เอาท์ติ้งสวิงเสียว 5: ฐานปีนหน้าผาสูง
แสงอรุณของเช้าวันใหม่ค่อย ๆ ทอแสงสีทองละมุนพาดผ่านยอดเขาลาดชันของทิวเขาเขาใหญ่ สายหมอกบางเบาคลอเคลียอยู่ตามผืนป่าดิบชื้นที่โอบล้อมรีสอร์ทหรูเอาไว้ อากาศในยามเช้าตรู่นี้อุ่นชื้นและร่มรื่นด้วยไอระเหยของหยาดน้ำค้างบนใบหญ้าที่เริ่มทำปฏิกิริยากับแสงแดดอุ่น ลมเขาพัดกรรโชกมาเป็นระลอกหนาวเหน็บทว่าให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด กลิ่นดินเปียกชื้นปะปนกับกลิ่นเปลือกไม้และไอละอองธรรมชาติจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ คล้ายกับเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายของเหล่าหนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่มาร่วมทริป Outing ตื่นตัวขึ้นมาหลังจากค่ำคืนอันแสนยาวนานเหน็ดเหนื่อย
ที่ลานกิจกรรมกลางแจ้งฝั่งตะวันออกของรีสอร์ท มีหอคอยปีนหน้าผาจำลองขนาดใหญ่ตระหง่านเด่นเป็นสง่า โครงสร้างเหล็กสีดำสนิทสูงกว่าสิบห้าเมตรถูกกรุด้วยแผ่นหินเทียมสีปูนปั้นสลับกับปุ่มจับและเหยียบสีสันฉูดฉาดหลากรูปทรงที่กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นผิวหน้าผาสูงชัน ท้ายผามีสระทรายขนาดใหญ่ที่ถูกวางทับด้วยเบาะลมหนานุ่มสีน้ำเงินเข้มขนาดยักษ์คอยรองรับแรงกระแทกเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
พนักงานแต่ละคู่หูที่ตื่นแต่เช้าต่างทยอยมารวมตัวกันที่หน้าฐาน บ้างก็ยังพากันหาวหวอด ๆ บ้างก็จับกลุ่มพูดคุยแซวกันเสียงดังลั่นป่า
"ไงคะคุณเลขาชล... เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมเอ่ย? ได้ข่าวว่าข้อเท้าแพลงจนต้องหามส่งเต็นท์พยาบาลกันพัลวันเลยนี่นา"
ตาล สาวสวยแผนกการตลาดเอ่ยทักทายพลางส่งรอยยิ้มพราวเสน่ห์มีเลศนัย ดวงตากลมโตสบมองชลที่เดินกะเผลกเบา ๆ มาพร้อมกับเต้ วิศวกรหนุ่มตัวโตที่คอยประคองหลังอยู่ไม่ห่าง ชลใบหน้าแดงก่ำรีบเสตาหลบไม่ยอมสบตาเพื่อนฝูงด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างรุนแรง ภาพจังหวะรักอันเร่าร้อนบนเตียงสนามผ้าใบในเต็นท์พยาบาลเมื่อคืนยังคงแจ่มชัดอยู่ในหัวใจของเธอจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วแก้ม
"สบายดีค่ะตาล... ข้อเท้า... ข้อเท้าดีขึ้นมากแล้วค่ะ พอดีคุณเต้เขาช่วยทายาและดูแลให้ดีนะคะ..." ชลพูดตอบตะกุกตะกักพลางเหลือบมองเต้ ซึ่งฝ่ายวิศวกรหนุ่มเจ้าเสน่ห์กลับทำเพียงแค่ยิ้มกริ่ม มุมปากหยักยกโค้งขึ้นอย่างคนอารมณ์ดี นัยน์ตาสีเข้มสบประสานกับเลขาสาวอย่างมีนัยสำคัญจนเธอต้องก้มหน้ามุดลงมองพื้นดิน
