ในเช้าวันถัดมาฉันรีบลุกขึ้นจากเตียง...เก็บเสื้อที่ตากมา...เเต่งตัวให้เรียบร้อยเเละออกมาจากที่พักโดยทันที
เเน่นอนว่าไม่ได้บอกลากับบันนี่ตอนที่ออกมา เพราะไม่อยากรบกวนเวลานอนของเธอ ตอนนี้ยังเช้ามืดอยู่จะไปที่กิลด์นักผจญภัยเลยก็ได้ เพียงเเต่เวลานี้คนน่าจะไปรวมกันที่กิลด์เพื่อดูภารกิจกันเเต่เช้า เลยคิดว่าจะเอาพวกซากมอนเตอร์ไปขายตอนบ่ายซึ่งเป็เวลาที่พวกเขาน่าจะไปพักกินข้าวที่ร้านอาคารในเมืองน่ะนะ ต้องขอบคุณคำเเนะนำของคุณดัสล่ะ
ที่จริงก็อยากอาบน้ำสักหน่อยก่อนจะออกมา เเต่กลัวว่าตอนอาบน้ำจะทำให้บันนี่ตื่นนี่สิ
ก็เื่ในวันนี้ฉันจำเป็จะต้องออกมาคนเดียวจริงๆล่ะนะ ทำไงได้ล่ะ
"อ้าว คุณหนูเมื่อวานนี่ วันนี้จะออกไปไหนกันล่ะ?"
เมื่อฉันเดินมาถึงประตูเมืองก็เจอทหารคนเดิมที่เป็คนออกบัตรให้กับฉันเมื่อวันก่อน ดูเหมือนเขาจะยังจำฉันได้เเหะ
"มีธุระนิดหน่อยน่ะค่ะ ว่าเเต่คืนเ้านี่ได้เลยสินะคะ?"
ฉันหยิบบัตรเเสดงตัวชั่วคราวออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม เเล้วยื่นมันให้กับคุณทหาร
"อะไรล่ะนั่น ได้บัตรเเสดงตัวเต็มมาเเล้วหรอ?"
เขาหยิบบัตรชั่วคราวนั่นไปเเล้วถามอย่างประหลาดใจ เเน่นอนว่าตอนออกจากเมืองเองก็มีการตรวจสอบบัตรเวลาออกอยู่เเล้ว ดังนั้นฉันจึงหยิบบัตรตัวเต็มออกมาเเล้วยื่นให้เขาตรวจสอบ
"นี่มันบัตรกิลด์นักผจญภัยนี่นา คุณหนูคิดดีเเล้วงั้นหรอ? เป็นักผจญภัยมันอันตรายนะ"
"คิดดีเเล้วค่ะ"
ว่าเเต่พูดเหมือนพนักงานที่กิลด์เลยเเหะ ไม่รู้ว่าเป็ปกติที่ต้องพูดหรือเพราะเห็นฉันเป็เด็กผู้หญิงที่มีหูเเมวกันเเน่ถึงได้ถามเเบบนี้
"ถ้าคุณหนูคิดเเบบนั้นเเล้วจริงๆ ก็ระวังตัวด้วยนะ ถ้าจะเก็บสมุนไพรล่ะก็ควรหาพวกที่อยู่นอกป่าออกมานิดหน่อยจะดีกว่า เพราะถ้าเข้าไปลึกอาจจะเจอมอนเตอร์น่ากลัวโจมตีได้นะ"
"จะระวังค่ะ"
ถึงฉันจะไม่ได้ไปเก็บสมุนไพรก็เถอะ
*
จากตรงนี้คงไม่เป็ไรเเล้วมั้ง
หลังจากฉันเดินออกมาจากเมืองได้ประมาณนึงเเล้ว ฉันก็รีบวิ่งเข้าไปในป่าลึกซึ่งเป็ที่ๆฉันมาปรากฏตัวที่โลกนี้ครั้งเเรก ที่นี่มีความโล่งเเละมีสัญญาณของผู้คนเดินผ่านมาน้อย จึงน่าจะเหมาะกับการทดสอบเวทยมนตร์ที่ฉันมีอยู่ เเละที่ต้องออกมาไกลขนาดนี้ก็เพราะไม่อยากเป็จุดสนใจด้วยนั่นเเหละ
"...เอาล่ะ" ฉันรวบรวมมานาไปที่มือขวาเเบบเดียวกับตอนที่ฉันใช้ปราการน้ำเเข็ง เเต่คราวนี้ฉันลองร่ายเเบบง่ายๆโดยไม่ต้องนึกภาพหรือทำสมาธิอย่างจริงจังดู
" [ศรน้ำเเข็ง] "
ฉันร่ายมันออกมา...พริบตาเดียวกันนั้นเองมานาที่อยู่ในตัวฉันก็ตอบสนองต่อการร่ายเวทย์ของฉันเเล้วสร้างเเท่งน้ำเเข็งที่มีขนาดยาวประมาณหนึ่งเมตรออกมา รูปร่างนั้นเรียวบางเเละมีปลายเเหลมที่เเค่เห็นก็รู้เลยว่าไปเเตะทีคงมีเืไหลกันบ้าง มันดูคล้ายรูปทรงกรวยอยู่นะ เพียงเเต่บางจนเหมือนหอกไปเลยนั่นเเหละ
ตอนนี้เเท่งน้ำเเข็งทึบนั่นก็กำลังลอยอยู่ในอากาศข้างๆฉัน โดยฉันกำลังควบคุมการลอยเเละการเคลื่อนไหวของมันด้วยปลายนิ้วอยู่
จะว่าไงดีล่ะ อย่างกับตัวเองมีพลังจิตที่ควบคุมสิ่งของให้ลอยได้เลยเเหะ เพราะเ้าสิ่งนี้มันเคลื่อนไหวเเละขยับไปตามนิ้วของฉัน เมื่อฉันวาดนิ้วเป็วงกลมในอากาศศรน้ำเเข็งที่ลอยอยู่มันก็หมุนควงกลางอากาศตาม เมื่อฉันลากนิ้วไปทิศไหนมันก็จะลอยไปทิศนั้น
มันก็เเฟนตาซีดีนะ สำหรับประสบการณ์ที่ควบคุมของลอยได้ด้วยนิ้วน่ะ เเต่ฉันอยากได้อะไรที่มันโปรกว่านี้สักหน่อย
ฉันเลยเปลี่ยนการควบคุมของศรน้ำเเข็งที่เเต่เดิมเคลื่อนไหวตามคำสั่งนิ้ว ให้กลายเป็การควบคุมด้วยความคิดเเทน
พอฉันคิดจะให้มันลอยสูงขึ้นหรือต่ำลงมันก็ทำตามความคิดของฉันอย่างว่าง่าย ลองคิดให้มันหมุนก็เเล้วหรือวนรอบตัวฉันก็เเล้ว ทุกอย่างเป็ไปอย่างราบรื่นจนน่าใ
เเม้ฉันจะมีสเตตัสจากตัวละครที่มีทักษะของเวทย์สูง เเต่การที่คนไร้ประสบการณ์ในการใช้เวทย์อย่างฉันสามารถควบคุมมันได้ง่ายเช่นนี้คือความผิดเเปลกที่หาคำมาบรรยายไม่ได้ จู่ๆตัวเองก็มาเก่งในเื่ที่ไม่เคยััจริงเเบบนี้มันถือเป็เื่เเปลกขนาดนั้น อย่างกับถูกยัดความสามารถเข้ามาดื้อๆเลย
คงเป็ฝีมือของไอ้คุณพระเ้านั่นน่ะเเหละ เเต่เพราะอยากจะรู้ว่ามันใช่เเน่ๆหรือเปล่าเลยทดสอบโดยการถอดเฮดโฟนหูเเมวออกเเล้วเริ่มร่ายเวทย์ใหม่ดู
.....
