12.....
“ดรีม!..”
ชวินเรียกชื่อคนรักของเขาพร้อมกับยื่นมือไปจับที่ไหล่เบาๆ ด้วยความสงสาร เสียงนั้นทำให้นัฏนรีหยุดร้องไห้หันไปมองรอบ ๆ ด้วยความแปลกใจเธอรู้สึกเหมือนมีใครมาเรียกชื่อ และสะกิดที่ไหล่ทำให้ชวินดีใจมากที่ได้เห็นปฏิกิริยาของนัฏนรีเหมือนจะรับรู้ว่าเขากำลังอยู่ใกล้ชิดเธอ
“ดรีมอย่าร้องไห้นะครับคนดีของวิน”
ชวินรีบกระซิบปลอบใจ เขาโอบไหล่เธอไว้อย่างรักใคร่ทนุถนอม
นัฏนรีขนลุกซู่ ความรู้สึกเหมือนถูกใครสักคนโอบกอดไว้เธอเหลียวมองไปรอบ ๆ อย่างฉงน
“ยายเองหนูดรีม” ยายกันยามาศเอื้อมมือมาโอบไหล่นัฏนรีจากทางด้านหลัง
“เมื่อกี้ เหมือนมีคนเรียกดรีมด้วยค่ะ”
นัฏนรีบอกกับยายกันยามาศ หญิงชรายิ้มน้อยๆ พลางพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะหลับตานิ่งไปพักหนึ่งพร้อมกับลืมตาขึ้นมา
“ใครเรียกดรีมหรือคะคุณยาย”
นัฏนรีรีบถามเมื่อเห็นยายกันยามาศลืมตา
“ปอนด์เอง” สิปปกรยืนอยู่ข้างหลังยายของเขานั่นเองเป็คนพูดขึ้น
แต่นัฏนรีส่ายหน้าไปมาก่อนจะแหงนหน้ามองไปยังปล่องควันที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยแววตาหม่นเศร้าเสียงเรียกชื่อเธอเมื่อสักครู่ที่ผ่านมานั้นหาใช่เสียงของสิปปกรไม่หากแต่เสียงนั้นช่างเหมือนเสียงของชวินอย่างเหลือเกินทว่า..ใครเล่าที่จะเชื่อว่าเธอได้ยินเสียงของชวินจริง ๆ
“ดรีมว่าไม่ใช่เสียงของปอนด์หรอกค่ะ..แต่เป็....”
นัฎนรีไม่กล้าที่จะพูดต่อ แต่เพื่อนสาวทั้งสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ และได้ยินการสนทนาด้วยนั้นขยับเข้าจับมือกันแน่นพร้อมมองไปที่ปล่องควันบนเมรุเผาศพด้วยท่าทางหวาดกลัว
“ยายรู้จ๊ะหนูดรีม”ยายกันยามาศยิ้มน้อย ๆ
“คุณยายรู้หรือคะ...”
นัฏนรีมีแววตาตื่นเต้น เอื้อมมือไปกุมมือคุณยายของเพื่อนด้วยความหวังว่าจะได้คำตอบที่ตรงกับความรู้สึกของตัวเองในขณะที่ิญญาชวินก็ตื่นเต้นไม่แพ้นัฏนรี เพราะเขามั่นใจว่ายายกันยามาศสามารถมองเห็นเขาได้ ทำให้เขารีบหันไปยกมือไหว้คุณยายอย่างนับถือ
“คุณยายครับช่วยกรุณาบอกดรีมด้วยนะครับว่าผมรักและเป็ห่วงเขามาก”
ิญญาชวินบอกกับคุณยาย
“ได้..แล้วยายจะบอกหนูดรีมให้”
คุณยายกันยามาศตอบเขาไปโดยที่ไม่ได้ขยับปากพูดแม้แต่น้อย แต่ชวินกลับรับรู้ได้อย่างชัดเจนทีเดียว
“ถ้าอย่างนั้นคุณยายช่วยบอกตอนนี้ได้ไหมครับผมอยากให้ดรีมรู้”
ิญญาชวินขอร้อง หญิงชราพยักหน้าช้า ๆก่อนจะก้มลงไปกระซิบที่หูของนัฏนรีว่า
