เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 13 หินสีดำ

    ในห้องอาหารเทียนอี้ที่ดูดังเทพบุตรนั่งทานอาหารอยู่กับพวกผู้อาวุธโสหลินอีกสามคน ตอนนี้สาวใช้ที่คอยบริการอาหารมองเทียนอี้ด้วยสายตาเคริบเคริ้ม ดวงแก้มสองข้าแดงระเรื่อยืนบิดไปบิดมาเหมือนใส้เดือนด้วยความเอียงอาย ผู้อาวุธโสหลินส่ายหน้าด้วยความจนด้วยเกล้า
    หลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้วก็คุยเรื่องสัพเพเหระกันอยู่พักใหญ่ เทียนอีได้หยิบตำราวิชาออกมาสองเล่มส่งให้อี้เฉิน และเอ้อเฉิน "เพื่อเป็นการตอบแทนที่พวกท่านดูแลข้ามาตลอด 5 ปีเพลงกระบี่ใบหลิว และเพลงกระบี่ใบไผ่สองเล่มนีข้ามอบให้พวกท่านทั้งสอง"
    เพลงกระบี่ไบหลิวและเพลงกระบี่ใบไผนั้นเป็นทักษะระดับราชันย์ แต่ถ้าผู้ใช้ทั้งสองคนประสานการโจมตีกันสามารถมีพลังโจมตีที่เทียบเคียงกับเพลงกระบี่ระดับจักรพรรดิ์ได้ เทียนอี้เห็นว่ามันเหมาะสมกับทั้งสองคนมากที่สุด "ขอบคุณนายน้อยมากขอรับ" ทั้งสองคนก็เก็บตำราเพลงกระบี่ทั้งสองเล่มไม้อย่างดี
    "ท่านผู้อาวุธโสหลินถึงเวลาที่ข้าต้องออกเดินทางอีกครั้งแล้ว ครั้งนี้ข้าจะเดินทางเพียงรำพังท่านโปรดแจ้งไปทางท่านผู้นำหอการค้าทราบด้วยน่ะขอรับ" "เฮ้อ! ถึงเวลาแล้วสิน่ะ" นายน้อยท่านผู้นำได้คาดการณ์ไว้ก่อนแล้วจึงได้ส่งสิ่งนี้มาให้ท่าน" ผู้อาวุธโสหลินถอนหายใจออกมา
    สะบัดมือครั้งหนึ่งปรากฎกล่องไม้ยาวใบหนึ่ง เทียนอี้นำมาเปิดดูเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง ทั้งยังเป็นกระบี่ระดับทอง "เป็นกระบี่ที่ดีจริงๆ" เทียนอี้เอ่ยปากชมตัวกระบี่ยาว 3 ฉือ ใบกระบี่บางแต่ยึดหยุ่นทำจากโลหะลายโลหิต คมกริบตัดเหล็ดได้ดังตัดโคลน ใบกระบี่สลักชื่อ "กระบี่ไร้ใจ"
    กระบี่นี้เดิมเคยเป็นของท่านผู้นำหอการค้าแต่ตอนนี้เขาได้มอบให้เทียนอี้เพื่อใช้แสดงถึงความเอาใจใส่และ มันยังเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยมจริงๆอีกด้วย "ท่านมีจุดหมายปลายทางหรือไม่? และจะออกเดินทางวันไดข้าจะให้คนเตรียมม้าไว้ให้" ผู้อาวุธโสหลินถามด้ายความห่วงใย
    เทียนอี้มีจุดหมายปลายทางคือ เมืองหลวงของอาณาจักรธาราสวรรค์ แต่ระหว่างการเดินทางเข้าต้องการที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในกานเดินทางฝึกฝนด้วยตัวเอง ถึงแม้จะได้รับความทรงจำและประสบการณ์ของเซียนกระบี่มา แต่นั้นก็ไม่ใช้ของตนเอง

