จางอี้เทาจูงมือบุตรชายเดินลัดเลาะไปตามถนนหลัก พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังร้านขายผ้าร้านเดิมซึ่งเคยแวะมาซื้อผ้าต่าง ๆเมื่อครั้งก่อน โชคดีที่ระยะทางจากเหลาอาหารซิ่งฝูถึงร้านขายผ้าไม่ไกลมากนักใช้เวลาเดินเพียงครู่ สองพ่อลูกก็พบกับคนงานขายผ้าแสนคุ้นเคย
“สวัสดีพี่ชาย วันนี้อยากได้ผ้าอีกเช่นนั้นหรือขอรับ”คนงานขายผ้าทักทายและเอ่ยถามต่อ
“น้องชาย วันนี้ข้ากับบุตรชายมิได้มาซื้อผ้าแต่ข้ามีสินค้ามาเสนอขายให้กับเถ้าแก่ข้าจึงอยากจะขอพบเถ้าแก่ของน้องชายจะได้หรือไม่”
จางอี้เทาเอ่ยตอบอย่างมีอัธยาศัยทำให้คนขายผ้ารู้สึกดีด้วยไม่น้อย เขายกยิ้มและตอบว่า
“พวกท่านรอสักครู่ ข้าขอไปถามเถ้าแก่เนี้ยก่อน”
คนขายผ้าหายไปไม่ถึงห้าลมหายใจก็เดินออกมาบอกให้สองพ่อลูกบ้านจางเข้าไปพบกับเถ้าแก่เนี้ยซึ่งนั่งทำงานอยู่ในห้องบัญชีหลังร้านจางอี้เทาจึงรีบจูงมือจางอี้ิเดินเข้าไปในร้านทันที
“พวกเ้ามีสินค้ามาขายเช่นนั้นหรือ”เถ้าแก่เนี้ยที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำบัญชีพูดขึ้น มองผ่าน ๆ คาดการณ์ได้ว่าอายุประมาณสี่สิบปี ใบหน้าสวยงามตามอายุและยิ้มแย้มเสมอคล้ายคนมีอัธยาศัยดีสมกับเป็คนค้าขายนางเงยหน้าขึ้นถามสองพ่อลูกบ้านจาง
“ใช่แล้วเถ้าแก่เนี้ยนี่คือถุงหอมและผ้าปักที่ภรรยาของข้าปักขึ้นมาเองผ้าที่นำมาปักเป็ผ้าไหมมีราคาสูง ลวดลายบนผ้าปักล้วนเป็ภรรยาข้าออกแบบเองทั้งหมดไม่ทราบว่าสินค้าพวกนี้พอจะขายได้หรือไม่” จางอี้เทาเอ่ยตอบหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ก่อนจะล้วงเอาผ้าปักและถุงหอมออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าเถ้าแก่เนี้ย
“ขอข้าดูสินค้าก่อนถึงจะตอบได้”เถ้าแก่เนี้ยแกะห่อผ้าออก พร้อมกับหยิบผ้าปักและถุงหอมมาพิจารณาทีละชิ้น
“ช่างงามยิ่งนัก” เถ้าแก่เนี้ยเงยหน้าขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดวงตาไหวระริกราวกับเจอของที่ถูกใจ “เ้าว่าภรรยาของเ้าปักและออกแบบลวดลายเองทั้งหมดเช่นนั้นหรือ”
“เป็เช่นนั้นขอรับ” จางอี้เทาตอบ
“เ้า้าขายทั้งหมดเลยหรือไม่”
“ขอรับ”
“เช่นนั้น เ้า้าขายเท่าไร”
“ข้าไม่แน่ใจในราคาที่จะขายขอเถ้าแก่เนี้ยโปรดเสนอราคามาให้ข้าได้หรือไม่ขอรับ”
จางอี้เทาพอมีราคาในใจแล้วเพียงแต่เขาอยากรู้ว่าหญิงวัยกลางคนตรงหน้าเหมาะแก่การทำการค้าด้วยหรือไม่
“ผ้าปักเ้ามีสี่ผืนใหญ่สามารถนำไปตัดชุดได้ผืนละหนึ่ง ชุดส่วนถุงหอมมีจำนวนเก้าชิ้นข้าสามารถให้ราคาเ้าได้มากสุดคือชิ้นละห้าร้อยอีแปะส่วนผ้าปักนั้นข้าให้ได้ที่ผืนละสิบตำลึงเ้าพอใจหรือไม่”
