ขยับเข้ามารัก - Move to love

    ตอนที่ 3

    "มึง ไปหาอะไรหวาน ๆ กินให้หายเครียดกันดีกว่า" มนธวิทย์เสนอขึ้น พลางยืดเส้นยืดสายขณะเดินออกจากห้องเรียน

    "มึงเครียดเ๹ื่๪๫อะไรวะ กระเทย?" วรวลัญช์หันมาถามอย่างกวนประสาท แถมยังยักคิ้วหยัน ๆ ใส่อีกด้วย

    มนธวิทย์เหลือบตาขวาง ก่อนจะยกมือขึ้นสูงเป็๲เชิงเตือน "เดี๋ยวกูตบปาก เรียกใหม่"

    "โอเค ๆ" พิมรดารีบรับลูก ก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามให้อย่างว่องไว "มึงเครียดอะไรคะ อิมัมมี่~"

    มนธวิทย์เบะปาก "กูเบื่อพวกชะนีปากดีอย่างพวกมึงนั่นแหละ พูดไม่รู้เ๱ื่๵๹..."

    เขาสะบัดมือใส่แบบ๠ี้เ๷ี๶๯ต่อล้อต่อเถียง "ตกลงจะไปไหมเนี่ย?"

    "ปายยยยย!"

    เสียงตอบรับพร้อมเพรียงดังขึ้น วรวลัญช์กับพิมรดาก็รีบเดินเข้ามาขนาบข้าง คล้องแขนมนธวิทย์แน่น พร้อมหันมาจิกตาใส่กันอย่างรู้ทันว่าหมอนี่น่ะ ชอบทำเป็๞เล่นตัวไปงั้นแหละ สุดท้ายก็ไปด้วยกันทุกที

    "ก็แค่นั้น ว่าแต่มึงสองคนจะกินอะไร?" มนธวิทย์ถาม พลางเหล่มองทั้งสองอย่างระอา ๆ

    "ไอติม!" วรวลัญช์ว่าเสียงดังฟังชัด

    "เค้ก!" พิมรดาก็สวนขึ้นพร้อมกันราวกับตั้งใจ

    แขนที่คล้องมนธวิทย์ไว้หลุดพรึบ ทั้งสองสาวหันมาจ้องหน้ากันตาเขม็ง ประหนึ่งจะเปิดศึกกลางห้าง

    มนธวิทย์กลอกตา ก่อนจะยกมือห้ามศึก "พอค่ะ ชะนีการละคร... เ๱ื่๵๹กินไม่ยาก เดี๋ยวนี้ที่ไหนก็มีทั้งไอติมทั้งเค้ก กูว่าไปห้าง XX ดีกว่า กินก็ได้ เดินส่องผู้ชายก็ได้ ช็อปนิด ๆ หน่อย ๆ ครบจบในที่เดียว"

    "เอ่อ... ความคิดดี" วรวลัญช์พยักหน้าเห็นด้วย

    "ก็กูฉลาด" มนธวิทย์ยักไหล่ด้วยความภาคภูมิใจ

    แต่ยังไม่ทันได้ลอยสูง พิมรดาก็สวนขึ้นเสียงดัง "มึงอย่ามโนอิมี่ คนฉลาดเขาไม่คะแนนเส้นยาแดงผ่าแปดแบบมึงค่ะ!"

    "เอ๊ะ อินี่!" มนธวิทย์ชี้นิ้วใส่ "เค้าเรียกฉลาดในการใช้ชีวิตโว้ย"

    "เรอะ?" พิมรดาขมวดคิ้วเหมือนไม่เชื่อ

    "เออออออ" มนธวิทย์ลากเสียงยาว ก่อนทำหน้ากวนตีนเต็มสูบ

    วรวลัญช์หัวเราะแทรก "โอ๊ย เพื่อนกูฉลาดสุดอะไรสุด ไปค่ะ ไปหาอะไรกินกัน"

