บทที่ 22 ลุงตาดอกท้อ
หลี่เซี่ยวเฟยไม่หันกลับมอง ยกหมัดขึ้นต้าน
ค้อนวัชระะเิฟ้า
พลังหมัดรุนแรงดั่งพายุ ะเิซัดกระจายออกไป
ลูกดอกสั่งทำพิเศษ เคลื่อนที่ช้าเหมือนหอยทากที่ติดอยู่ในหนองน้ำ และช้าลงเรื่อย ๆ
ในที่สุดก็หยุดตรงระยะห่างจากหลี่เซี่ยวเฟยครึ่งเมตร มีเสียงแตกดังกึก พร้อมเศษเหล็กร่วงกราว
แต่ในเวลาเดียวกัน
เสียงวูบวาบดังขึ้นอีกครั้ง
ด้านหน้าชายชุดดำสี่คนที่ยืนอยู่ที่รถ SUV หรูหราถืออาวุธทรงกระบอกคล้ายปืน เหนี่ยวไกใส่หลี่เซี่ยวเฟย
โลหะเย็นนับไม่ถ้วนพุ่งใส่หลี่เซี่ยวเฟย
สิ่งนี้พลังหมัดไม่อาจต้านทานได้
หลี่เซี่ยวเฟยคว้าจงหลิงที่อยู่ข้าง ๆ พากลิ้งไปด้านข้าง
ขณะเดียวกัน ก็ยกศพจงหยางขว้างวิถีลูกดอกไว้
ปัง ปัง ปัง!
ศพจงหยางกลายเป็เม่นในพริบตา
หลี่เซี่ยวเฟยใช้จังหวะนี้กอดจงหลิงกลิ้งไปบนพื้นอย่างต่อเนื่อง
จงหลิงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เพียงรู้สึกว่าโลกหมุนคว้าง กลิ่นคาวเืจาง ๆ ผสมกลิ่นบุรุษเพศกระทบจมูก
เธอร้องเสียงหลง “นาย…ทำอะไร ปล่อยฉันนะ”
“เงียบซะ”
หลี่เซี่ยวเฟยตะคอกอย่างหงุดหงิด
ร่างกายของจงหลิงเบาเหมือนหมอนนุ่ม กลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนหลงใหลโชยมา
เขาจับจงหลิงลงกับพื้น แล้วกลิ้งพลิกตัวอีกครั้ง
ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เขาก็พาจงหลิงซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงหินได้สำเร็จ
เสียงดังสนั่น
ลูกดอกสั่งทำพิเศษสามสิบสี่สิบดอกยิงใส่กำแพงหิน
หางลูกดอกสั่นกระพือ
"หลบอยู่ที่นี่ อย่าออกมา"
หลี่เซี่ยวเฟยกำชับ พร้อมกับพุ่งตัวออกไป จงหลิงเพิ่งเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น หวาดกลัวจนตัวสั่น ซ่อนอยู่หลังกำแพงหินอย่างเชื่อฟัง หลี่เซี่ยวเฟยวิ่งเร็วเหมือนวัวกระทิง
เขาคว้าศพสองศพขึ้นมาจากพื้นแล้วหมุนไปรอบ ๆ เหมือนกงจักร เหวี่ยงปัดลูกดอกจำนวนมาก
ห้าวินาทีหลังจากนั้น ในที่สุด เขาก็ลดระยะห่างลงได้ พุ่งเข้าไปหาบอดี้การ์ดชุดดำทั้งสี่คน
เปรี้ยง!
เขาชกหมัดออกไป บอดี้การ์ดก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะพวกเขาล้วนอยู่ในขั้นกลั่นดาราระดับห้าแล้ว จึงยกแขนขึ้นมาป้องกัน
แต่จะต้านทานหลี่เซี่ยวเฟยที่เหมือนอสูรร้ายได้อย่างไร
กร๊อบ
เสียงกระดูกแขนหักกลายเป็รูปตัว V ร่างกายขนาดใหญ่ลอยกระแทกรถ SUV อย่างรุนแรง จนฝากระโปรงรถยุบ
ร่างของบอดี้การ์ดจมอยู่ในรถ เืทะลักออกจากทวารทั้งห้าบนใบหน้า แม้แต่เทพก็ช่วยไม่ได้แล้ว
ปัง ปัง ปัง!