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เเต่มานาที่รู้สึกได้นั้นยังเหมือนเดิม
เพราะอย่างงั้นจึงสรุปได้ง่ายๆว่าถ้าฉันไม่มีเฮดโฟนหูเเมวอยู่ก็ใช้เวทยมนตร์ไม่ได้นั่นเอง...
ก็เเหงล่ะ ทั้งค่าสเตตัสเเละสกิลเรียนรู้เวทย์มันไปอยู่ที่เฮดโฟนหูเเมวหมดเลยนี่นา
เอาเถอะ ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้เเล้ว ฉันคงไม่มีอะไรจะเสียนอกจากความอับอายนิดหน่อยเเล้วล่ะ
ฉันเอาเฮดโฟนหูเเมวขึ้นมาสวมไว้ตามเดิมเเละเริ่มร่ายศรน้ำเเข็งอันใหม่ออกมา รู้สึกว่าถ้าการควบคุมถูกตัดขาดเเท่งน้ำเเข่งมันจะสลายหายไปเลยล่ะนะ เเต่ก็ดีเเล้วล่ะฉันจะได้ไม่ต้องมาตามเก็บกวาดทีหลัง
ตอนนี้ฉันอยากจะรู้ว่าตัวเองสามารถควบคุมมันได้ละเอียดขนาดไหนเลยลองทดสอบด้วยการควบคุมให้มันใช้ปลายเเหลมเขียนตัวหนังสือลงที่พื้น...เเต่ผลออกมาก็ไม่ดีเท่าที่ควรซะอย่างงั้น รู้สึกเหมือนการควบคุมให้มันทำอะไรที่ต้องละเอียดเเบบนี้จะยากเกินไปสำหรับฉันนะ
.....
เเต่...ถ้าพยายามสักหน่อยอาจจะไม่ยากก็ได้
ว่าเเล้วฉันก็เพิ่มสมาธิเข้าไปในการควบคุมเ้าเเท่งน้ำเเข็ง โดยการคิดภาพขึ้นมาว่าตัวเองนั้นกำลังใช้มือถือเเท่งน้ำเเข็งนั้นเขียนลงไปที่พื้นอย่างบรรจงเหมือนกับใช้ดินสอเขียน ....
เเละผลที่ได้ก็คือที่พื้นตรงหน้าฉัน มีตัวหนังสือที่เขียนว่า ' ศรน้ำเเข็ง ' เป็ลายมือของฉันสลักไว้อยู่
เห็นไหมล่ะ ว่าถ้าพยายามนิดหน่อยมันก็ต้องออกมาดี
เเละนี่ก็เป็การพิสูจน์คำพูดของบันนี่เเล้วว่าการคิดภาพตอนใช้เวทยมนตร์นั้นยิ่งชัดเจนมากเท่าไหร่เวทย์ที่ใช้ออกมาก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น...
ในเมื่อทดสอบขีดจำกัดในการควบคุมเวทย์มาพอเเล้ว ต่อไปก็ถึงคราวทดสอบพลังโจมตีของเวทย์ล่ะ
ฉันมองไปที่ต้นไม้ใกล้ๆ ลำต้นมันทั้งสูงเเละมีเนื้อไม้ที่หนากว่าต้นไม้ในโลกของฉันมาก ดังนั้นมันน่าจะเป็ที่ทดสอบได้อย่างดี
ฉันเปลี่ยนการควบคุมของศรน้ำเเข็งที่ลอยอยู่ให้เป็การใช้นิ้วมือควบคุม ฉันเดินถอยออกมาให้ห่างจากต้นไม้นั่นซักห้าเมตรก่อน เเล้วทำท่าเหมือนกับปาหอกออกไปเเบบสุดเเรง ในพริบตาเดียวกันนั้นศรน้ำเเข็งที่ลอยอยู่ข้างๆฉันก็ตอบสนองกับการกระทำนั้นเเล้วพุ่งตรงออกไปยังทิศๆที่ฉันเล็ง เเละทิ่มเข้าไปในลำต้นของต้นไม้สูง
เเละทะลุ!
เเต่ไม่ใช่ทะลุเเค่ต้นเดียว เเต่ทะลุไกลออกไปยันต้นสอง...ต้นสาม...ต้นสี่...ต้นห้า-
มันหยุดอยู่ที่ต้นห้า....
ภาพตอนที่มันพุ่งทะลุจนเกิดเสียงทะลุกับลำต้นทั้งห้านั้นทำฉันตะลึงอย่างมาก
จริงอยู่ที่มันดูเป็น้ำเเข็งที่สีออกทึบๆอยู่บ้าง เเต่ก็ไม่คิดว่าจะทำให้ล้ำต้นของต้นไม้ที่ทั้งสูงเเละหนาเเบบนั้นเป็รูได้ขนาดนี้ เเถมยังทะลุไปด้านหลังผ่านต้นเเล้วต้นเล่าจนถึงต้นที่ห้าซึ่งอยู่ไกลไปยี่สิบเมตรเเบบนั้นได้อีก!
นี่มันเเรงยิ่งกว่าอาวุธจำพวกปืนอีกไม่ใช่หรือไงนั่น!? เเน่ใจนะว่าเป็อิมเมจที่เลเวล22จริงๆ!?