“วินเขาบอกว่ารักและเป็ห่วงหนูจ๊ะ”
“จริงหรือคะ..คุณยายมองเห็นวินหรือคะ” นัฏนรีตื่นเต้นจนเผลอพูดเสียงดังทำให้ทุกคนที่ได้ยินอดที่จะขนลุกไม่ได้ โดยเฉพาะไปรยา กับ ลิลลี่ ถึงกับกอดกันกลมเลยทีเดียว
“คุณแม่ขา..วรรณว่าคุณแม่ไปนั่งดีกว่าไหมคะ”
คุณประภาวรรณรีบเข้ามาโอบไหล่มารดาหวังจะขัดขวางไม่ให้มารดาได้พูดคุยในสิ่งที่จะทำให้คนรอบข้างเกิดความหวาดกลัวนั่นเอง และที่สำคัญคุณประภาวรรณไม่อยากให้นัฏนรีเชื่องมงายในสิ่งที่มองไม่เห็นไม่สามารถพิสูจน์ได้
“หนูดรีม..เดี๋ยวแม่ขอตัวคุณยายไปนั่งพักก่อนนะจ๊ะ”
คุณประภาวรรณ ยิ้มอ่อนโยนกับนัฏนรีก่อนจะประคองมารดาพาเดินออกไปให้ห่างจากเด็กสาว
“ดรีมอยากจะคุยกับคุณยายค่ะแม่..ช่วยเข็นรถให้ดรีมตามคุณยายไปหน่อยสิคะ”
นัฏนรีรีบหันไปบอกกับดร.นีรนุชผู้เป็มารดา แต่มารดาหันไปสบตากับดอกเตอร์ผู้เป็สามีเป็เชิงปรึกษาเพราะทั้งคู่ต่างก็ได้ยินการสนทนาของยายกันยามาศกับนัฏนรีเมื่อสักครู่นี้แล้วนั่นเอง
“พ่อว่าลูกอย่าเพิ่งไปรบกวนคุณยายของปอนด์เขาตอนนี้เลยนะ”
ดร.ฉันทวัฒน์เป็คนบอกกับลูกสาว
“แต่..ดรีมอยากรู้เื่ที่วินมาหาหนูนี่คะเมื่อกี้หนูไม่ได้โกหกนะคะ..หนูได้ยินเสียงวินเรียกจริง ๆ”
“ลูกจ๋า..ที่ลูกได้ยินเป็เสียงของวินก็เพราะลูกคิดถึงเขามาก จิตใต้สำนึกก็เลยมีแต่เขาพอปอนด์เรียกชื่อลูก ลูกก็เลยได้ยินเป็เสียงของวินไงล่ะ” ดร.นีรนุชพยายามอธิบายให้เป็วิชาการ
“นอกจากเสียงแล้ว ดรีมยังรู้สึกว่าวินเข้ามาโอบไหล่ดรีมด้วยค่ะ”
นัฏนรีบอกกับบิดามารดาเพิ่มเติม
“คุณยายของปอนด์เป็คนโอบดรีมเองครับ”
สิปปกรเป็คนพูดขึ้นเขาไม่อยากจะให้นัฏนรีคิดว่าเป็ชวินเลย
“ใช่จ๊ะดรีม..พวกเราเห็นคุณยายกันยาโอบไหล่ดรีมอยู่”
ไปรยารีบพูดสนับสนุน แม้ว่าเธออดที่จะเชื่อนัฏนรีไม่ได้เพราะไปรยานึกไปถึงวันที่เธอมางานสวดศพของชวิน เธอก็เคยรู้สึกเหมือนชวินมาเรียกชื่อเธอ
“เห็นไหมลูกทุกอย่างที่เกิดขึ้นดรีมคิดไปเองทั้งนั้น”
ดร.นีรนุช รีบกล่าวสำทับเพื่อให้ลูกสาวคลายความเชื่อมั่นในสิ่งเร้นลับนัฏนรีพยักหน้ายอมรับเพื่อเป็การตัดปัญหาให้บิดามารดาสบายใจ ทว่า..ภายในจิตใจของเธอนั้นกลับเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเองเธอจะต้องหาโอกาสพูดคุยกับคุณยายของสิปปกรให้ได้
“วิน...ต่อไปนี้ชีวิตของดรีมจะเป็อย่างไงก็ไม่รู้ดรีมไม่มีวินอีกแล้ว”