"เหรอจ๊ะ... ดูท่าจะดูแล 'ดี' มากจริง ๆ นะนั่น เต็นท์พยาบาลสั่นไปทั้งหลังขนาดนั้น" ตาลแซวขำ ๆ ก่อนจะหันไปเอิงเอยกับชาย หนุ่มหล่อแผนกขายที่ยืนขยับไหล่อยู่ข้างกาย ชายหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วยื่นมือหนาไปตบไหล่เต้อย่างหยอกเย้า ความลับเรื่องป่าฝนและเต็นท์พยาบาลสลัวของแต่ละคู่สบตากันอย่างรู้กันอยู่สองคน
ขณะที่คู่หูคู่อื่น ๆ กำลังจูนคลื่นเคมีลับกันอยู่นั้น ปุ๊ก สาวบัญชีตัวเล็กพริกขี้หนูร่างอวบอัดก็กำลังก้าวขาสั้น ๆ ลากรองเท้าผ้าใบเดินเข้าไปใกล้ เปา หนุ่มแผนกไอทีร่างยักษ์ผู้ขรึมและเป็นคนคุมระบบความปลอดภัยประจำฐานนี้ในเช้าวันใหม่
ในทริปนี้ ปุ๊กสวมเสื้อกีฬารัดรูปคอวีลึกแขนกุดเผยผิวกายขาวผ่องตัดกับกางเกงเลกกิ้งรัดรูปสีดำสนิทที่รัดรึงเน้นสัดส่วนบั้นท้ายกลมกลึงอวบอัดงอนงามอย่างเด่นชัด หน้าอกหน้าใจคู่โตของเธอถูกรวบประคองด้วยสปอร์ตบราแน่นตึงดันเนื้อนูนเป่งพ้นคอเสื้อขึ้นมาจนใครเห็นก็ต้องกลืนน้ำลาย ส่วนเปาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทาแขนสั้นพอดีตัวขยายมัดกล้ามแขนล่ำบึ้กและช่วงบ่ากว้างหนา กางเกงขาสั้นสีดำเน้นต้นขาตันและช่วงล่างแกร่งแข็งแรงสมเป็นชายชาตรี เขายืนจัดเตรียมสายรัดนิรภัยและเชือกโรยตัวด้วยท่าทางนิ่งสนิทตามแบบฉบับคนพูดน้อยต่อยหนัก
"พี่เปาขา... ปุ๊กใจคอไม่ดีเลยอะ สูงขนาดนี้ปุ๊กปีนไม่ไหวหรอกค่ะ" ปุ๊กแสร้งทำเป็นส่งเสียงกระเง้ากระงอด ก้าวเข้าไปประชิดอกกว้างของหนุ่มไอที กลิ่นแป้งเด็กอ่อน ๆ ผสมกลิ่นเหงื่อจาง ๆ บนผิวกายขาวหอมฟุ้งลอยไปแตะจมูกเปาจนชายหนุ่มขยับเปลือกตาลงมอง
"มีระบบความปลอดภัยป้องกันอย่างดีครับ ไม่เป็นไรหรอก" เปาตอบเสียงเรียบนิ่ง คำพูดของชายหนุ่มมีเพียงสั้น ๆ ตามประสาคนพูดน้อย แต่ดวงตาคมเข้มแอบปรายมองยอดอกสล้างที่กระเพื่อมขึ้นลงใต้ผ้ารัดรูปของสาวเจ้าอย่างห้ามใจไม่ได้
"ไม่เอาอะ... พี่เปาช่วยเช็กสายรัดให้ปุ๊กหน่อยได้ไหมคะ ปุ๊กรู้สึกว่ามันหลวม ๆ ยังไงก็ไม่รู้ ตรง... ตรงนี้ค่ะ" ปุ๊กแอ่นอกขยับตัวก้าวเข้าไปยืนชิดจนหน้าอกนุ่มหยุ่นเกือบชนแผงอกแกร่งของชายหนุ่ม นิ้วเรียวชี้ไปที่สายรัดนิรภัยช่วงรอบต้นขาและสะโพกกลมกลึง