“เถ้าแก่เนี้ย ข้าพอใจในราคาขอรับ”จางอี้เทาตอบรับเพราะราคาที่ได้ ถือเป็สองเท่ากับราคาที่ภรรยาของเขาได้บอกไว้ล่วงหน้าแล้วเถ้าแก่เนี้ยร้านนี้เป็คนซื่อสัตย์ สมควรทำการค้าด้วยได้
“เหตุใดเ้าไม่ได้ใในราคาผ้าปักหรือเ้ารู้อยู่แล้วเหตุผลหนึ่งที่ผ้าปักของเ้ามีราคาแพงเป็เพราะว่าลวดลายบนผ้าปักนั้น ผ้าที่นำมาปักเป็เหตุผลที่สองและส่วนสุดท้ายที่ทำให้ผ้าปักเหล่านี้มีราคาแพงเพราะไหมที่นำมาปักไหมอัคคีคือไหมพิเศษที่มีราคาสูงผ้าที่ปักด้วยไหมอัคคีสามารถให้ความอบอุ่นแก่ผู้สวมใส่ได้ตามชื่อของไหมนั่นเอง”เถ้าแก่เนี้ยอธิบายแล้วถามย้ำ
“แต่ชาวบ้านธรรมดาเช่นเ้า เหตุใดถึงมีของมีค่าเช่นนี้ได้กันเล่า”เถ้าแก่เนี้ยถึงกับเพิ่มความเข้มของเสียงที่ถามออกไปหวังเพียงกดดันไม่ให้สองพ่อลูกตรงหน้าโกหก ถ้าหากว่าของพวกนี้คือของโจรร้านของนางจะมิแย่เอาหรือ
“พื้นเพข้ามาจากเมืองหลวง เพิ่งมาอาศัยอยู่ที่เมืองไห่ถังได้เพียงสองเดือนเท่านั้นของพวกนี้เป็สินเดิมของภรรยาข้านางเป็บุตรสาวของคหบดีค้าผ้าขอรับ”จางอี้เทาหาได้เกรงกลัวหญิงวัยกลางคนตรงหน้าไม่ เหตุเพราะเขามิได้ทำผิดอันใด
“เป็เช่นนี้เองฝีมือการปักผ้าของภรรยาเ้าช่างดีเยี่ยมยิ่งนัก หากเ้ามีผ้าปักดี ๆ เช่นนี้อีกเอามาขายให้ข้าได้นะ ข้ายินดีรับซื้อทั้งหมด”เถ้าแก่เนี้ยลดเสียงลงจนเป็การสนทนาตามปกติ
“ข้าจะแจ้งให้ภรรยาทราบ ในเื่ของการปักผ้า ข้าหาได้มีความรู้ไม่เช่นนั้นวันหน้าข้าจะพาภรรยามาเลือกซื้อผ้าด้วยตนเองนะขอรับ”
“พวกเ้ารอข้าสักครู่ข้าจะไปเอาเงินค่าผ้าปักกับถุงหอมมาให้” หญิงวัยกลางคนบอกเช่นนั้นแล้วจึงเดินหายลับเข้าไปส่วนด้านในร้านปล่อยให้สองพ่อลูกบ้านจางยืนรออยู่ตรงโต๊ะทำงาน
“ท่านพ่อไม่น่าเชื่อนะขอรับว่าผ้าปักของท่านแม่จะขายได้ราคาดีเช่นนี้” จางอี้ิบอกบิดา
“พ่อก็ไม่เชื่อเช่นกัน มารดาเ้าบอกราคามาเพียงคร่าว ๆเท่านั้น ไม่นึกว่าจะได้ราคาถึงสองเท่าจากที่นางบอก ถึงแม้ว่าท่านปู่จะค้าขายผ้า แต่พ่อมัวแต่ร่ำเรียนเป็บัณฑิตการค้าขายต่าง ๆ จึงรู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น มารดาของเ้าช่างเป็คนดียิ่งของมีมูลค่าพวกนี้นางถึงกับยอมให้เอามาขายเพื่อช่วยครอบครัวเราิเอ๋อร์ต้องรักมารดาให้มาก ๆ รู้หรือไม่” จางอี้เทาถือโอกาสสอนบุตรชายไปในตัว
“ข้าทราบแล้วขอรับ ข้ารักท่านพ่อ ท่านแม่และท่านย่าทุกคนดีกับข้ามาก ข้าสัญญาว่าจะหาเงินมาเยอะ ๆวันนี้ท่านแม่ยอมให้ของมีค่าเช่นนี้เพื่อพวกเรา ในอนาคตข้าจะซื้อผ้าสวย ๆเครื่องประดับแพง ๆ ให้ท่านแม่ ใช่แล้วท่านพ่อ เราซื้อปิ่นให้ท่านแม่กับท่านย่าคนละอันดีหรือไม่ขอรับเราได้เงินจากการขายผ้าตั้งเยอะ ท่านย่ากับท่านแม่ต้องดีใจมากแน่ ๆ เลยขอรับ”จางอี้ิเอ่ยถามด้วยเสียงตื่นเต้น
