ตอนที่7
เช้าต่อมาด้วยที่ว่าอ๋องฉีอยากรู้เื่เมื่อวานว่าเพื่อนจัดการถึงไหนแล้วจึงได้เดินทางมาหาแต่เช้าและจะบอกข่าวดีเื่ผู้หญิงที่เขาเจอเมื่อวานด้วย เขาอยากจะเล่าข่าวดีนั้นให้ฟางหรงฟังมากๆ และจะได้ดีใจกับเขาด้วย แต่เมื่อเข้ามาในจวนกลับพบเพียงภรรยาของเพื่อนอยู่ ส่วนฟางหรงนั้นน่าจะไปดูร้าน จึงได้พูดคุยกันกับนางเพื่อค่าเวลา
“ท่านเป็เพื่อนของสามีข้ามานานแล้วใช่ไหมเ้าคะ”
“ใช่ข้ารู้จักเพื่อนคนนี้มานานมากแล้ว”
“งั้นท่านย่อมรู้จักนิสัยเพื่อนของท่านว่าเป็คนแบบไหน”
“แน่นอนข้าย่อมรู้จักดี”
“งั้นถ้าข้าจะขอถามท่านเกี่ยวกับนิสัยเพื่อนของท่านจะได้หรือไม่ท่านคงจะไม่โกรธข้านะถ้าหากข้าอยากรู้”
“ได้สิ ข้าไม่โกรธเ้าหรอกเพียงเ้าบอกข้าว่าเ้าอยากรู้จักนิสัยของฟางหรงทำไม แล้วอีกอย่างทำไมพวกเ้าไม่คุยกันให้รู้เื่ล่ะในเมื่อเป็สามีภรรยากันแล้ว ย่อมที่จะถามกันได้ ไม่จำเป็มาถามคนนอกอย่างข้า”
“เอ่อ...ข้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกับเขาเป็จริงเป็จัง”
อ๋องฉีอยากรู้ความในใจของนาง การพูดคุยกับนางย่อมรู้ความจริงแน่ถ้าหากไม่ปิดบังเขา
“พวกเ้าไม่มีเวลาคุยกันใช่เหรอไม่ ก็หาเวลาสิ พวกเ้าเจอกันทุกวันก็นั่นก็คือเวลาแล้วก็คุยกัน ชีวิตคู่จะได้ราบรื่นไปข้างหน้า”
“ข้าขอขอบใจท่านมาก ท่านมีเหตุผลกว่าเขาเสียอีก”
“ไม่ใช่ขนาดนั้นหรอก ฟางหรงเขาก็เป็คนมีเหตุผลถ้าเ้าได้รู้จักตัวตนเขาจริงๆ”
“แล้วสรุปท่านจะบอกนิสัยแท้จริงของสามีข้าได้เหรอไม่”
“ได้สิ ย่อมไม่มีปัญหา เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟังทั้งหมดก็ได้แต่ข้าจะถามเ้าไง ว่าเ้าคิดอะไรกับเพื่อนของข้ารักเขาบ้างหรือไม่”
“ข้ารู้ว่าท่านเป็ลูกผู้ชาย และก็เชื่อด้วยว่าถ้าข้าบอกท่านว่าข้ารู้สึกยังไงกับเขา ท่านจะไม่มีวันบอกเพื่อนของท่านนอกจากให้เขารู้จากปากข้าเอง”
“ได้ข้ารับปากเ้า” เพียงพูดกับนางไม่กี่ประโยคอ๋องฉีรู้เลยว่านางนั้นฉลาดไม่ใช่ย่อย ฟางหรงช่างหาภรรยาที่คู่ควรกับเขาเสียจริง
จากนั้นนางก็เล่าความรู้สึกที่แท้จริงให้กับอ๋องฉีฟังและอ๋องฉีก็เล่าเื่ฟางหรงและนิสัยของเขาให้กับซินอี๋ฟัง แต่ก็ไม่ได้บอกนางว่าเขาคือใคร ด้วยที่ว่าเพื่อนกำชับเื่นี้เขาจำมันได้ดี
ในระหว่างที่พวกเขาสองคนคุยกันหัวเราะกันไป ฟางหรงที่กลับมาจากข้างนอกเห็นภาพเมียสาวกำลังหัวเราะกับเพื่อนอย่างสนุกสนานนั่นกลับทำให้เขาไม่พอใจ เืหึงขึ้นหน้าทันทีเมื่อรอยยิ้มนั้นควรจะเป็ของเขา แต่ทำไมเพื่อนได้ไปแถมเขาก็ไม่เคยได้เห็นรอยยิ้มนั้นด้วยนางไม่เคยคุยเล่นสนุกกับเขาแบบนี้มาก่อน