เปาถอนหายใจแผ่วเบา ยอบตัวคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าปุ๊กเพื่อปรับแก้ระดับตัวล็อกของชุดสายรัดนิรภัย ท่ามกลางสายตาแซว ๆ ของเพื่อนร่วมงานที่ยืนห่างออกไป ฝ่ามือหนาหยาบกร้านของเปาเอื้อมจับไปที่หัวเข็มขัดเหล็กบริเวณต้นขาอ่อนของปุ๊ก ความร้อนจากฝ่ามือหนาทะลุผ่านเนื้อผ้าเลกกิ้งบางเบาเข้ามาสะกิดผิวเนื้อนุ่มจนปุ๊กสะดุ้งตัวสั่นเบา ๆ ด้วยความเสียวสยิวแล่นปลาบ
"ตรงนี้หลวมไปจริง ๆ" เปาเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่ใกล้บั้นท้ายงอนงาม เขาใช้ฝ่ามือแกร่งโอบประคองรอบต้นขาอวบของปุ๊กเพื่อดึงปรับสายรัดให้แน่นหนา สัมผัสจากปลายนิ้วหนาปัดผ่านใกล้ ๆ ขาหนีบอ่อนนุ่มของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปุ๊กยืนเกร็งตัวลีบ ทรวงอกตึงแน่นกระเพื่อมรัวเร็วยามเมื่อสะโพกอวบกลมกลึงถูกยกและดึงรั้งขยับจนเนื้อผ้าแนบเบียดเน้นร่องกลีบเนื้อนูนเด่นชัดต่อหน้าหนุ่มขรึม
"อุ๊ย... พี่เปา ดึงแน่นไปหรือเปล่าคะ ปุ๊กรู้สึก... ตึง ๆ ตรงขาหนีบจังเลย" สาวบัญชีเอ่ยน้ำเสียงแผ่วออดอ้อน แสร้งทำใบหน้าเหยเกปนเขินอาย แสร้งโน้มตัวลงมาจับบ่ากว้างของเปาไว้เพื่อพยุงตัว หน้าอกอวบหยุ่นสองข้างกดเบียดลงบนไหล่หนาของชายหนุ่มเต็มแรงจนเปารู้สึกได้ถึงความอุ่นนุ่มเบียดนิ่มสะท้านทรวง
เปาชะงักไปเล็กน้อย กรามหนาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนด้วยความพยายามระงับอารมณ์ดิบในกายที่พลุ่งพล่านขึ้นมาฉับพลันยามเมื่อทรวงอกอวบเบียดบี้อยู่บนบ่าและกลิ่นกายสาวล้อมรอบตัว เขาเงยหน้าขึ้นมองสบตาปุ๊กในระยะประชิด นัยน์ตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์คู่นั้นดูจะเข้มขึ้นและวาวโรจน์ไปด้วยประกายเสน่ห์บางอย่างที่ทำเอาปุ๊กหัวใจหล่นวูบวาบเสียวสะท้านในช่องท้อง
"แน่นแบบนี้แหละครับเวลาตกลงมาจะได้ไม่เจ็บตัว" เปาบอกเสียงต่ำพร่า ก่อนจะหยัดตัวยืนขึ้นเต็มความสูง แล้วส่งเชือกนำทางให้ปุ๊กจับไว้ "ปีนได้เลยครับ ผมคุมเชือกเซฟตี้ให้เอง"
ปุ๊กมองหน้าผาจำลองสูงลิ่วพลางลอบกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ความประหม่ากลัวความสูงเริ่มแล่นเข้ามาเกาะกุมจิตใจจริง ๆ ทว่าความใจกล้าและความต้องการจะอวดความแข็งแกร่งต่อหน้าพี่เปาสุดหล่อล่ำบึ้ก ทำให้เธอพยักหน้ารับคำเบา ๆ มือเรียวเกาะคว้าไปที่ปุ่มหินจำลองสีแดงปุ่มแรก ร่างอวบอัดค่อย ๆ ปีนป่ายขึ้นไปบนหน้าผาจำลองทีละก้าวอย่างช้า ๆ และระมัดระวัง