“เป็ความคิดที่ดี เราเพียงแต่ซื้อปิ่นอันใหม่เอาแบบที่ไม่ต้องราคาแพงมาก อย่างน้อยท่านย่ากับมารดาเ้าคงมีความสุขขึ้นบ้างิเอ๋อร์ เ้าช่างใส่ใจผู้อื่นนัก”
สองพ่อลูกคุยกันเบา ๆ ระหว่างรอเถ้าแก่เนี้ยนำเงินมาให้เพียงไม่นาน หญิงวัยกลางคนจึงเดินออกมาแล้วยื่นเงินจำนวนสี่สิบสี่ตำลึงกับห้าร้อยอีแปะให้เขาจางอี้เทารับเงินมาพิจารณา หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจึงได้เก็บเข้าไปไว้ในอกเสื้อของตนเอง
“จำนวนเงินถูกต้องหรือไม่”
“ถูกต้องขอรับ”
“อย่าลืมนะที่เ้ารับปากข้าไว้ ว่าถ้ามีสินค้าดี ๆเช่นนี้จะเอามาขายให้กับร้านข้าอีก”
“ข้าไม่ลืมขอรับ เช่นนั้นพวกข้าสองพ่อลูกขอตัวลาก่อนนะขอรับ”
“ลาก่อนขอรับ” จางอี้ิเอ่ยลาเช่นกันเขาค้อมศีรษะเล็กน้อยทำความเคารพ
จางอี้เทาเดินจูงมือบุตรชายออกจากร้านขายผ้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใสสองพ่อลูกเดินตรงไปยังร้านขายเครื่องประดับต่อ อี้เทาได้ปิ่นเงินอันใหม่มาให้นางหูกับหลี่อ้ายคนละหนึ่งชิ้นโดยมีจางอี้ิช่วยเลือกหลังจากนั้นพวกเขาจึงไปที่ร้านเถ้าแก่หวัง เพื่อซื้อข้าวสาร แป้ง เครื่องเทศต่าง ๆที่ขาดไม่ได้คือเครื่องปรุง
ครั้งนี้อี้ิซื้อน้ำตาลไปด้วย เขายังไม่ลืมว่าที่บึงใกล้ลำธารมีไข่น้ำอยู่น่าเสียดายที่ยังไม่ได้สอนให้ท่านย่าได้ลองทำเสียทีตอนนี้เครื่องเทศเครื่องปรุงมีครบแล้ว เขาจะได้กินอาหารชนิดใหม่บ้างกินแต่ผัดผักบุ้งเครื่องเทศทุกวันเขาก็ไม่ไหวเหมือนกัน
จางอี้เทาขอฝากของต่าง ๆที่ซื้อในวันนี้ไว้กับเถ้าแก่หวังและขอให้อาคุนนำไปส่งให้ในอีกสองวันข้างหน้าเพราะอย่างไรรถม้าก็ต้องเข้าไปรับน้ำตาลผักที่สั่งเอาไว้เมื่อวานอยู่ดี
“ิิน้อย เ้าช่างสมกับเป็พ่อค้าเสียจริงรู้ใช่ไหมว่าเ้านั้นงกยิ่งนัก เพียงเท่านี้ก็ไม่ยอมจ่ายค่าเกวียนขนของกลับไป”เถ้าแก่หวังเอ่ยบอกเสียงเข้ม แต่ดวงตากับยิ้มอย่างรู้ทันเด็กน้อยตรงหน้า
“โธ่เถ้าแก่ขอรับ มันคือการพึ่งพาซึ่งกันและกันระหว่างคู่ค้าต่างหากเล่าเถ้าแถ่เป็คนใจดีและมีเมตตาต่อข้ายิ่งนัก ข้าซาบซึ้งในน้ำใจของท่านที่สุดเช่นนั้นในวันที่พี่อาคุนไปรับน้ำตาลผักรอบถัดไปข้าจะเอาสินค้าชนิดใหม่ฝากมากับพี่อาคุนนะขอรับ แต่จะเป็อันใดนั้น ข้าคงต้องขอให้เถ้าแก่อดใจรอนะขอรับ”
“นอกจากขี้งกแล้วยังเ้าเล่ห์อีกด้วย อี้เทา เ้าสอนบุตรชายได้ดีจริงๆ”