    เทียนอี้ต้องการที่จะเหนือกว่าเซียนกระบี่ขึ้นไปอีก .หลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นเทียนอี้ก็ตั้งใจจะแข็งแกร่งขึ้นไปจนกว่าจะถึงจุดสูงสุด เพื่อต้องการตามหาต้นกำเนิดที่แท้จริงของตนเอง เพื่อถามว่าทำไมตนเองถึงต้องถูกทิ้งให้กลายเป็นเด็กกำพร้าด้วย
    กำหนดการณ์การเดินทางคือพรุ่งนี้เช้า ตอนนี้เทียนอี้ต้องการออกไปเดินเล่นรอบๆเมืองทุ่งหมื่นลี้ตัวเองที่ยุ่งแต่กับการฝึกฝนมา 5 ปีจนไม่ได้ออกไปไหนเลยจึงอยากสำรวจเมืองสักครั้งก่อนออกเดินทางในครั้งนี้
    เทียนอี้ชายหนุ่มในชุดขาว เดินไปตามท้องถนนในเมืองสักพักก็มาถึงตลาดด้านหน้ามีของวางขายอยู่มากมายเทียนอี้เดินดูของต่างๆไปเรื่อยๆ จนมาถึงแผงๆหนึ่ง มีเพียงหญิ่งชรานั่งขายของอยู่โดยของทั้งหมดวางไว้บนผ้าที่ปูอยู่บนพื้น.
    ที่เทียนอี้ต้องหยุดดูเพราะด้วยสัมผัสที่เฉียบคมของตนรู้สึกถึงพลังบางอย่างจากหินสีดำเงางามก่อนหนึ่งที่มีขนาดเท่าลูกบอล สัมผัสนี้ทำให้โลหิตในร่างกายของเทียนอี้สั่นขึ้นมาเล็กน้อย ร่างกายของเทียนอี้ที่ได้หลอมเข้ากับโลหิตมังกรไปแล้วมากมาย
    ทำให้มีการตอบสนองต่อพลังของมังกรเช่นกัน ทำให้เทียนอี้รู้ว่าหินก้อนนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับมังกรอย่างแน่นนอน แล้วพลังที่ถึงกับทำให้โลหิตมังกรในร่างสั่นไหวได้ ต้องไม่ใช้พลังธรรมดาอย่างแน่นนอน. เทียนอี้จึงสนใจในหินก้อนนี้มาก
    "ท่านยายก้อนหินสีดำนี้คือสิ่งได. ขายมันให้ข้าได้หรือไม่" หญิงชราทำเพียงยิ้มให้เทียนอี้และชูมือขึ้นมา 3 นิ้ว "300 เหรียญทองหรือท่านยายได้ข้าต้องการมัน" เทียนอี้หยิบถุงเงินออกมาหนึ่งถุงส่งให้หญิงชราแล้วกำลังจะยกหินขึ้นมาสำรวจดู "เดียวก่อนพ่อหนุ่ม 3,000 ทองไม่ใช้ 300" หญิงชราจับแขนของเทียนอี้ไว้
    พอคนแถวนั้นได้ยินสิ่งที่หญิงชราพูดทุกคนที่อยู่แถวนั้นต่างส่ายหน้า "นี่มันปล้นกันชัดๆเห็นๆอยู่ว่าเป็นแคเพียงหินก้อนหนึ่งยังกล้าขายถึง 3000" "ใช่แล้วๆยายแก่นี้ชอบไปเก็บของแปลกๆมาหลอกขายแพงๆเป็นประจำมีเพียงคนโง่กับคนบ้าเท่านั้นล่ะที่กล้าซื้อก้อนหิน 3000 เหรียนทอง"
    เทียนอี้ไม่ได้สนใจคำพูดรอบข้างแต่อย่างไดเขาหยิบเหรียญทองขึ้นมาอีก 2700 เหรียญแล้วเอาส่งให้หญิงชราจากนั้นนั้นก็หยิบก้อนหินขึ้นมาดู หญิงชราเห็นเหรียญทองมากมายในถุงจึงดีใจอย่างมากรีบเก็บหอผ้าแล้วเดินหนีไปอย่างรววดเร็วเพราะกลัวเทียนอี้จะเปลี่ยนใจขอเงินคืน
    เดิมทีหินก้อนนี้หญิงชราพบที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งนอกตัวเมืองเห็นว่ามันมีสีดำแวววาวสวยดี จึงเก็บกลับมาด้วยนึกว่าเป็นของมีค่าแต่พอนำไปประเมินที่ร้านค้าต่างๆปรากฎว่าเป็นเพียงหินสีดำสวยงามเท่านั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษเธอจึงนำมันมาวางขายรวมๆกับของชิ้นอื่นๆเท่านั้น
    แต่ไม่คิดว่าจะมีหนุ่มน้อยที่ทั้งบ้าและโง่กล้าซื้อไปในราคา 3000 เหรียญทองโดยไม่ต่อสักคำ ครั้งแรกที่หญิงชรายกสามนิ้วขึ้นมาเพื่อจะบอกว่า 3 เหรียญทองเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าหนุ่มน้อยที่ทั้งโง่และบ้าคนนี้จะให้เธอถึง 300 จากนั้นนางจึงเพิ่มราคาขึ้นอีกเป็น 3000 เผื่อจะโชคดี
    แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเทียนอี้จะกล้าซื้อก้อนหินในราคา 3000 จริงๆนางจึงรีบเก็บข้าวของแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว เทียนอี้เห็นดังนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรทำได้เพียงส่ายหน้าและยิ้มแหยงๆเท่านั้น ไม่คิดว่าจะโดนหญิงชราโก่งราคาขนาดนี้กว่าจะรู้ตัวอีกทีหญิงชราก็วิ่งไปไกลแล้ว
    ผู้คนรอบข้างต่างส่ายหน้า มีหลายคนถึงขั้นคิดว่า "ช่างน่าเสียดาหนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาหล่อเหลาแต่ดันเกิดมาโง่ซ่ะนี่" ถ้าเทียนอีได้รู้ว่ามีคนคิดเช่นนี้เขาคงกระอักเลือดออกมาแน่นอนเทียนอีกเก็บหินเข้าแหวนมิติแล้วเดินออกจากตลาดไป


    จบตอนครับ. ????????