ด้านล่าง เปาขยับตัวยืนแยกขาเล็กน้อยเพื่อความมั่นคง สองมือหนากำกระชับเชือกนิรภัยเส้นหนาที่เชื่อมต่อผ่านระบบรอกด้านบนดิ่งลงมาสู่ตัวปุ๊ก สายตาคมกริบจดจ้องมองตามเรือนร่างอ้อนแอ้นอวบอัดที่กำลังปีนสูงขึ้นไปอย่างไม่วางตา กางเกงเลกกิ้งรัดรูปของปุ๊กเน้นบั้นท้ายกลมกลึงงอนงามส่ายโยกย้ายไปมาตามจังหวะการปีนป่าย ยามที่เธอเหยียดขาก้าวเหยียบปุ่มหิน เนื้อผ้าตึงตัวจนเน้นเห็นส่วนโค้งเว้าของสะโพกผึ่งผายและแก้มก้นงามงอนปูดกลมเด่นชัดอยู่กลางอากาศ สรีระหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบสะท้อนต่อสายตาทำให้ลำคอของชายหนุ่มแห้งผาก ตัวตนในกางเกงเริ่มส่งสัญญาณแข็งขึงตึงตัวขึ้นมาจาง ๆ
"พี่เปา! ปุ๊กเสียวจังเลย ลมพัดแรงมาก!" เสียงหวานตะโกนสั่นเครือลงมาจากความสูงระดับเจ็ดเมตร
ในตอนนั้น ลมจากทิวเขาเขาใหญ่เริ่มกรรโชกพัดแรงจัด หอบเอาฝุ่นผงละอองดินลอยฟุ้ง โครงสร้างหอคอยปีนหน้าผาสั่นไหวเบา ๆ ตามแรงลม (หรือตามความรู้สึกสั่นประหม่าของคนบนนั้น) อากาศอุ่นชื้นรอบตัวดูจะเย็นยะเยือกขึ้นมาในพริบตา ปุ๊กเกาะปุ่มหินสีเขียวตรงหน้าไว้แน่น ใบหน้าหวานซีดเผือด ขาสองข้างสั่นเทาระรัวจนแทบไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัวอยู่บนหน้าผาสูงชัน
"อย่ามองลงมาข้างล่างครับ! หาปุ่มสีเหลืองด้านซ้ายมือแล้วเหยียบก้าวขึ้นไปอีกนิดเดียวจะถึงแท่นพักแล้ว!" เปาตะโกนแนะนำเสียงเข้ม พยายามดึงเชือกเซฟตี้ให้ตึงเปรี๊ยะเพื่อพยุงน้ำหนักตัวเธอไว้
"ไม่ไหวแล้วค่ะพี่เปา! ขาปุ๊กไม่มีแรงแล้ว... ฮือ... ขามันสั่นไปหมดแล้ว ปุ๊กก้าวขาไม่ยอมออกเลย!" ปุ๊กครางเสียงอ้อนสั่นเครือน้ำตาปริ่มรอบขอบตา ความประหม่าแล่นเกาะกุมจนตัวแข็งเกร็งทำมุมสูงค้างติ่งอยู่ริมหน้าผา ปลายนิ้วมือที่จิกเกาะปุ่มหินจำลองเริ่มล้าและลื่นชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ
เปาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว หากปล่อยไว้ปุ๊กอาจจะหมดแรงร่วงวูบลงมากลางอากาศ แม้จะมีระบบความปลอดภัยรองรับและเชือกไม่ขาดแน่นอน แต่การปล่อยให้เธอห้อยต่องแต่งแกว่งไปมาตามแรงลมอาจทำให้เธอตกใจกลัวจนเสียขวัญ ชายหนุ่มจึงหันไปตะโกนบอกเต้ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
"เต้! คุมสายรอกเซฟตี้แทนพี่ที พี่จะปีนขึ้นไปประคองปุ๊กลงมาเอง!"