เพราะความหึงหวงแท้ๆ ทำให้เขาโกรธนางอย่างมากและเดินไปหาอ๋องฉีที่กำลังคุยเล่นกันอยู่อย่างคนขาดสติเพราะความหึงขึ้นหน้า แต่ก็ต้องระงับอารมณ์โกรธนั้นไว้ให้ได้เมื่อคิดว่าจะมาแสดงพฤติกรรมแบบนั้นต่อหน้าสหายได้อย่างไรกัน
“คุยกันสนุกสนานเชียวนะอ๋องฉี” น้ำเสียงเรียบเฉยแต่สายตาดุดันจ้องมองภรรยาสาว
“ห่ะ..ท่านเป็ท่านอ๋องเหรอเ้าคะ” ตานางเบิกกว้างเมื่อได้รู้ฐานะของคนที่นางคุยอยู่ด้วยตั้งนาน นางทราบว่าท่าขึ้นชื่อว่าอ๋องตำแหน่งต้องใหญ่โตนางควรจะต้องทำความเคารพถึงจะถูก
“ใช่แล้ว ข้าคืออ๋องฉี”
“ข้าน้อยซินอี๋ขอคารวะเ้าค่ะ” เมื่อรู้ว่าตัวเองเสียมารยาทอยู่ตั้งนาน จึงได้ลุกขึ้นทำความเคารพ
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก ข้ากับสามีเ้าเราเป็สหายกัน เ้าก็ต้องเห็นข้าเป็เพื่อนคนหนึ่งเหมือนกัน และอีกอย่างข้ากับเ้าก็เคยเจอกันครั้งหนึ่งตอนที่เ้าอยู่กับท่านเสนาบดีจางแต่เ้าคงจำข้าไม่ได้ เพราะมันนานมากแล้ว”
“อาจจะเป็เช่นนั้นเ้าค่ะ ข้าต้องขออภัยที่ข้าจำท่านไม่ได้”
“ไม่เป็ไร ข้าเข้าใจดี”
“ขอบคุณเ้าค่ะที่ท่านไม่ถือสา”
ฟางหรงมองดูการพูดคุยกันระหว่างอ๋องฉีกับภรรยาสาว เขาได้เพียงแต่กำหมัดไว้แน่น ความหึงโหดบังหน้าเขาอยู่ตอนนี้แล้ว นางช่างคุยอ่อนหวานกับอ๋องฉีเสียเหลือเกินทีกับเขามันต่างกันมาก
“เมียเ้านี่น่ารักดีนะฟางหรง” อ๋องฉีชมภรรยาเพื่อนต่อหน้า โดยที่เขาไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกว่าคำว่าเมียเพื่อน
แถมคนชมยังอายด้วยที่ว่าโดนเพื่อนสามีชม ท่าทางเขินอายของนางไม่คิดว่าจะทำให้ผู้ที่เป็สามีโกรธเดือดจัด เพราะนางก็ย่อมไม่คิดอะไรกับเพื่อนสามีอย่างแน่นอน
ด้วยความที่ได้ยินอ๋องฉีพูดอย่างนั้นมีเหรอที่ฟางหรงจะไม่เืขึ้นหน้า โมโหเพื่อนตัวดีที่ชมภรรยาของตน เขาไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้แล้วไม่งั้นคงจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้คงได้ะโต่อยเพื่อนตัวดีเป็แน่ ก่อนที่จะหันหลังเดินกระทืบเท้าเข้าห้องอย่างไม่ไยดีเพื่อนที่อุตส่าห์มาหาแต่เช้า
อ๋องฉีเมื่อพูดแบบนี้ทำให้เพื่อนโกรธจัด เขากลับรู้สึกชอบใจ เพราะความหึงของฟางหรง ก็รู้เลยว่ามีใจให้หญิงสาวตรงหน้าแล้วปากแข็งดีนักก็ต้องโดน
“ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยนะที่ข้าชมเ้า ทำให้สามีของเ้าโกรธจัดเช่นนี้”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ปล่อยให้เขาโกรธไป ว่าแต่ทำไมเขาต้องโกรธข้าด้วยก็ไม่รู้”
“เ้าก็น่าจะรู้นะว่าทำไมเขาถึงโกรธ อย่าบอกนะว่าเ้าดูไม่ออกว่าเขาหึงเ้าอยู่”
เมื่อคำพูดของอ๋องฉีเตือนสติ ทำให้นางรู้แน่ชัดแล้วว่าสามีมีใจให้นาง นั่นก็ทำให้มุมปากเล็กยกขึ้นอย่างพอใจแต่ก็ยังไม่ดีพอ ต้องได้รู้จากปากเขาเท่านั้นนางถึงจะดีใจมากกว่านี้
ั้แ่ฟางหรงเข้าห้องไปก็ไม่ได้ออกจากห้องอีกเลยกับข้าวที่ซินอี๋ทำเขาก็ไม่แตะต้องมัน เพราะโกรธหญิงสาวมากเขาจึงประชดโดยการขังตัวเองไม่ให้ออกไปไหน
คืนนี้ระหว่างที่ทุกคนเข้านอน แต่ที่ศาลาสวนดอกไม้ ฟางหรงที่ยังไม่นอนยังยืนอยู่ สายตามองจ้องไปยังเรือนของภรรยา
ฟู่เฉิงก็ได้เดินเข้ามาหา
“สิ่งที่ท่านให้ข้าไปทำข้าจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ และเดี๋ยวนางก็ออกมาหานายท่าน”
“ดี งั้นเ้าไปไหนก็ไปเลยนะไม่ต้องมาอารักขาข้าวันนี้”
“ขอรับ” ด้วยองครักษ์รู้ว่าเ้านายกำลังจะทำอะไร เขาก็เลยไม่อยากจะยุ่งเพราะมันเป็เื่ของเ้านายตัวเขามีหน้าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้นก่อนจะเดินออกไปนอกจวน
“ท่านเรียกข้ามีเื่อะไร นี่ก็ดึกมากแล้ว” หญิงสาวมองชายหนุ่มตรงหน้าเมื่อเห็นว่าเขายอมออกมาจากห้องแล้วและนัดนางออกมาเจอที่นี่ในยามค่ำคืนเช่นนี้
“เ้าชอบเพื่อนของข้าใช่หรือไม่” เขาจ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาคมเข้มสายตานั้นไม่ขยับไปไหนยังคงมองใบหน้านางนั้นเหมือน้าคำตอบและคำตอบนั้นจะเป็ตัวตัดสินปัญหาของนาง
ซินอี๋นึกแปลกใจว่าทำไมชายหนุ่มถึงถามเื่นี้แก่นาง แล้วชอบนี่ชอบในฐานะหญิงสาวที่ชอบชายหนุ่มหรือชอบแบบเพื่อนกันล่ะจะให้ตอบว่าอย่างไรดี งั้นก็ตอบแบบนี้แล้วกันเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด
“จะชอบท่านอ๋องฉีได้ยังไงกัน เขาเป็สหายของท่านและข้าก็มีท่านเป็สามีอยู่แล้ว”
“แล้วทำไมต้องคุยกันด้วยท่าทางที่สนิทสนมเช่นนั้น แถมเ้าก็หัวเราะอย่างสนุกสนานท่าทางของเ้าดูจะชมชอบเพื่อนข้ามากทั้งที่พึ่งได้คุยกัน”
“ก็ท่านอ๋องฉีพูดตลกข้าย่อมหัวเราะเป็ธรรมดาหรือว่าท่านจะให้ข้าตายด้านล่ะ เขาพูดเื่ตลกมาให้ข้าเงียบปากไว้เหรอ ไม่ให้ข้าแสดงความรู้สึกเลยใช่ไหม”
นางเริ่มชักโมโหเมื่อสามีไม่เข้าใจมัวแต่ถูกอารมณ์หึงบดบังไว้ ทั้งที่เขาน่าจะรู้จักเพื่อนของเขาดีพอว่าไม่มีทางคิดแย่งเมียคนอื่นแน่และอีกอย่างนางก็เห็นว่าอ๋องฉีเป็แค่เพื่อน