ในเวลาเดียวกัน บอดี้การ์ดอีกสามคนก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว
หลี่เซี่ยวเฟยยืนอยู่ที่เดิม หายใจหอบหนัก ไหล่ขวาปรากฏรูเืสามรู เืสีแดงฉานชุ่มเสื้อคลุมด้านนอก
เขาโดนยิง
จึงหันไปมองบอดี้การ์ดชุดดำที่ 'ฝัง' อยู่บนฝากระโปรงรถ ชุดสูทสีดำของชายคนนั้นยังคงสมบูรณ์ใหม่เอี่ยม เห็นได้ชัดว่าเป็ชุดเกราะระดับสูง
อาวุธในมือของบอดี้การ์ด คล้ายปืนยิงตะปูในยุค 2022 มาก
ไม่จัดว่าเป็อาวุธร้อน
ไม่ถือว่าละเมิดกฎหมายควบคุมอาวุธปืนสำหรับพลเมืองของสาธารณรัฐต้าเซี่ย
ถึงกระนั้น ก็ยังอันตรายอยู่ดี
นี่เป็การเตือนหลี่เซี่ยวเฟยว่า ในยุคอนาคตของศิลปะการต่อสู้ การฝึกฝนเพียงแค่หมัดมวยอย่างเดียวคงไม่พอ เป็การดีที่สุดก็ควรเรียนเคล็ดวิชาตัวเบาด้วย
หรือไม่ก็ต้องสวมเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง
หลี่เซี่ยวเฟยหันกลับมามองเยี่ยเซียง ชายหนุ่มใมากจนเผลอพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า "ผมเป็คนจากห้าตระกูลใหญ่..."
เปรี้ยง!
หลี่เซี่ยวเฟยพุ่งตัวราวสายฟ้า เหวี่ยงหมัดออกไป "ตาย"
ช่างหัวมัน ไม่ว่าจะตระกูลใหญ่ทั้งห้าหรือกองกำลังทั้งเจ็ด
อยากฆ่าฉันเหรอ
ก็ต้องเตรียมใจโดนโต้กลับด้วย
หมัดพุ่งออกไปราวเสาหิน
อากาศถูกอัดให้เกิดคลื่นกระแทก ดั่งัชั่วร้ายที่เข้ากลืนกินเยี่ยเซียงในพริบตา
ตู้ม!
คลื่นกระแทกปะทุขึ้น
กระแสลมค่อย ๆ สงบ
ฝุ่นละอองจางหาย
เยี่ยเซียงยังไม่ตาย
เพราะมีร่างแปลกหน้าปรากฏขึ้นขวางหน้าเยี่ยเซียงไว้
"โชคดีจริง ๆ ที่มาทัน"
คนผู้นี้ค่อย ๆ ลดมือลง สลายคลื่นกระแทกที่ยังหลงเหลืออยู่ "เก่งมาก หมัดนี้มีพลังต่อสู้อย่างน้อยก็ระดับหกเลยทีเดียว"
หลี่เซี่ยวเฟยหรี่ตาลง
คนคนนี้ดูอายุราวสามสิบปี รูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดกีฬาสีดำเรียบง่าย ตัดผมสั้นเกรียน หน้าเหลี่ยมสันกรามชัด
เครื่องหน้าดูสุภาพ แต่กลับมีดวงตาดอกท้อ ทำให้ดูเ้าชู้ไม่เบา
คนผู้นี้แข็งแกร่งมาก
หลี่เซี่ยวเฟยััได้ถึงอันตรายแฝงเร้นจากดวงตาดอกท้อมากกว่าตู๋กูเชวียหรืออู่พั่วเทียนเสียอีก
ขั้นกลั่นดาราระดับเก้า?