"ได้ครับพี่เปา จัดไป!" เต้รับคำวิ่งเข้ามาจับยึดสายรอกเซฟตี้ไว้อย่างรวดเร็วและแน่นหนา
เปาไม่รอช้า เขาคว้าเข็มขัดนิรภัยของตัวเองมาคล้องเข้ากับสายล็อกนิรภัยเส้นข้าง ๆ ก่อนจะเหยียบยึดปีนป่ายขึ้นไปตามหน้าผาจำลองด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่วว่องไวราวกับเสือป่า มัดกล้ามเนื้อแขนและไหล่ขยับขับเคลื่อนร่างกำยำสูงใหญ่ของเขาพุ่งขึ้นไปอย่างมีพลัง เพียงไม่ถึงนาที ร่างสูงใหญ่ล่ำบึ้ก ของเปาก็ปีนขึ้นมาทันร่างอวบอัดของปุ๊กที่กำลังเกาะนิ่งแน่นน้ำตาไหลซึมอยู่บนหน้าผาสูงชัน
"พี่เปา... ฮือ... ปุ๊กกลัว..." ปุ๊กสะอื้นเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าและลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มเข้ามาใกล้ด้านหลัง
"ผมอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความมั่นคงอันเป็นเอกลักษณ์ของเปาดังขึ้นข้างหูชวนให้อุ่นใจขึ้นมาฉับพลัน พร้อมกับที่ร่างกำยำหนาหนั่นขยับเข้าซ้อนทับด้านหลังของปุ๊กในระยะประชิดแน่นหนา เปาขยับมือหนาสองข้างอ้อมจากหลังมารวบรัดกุมเอวคอดของปุ๊กไว้มั่น แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนโอบกอดรัดรอบตัวปุ๊กไว้จนแผ่นหลังและสะโพกอวบกลมของเธอเบียดแนบเข้าหาหน้าตักและหน้าท้องแกร่งของเขาเต็มเหนี่ยว
"อ๊ะ... พี่เปา..."
ปุ๊กครางกระซิบเสียงอ่อนระทวย ร่างกายของเธอบัดนี้เกาะกอดอยู่กับตัวเปาอย่างสมบูรณ์ ลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มเป่ารดเคลียอยู่ตรงซอกคอขาวเนียน กลิ่นอายเหงื่อชายชาตรีและน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อยืดเปาผสมผสานสร้างแรงดึงดูดกระตุ้นความสั่นไหวในอารมณ์ ปุ๊กขยับสะโพกเบียดลึกเข้าไปหาหน้าขาของเปามากขึ้นตามสัญชาตญาณความกลัวและความต้องการที่พึ่งพิง ขณะที่แผงอกกว้างของเปาเบียดบี้แผ่นหลังนุ่มหยุ่น ทรวงอกโตสองเต้าของปุ๊กถูกแรงโอบของแขนแกร่งเบียดบีบเข้าหากันจนนูนเด่นโผล่ขึ้นมาสู้สายตาเปา
"ปล่อยมือจากปุ่มจับเถอะครับ กอดคอผมไว้ให้แน่น ๆ เราจะโรยตัวลงไปด้วยกัน" เปากระซิบสั่งเสียงพร่าข้างใบหูนิ่ม