หวังหลีจุนได้แต่แสร้งขบเคี้ยวเขี้ยวฟันให้กับความขี้งกและความเ้าเล่ห์จากเด็กน้อยตรงหน้าเห็นหน้าซื่อตาใสเช่นนั้นไม่เคยยอมถูกเอาเปรียบเลยแม้แต่น้อย เขาชอบใจยิ่งนัก
หลังจากเสร็จสิ้นการซื้อของที่ร้านเถ้าแก่หวังสองพ่อลูกจึงเดินต่อไปยังร้านขายเนื้อ อี้ิไม่พลาดโอกาสที่จะซื้อเนื้อแดงสามชั้น คนขายเนื้อยังเก็บไส้อ่อนและมันหมูไว้ให้เขาเหมือนเดิมเด็กชายจึงให้บิดาจ่ายเงินเพิ่มไปอีกห้าอีแปะเมื่อรับเนื้อทั้งหมดที่คนขายเนื้อห่อให้ใส่ลงไปในตะกร้าสานสะพายหลังเรียบร้อยแล้วสองพ่อลูกจึงเดินกลับไปเหลาอาหารซิ่งฝู คาดว่าเมื่อไปถึงเหลาซิ่งฝูพะโล้แห้งหญ้าหวานที่ตุ๋นไว้คงสุกพร้อมชิมพอดี
“วันนี้ข้ามีความสุขที่สุดเลยขอรับท่านพ่อ”จางอี้ิเอ่ยปากบอกบิดาด้วยน้ำเสียงสดใสกว่าครั้งไหนเพราะวันนี้บ้านจางมีรายได้เป็เงินจากการขายผ้าปักและถุงหอมของท่านแม่ตั้งสี่สิบหกตำลึงกับห้าร้อยอีแปะของที่ซื้อทั้งหมดในวันนี้จ่ายไปยังไม่ถึงหนึ่งตำลึงที่ได้รับมาจากท่านย่ามีเพียงปิ่นสองชิ้นที่สองพ่อลูกตั้งใจเลือกซื้อไปฝากให้กับผู้หญิงที่พวกเขารักเพียงเท่านั้นที่เจียดเงินจากการขายผ้าปักในการซื้อ
“ท่านพ่อ ข้าจะให้ท่านย่าทำไส้อ่อนทอดหมาล่าไปให้บ้านซุนลองชิมด้วยขอรับ”
“ิเอ๋อร์ พ่อเห็นด้วยเมื่อมีของดีก็ควรเอาไปฝากบ้านซุน พวกเขาดีกับพวกเรามากเ้าว่าไส้อ่อนทอดหมาล่าจะขายที่เหลาอาหารซิ่งฝูได้หรือไม่”จางอี้เทาถามความเห็นบุตรชาย
“ท่านพ่อ ท่านหมายถึงว่าเราจะขายสูตรพะโล้แห้งกับไส้อ่อนทอดหมาล่าให้กับเหลาอาหารซิ่งฝูหรือขอรับข้าว่าเราลองเสนอให้ท่านปู่หลินฟังดีหรือไม่ขอรับแต่คงต้องรอผลตอบรับจากพะโล้ก่อนนะขอรับ”
“ิเอ๋อร์ แล้วเ้าได้คิดราคาค่าสูตรอาหารแล้วหรือไม่ว่าเ้าจะขายสูตรละเท่าไร”
“ท่านพ่อเล่าขอรับท่านพ่อได้คิดไว้หรือไม่ว่าเราจะขายสูตรอาหารเท่าไร” อี้ิถามบิดากลับไป
“พ่อก็ไม่เคยขายสูตรอาหารมาก่อนแต่จากที่ฟังท่านพี่อู๋เจ๋อพูดเกี่ยวกับสูตรอาหาร มันคงต้องแพงมากเป็แน่ แต่จะแพงเท่าใดนั้นพ่อก็บอกไม่ได้ ิเอ๋อร์ว่าสักห้าสิบถึงหนึ่งร้อยตำลึงดีหรือไม่”
“ท่านพ่อเชื่อใจข้าหรือไม่ขอรับ”
“ิเอ๋อร์ เหตุใดจึงถามพ่อเช่นนั้นพ่อต้องเชื่อใจเ้าอยู่แล้ว เพราะิเอ๋อร์ของพ่อเก่งที่สุดเช่นไรเล่า”
“ฮิ ฮิ ขอบคุณท่านพ่อที่เชื่อใจข้าข้ารู้ตัวขอรับว่าข้าเก่งที่สุด” อี้ิหัวเราะคิกคัก ถูกใจที่บิดาเอ่ยชมตนเองเช่นนั้น
จางอี้เทาไม่ได้เอ่ยโต้แย้งอันใด เขาเอื้อมมือไปลูบผมบุตรชายเบา ๆ เพียงเท่านั้น
“ท่านพ่อ รีบเดินเถอะขอรับ ป่านนี้ท่านลุงอู๋กับท่านปู่หลินคงรอชิมพะโล้ไม่ไหวแล้วเป็แน่ข้ารับรองว่าการขายสูตรอาหารวันนี้ พวกเราจะต้องไม่ขาดทุนแน่นอนขอรับขอท่านพ่อไว้ใจข้าได้เลย”