อันตราย เวทย์นี้มันอันตรายเกินไป ขืนเอาไปใช้กับคนมีหวังศพไม่สวยเเหง
ยังดีที่เวทย์นี้สามารถปรับรูปเเบบดาเมจเป็รูปเเบบกระเเทกได้อยู่ล่ะนะ
" [ศรน้ำเเข็ง] "
ฉันร่ายเเท่งน้ำเเข็งอันใหม่ออกมา เเต่คราวนี้ตรงปลายเเหลมนั่น ได้ถูกตัดความเเหลมออกไปเพื่อเปลี่ยนเป็รูปเเบบกระเเทกเเทน ถึงจะเเอบคิดไว้ว่ามันอาจจะทะลุได้อยู่ก็ได้ เเต่คงจะน้อยลงกว่าตะกี้เเล้วล่ะมั้ง ยังไงถ้าไม่ทดสอบดูก็ไม่รู้หรอก
ฉันคิดเเบบนั้นเเล้วหันไปหาต้นไม้ใหม่ คราวนี้ต้นไม้มันสูงน้อยกว่าต้นเมื่อกี้ก็จริงเเต่ก็ค่อนข้างหนากว่าล่ะนะ บางทีอาจจะทำให้ลำต้นมันเป็หลุมได้บ้าง...คิดว่านะ
ฉันถอยออกมาเล็กน้อยเเละเหวี่ยงเเขนออกไปเพื่อสั่งให้ศรน้ำเเข็งนั้นพุ่งไปโจมตีใส่ต้นไม้นั้น ต่างจากคราวก่อนคราวนี้รู้สึกได้ถึงเเรงอัดอากาศที่ปรากฏขึ้นตรงหัวศร...เเละเมื่อมันกระเเทกเข้ากับต้นไม้ที่ดูหนาราวสามเมตรนั่น-
ตู้ม~!!
ลำต้นของต้นไม้นั่นก็ะเิเเละเเตกออกเป็เศษไม้มากมายกระจายไปทั่วบริเวณ-ตามมาด้วยเสียงดัง'โครม!'ของต้นไม้ต้นนั้นที่ล้มลงไปข้างหลัง
.....
ต้นไม้ถึงกับะเิเลยหรอ...ต้นไม้ที่หนาขนาดนั้นเนี้ยนะ!? ไม่ๆ ดูยังไงนี่ก็ไม่ใช่สกิลเลเวล22เเล้ว
ถ้าจะมีเหตุผลอะไรมาอธิบายความเเรงของเวทย์นี้คงเป็ค่าสเตตัสที่เวทย์ของฉันสูงหรือเปล่า?
พอมาคิดดูดีๆเเล้วเวทย์ศรน้ำเเข็งตอนเป็เกมนั้นมันก็เป็เวทย์เบสิคทั่วไปที่มีผลทำดาเมจเเน่นอนต่างจากเวทย์ในเลเวลหลังๆที่มีความเสียหายเป็ผลคูณของค่าพลังเวทย์...เเต่ทว่าในโลกนี้ไม่ใช่เกมที่มีค่าการทำดาเมจที่เเน่นอนอยู่ มันเลยถูกเปลี่ยนให้ค่าดาเมจเป็ค่าคูณตามสเตตัสพลังเวทย์ที่ฉันมีเเทนหรือเปล่า?
อาจจะยืนยันโดยละเอียดไม่ได้เพราะโลกนี้ไม่มีทั้งสเตตัส เลเวล หรือค่าตัวเลขที่เเสดงออกมา เเต่คิดว่าคงไม่ไร้เหตุผลไปมากกว่านี้หรอก
*กึกๆ*
"..หืม?"
มีมอนเตอร์กำลังมาล่ะ ทั้งๆที่เสียงเมื่อครู่ไล่พวกมอนเตอร์ตัวเล็กๆให้ออกห่างไปได้หลายตัวเเท้ๆเเต่จู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของมอนเตอร์ที่มีน้ำหนักกำลังมาทางนี้อย่างไม่เกรงกลัวเฉยเลย...
โครก!!!
สิ่งมีชีวิตตัวนั้นร้องคำรามเเล้ววิ่งชนต้นไม้ที่ขวางทางให้กระเด็นออกไป มันกำลังมาทางนี้อย่างไม่ลังเล
เเละเมื่อสิ่งนั้นปรากฏตัวขึ้นมาอยู่ในระยะสายตาที่ฉันสามารถเห็นตัวมันได้อย่างชัดเจน ก็ทำให้ฉันรู้สึกใอย่างมาก
หมูป่าล่ะ...เเถมเป็หมูป่าั์ตัวขนาดเท่ารถสิบล้อซะด้วย
ไม่ค่อยเจอมอนเตอร์เเบบนี้ในเกมเท่าไหร่ เเต่ถ้าจำไม่ผิดในบางเกมมันจะเป็มอนเตอร์ระดับที่พวกมือใหม่ใช้ล่าเก็บเลเวลนี่นะ
เเล้วในโลกนี้จะเหมือนกันหรือเปล่า ถึงขนาดจะใหญ่ก็เถอะเเต่มันก็เป็เเค่หมูป่าไม่ผิดเเน่
ยังไงก็เเล้วเเต่ ในเมื่อมันเข้ามาหาฉันขนาดนี้เเสดงว่าอยากเป็หนูทดลองเวทยมนตร์ของฉันล่ะสินะ
โครก!!! -ว่าเเต่ทำไมเสียงคำรามมันไม่ใช่อู้ดๆหว่า
เมื่อเ้าหมูป่าั์เห็นฉันมันก็ยกขาหน้าขึ้นเเล้ววิ่งกระโจนมาทางฉันอย่างหาญกล้า ถึงจะอยากทดสอบระดับความต้านทานของชุดนักปราญ์ก็เถอะ เเต่คิดว่าโดนการพุ่งชนที่กวาดต้นไม้สูงพวกนั้นให้กระเด็นได้เนี้ยมันคงต้องมีเจ็บบ้าง-ฉันเลยะโขึ้นสูงข้ามตัวมันที่พุ่งมาไป
โครก-!?
เ้าหมูป่าหันซ้ายหันขวาอย่างงุนงง คงใที่จู่ๆเป้าหมายของตัวเองก็หายไปกระทันหันสินะ
จะเเรงะโหรือความเร็วก็ดี ตอนนี้ค่าสเตตัสทางกายภาพของฉันคงสูงกว่าคนธรรมดาอย่างมากจริงๆนั่นเเหละ
" [ศรน้ำเเข็ง]! "
ฉันร่ายเวทย์เเล้วเรียกเเท่งน้ำเเข็งออกมา จากนั้นก็ควบคุมเเท่งนั้นด้วยจิตให้พุ่งเสียบเข้าไปที่บั้นท้ายของเ้าหมูป่า
ฉึก!-โครกกกกก!!