ปุ๊กพยักหน้ารับรัว ละมือที่สั่นเทาจากการเกาะหน้าผาหันตัวกลับมาเล็กน้อยแล้วสอดแขนเรียวโอบรอบลำคอหนาของหนุ่มไอทีขรึมไว้แน่น ร่างกายอวบอัดของเธอดึงดันกอดรัดเปาไว้เต็มตัว ใบหน้าหวานซุกอยู่กับบ่าหนา ลมพัดกระโชกแรงหอบใหญ่ทำให้เชือกพยุงแกว่งวูบ เปาย่นระยะล็อกด้วยมือเดียวและเริ่มปล่อยตัวโรยลงช้า ๆ ร่างทั้งสองห้อยเชือกสลิงแนบกอดกันกลางเวหา แผงอกหนั่นแน่นของเปาเบียดขยี้ทรวงอกตูมเป่งนุ่มหยุ่นจนเนื้อแทบผสมกัน บั้นท้ายกลมโตของปุ๊กบดเกยถูไถอยู่แถวเป้ากางเกงของหนุ่มใหญ่ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวโรยตัวลงต่ำ
ทว่า ในขณะที่ร่างของทั้งคู่กำลังเลื่อนตัวโรยลงมาเหลือระยะความสูงอีกประมาณสามสี่เมตรจากพื้นทราย ลมพัดกรรโชกแรงจัดอีกระลอกใหญ่ได้พุ่งเข้าปะทะทางด้านข้างอย่างรุนแรง เชือกเส้นหนาแกว่งวูบสะบัดออกห่างจากทิศทางเดิม ประกอบกับจังหวะรอกนิรภัยเกิดติดขัดจนลวดสลิงลื่นไถลชั่วขณะ ทำให้ร่างของปุ๊กและเปาที่กอดรัดกันแน่นร่วงวูบหลุดจากสายโรยตัวลงมาเร็วกว่าปกติ
"ว้าย!" ปุ๊กหวีดร้องเสียงหลง หลับตาปี๋ซุกหน้าจมหายเข้าไปในแผงอกแกร่ง
เปาตื่นตัวทันควัน ขยับท่อนแขนล่ำสวมกอดปกป้องร่างอวบอัดของปุ๊กไว้ในอ้อมอกอย่างมิดชิด พยายามเอี้ยวตัวหนาใช้หลังและไหล่กว้างของตัวเองรองรับแรงกระแทกจากด้านล่างแทนคนตัวเล็ก
ตุบ! โครม!
ร่างหนาทั้งสองร่วงตกลงทับเกยกันอย่างแรงบนเบาะลมนุ่มขนาดใหญ่ที่ก้นหน้าผาจำลอง เสียงลมกระแทกตัวเบาะดังลั่นทุ่ง ทรายด้านข้างฟุ้งกระจายจาง ๆ แรงยุบตัวอันมหาศาลของเบาะพองลมช่วยซับน้ำหนักเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทั้งสองไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงใด ๆ ทว่าแรงเหวี่ยงหน่วงจังหวะร่วงทำให้พวกเขากลิ้งคลุกวงในเกาะกอดรัดแน่นหนาเข้าหากัน ร่างหนากลิ่นอายแข็งแกร่งของเปานอนหงายราบไปกับความนุ่มยุบตัวของเบาะ โดยมีร่างอวบอัดยั่วยวนของปุ๊กเกยพาดทับขึ้นมาอยู่ด้านบนอย่างประชิดแนบแน่น
บรรยากาศรอบกายพลันตกอยู่ในความเงียบสงัดชั่วขณะ มีเพียงเสียงถอนหายใจและเสียงลมหายใจหอบถี่กระชั้นของคนทั้งสองปะปนสะท้อนก้อง ลมหุบเขายังคงพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาอากาศชื้นอุ่นมาโชยพัดเส้นผมยาวสลวยของปุ๊กที่หลุดรุ่ยลงมาปรกใบหน้าและแผงอกของหนุ่มไอทีขรึม
