ตอนที่ 10 ก็จะป้ายสีเ้า (1)
ผู้ใหญ่บ้านมองเว่ยซื่อด้วยสายตาเย็นเยียบแล้วตวาด “เ้ายังกล้าพูดว่าหลินซื่อแม่ลูกแสดงละครป้ายสีเ้าอีก! ข้าอยู่ที่นี่แล้วยังกล้าลงมือทุบตีคนอื่น หากปิดประตูบ้านไปคงทุบตีพวกนางสามแม่ลูกจนตายอย่างอำมหิตเป็แน่”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว เป็เช่นนี้แน่!” เถียนไฉ่เวยม้วนแขนเสื้อถกขากางเกงขึ้น “แผลบนตัวข้าพวกนี้ก็เป็ท่านย่ากับพวกนางที่ตีข้า”
จากนั้นก็เอ่ยกับเสี่ยวหม่าน “เ้ารีบเอาแผลให้พวกลุงป้าน้าอารวมถึงใต้เท้าผู้ใหญ่บ้านดูเร็วเข้า”
หลินซื่อสามแม่ลูกซื่อตรงว่าง่ายเกินไป ถูกตีจนเกือบตายอยู่ในบ้านตระกูลเถียนก็ไม่รู้จักขอความช่วยเหลือจากภายนอก
เสี่ยวหม่านมีท่าทางเขินอายลำบากใจ ม้วนแขนเสื้อถกขากางเกงขึ้นเหมือนเถียนไฉ่เวยด้วยใบหน้าแดงเถือก บริเวณที่นางเผยให้ดูเหมือนกับเถียนไฉ่เวย ล้วนเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำดำเขียวเก่าใหม่ที่พาดทับแ่าจนทำให้คนตกอกใ
ป้าจางที่อยู่ข้างๆ เป็พยานให้ “บ้านข้าอยู่ข้างบ้านตระกูลเถียน ได้ยินเสียงครอบครัวตระกูลเถียนเอะอะทุบตีไฉ่เวยสามแม่ลูกบ่อยๆ”
เว่ยซื่อรีบะโเสียงดัง “คนแซ่จาง บ้านเ้ากับข้ามีความแค้นกัน เ้าต้องโยนหินทับถมคนอยู่แล้ว! ระวังตายไปจะตกนรกถูกดึงลิ้น!”
ไม่ทันไรก็มีเพื่อนบ้านซ้ายขวาของบ้านตระกูลเถียนเอ่ยตอกกลับ “ป้าจางไม่ได้พูดเพ้อเจ้อ พวกข้าต่างก็ได้ยิน! คนดีๆ อย่างป้าจางย่อมได้รับผลบุญ ตรงกันข้ามกับเ้า ตายแล้วคงได้ลงกระทะน้ำมันเดือด!”
ป้าจางยิ้มเหี้ยมขึ้น “เ้าช่างเก่งกล้านัก เมื่อครู่ยังเตะข้าอยู่เลย ตอนนี้กลับมาปากเก่งต่อหน้าข้า!”
พวกชาวบ้านพากันเอ่ย “ใช่ ใช่! อาศัยตอนที่ผู้ใหญ่บ้านอยู่ จัดการเื่นี้ไปด้วยเลย”
ผู้ใหญ่บ้านได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเครียดกว่าเดิม เขาเอ่ยเสียงเย็น “เว่ยซื่อ เ้าช่างโหดร้ายนัก ทุบตีคนหลายคนในคราเดียว!”
จากนั้นหันมาเอ่ยกับป้าจาง “เดี๋ยวข้าจะค่อยๆ สะสางทีละเื่”
เขาหันไปมองเสี่ยวหม่านที่แผลเต็มตัวด้วยแววตารวดร้าว บอกให้เสี่ยวหม่านเอาแขนเสื้อกับกางเกงลง แล้วเอ่ยกับหลินซื่อแม่ลูก “พวกเ้าวางใจเถอะ ข้าจะทวงความยุติธรรมให้พวกเ้าเอง”
หลินซื่อคำนับอยู่บนพื้น “ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านมากเ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้า ถามท่านหมอด้วยสีหน้าขึงขัง “ร่างกายหลินซื่อเป็อย่างไรบ้าง”
หมอที่พวกชาวบ้านซึ่งกำลังอารมณ์คุกรุ่นเรียกมาคือท่านหมอแซ่อู่ อยู่ท้ายหมู่บ้านกุ้ยฮวาที่ไฉ่เวยอาศัย เป็บุรุษอ่อนโยนอายุสี่สิบกว่าๆ มีนิสัยจิตใจดี เวลาพบพวกชาวบ้านที่ไม่มีเงินรักษาก็จะอนุญาตให้ค้างจ่ายได้ หากหาเงินมาจ่ายไม่ได้จริงๆ ก็จะให้พวกชาวบ้านเอาของมาจ่ายแทนค่ารักษา ดังนั้นแม้จะรักษาคน แต่รายได้ไม่มาก ยังดีที่บิดามารดาของเขาทิ้งบ้านก่ออิฐมุงกระเื้ัใหญ่ รวมกับนาดีสิบกว่าหมู่ไว้ให้ ทำให้เขาไม่มีปัญหาในการใช้ชีวิต
“อ่อนแอมาก” หมออู่ทำความสะอาดของของตนพลางตอบกลับ “ไม่ได้กินอิ่มท้องมานาน ซ้ำยังทำงานตรากตรำ ผนวกกับตั้งครรภ์ได้สามสี่เดือนแล้ว พอถูกตีถึงสลบไป ประเดี๋ยวข้าจะส่งยาบำรุงหลายชุดมาให้ แน่นอนว่าสิ่งสำคัญคือต้องกินของดีๆ บำรุงร่างกายด้วย”
เขามองเว่ยซื่อแม่สามีลูกสะใภ้ทั้งสามคน ยิ้มแล้วเอ่ยมีเลศนัย “แม้สิ่งที่ข้าพูดจะทำง่าย แต่เกรงว่าหากสะใภ้หลินทำจริงคงยาก”
หมออู่เองก็เป็คนละแวกนี้ รู้จักหลินซื่อแม่ลูก รู้ว่าความเป็อยู่ในบ้านตระกูลเถียนของนางเป็อย่างไร ถึงได้จงใจเอ่ยเช่นนี้
กลุ่มคนส่งสายตาดูแคลนไปทางเว่ยซื่อแม่สามีลูกสะใภ้สามคนอย่างเกลียดชัง “เว่ยซื่อ เ้ามันจิตใจอำมหิตนัก สะใภ้รองของเ้าตั้งครรภ์แล้ว ยังลงมืออย่างอำมหิตได้”
เว่ยซื่อกระทืบเท้าร้องะโ “ข้าไม่รู้เสียหน่อยว่าหญิงชั้นต่ำนั่นตั้งครรภ์แล้ว นางไม่บอกข้าเลยสักนิด เกรงว่าคงจงใจไม่พูดออกมา คิดจะวางกับดักไว้เล่นงานข้า!”
หลินซื่อก้มหน้าลง ลูบท้องตัวเองเบาๆ ด้วยแววตารวดร้าว อยู่ในตระกูลเถียนไม่ได้กินดี ระดูของนางจึงมาบ้างไม่มาบ้าง หลายเดือนนี้ไม่มีระดู นางก็ไม่ได้เก็บไปใส่ใจ คิดไม่ถึงว่าจะตั้งครรภ์ได้หลายเดือนแล้ว เด็กชะตาอาภัพคนนี้อยู่ในท้องตนถึงต้องลำบากทรมานไปด้วย