เ้าหมูป่าะโร้องอย่างเ็ปเมื่อมันถูกเเท่งน้ำเเข็งเเหลมทิ่มทะลุเนื้อไปจนมีเหลือดไหลกระเซ็น เเต่เพราะฉันยังไม่เล็งที่หัวมันเลยยังมีชีวิตอยู่ ก็จงใจให้เป็นั้นล่ะนะ ยังไงนี่ก็เเค่ของเรียกร้องความสนใจเท่านั้น
--!
เ้าหมูป่าที่หันมาเจอฉันทำหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับจะถามว่า "เเกเป็คนทำงั้นหรอ!?" เเละตั้งท่าจะพุ่งโจมตีใส่ฉันอีกครั้ง
เเต่คราวนี้ตัวของมันจากเดิมที่เป็สีน้ำตาลอ่อน จู่ๆก็เปลี่ยนเป็สีเเดงเืหมูพร้อมกับไอความร้อนที่ไหลอยู่ทั่วร่าง เขี้ยวที่ใต้จมูกเองก็ยื่นยาวมามากขึ้นจนเห็นได้ชัดว่ามันยาวกว่างาของช้างซะอีก
โฮ้ยๆ จู่ๆก็ดูมีพลังขึ้นซะงั้น เพราะว่าฉันไปทำให้มันโกรธงั้นหรอ?
โครก--!!!!
เ้าหมูป่าออกตัวด้วยความเร็วสูงสุดหลังจากกลายสภาพเสร็จ มันพุ่งมาทางนี้เเบบลังเลอีกครั้ง หรือควรจะบอกว่ามันกะจะพุ่งชนให้ฉันตัวเเหลกดีล่ะ? เเต่ถึงความเร็วของมันจะเพิ่มขึ้นหลังจากกลายสภาพไปเเล้ว ฉันก็ยังรู้สึกว่าเเค่นี้หลบได้สบายๆอยู่
....เเต่อีกฝ่ายก็อุส่าห์พุ่งมาอย่างเต็มกำลังพร้อมความมั่นใจเเล้วเนี้ยนะ ถึงจะยังสงสัยอยู่ว่าจะเอาจริงเอาจังอะไรกับคนธรรมดาเเบบฉันอยู่ก็เถอะ เเต่เพื่อเป็มารยาทสักเล็กน้อย-ไม่สิ! คงต้องขอใช้พลังโจมตีเต็มสูบนั่นมาทดสอบเวทย์ของฉันสักหน่อยล่ะ
"อิมเมจสกิลเลเวล 89 [ปราการน้ำเเข็ง]! "
ฉันรวบรวมมานาไปที่สองมือเเละร่ายเวทย์นั้นออกมา ทันใดนั้นก็มีน้ำเเข็งที่มีรูปร่างคล้ายคริสตัลปรากฏขึ้นเป็กำเเพงสูงตรงหน้าฉัน นี่คือรูปร่างดั้งเดิมของมันเเบบที่เคยเห็นในเกมบ่อยๆ ซึ่งมีพลังการป้องกันที่สูงทั้งเเบบกายภาพเเละเวทยมนตร์ อีกทั้งยังมีโอกาศ30% ที่ความเสียหายของอีกฝ่ายจะย้อนกลับเข้าตัวเเละเกิดการชะงักได้ในระยะนึง
เ้าหมูป่าที่มีไอร้อนอยู่เต็มตัวนั้นเเปลกใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เเต่ทว่าความมั่นใจของมันก็ไม่สั่นคลอน มันยังคงพุ่งเข้ามาอย่างเต็มกำลังโดยหวังจะทำลายปราการน้ำเเข็งตรงหน้า
ปัง-!
เเต่ทว่าการโจมตีของมันถูกหยุดเอาไว้โดยการขวางกั้นของปราการน้ำเเข็ง เเรงพุ่งชนอย่างเต็มกำลังของมันถูกทำให้ไร้ผลเเบบที่ไม่มีเเม้เเต่รอยร้าวหรือรอยยุบของน้ำเเข็งตรงหน้าอยู่เลย อีกทั้งตัวมันยังถูกเเรงดีดที่น่าจะเป็ผลของเวทย์นี้ดีดให้มันถอยออกไปจนสูญเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ
ฉันเห็นว่าหน้าผากเเละเขี้ยวใต้จมูกของมันได้รับความเสียหายด้วย เเต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่มากพอจะทำให้สิ้นใจ ฉันเลยะโข้ามปราการน้ำเเข็งเเล้วเดินตรงไปที่มัน พอมันเห็นฉันมันก็เริ่มออกอาการตื่นกลัว คงเริ่มรู้สึกตัวเเล้วว่าตัวเองไม่ใช่คู่มือเเละก็ไม่ใช่เหยื่อของมันสินะ
เเต่มันก็เข้ามาหาเื่ฉันก่อน ฉันจึงไม่อาจจะทำเป็จิตเมตตาปล่อยคนที่เข้ามาหาเื่ไปได้หรอก
ฉันเดินไปใกล้มันเเละใกล้มากขึ้น มันก็เริ่มออกอาการจะหนี เเต่ฉันก็ร่ายเวทย์ปราการน้ำเเข็งอีกอันขึ้นไปเป็กำเเพงปิดทางหนีข้างหลังมันเอาไว้เเละเหลือเพียงทางออกเดียวซึ่งมีฉันกำลังเดินปิดทางนั้นเอาไว้ เป็สัญญาณว่าถ้าจะหนีไปก็ต้องพุ่งฝ่าฉันออกไปให้ได้เท่านั้น
ค-โคร-กกกกกก-!!!
เ้าหมูป่านั้นไม่มีทางเลือก มันทำได้เพียงตัดสินใจพุ่งโจมตีใส่ฉันอีกครั้งโดยมีไอร้อนรอบตัวปกคลุมไปทั่วร่าง คราวนี้มันพุ่งมาเต็มเเรงก็จริงเเต่ก็เป็ความเร็วที่พร้อมจะหยุดได้ทุกเมื่อราวกับว่ากำลังระวังไม่ให้ตัวเองพุ่งไปชนกับปราการน้ำเเข็งที่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นเหมือนก่อนหน้านี้
เเต่ทว่า-คราวนี้มันไม่ใช่เเบบนั้น
พริบตาที่มันพุ่งมาจะถึงตัวฉัน ฉันก็ยื่นทั้งสองมือไปด้านหน้าเพื่อจับกับร่างของเ้าหมูป่านั่น เเละ-
---!