ปุ๊กนอนเกยทับเกลากล้ามอกแกร่งของเปา หายใจรัวกระแทกหน้าอกเบียดบี้เข้ากับอกหนั่นแน่นของเขาอย่างพอดิบพอดี ความนุ่มหนาเบียดเข้าหาความแข็งแกร่งจนใจปั่นป่วน มือเรียวแสนนุ่มค่อย ๆ ลูบไล้แผ่นอกล่ำสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อหนาที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืดและเสียงหัวใจของเปาที่เต้นตึกตักเร้าอารมณ์ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นสบตาเขม็งคมกริบของเปาที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ เปายังคงหน้านิ่งสนิทและหายใจหอบเหนื่อย ทว่าดวงตาที่จับจ้องมองเธอนั้น แฝงไปด้วยไฟปรารถนาที่พุ่งพล่านตื่นตัว
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่าปุ๊ก?" เปาถามเสียงทุ้มพร่าพลางปล่อยมือที่โอบแผ่นหลังบางออกเล็กน้อย
ปุ๊กไม่ยอมลุกขึ้นจากร่างหนาของเปา เธอแสร้งทำตาละห้อย ใบหน้าสวยหวานปั้นแต่งรอยยิ้มออดอ้อนปนเจ้าเล่ห์ ร่างอวบอัดขยับตัวเล็กน้อย แสร้งทำเป็นเจ็บขยับกายไปมาบนร่างแกร่งของเขา
"อุ๊ย... เจ็บค่ะพี่เปา ปุ๊กรู้สึกระบมไปหมดทั้งตัวเลย ขยับไม่ค่อยได้เลยค่ะ..."
ปุ๊กครางกระซิบเสียงหวานยั่วเย้า ขณะที่ปากบอกขยับไม่ได้ แต่สะโพกงอนงามกลมกลึงของเธอกลับจงใจร่อนขยับบดเบียดเบา ๆ วนเวียนอยู่ตรงบริเวณจุดกึ่งกลางลำตัวของเปาอย่างเย้าแหย่ ก้นอวบใหญ่รัดแน่นด้วยเลกกิ้งสีดำบดบี้แนบชิดกับเป้ากางเกงขาสั้นของหนุ่มไอทีขรึมอย่างพอดิบพอดี
การเสียดสีร่อนบดเบียดอย่างช้า ๆ และตั้งใจของปุ๊กทำเอาเปาถึงกับสะดุ้งตัวสั่นสะท้าน ความเสียวสะท้านร้อนผ่าวแล่นปลาบจากกลางเป้ากางเกงขึ้นสู่สมองในทันที ตัวตนชายชาตรีขนาดเขื่องที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าซึ่งเดิมเริ่มแข็งขึงอยู่แล้ว บัดนี้ได้รับการปลุกเร้าบดเบียดตรง ๆ จากสะโพกอวบงามงอนของสาวเจ้าจนตื่นตัวแข็งขึงปูดนูนโป่งขยายตึงเปรี๊ยะสู้สะโพกกลมงามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!