“แต่เ้าก็ไม่ควรจะแสดงความสนิทสนมกับเพื่อนของข้าเพราะเขาก็เป็ชายคนหนึ่ง” ฟางหรงไม่พูดตรงๆ ว่าหึงนางแต่ยังคงพูดอ้อม
“ท่านจะมาหึงหวงเพื่อนของท่านไม่ได้ในเมื่อข้ากับเพื่อนของท่านเราไม่ได้เป็อะไรกัน เมื่อตัวข้าก็มีท่านอยู่แล้ว และท่านอ๋องฉีก็คิดเช่นนั้นว่าตัวข้าเป็ภรรยาของท่าน มีแต่ท่านนั่นแหละที่มองอย่างอคติไม่ได้เื่เช่นนี้” นางชักสีหน้าอย่างนึกโมโหคนที่ไม่เข้าใจคนอื่นอย่างฟางหรง
“นี่เ้าว่าข้าเหรอ” ฟางหรงพูดเสียงดังมองใบหน้าภรรยาตรงหน้านั่นนางกำลังดูถูกเขาอยู่ซึ่งเขาไม่พอใจอย่างยิ่งและมาพูดว่าเขาหึงหวงอีกไม่ใช่สักหน่อยเขายังคงไม่ยอมรับกับความรู้สึกนี้
“แล้วท่านคิดว่ายังไง”
“ปากดีนักนะ ต้องให้ข้าสั่งสอนเ้าใช่ไหมถึงจะหยุดปากดีกับข้า” ชายหนุ่มใช้มือบีบปากนางให้เจ็บเพื่อให้นางรู้ว่าอย่ามาต่อว่าสามีอย่างเขา
“ข้าย่อมไม่ให้ใครว่าข้าฝ่ายเดียวหรอกโดยเฉพาะท่านนิสัยไม่ดี” นางยังไม่ยอมอ่อนข้อเพราะนางคิดว่านางไม่ผิดพยายามเปล่งเสียงออกมาแม้ปากจะปวดที่โดนบีบ
“ถ้าข้านิสัยไม่ดีแล้วอ๋องฉีนิสัยดีว่างั้นเถอะ”
“ข้าคิดว่าท่านอ๋องฉีดีกว่าท่านเยอะมาก” นางถือโอกาสพูดประชด และเขาก็ยิ่งบีบแก้มนางแรงขึ้นรู้สึกเจ็บแต่ก็ทนได้
“นี่ซินอี๋ เ้ากำลังทำให้ข้าโกรธนะ ที่ชมชายอื่นต่อหน้าสามีอย่างข้า”
“ก็ท่านไม่มีเหตุผลและอีกอย่างข้าก็พูดตามที่ข้าเห็น”
ฟางหรงที่คิดว่าไม่ทนแล้วต้องกำราบเมียสาวสักหน่อยว่าใครคือสามีของนางที่แท้จริง เขาจับนางหันหลังและกดลงบนโต๊ะหินอ่อนใบหน้านางราบไปกับพื้นโต๊ะ
“ท่านจะทำอะไรข้า”
ซินอี๋ร้องเสียงหลงพยายามขยับตัวให้พ้นเมื่อฟางหรงใช้กำลังกับนาง และเมื่อมือหนาััไปที่ส่วนล่างร่างกาย นางก็ทราบได้ทันทีว่าชายคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังจะทำอะไรกับร่างกายของนาง
“อย่ามาทำอะไรตรงนี้นะท่าน”
“ถ้าไม่ทำตรงนี้จะให้ทำตรงไหน และสิ่งที่ข้าจะทำก็เพื่อเตือนสติเ้าว่าใครกันคือสามีของเ้าที่แท้จริง”
“ข้าไม่เอาแบบนี้นะท่านอย่ามาบังคับข้า”
“ถ้าไม่อยากได้แบบนี้วันหลังอย่าทำให้ข้าต้องเืขึ้นหน้า”
“ก็ข้าบอกแล้วไง ว่าข้ากับเพื่อนของท่านเราไม่ได้คิดอะไรกันจริงๆ ท่านหัดเชื่อใจคนอื่นบ้างสิอย่าแต่ใช้อารมณ์แบบนี้”
ซินอี๋ยังไม่ได้พูดอะไรต่อ บางสิ่งบางอย่างก็ถูไถกับสะโพกของนาง สิ่งนั้นมันเป็แท่งยาวและแข็งถูตรงก้นนางไปมา ทำให้นางถึงกับขนลุกเพราะนางย่อมรู้ว่าอะไรที่มันถูไถอยู่ตรงนั้น “ทะ...ท่านจะทำข้าตรงนี้จริงเหรอ”