เเช่เเข็งมันทั้งเป็ด้วยความเร็วชนิดที่ยังไม่ทันกระพริบตาภาพก็ถูกย้อมไปด้วยน้ำเเข็งสีทึบที่กัดกินร่างของเ้าหมูป่าไปเสียเเล้ว
" อิมเมจสกิลเลเวล 37 [ราตรีน้ำเเข็ง] "
ร่างของเ้าหมูป่าหยุดนิ่งไปทั้งที่กลายเป็น้ำเเข็ง พริบตาที่ฉันใช้มือััร่างของมัน มันก็หยุดเคลื่อนไหว เเรงพุ่งที่มาจู่โจมใส่ฉันถูกทำให้ไร้ผลเหมือนกับว่ามันไม่ได้กำลังพุ่งเข้าใส่ อีกทั้งเสียงหัวใจของมันก็หยุดเต้นไปด้วย
ถึงจะรู้อยู่เเล้วก็เถอะ เเต่เวทย์นี้มันทรงพลังซะจนฉันเองยังสะพรึงเลยเเหะ
เดิมที่ก็เป็เเค่เวทย์ที่เเช่เเข็งใส่เป้าหมายที่เเตะทำให้การเคลื่อนไหวของเป้าหมายลดลงเเละมีโอกาศทำให้หยุดการเคลื่อนไหวได้อยู่ด้วย เเต่กระนั้นการที่นำเอามาใช้จริงเเล้วสามารถเเช่เเข็งมอนเตอร์ที่ตัวขนาดเท่ารถสิบล้อได้ในพริบตานี่มัน-....จะมีใครไม่ใกันบ้างล่ะ
ถ้าอิมเมจเลเวลที่ไม่ถึงห้าสิบยังขนาดนี้เเล้วพวกอิมเมจเลเวลที่ประมาณเลเวลร้อยนี่เมืองไม่พินาจเลยงั้นหรอ
เเต่ก็เเอบดีใจนิดๆนะที่ตัวละครหรือลูกสาวที่เราปั้นมาเก่งได้ขนาดนี้ อาจจะเคยพูดไปเเล้วเเต่คุ้มจริงๆที่ลงเเรงเติมเงินปั้มของให้
ติ้ง~!
/ตอนนี้เฮดโฟนหูเเมวของนายท่านเลเวล26 เเล้วค่ะ/
"จากเดิมที่เลเวลอยู่24สินะ เห็นเเบบนั้นเเต่เป็มอนเตอร์ที่อันตรายน่าดูเลยเเหะ"
เเต่ก็เพราะมันฉันถึงได้ทดสอบเวทยมนตร์ที่มีอยู่ได้ อีกทั้งยังได้ประสบการณ์ในการต่อสู้ด้วยเวทยมนตร์เป็ครั้งเเรกด้วย ขอบคุณมากเลยนะ...ฉันคิดในใจเเบบนั้นเเล้วพนมมือขอบคุณเ้าหมูป่าที่ตอนนี้กลายเป็รูปปั้นน้ำเเข็งไปเเล้ว จะว่าไงดี เก็บมันไปตั้งเป็อนุสาวรีย์อะไรเเบบนี้ดีมั้ยนะ
*
ตอนนี้ก็ผ่านมาได้สักพักเเล้วหลังจากเริ่มทดลองเเละฝึกใช้เวทยมนตร์ที่มีอยู่ ทำให้ได้ข้อสรุปอะไรๆมาหลายอย่างเกี่ยวกับเวทยมนตร์เลยล่ะ อย่างเเรกเลยจำตอนที่ฉันใช้ปราการน้ำเเข็งครั้งเเรกได้หรือเปล่า? ตอนนั้นฉันสร้างมันออกมาให้เป็รูปร่างของห้องสี่เหลี่ยมซึ่งต่างจากรูปร่างดั้งเดิมของมัน ทำให้ฉันคิดว่ามันเป็เื่ที่น่าสนใจอย่างมากที่มันมีความหลากหลายต่างจากในเกม ฉันเลยทดลองสร้างรูปร่างหลายๆเเบบดู
เเต่ผลคือไม่สามารถสร้างได้
เเม้จะออกเเบบรูปร่างมันใหม่ได้เเต่ต้องเป็รูปร่างที่เหมือนหรือสามารถเรียกว่าเป็ปราการน้ำเเข็งได้เท่านั้น
สรุปง่ายๆก็สามารถสร้างพวกเกาะกำบัง กำเเพง สิ่งที่เอาไว้ป้องกันซึ่งมีความใกล้เคียงกับความหมายของคำร่ายนั้นได้ เเต่ไม่สามารถสร้างอะไรที่มันผิดเเปลกจากคำร่าย อย่างร่ายว่าปราการน้ำเเข็งเเต่นึกภาพเป็ตุ๊กตาหมีอะไรเเบบนี้ ตุ๊กตาหมีมันเป็ของเล่น ดังนั้นเวทยมนตร์จึงไม่ตอบสนองต่อคำร่ายที่ขัดกับภาพอิมเมจที่คนใช้้าได้
เเต่...เอาจริงๆก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เเค่ต้องพยายามเปลี่ยนสามัญสำนึกตัวเองให้คิดว่า'ตุ๊กตาหมีคือปราการน้ำเเข็งนะ'อย่างเเรงกล้าให้ได้ก็จะสามารถสร้างปราการน้ำเเข็งที่มีรูปร่างเป็ตุ๊กตาหมีออกมาได้ล่ะ
เพราะไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงต้องลงทุนขนาดนั้นเพื่อสร้างตุ๊กตาหมีสุดเเข็งออกมากัน ฉันเลยปล่อยเื่นี้ไปโดยไม่ทดลองต่อ ยังไงๆฉันก็ชอบรูปร่างดั้งเดิมของมันมากกว่าล่ะนะ
ต่อไปก็เป็ความเเข็งของปราการน้ำเเข็ง
ระหว่างทดลองเื่นี้ฉันก็เดินสำรวจหามอนเตอร์ที่ดูเก่งๆมาช่วยทดสอบความเเข็งของปราการน้ำเเข็งเเล้ว เเต่ก็ไม่เห็นจะมีตัวไหนได้เื่สักตัว จะฮ็อบก็อบลิน อ็อค หรือหมาป่าไม่ว่ามอนเตอร์หน้าไหนก็ทำอะไรปราการน้ำเเข็งไม่ได้สักตัว เรดอ็อคที่บังเอิญเดินไปเจอก็เหมือนกัน ทำอะไรกับปราการน้ำเเข็งไม่ได้เลย