หรืออาจจะสูงกว่านั้นด้วยซ้ำ
เขาข่มใจระงับความกระหายในการต่อสู้
"คิดไม่ถึงเลยว่า ในสลัมจะมีผู้ฝึกยุทธ์โบราณเก่งกาจขนาดนี้"
ลุงตาดอกท้อมองหลี่เซี่ยวเฟยขึ้นลง "หนุ่มน้อย นายเท่าไหร่แล้วล่ะ?"
หลี่เซี่ยวเฟยเอ่ย "สิบแปด"
"จริงดิ?"
ลุงตาดอกท้อลูบคาง ถามด้วยความแปลกใจ "สิบแปดเิเ?"
หลี่เซี่ยวเฟย "..."
อะไรวะ...
ตาลุงนี่เป็โรคจิตหรือไง?
"หลีกไป"
หลี่เซี่ยวเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ คนหนุ่มนี่เืร้อนจริง ๆ"
ลุงตาดอกท้อถอนหายใจ "ถ้านายฆ่าหมอนี่ นายรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตระกูลเยี่ยไม่มีทางปล่อยนายไปแน่ ๆ"
หลี่เซี่ยวเฟยพูดเนิบ ๆ "เหมือนว่าถ้าผมไม่ฆ่ามันตอนนี้ ตระกูลเยี่ยจะปล่อยผม?"
"แน่นอน"
ลุงตาดอกท้อพูด "เพราะฉันปกป้องนายได้"
หลี่เซี่ยวเฟยยิ้มเยาะ "ผมไม่เชื่อ"
เยี่ยเซียงดวงตาแดงก่ำ กัดฟันพูด "ไอ้เวร แกสวดมนต์รอได้เลย ตระกูลเยี่ยจะไม่มีวันปล่อยแก เพื่อนแก และคนที่แกรักทุกคนจะต้องตาย"
หลี่เซี่ยวเฟย: ︿( ̄︶ ̄)︿
"ถ้าอย่างนั้น..."
ลุงตาดอกท้อรู้สึกขายหน้าเล็กน้อย
เขาหลบไปด้านข้าง "ไอ้หนุ่ม ลุยเลย จัดการมันซะ"
เยี่ยเซียงใมาก "อาจารย์เฉิน คุณ… อย่าพูดเล่นแบบนี้สิ"
ลุงตาดอกท้อยิ้มเย็น "ใครเล่นกับแก เวลาอยู่ในยุทธภพต้องอาศัยอะไร? เกียรติ! แกไม่ไว้หน้าฉัน แล้วฉันจะปกป้องแกทำไม?"
มองไปทางหลี่เซี่ยวเฟยที่พุ่งมาอย่างน่ากลัว เยี่ยเซียงรีบพูด "อาจารย์เฉิน อย่า ผมให้… เกียรติอะไรก็ได้ที่คุณ้า ช่วยผมด้วย"
ลุงตาดอกท้อจึงพอใจ "ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนี้ อย่ามายุ่งกับน้องสิบแปดของฉัน"
หลี่เซี่ยวเฟย "..."
นายน่ะสิสิบแปดเิเ
ทั้งตระกูลนายน่ะสิสิบแปดเิเ
มุกฝืด ๆ แบบนี้ยังไม่เลิกอีกเหรอ?
เยี่ยเซียงไม่พอใจ "อาจารย์เฉินปกป้องไอ้สารเลว… ไอ้หมอนี่ขนาดนี้ มันเป็เพื่อนคุณเหรอ?"
ลุงตาดอกท้อพูดอย่างมั่นใจ "ตอนนี้ยังไม่ใช่ แต่เดี๋ยวก็เป็"
สีหน้าเยี่ยเซียงเปลี่ยนไปหลายตลบ พูดอย่างไม่ค่อยเต็มใจ "ทำไมล่ะ?"