นัฏนรีหันไปมองปล่องควันเผาศพพร้อมกับพึมพำทั้งน้ำตา สิปปกรเข้าไปยืนใกล้ ๆ เขาอยากจะกอดนัฏนรีให้สมกับที่เขารักและห่วงใยเธอแต่เขาก็เพียงแค่คิดเท่านั้นได้แต่ส่งสายตาไปปลอบโยนแทน
“นายปอนด์..ฉันฝากดูแลดรีมด้วยนะเพื่อนไม่คิดเลยว่าดรีมจะรักฉันมากมายอย่างนี้ถ้ากลับไปแก้ไขอดีตได้ ฉันคงจะเชื่อฟังนาย ให้ความรักความซื่อสัตย์ให้สิ่งที่ดีดีกับดรีม”
ิญญาชวินพูดด้วยความเศร้าเสียใจกับภาพที่เห็น
“วิน...อย่าได้เป็ห่วงดรีมเลยนะฉันจะดูแลดรีมเอง”
สิปปกรบอกกับควันไฟที่พวยพุ่งออกจากปล่องควันเผาศพเบื้องหน้าคำพูดของเขาทำให้ิญญาชวิน ตื้นตันใจจนอดน้ำตาไหลไม่ได้ก่อนจะพูดออกมาว่า
“ขอบใจโว้ยไอ้เพื่อนรัก..ถ้าดรีมจะมีแฟนใหม่ฉันก็ขอเลือกนายนี่แหละวะให้เป็แฟนใหม่ของดรีม”
“ไอ้วิน..เร็วเข้ามาช่วยแม่แกหน่อย”
เสียงร้องของิญญาทองก้อนทำให้ชวินต้องหันไปมองตามเสียงนั้นเขาเห็นสโรชากำลังจ่อยาดมให้นางบุญมาอยู่ด้วยความเป็ห่วง โดยมีญาติ ๆช่วยนวดเฟ้นกันคนละด้าน ชวินรีบผละจากนัฏนรีวิ่งไปหามารดาทันที
“แม่แกเป็ลมว่ะคงจะเสียใจมากที่เห็นลูกผัวถูกเผาพร้อมกันวันนี้" ทองก้อนบอกกับชวินสีหน้าเศร้าหมอง
“ผมเองยังเสียใจเลยที่เห็นร่างของตัวเองถูกเผาแล้วแม่ก็รักผมมากด้วย ก็คงทำใจไม่ได้ที่ลูกชายคนเดียวมาจากไป”
“ก็ใช่น่ะสิ..แกเป็ความหวังของครอบครัวแม่แกอุตส่าห์ดีใจที่แกเรียนจบจะได้ให้แกส่งเสียยัยแหวนให้เรียนต่อแต่ตอนนี้เป็ไงล่ะความหวังพังทลาย แถมผัวอย่างข้าก็มาด่วนตายซะอีก แม่แกก็เลยยิ่งเศร้าหนัก” ิญญาทองก้อนบอกกับลูกชาย
“ผมว่าแม่อาจจะโล่งใจก็ได้นะที่พ่อตาย" ลูกชายแสดงความคิดเห็น
“เฮ้ย!..พูดจาแมว ๆแบบนี้ได้ไงวะไอ้ลูกทรยศ” ผู้เป็พ่อโวยวาย
“ผมวิเคราะห์จากพฤติกรรมของพ่อที่ผ่านมาต่างหากพ่อคิดดูสิไม่มีพ่อสักคน แม่จะสบายขึ้นแค่ไหน ไม่ต้องถูกพ่อไถเงินไปกินเหล้าไม่ต้องถูกพ่อซ้อมเตะต่อยเวลาเมา ไม่ต้อง”
“เฮ้ย!..พอ พอ..แกเลิกสาธยายความชั่วของพ่อแกได้แล้วไหนบอกว่าให้คิดแต่สิ่งดี ๆ ไงวะ จะได้เกิดที่ดี ๆ”
“จริงด้วย ขอโทษครับพ่อ”
ชวินยกมือไหว้บิดาอย่างสำนึกผิด
“นายทองก้อน นายชวิน”
เสียงเรียกทรงอำนาจที่สองพ่อลูกเริ่มคุ้นเคยดังกึกก้องกังวาน ส่งผลให้คนที่ถูกเรียกชื่อ หันมามองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมายสายตาเบิกกว้างด้วยความใ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกตนต่อไป