“อย่าพูดมาก” ชายหนุ่มถลกกางเกงนางลงจับนางถ่างขาออกแล้วงัดส่วนนั้นที่มันแข็งตั้งลำถูไถกับสิ่งบอบบางกึ่งกลางกายสาวที่มันมีน้ำแฉะอยู่บ้างนางน่าจะมีอารมณ์ร่วมตอนที่โดนเ้าแท่งลำถูไถ
“ท่านข้า...อื้อ..อย่า..” นางรับรู้ถึงความเสียวท้องน้อยเมื่อส่วนนั้นถูไถกับของสงวนของนางไปมานางถึงกับขยับร่างกายตาม ปากพูดว่าอย่าๆ แต่ร่างกายกลับตอบสนองกับสิ่งนั้น
“ปากเ้าไม่ตรงกับร่างกายที่ตอบสนองข้าเลยนะภรรยา” ชายหนุ่มยิ้มกระย่องอย่างนึกพอใจที่เห็นนางโอนอ่อนกับสิ่งที่เขากำลังทำ
“ทะ...ท่านได้โปรดข้า.....” นางยังมิได้เอ่ยอะไรต่อ ส่วนแข็งขืนนั้นก็ยัดลงมาลึกชนผนังจนท้องนูน ไม่ต้องบอกว่าขนาดของมันยาวใหญ่แค่ไหน นางถึงกับต้องใช้มือกุมท้องน้อยไว้อ้าปากค้าง
“อึ้ม..ดีจริงๆ” ฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกระเส่าเมื่อสิ่งนั้นของเขาถูกเนื้อของนางกลืนกินเข้าไปแล้ว
สะโพกหนาเริ่มขยับหมุนวนอยู่ด้านหลังของนาง ซินอี๋ถึงกับขบเม้มปากไว้แน่นด้วยความเสียวเสียงครางหลุดลอดออกมาเมื่อเขาเริ่มขยับมันเร็วขึ้น...
ตอนเช้า
“คุณหนูทำไมท่านไม่เรียกข้า ข้ารู้สึกว่าเมื่อคืนข้าก็นอนเร็วนะแต่ทำไมเหมือนร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่เลย เมื่อคืนนี้ฟู่เฉิงเอาน้ำมาให้ข้าดื่มบอกว่ามาจากนายท่าน ดื่มแล้วจะได้สดชื่นในตอนเช้า แต่ข้าไม่เห็นว่ามันจะสดชื่นเลยข้ากลับรู้สึกปวดหัวเสียมากกว่า”
นางถึงกับบ่นร่ายยาวให้นายหญิงฟัง เอามือน้อยๆ นวดหัวไปมา
ซินอี๋เมื่อได้ฟังสาวใช้พูดนางก็รู้ทันทีว่าโดนวางยาเสียแล้วเพราะเมื่อคืนตอนที่นางจะออกไปหาฟางหรงนางพยายามปลุกหลิงเอ๋อแล้วแต่กลับไม่ตื่น นางเข้าใจแล้วว่าเป็เพราะอะไร พูดแล้วก็โกรธคนบ้าเมื่อคืนที่ทำให้นางระบมไปทั้งตัว แถมมาวางยาสาวใช้อีกนางย่อมต้องโกรธจะไม่ให้เขาแตะต้องตัวนางอีกจนกว่านางจะหายโกรธคอยดูสิ
“ตายแล้วคุณหนู!!”
เสียงของหลิงเอ๋อที่มีใบหน้าใร้องออกมาเสียงดังจ้องมองที่คอ ทำให้ซินอี๋รีบจับคอนางไว้
“อะไรเหรอหลิงเอ๋อ” นางมีสีหน้าใมองสาวรับใช้อย่างวิตกกังวล
“ก็คอคุณหนูสิเ้าคะ มีรอยแดงที่คอด้วยคุณหนูโดนมดแถวนี้กัดใช่ไหมเ้าคะ ไม่ได้แล้วต้องทายาเดี๋ยวลำคอขาวของคุณหนูจะเป็รอยแผลเป็เอา” หลิงเอ๋อนางคิดว่ามีมดอยู่ในสวนแน่
ซินอี๋ไม่คิดที่จะแก้ตัวหรืออธิบายให้สาวใช้ได้เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ให้หลิงเอ๋อเข้าใจผิดดีแล้ว ขืนพูดไปต้องอับอายแน่