเป็เด็กชายที่อายุ ประมาณ 14 ย่าง 15ผู้หนึ่ง ‘ จี้ เฟิง ?’ “ ตอนแรกข้าคิดว่าท่านแกล้งข้า ข้าเลยใช้ท่า ‘ ดัชนีเบิกทวาร ’ ไปที่ก้นของพี่ ” พอเด็กน้อยพูดจบ ชายหนุ่มเหมือนโดนเปิดสวิตช์ ความเ็ปค่อย ๆแล่นมาจากรูทวารหนักของตนเอง ” พลันเอามือไปปิดที่ตรงนั้น
“ อาการของเ้าไม่น่าเป็ห่วงแล้ว ร่างกายเ้าอ่อนแอเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว อย่าเที่ยวเล่นมากไปเดี๋ยวต้องเหนื่อยข้ามาดูเ้าอีก เข้าใจไหม ? ” ชายชราที่อยู่ข้างแม่ของตนกล่าวและมองตนด้วยสายอบอุ่น
“ ยังดีที่เฟิงเอ๋อร์เห็นเ้าก่อนจึงตามท่านหมอมาดูอาการเ้าทัน ” ผู้ที่พูดมาคือชายวัยกลางคน ‘ ท่านพ่อ ? ’ “ ขอบคุณท่านหมอฮว่างมากที่มาดูว่างเอ๋อร์ เดี๋ยวข้าไปส่งท่านที่ทางเข้า ” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกลับผายมือเชิญพร้อมเดินนำท่านหมอไป
“ ลูกไม่เป็อะไรแล้วใช่ไหมลูกแม่ ” หญิงวัยกลางกล่าว
ความทรงจำใหม่ของซีว่างเข้ามาในหัวทำให้รู้ว่าแม่ของตนมีนามว่า จี้ ฮว่า ถึงนางจะมีอายุมากแล้ว แต่นางก็ยังงดงามดังชื่อนาง ( จี้ฮว่า = ฤดูดอกไม้บาน ) ส่วนผู้เป็พ่อมีนามว่าจี้ เซี่ยง ถึงจะอายุเยอะและมีพุงหน่อย ๆแต่แม่ก็เล่าให้ตนฟังเสมอว่า เมื่อตอนหนุ่ม ๆพ่อของตนเป็เสือผู้หญิงผู้หนี่งเชียวล่ะ และพอแต่งงานกับแม่ ก็ทำให้พ่อเสือนักล่ากลายเป็แมวที่ว่านอนสอนง่าย ครอบครัวตนนั้นเป็พ่อค้าฐานะดีประมาณหนึ่ง
“ จี้ ว่างได้ข่าวเ้าไม่สบาย เป็อย่างไรบ่าง ? ” เสียงมาจากเด็กชาย อายุ 17 ย่าง 18 ที่เดินมาจากหน้าประตู ‘ เฟิง อวิ๋น ? ’ “ เ้าไม่ตอบข้าใช่เ้าลืมข้าแล้ว ? ”
ในสำนึกของตน เฟิงอวิ๋นคือเพื่อนเพียงคนเดียวของตน หน้าตายังหล่อคม ยิ้มให้นางใดสตรีผู้นั้นต่างเหมือนโดนมนต์สะกด แถมด้วยฝีมือระดับ จิตโลกา 5 ด้วยวัยเท่านี้ถือว่าเป็ผู้ที่มี พร์ร้อยปีจะมีผู้หนี่ง
“ เ้าได้ยินข้าอยู่รึไม่ ? หรือใช่ว่าเ้าลืมพี่ผู้นี้ไปแล้วจริง ๆ เซี่ยวว่าง ” ชายหนุ่มถามพลันเดินเข้ามาใกล้ ๆ
“ ท่านหมอฮว่างบอกว่าไม่เป็อะไรมากร่างกายว่างเอ๋อร์ อ่อนแอเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เลยทำให้เป็ลมล้มพลับไปเ้าไม่ต้องเป็ห่วงหลอก อวิ๋นเอ๋อร์ ” ผู้เป็แม่ตอบแทนบุตรชายพลันเอามือลูบหัวบุตรชายตนเองด้วยความเป็ห่วง
“ ข้าไม่เป็อะไรแล้วเฟิงอวิ๋น แต่ข้าอยากพักผ่อนก่อน วันนี้ออกไปเที่ยวเล่นกับเ้าคงจะไม่สะดวกเ้า ” ซีว่างตอบพันทำหน้าตาอิดโรย
เฟิงอวิ๋นเห็นดังนั้นจึงไม่ซักไซ้ต่อพลันกล่าวลาก่อนจะออกห้องไป ตามด้วยมารดาของตนเอง
พอทุกคนออกไป ซีว่างพลันคิดคนเดียวไปเรื่อยเปื่อย
‘ จี้ว่าง ชื่อไม่เห็นเท่เลย ซีว่างเท่กว่ามากโขเซ็นการตั้งชื่อของพ่อแม่ ลำเอียงเห็น ๆ น้องตนชื่อ จี้ เฟิง ( ลมมรสุม ) ส่วนตน จี้ว่างความหมายอะไรไม่เห็นจะเข้าใจ ’
‘ แต่ตอนนี้ข้าก็เป็ จี้ว่างแล้ว อย่างน้อย ๆ ตาแก่นั้นก็ไม่ได้ส่งข้าไปเป็ขันทีเฝ้าประตูวังหลวงที่มีแต่นางสนมหน้าตาดี ๆ เดินไปเดินมาให้ทรมานใจ ’
พอคิดได้แบบนั้น ชายหนุ่มจึงรีบลุกขึ้นดึงกางเกรงออก ก้มลงมองดูหว่างขาตนเอง
‘ อย่างน้อยเ้านี้ ก็ยังคงมาตรฐานเดิมอยู่ ’ ชายหนุ่มดึงกางเกรงขึ้น สีหน้าแสดงความพึงพอใจ
‘ ตอนนี้ว่างไม่มีอะไรทำ ข้าฝึกวรยุทธ..... !! ’
‘ ข้าไม่มีวรยุทธ !!! ’ ชายหนุ่มจำได้ว่าตนเองในภพนี้ ร่างกายอ่อนแอไม่สามารถฝึก วรยุทธได้ ชายหนุ่มคิดได้ดังนั้นจึง ชูนิ้วข้างๆ นิ้วชี้ขึ้นฟ้าพลันกล่นด่าอยู่ในใจ ‘ ตาเฒ่าเคราพู่กันเอ้ยจะให้ข้ามาเกิดใหม่ทั้งที ให้ข้ามากกว่านี้จะเป็อะไรไหม ’
ขณะที่ชายหนุ่มคิดเล็กคิดน้อยเื่ไร้สาระอยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของตน < ปล่อยข้าออกไป !! >