ลุงตาสีดอกท้อพูด "ก็เพราะเ้าหนูนี่ใหญ่ตั้งสิบแปดไง"
เยี่ยเซียง "..."
อยู่ในชายคาเขาก็ต้องก้มหัวให้เขา
เขาจึงพยักหน้า "ได้ ผมรับรองว่าหลังจากนี้จะไม่ยุ่งกับเด็กนี่อีก"
ลุงตาดอกท้อปลื้มใจ ตบไหล่เยี่ยเซียง "เก่งมาก รีบกลับไปเถอะ เดี๋ยวจะกินข้าวเย็นไม่ทัน"
เยี่ยเซียงหันหลังและจากไปโดยไม่แม้แต่จะมองมายังร่างของบอดี้การ์ดที่ตายเพื่อเขา
หลี่เซี่ยวเฟยมองตามหลังเยี่ยเซียง เขาพยายามจะพุ่งออกไป
"อย่าเลย นายฆ่าเขาไม่ได้หรอก"
ลุงตาดอกท้อขวางและพูดเสียงเข้ม "อย่าว่าแต่สมาชิกคนหนึ่งของห้าตระกูลใหญ่เลย แม้แต่สุนัขตัวหนึ่ง นายก็ทำอะไรไม่ได้ เว้นแต่นาย้าให้คนที่นายรักตายไปด้วย"
"ก็ได้"
หลี่เซี่ยวเฟยเชื่อฟัง
"เฮ้ย"
ลุงตาดอกท้องุนงง "ทำไมนายถึงได้... เอ่อ... จู่ ๆ..."
"จู่ ๆ ก็ว่าง่ายเหรอ?"
หลี่เซี่ยวเฟยถามกลับ
"ใช่ ใช่แล้ว"
ลุงตาดอกท้อพยักหน้า "เมื่อกี้ ยังทำท่าเหมือนจะแลกชีวิตเพื่อกำจัดเขาอยู่เลย"
หลี่เซี่ยวเฟยตอบอย่างตรงไปตรงมา "แกล้งทำเท่านั้นแหละ ยังไงก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้ารีบยอมแพ้ ก็อาจทำให้เสียภาพลักษณ์ที่วางเอาไว้"
ลุงตาดอกท้อ "..."
ฉันนี่แหละที่เป็ตัวประกอบ
"แนะนำตัวหน่อย"
ลุงตาดอกท้อจริงจังขึ้น จัดทรงผมของตนและกล่าวว่า "เฉินเฝ่ย ผู้อำนวยการที่อายุน้อยที่สุดและหล่อที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี และยังได้รางวัลครูที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนหญิงมากที่สุดเป็เวลาสิบปีซ้อน"
โรงเรียนมัธยมปลายหงฉี?
ผู้อำนวยการ?
หลี่เซี่ยวเฟยรู้สึกประหลาดใจมาก
โรงเรียนมัธยมที่มีชื่อแบบนี้ ฟังดูก็รู้ว่าเป็โรงเรียนรัฐบาล
เื้ัต้องมีการสนับสนุนจากสาธารณรัฐต้าเซี่ยแน่นอน
ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อครู่ถึงกล้าข่มขู่เยี่ยเซียง
แน่นอนว่า ต้องมีความเกี่ยวข้องกับความสามารถของเขาเองด้วย
"หนุ่มน้อย ฉันเห็นนะ แม้นายยังเด็ก แต่มีจิติญญาแรงกล้ามาก ใบหน้าสะอาดสะอ้าน ดวงตาสดใส โครงกระดูกที่แปลกประหลาด นายคืออัจฉริยะด้านการฝึกฝนที่หาได้ยากแน่นอน"
ลุงตาดอกท้อพูดยิ้ม ๆ "ไง อยากจะมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีของฉันไหมล่ะ?"