ปุ๊กรับรู้ได้ถึงตัวตนอันแข็งแกร่งร้อนผ่าวที่ขยายตัวดันหนุนแน่นตึงสู้ก้นงามงอนของเธอในพริบตา มันตื่นตัวแข็งชันขึ้นมารองรับสะโพกของเธอไว้ ความคับแน่นใต้กางเกงขาสั้นของเปาขยายขนาดจนปุ๊กรับรู้ได้ถึงความหนาแกร่งปูดโปนของมันอย่างแจ่มชัด สาวบัญชีตัวเล็กถึงกับใจเต้นระรัวด้วยความสยิวซ่านปนตื่นเต้นสะใจ
"พี่เปาขา... อะไรมัน... แข็ง ๆ ปูด ๆ ดันก้นปุ๊กอยู่ก็ไม่รู้อะค่ะ..." ปุ๊กกระซิบถามเสียงสั่นหวานระริกชวนฝัน ดวงตากลมอ้อนช้อนมองสบประสานสายตาคมเข้มนิ่งสยิวอย่างท้าทาย
เปาขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อขรึมเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความกระสันอยากที่ถูกจู่โจม ลำคอหนาขยับขึ้นลง ลมหายใจเข้าออกร้อนระอุราวกับคนเป็นไข้ มือหนาที่พาดอยู่ข้างสะโพกปุ๊กเกร็งตัวจนเส้นเลือดปูดเข้มเป็นแนวนูนยาว
"ปุ๊ก... ลุกขึ้นเถอะครับ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น..." เปาเตือนเสียงแหบพร่าแห้งผาก พยายามจะดันเอวคอดของสาวเจ้าออก แต่ในจังหวะที่เขาออกแรงผลัก ปุ๊กกลับยิ่งรุกหนักขยับสะโพกกลมกลึงร่อนบดขยี้เน้นย้ำซ้ำ ๆ ลงบนเป้าความร้อนผ่าวของชายหนุ่มจนเปาเผลอครางต่ำออกมาในลำคอด้วยความเสียวซ่านแทบคลั่ง
"อื้อ..."
เสียงครางเครือทุ้มต่ำของหนุ่มขรึมทำให้ปุ๊กพึงพอใจอย่างที่สุด แววตาสั่นระริกด้วยแรงเสน่หาค้างอยู่ท่ามกลางความนุ่มนิ่มของเบาะลมและร่างที่เบียดชิดกัน สาวเจ้าไม่ยอมฟังคำเตือนกลับรุกเอื้อมฝ่ามือเรียวนุ่มทั้งสองข้างขึ้นไปเกาะกอดรั้งรอบลำคอแกร่งของเปา เหนี่ยวรั้งให้ใบหน้าหล่อเหลาขรึมเข้มของเขาโน้มเข้ามาใกล้ใบหน้านวลชุ่มเหงื่อของเธอจนปลายจมูกแทบชนกัน ปลายหน้าอกอวบหยุ่นสองข้างบดเบียดแผ่นอกกว้างของเปาจนไร้ช่องว่าง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันและกันสร้างกระแสเสน่หาพวยพุ่งจนตัวตนของเปาใต้เป้ากางเกงขาสั้นแข็งขึงปวดร้าวทรมานเพราะยังไม่ได้ปลดปล่อย
"ปุ๊กขยับตัวไม่ไหวจริง ๆ นี่คะพี่เปา... ก้นปุ๊กมันเบียดแนบชิดกับตัวตนแข็งขึงร้อนผ่าวของพี่อยู่นี่ไง... ดันแน่นขนาดนี้ พี่เปาจะรับผิดชอบปุ๊กยังไงดีคะหืม?" ปุ๊กเอ่ยรำพันหยอกเย้าเสียงพร่าหวานฉ่ำพราวเสน่ห์ ส่งสายตาสั่นไหวเย้ายวนชวนให้เกิดอารมณ์วาบหวามจนแทบกระอักเลือด
เปาจ้องลึกลงไปในดวงตาคมหวานของปุ๊ก ยอมรับชะตากรรมดึงดันสะโพกตอบสนองเบา ๆ มือหนาลากผ่านสะโพกผึ่งผายลูบไล้บีบขยำแก้มก้นนุ่มเด้งผ่านกางเกงเลกกิ้งบางเบาอย่างเต็มไม้เต็มมือ ลมหายใจทั้งคู่หอบประสานคลุกเคล้าท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครรู้เลยว่าสายตาคมเข้มและอารมณ์สวาทที่กำลังปะทุในก้อนอกนี้จะนำพาพวกเขาไปสู่ความเร่าร้อนเบื้องลึก ณ ห้องเก็บของใต้หน้าผาจำลองในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้...
--- จบตอนที่ 20 ---