ดังนั้นฉันจึงต้องใช้กำลังขาของตัวเองทดสอบดู โดยการเตะเเบบเต็มเเรงใส่ปราการน้ำเเข็ง เเต่ทว่าขนาดฉันเองก็ยังทำได้เเค่รอยบุบเท่านั้น
ก็ฉันเน้นไปทางสายเวทย์มากกว่าพลังกายภาพนี่นะ....คงไม่เเปลกเท่าไหร่ถ้าขนาดตัวเองยังพังมันไม่ได้ ดีจริงๆที่ตอนสร้างออกเเบบให้มันพังง่ายทุกครั้งที่ใส่มานาของฉันเข้าไป
เอาเป็ว่าปราการน้ำเเข็งที่เป็อิมเมจสกิลเลเวล89เเข็งเเกร่งมาก
อ่ะ เเล้วก็พวกมอนเตอร์ที่ฉันใช้เป็หนูทดลองความเเข็งของปราการน้ำเเข็งนั้นฉันจัดการมันไปหมดเเล้วล่ะ ตอนนี้เฮดโฟนหูเเมวฉันก็เลเวล42เเล้ว ทำให้ปลดล็อคสกิลของเฮดโฟนหูเเมวมาใหม่ถึงสองสกิล เเต่ทว่าสกิลเ่าั้มันค่อนข้าง........เอาเป็ว่าอย่าพึ่งไปพูดถึงมันดีกว่า
ตอนนี้ร่างที่ตายเเล้วของพวกมอนเตอร์ก็มาอยู่ในไอเท็มบล็อคของฉันเรียบร้อย จากเดิมที่เยอะอยู่เเล้วตอนนี้ก็ยิ่งเยอะขึ้นไปมากกว่าเดิมอีก จริงอยู่ที่ฉันเก็บได้ไม่จำกัด เเต่รู้สึกเหมือนมันรกๆยังไงก็ไม่รู้...
เเละยิ่งฉันทดสอบเวทย์มากเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งเดินเข้าไปในป่าลึกมากขึ้นเท่านั้น ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ก็ถามเื่ต่างๆกับเฮเลนบ้าง เล่นกับเ้าส่ายบ้าง
รู้สึกว่ายิ่งลึกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่รู้สึกถึงคนมากขึ้นเท่านั้น ถ้าเป็ก่อนหน้านี้ฉันอาจจะหลงทางก็ได้ เเต่ตอนนี้ฉันมีเวทย์น้ำเเข็งอยู่ ดังนั้นฉันจึงใช้มันทำเป็สัญลักษณ์ไว้ที่ต้นไม้เป็่ๆ
ที่ต้องทำเื่ยุ่งยากเเบบนี้เพราะเฮเลนเขาสเเกนได้เฉพาะสิ่งที่อยู่ในระยะสายตาของฉันเท่านั้นเเละก็ให้ข้อมูลได้เเค่ข้อมูลพื้นฐานทั่วไปของโลกนี้เท่านั้น ไม่ได้มีระบบนำทางหรือบอกเส้นทางได้นั่นเเหละ ตอนนี้ก็เก้าโมงเช้าเเล้ว ถ้าจำไม่ผิด-ฉันตื่นเเละออกมาตอนตีห้า งั้นตอนนี้ก็ผ่านมาสี่ชั่วโมงได้เเล้ว ซึ่งบอกตรงๆฉันเบื่อกับพวกมอนเตอร์หน้าซ้ำๆพวกนี้เต็มทีเเล้วล่ะ ไม่ว่าจะตัวไหนก็หน้าตาเขียวๆดำๆเเดงๆ เด่นกันเเต่สีอย่างเดียวจนมองพวกมันเป็ขบวนการเรนเจอร์ห้าสีไปเเล้ว ไม่เห็นมีตัวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นโผล่ออกมาเลย นับตั้งเเต่เจอกับเ้าหมูป่านั่น
ถามว่าฉันหวังจะเจออะไรงั้นหรอ? ถ้าพูดถึงโลกเเฟนตาซีก็ต้องัไม่ใช่หรือไง! ัน่ะ!
ขอเเบบที่มีเกล็ดเท่ๆรูปร่างดีหน่อยก็ได้ ฉันจะได้ถ่ายรูปเก็บไว้เชยชมยามเบื่อ
....
ณ ตอนนี้ฉันก็เดินทางมาพักที่ลำธารศักดิ์สิทธ์ที่ฉันเจอเมื่อวันก่อน เเม้ตอนนี้จะไม่ได้เปื้อนเืเหมือนตอนนั้นเเต่คิดว่าจุดนี้เป็จุดพักผ่อนที่ทำให้จิตใจสงบได้อยู่ล่ะ ได้มานั่งดูน้ำใสไหลลงลำธารไปเรื่อยๆเเบบนี้ก็ไม่เลว...
ระหว่างพักอยู่นี่ ฉันก็เริ่มทดสอบเื่เวทยมนตร์ต่อไป
เเละเพื่อกันตัวน่ารำคาญไม่ให้มากวนสมาธิ ฉันจึงได้ตั้งเสื้ออยู่บ้านของฉันเอาไว้ใกล้ๆตัวฉันด้วย
เเม้ว่าจะไม่ได้สวมมันไว้เเต่ผลของมันก็ยังคงเกิดถ้าวางไว้ใกล้ๆตัวฉัน ดังนั้นมันจึงมีประโยชน์มากเวลาฉันจะให้ความสนใจกับการวิเคราะห์เวทยมนตร์
*จิ้มๆ*
" อึ้ย-! ทำอะไรเนี้ยเ้าส่า-ย"
จู่ๆเ้าส่ายมันก็เอาปลายหางไปจุ่มน้ำในลำธาร เเล้วเอาตรงปลายหางที่เปียกน้ำมาจิ้มเเก้มฉันเฉยเลย
มันชี้ปลายหางมาที่ฉันเเล้วชี้ไปที่น้ำในลำธาร....
"เเกอยากให้ฉันเล่นน้ำงั้นหรอ?"