    ระหว่างเดินไปเรื่อย ๆ ก็หันมาชี้ไปที่วรวลัญช์และมนธวิทย์ละคน ก่อนจะพิมรดาก็พูดขึ้น "แต่มึง และมึง เราไปหาอะไรคาว ๆ กินก่อนดีไหม กูอยากกินส้มตำ"

    "สำนึกรักบ้านเกิดเหรอ อิพิมพ์" วรวลัญช์หันไปแซวพิมรดาแทน เพราะเห็นว่าพิมรดานั้นหน้าเปล่งประกายทันทีที่ได้ยินคำว่าส้มตำ

    "กูกำลังจะเป็๲เมน เลยอยากกินอะไรแซ่บ ๆ เว้ามาละส้มปากเลย (พูดแล้วน้ำลายสอ) " พิมรดาบ่นพลางยกมือปาดมุมปากอย่างโอเวอร์

    มนธวิทย์รีบเสริม "เออ กูก็อยาก กูสงสัยว่ากำลังจะเป็๞เมนเหมือนกัน!"

    "มึงไม่มีมดลูก!!!!"

    เสียงตวาดของสองสาวประสานกันจนคนเดินผ่านต้องหันมอง

    มนธวิทย์ยืนเหวอ ก่อนจะทำตาเหมือนนางร้ายในละครไทย จิกตาเหวี่ยงใส่สองสาว

    "ยอมกูบ้างก็ได้ไหมมม"

    "อะไรก็ได้ แต่เ๱ื่๵๹มีเมน มึงไม่มีสิทธิ์!" วรวลัญช์เน้นเสียงกวนตีนขั้นสุด

    "เอ่อ... แถวบ้านกูเอิ้นว่า มันบ่แม่นแนว (มันไม่ใช่เ๹ื่๪๫!) " พิมรดาเสริมพลางหัวเราะคิก

    "แนวของกูนี่แหละว้อย!" มนธวิทย์โวยกลับไปไม่ยอมแพ้

    วรวลัญช์โบกมือ ตัดบท "มึงลองมีมดลูกดูนะอิมี่ แล้วมึงจะรู้เองว่าความทรมานวันนั้นของเดือนมันเป็๞ยังไง... ไปค่ะ หิวแล้ว หยุดเวิ่นเว้อได้แล้ว!"

    ไม่รอให้เพื่อนเถียงต่อ วรวลัญช์ก็รวบแขนสองเพื่อนรักลากเดินตรงดิ่งไปยังที่หมาย... ทิ้งเสียงหัวเราะหยอกล้อดังไล่หลังไปตลอดทาง

    เข้ามาในห้าง ทั้งสามคนก็ตรงดิ่งหาร้านอาหารอีสานที่ตกลงกันไว้๻ั้๫แ๻่ในรถ สั่งกันไม่ยั้งเหมือนอดอยากมาจากไหน ทั้งตำ ทั้งยำ ทั้งปิ้งย่าง วางเต็มโต๊ะจนคนเสิร์ฟยังแอบเหลือบมองด้วยสายตาเอ็นดู

    หลังจากจัดเต็มจนพุงกางและพูดแทบไม่ออก ทั้งสามก็เดินย่อยกันเรื่อยเปื่อยตามทางเดินในห้าง ก่อนเสียงหวาน ๆ ของมนธวิทย์จะดังขึ้น

    “มึง ๆ ดูนั่น กลุ่มพี่เมฆนิ!”

    มนธวิทย์เบิกตากว้าง ตีแขนเพื่อนแล้วพยักหน้าไปทางโต๊ะหนึ่งในร้านอาหารที่เพิ่งเดินผ่าน กลุ่มหนุ่มหล่อระดับตำนานที่เคยเจอตอนเที่ยงนั่นเอง

    “ไหนวะ ไหนอีมี่” พิมรดารีบเกาะไหล่เพื่อน หรี่ตาสอดส่องตามทิศที่มนธวิทย์ชี้

    “นั่นไง ตรงนั้นอีพิม”

    พิมรดาเหลือบมองแล้วหัวเราะเบา ๆ “เรดาร์หาผู้นี่มึงคือที่สุดในรุ่นอ่ะมีมี่”