*หงึกๆ*
" No "
*หงะ*
"น้ำมันใสก็จริง เเต่ฉันไม่ชอบเล่นน้ำมาตั้งเเต่เด็กเเล้วน่ะ เพราะงั้นเสียใจด้วยนะ"
*สลด*
เเปลกดีเเหะที่ต้องมาอธิบายเื่นี้ให้หางที่งอกมาจากชุดฟัง
ถ้างั้นขอกลับเข้าเื่ใหม่นะ ฉันกำลังจะทดสอบเวทยมนตร์ ทั้งความรุนเเรง ผลลัพธ์ การควบคุมเเละการเเปลงรูปร่างฉันได้ทดสอบมันหมดเเล้ว ต่อไปเป็เื่ที่น่าจะใช้เวลาทดสอบนาน นั่นก็คือจำนวนครั้งที่ฉันใช้เวทยมนตร์ได้ ขีดจำกัดของมานาในตัวเอง ขีดจำกัดในการควบคุมเวทย์ครั้งล่ะมากๆ
ซึ่งฉันสามารถทดสอบเื่ทั้งหมดนี้ได้โดยการร่ายเวทย์ศรน้ำเเข็งไปเรื่อยๆนั่นเอง
ฉันจะดูว่าฉันจะสามารถสร้างศรน้ำเเข็งได้อีกเเท่ง จะสามารถควบคุมเเท่งน้ำเเข็งที่สร้างขึ้นพร้อมกันได้สูงสุดกี่เเท่ง เเละต้องร่ายกี่ครั้งมานาฉันถึงจะใกล้หมดจนมีสภาพคล้ายกับบันนี่ในตอนที่ใช้ลูกไฟสู้กับเ้าเรดอ็อคนั่น หากได้รู้ขีดจำกัดนั้นเวลาเจอกับอันตรายก็จะสามารถวางเเผนเพื่อเเก้ตรงจุดนั้นๆได้
มีเวทย์เเรงเเต่ขีดจำกัดน้อยมันก็ไม่ไหวใช่ไหมล่ะ ดังนั้นฉันจึงอยากทราบว่าตัวเองนั้นสามารถต่อสู้ได้นานสุดเท่าใดเอาไว้
"... [ศรน้ำเเข็ง]! " ฉันเอ่ยคำร่ายออกมา
เเละเมื่อศรเเท่งเเรกถูกสร้างฉันก็เริ่มจับเวลาโดยใช้มือถือ
*
ผ่านไปสามชั่วโมง...ในที่สุดฉันก็รู้ขีดจำกัดของตัวเอง
เเละผลสรุปของจำนวนศรน้ำเเข็งที่ฉันสามารถร่ายออกมาได้นั่นก็คือ-!!
'อนันต์'
ไม่ได้ล้อเล่น เเต่มันเป็เเบบนั้นจริงๆ ถ้าฉันขยันหน่อยฉันเชื่อว่าจำนวนที่ฉันร่ายได้จะต้องไม่มีที่สิ้นสุดเเน่นอน
นั่นเพราะไม่ว่าฉันจะร่ายต่อเนื่องติดต่อกันนานขนาดไหนมานาของฉันก็จะไม่มีวันลดลง!
ที่เป็เเบบนั้นก็เพราะคุณสมบัติของชุดนักปราชญ์ ความสามรถในการฟื้นฟูมานาของชุดนี้เร็วจนสามารถฟื้นฟูมานาที่ฉันใช้ร่ายศรน้ำเเข็งให้เต็มได้ในทันทีนั่นเอง ดังนั้นไม่ว่าฉันจะร่ายไปอีกนานเท่าไหร่มานาของฉันก็จะฟื้นขึ้นมาเต็มเท่าเดิมตลอดไม่มีทางลดลงไปครึ่งของครึ่งมานาที่ฉันมีอยู่ได้เลย ก็เหมือนเรามีเงินเหรียญบาทร้อยเหรียญ พอเราใช้มันซื้อลูกอมไปสองเหรียญเสร็จจู่ๆก็มีเงินเพิ่มมาอีกสองเหรียญ เเละเมื่อเราซื้อลูกอมอีกเหรียญที่เรามีอยู่ก็กลับมาเต็มอีกประมาณนั้นเเหละ
ฉันรู้ได้ด้วยการคาดเดาบวกกับได้รับการยืนยันจากเฮเลนอีกที
จะว่าไงดีล่ะ เดิมทีศรน้ำเเข็งก็เป็เวทย์ระดับต่ำที่ใช้มานาน้อยอยู่เเล้วพอเจออัตราการฟื้นฟูมานาสูงเข้าไปก็ทำให้เหมือนได้ของฟรีมาเก็บไว้ใช้เลยล่ะ...
เเต่ถ้าร่ายทับซ้อนกันก็อาจจะทำให้รู้ว่ามานาหายไปเเน่ๆอยู่นะ เเบบนั้นมานาน่าจะฟื้นให้เต็มไม่ทัน
เเต่ความจริงที่ว่าถ้าฉันขยันร่ายทีล่ะอันได้เรื่อยๆโดยมานาไม่มีความรู้สึกว่าลดลงนั้นก็ไม่เปลี่ยน
เพราะอย่างงั้นเเหละดูเหมือนฉันจะใช้ศรน้ำเเข็งเป็ตัววัดขีดจำกัดของตัวเองไม่ได้เเล้วล่ะ...
เเล้วฉันจะร่ายอยู่ทำไมตั้งสามชั่วโมงงั้นหรอ? ก็อยากรู้น่ะสิว่าตัวเองควบคุมศรน้ำเเข็งพร้อมกันได้กี่เเท่ง ซึ่งผลสรุปนั้นก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ เพราะทุกศรที่ฉันสร้างออกมาตั้งเเต่เเท่งเเรกจนเเท่งสุดท้ายฉันก็ยังควบคุมมันได้อยู่ จำได้ว่าพอถึง24เเท่งเเล้วฉันก็เปลี่ยนไปร่ายเเบบละคำพูดเเทน เเค่นึกคำร่ายไว้ในหัวเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องจนผ่านไปสามชั่วโมงนั่นเเหละ
ถ้าจะถามจำนวนล่ะก็เกรงว่ามันเยอะจนฉันี้เีจำไปเเล้วน่ะ เเต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีรู้จำนวนซะทีเดียว
ฉันใช้เวลาร่ายเเละสร้างศรน้ำเเข็งออกมาประมาณ1วิกว่าๆ เเต่ฉันจะตีไป2วินะ เนื่องจากที่นี่ไม่ใช่เกมจึงไม่มีสิ่งที่เรียกคูลดาวอยู่เเละทำให้ฉันร่ายเเบบเดิมทันทีได้เลย ดังนั้นถ้า60วิเท่ากับ1นาที งั้นใน1นาทีฉันก็สร้างได้30เเท่ง เเละถ้า60นาทีเท่ากับ1ชั่วโมง งั้นใน1ชั่วโมงฉันก็สร้างได้1800เเท่ง เเละเพราะว่าผ่านไป3ชั่วโมง-งั้นก็จับไปคูณ3ซะก็จะได้5400เเท่ง
5400....
นั่นคือจำนวนของศรมากมายที่ลอยอยู่เหนือกลางป่าตอนนี้ เเทบจะปิดกั้นเเสงจากบนฟ้าไม่ให้ทะลุผ่านเข้ามาได้เลย
ฉันควรจะใเื่ที่ฉันควบคุมมันได้เยอะขนาดนี้หรือใเื่ที่ฉันขยันร่ายออกมาตั้ง5400ครั้งได้นะ? คิดยังไงก็เป็จำนวนที่เกินจริงสุดๆไปเลยไม่ใช่หรอ? ฉันว่าสำหรับฉันโลกนี้อาจจะเป็โลกเเฟนตาซี เเต่กลับโลกนี้ฉันคิดว่าสิ่งที่เเฟนตาซีจริงๆคงเป็พลังของเฮดโฟนหูเเมวซะมากกว่า
...งืม
มันจะใช่เเบบนั้นหรือเปล่านะ จริงๆผู้กล้าอะไรนั่นอาจจะเเฟนตาซีกว่าก็ได้
ตอนนี้ก็เที่ยงเเล้วด้วย คงถึงเวลาที่ต้องเอาของไปขายซะทีนั่นเเหละ
" ฮึ้บ-!"
ฉันลุกขึ้นมายืนหลังจากที่ยั่งอยู่ใกล้ลำธารตั้งสามชั่วโมง เเล้วเริ่มเหยียดเเขนขาให้มันหายเมื่อย ถึงจริงๆจะไม่รู้สึกเมื่อยก็เถอะ เเต่มันติดเป็นิสัยคล้ายกับตอนที่เล่นหน้าคอมเป็เวลานานล่ะนะ
ฉันมองไปยังเเท่งน้ำเเข็งมากมายที่ลอยอยู่ เเน่นอนว่าจากระยะนี้ห่างจากตัวเมืองเเละทางเข้าป่ามาก จึงไม่น่าจะมีคนมาเห็นเเท่งน้ำเเข็งที่กำลังลอยอยู่ อีกอย่างป่านี้ต้นไม้ก็สูงใช้เล่นถ้าไม่ใช่พื้นที่เปิดโล่งก็ไม่สังเกตเห็นหรอก...คิดว่านะ
....
จะว่าไปเเล้ว...
" เฮเลน เก็บนั่นเข้าไอเท็มบ๊อกซ์ได้หรือเปล่า? "
/ได้ค่ะนายท่าน/
ดีจังเเหะ~
ฉันเรียกศรน้ำเเข็งที่ลอยอยู่บนฟ้าให้ค่อยๆลอยเข้ามาหาฉันทีล่ะหลายๆอัน เเละเริ่มเก็บศรน้ำเเข็งเ่าั้เข้าไอเท็มบ๊อกซ์ไป ก็อุส่าห์ร่ายออกมาตั้งจำนวนขนาดนี้เเล้ว จะให้สลายไปก็รู้สึกเสียดายดังนั้นเก็บไว้ใช้จึงเป็ทางเลือกที่ดีกว่า...เผื่อเจอเื่ไม่คาดฝันจะได้นำมันออกมาใช้พร้อมกันในคราวเดียวได้เลย ไม่เสียมานาด้วย นับว่ามีเเต่ได้กับได้
......
ผ่านไปสักพักหลังจากฉันเก็บศรน้ำเเข็งเข้าไปในไอเท็มบ๊อกซ์หมดเเล้ว ฉันก็เปิดหน้าต่างเเสดงข้อมูลของสิ่งที่อยู่ข้างในขึ้นมา ในบรรดาจำนวนที่ฉันเก็บมาก็จะมีซากของมอนเตอร์อยู่เยอะ เเต่ฉันก็มองผ่านๆไปเเล้วไปเจอเข้ากับเเท่งน้ำเเข็งที่ฉันเก็บไปเมื่อครู่... มันมีขึ้นอยู่เเค่เเท่งเดียว...เเต่ก็มีตัวเลขระบุอยู่ใกล้ๆว่า'5400' น่าจะเป็กรณีที่เก็บของซึ่งมีรูปร่างซ้ำมาหรือเปล่านะ เเต่ก็เอาเถอะเก็บได้ก็ดีเเล้ว
ฉันเก็บเสื้ออยู่บ้านประจำกลับเข้าไปด้วยเเละเริ่มเดินทางกลับเมือง
กึก.....!
"--!?"
รู้สึกไปเองหรือเปล่านะ...เเต่ช่างมันล่ะกัน
ฉันทำเป็ไม่สนใจสิ่งมีชีวิตลึกลับที่เเอบอยู่หลังต้นไม้นั่นเเล้ววิ่งกลับไปเมือง
*
เกือบไปเเล้ว....!
มนุษย์สัตว์ล่ะ เเถมยังเป็มนุษย์เเมวด้วย...!
เธอคือคนที่ใช้เวทยมนตร์เมื่อกี้...!
ต้องรายงานเื่นี้ให้ท่านเเม่ทราบ...!
ต้องรายงานทุกคน...!
ท่านเทพัต้องทราบเื่นี้...!
สิ่งมีชีวิตขนาดเท่าฝ่ามือรีบกระพือปีกที่หลัง เเละบินไปยังข้างในป่าลึก กลับไปยังน้ำตกของเหล่าภูติ
****
/มุมผู้เขียนอีกเเล้ว/
เอาล่ะนะ เราจะมาอธิบายเื่ชื่อของเวทยมตร์ที่ฟรานใช้ล่ะ!
เเล้วเวทยมนตร์นั่นก็คือ 'ราตรีน้ำเเข็ง' นั่นเอง
บางคนเห็นชื่อเเล้วก็คงคิดว่าเป็เวทย์ที่ใช้ได้เฉพาะตอนกลางคืน เเต่ท่านกำลังเข้าใจผิด!
ชื่อนี้เป็ชื่อย่อเเบบที่เวทยมนตร์มักจะใช้ย่อความหมายของเวทยมนตร์กัน!
สรุปความหมายใหม่ก็จะกลายเป็ 'กลายเป็น้ำเเข็งทั้งคืนนั่นเอง'!
เป็ไงล่ะ! คนเเต่งก็หาเื่มั่วเก่งนะ....!