“อื้มๆ” เฉียนหลิงพยักหน้าตอบรับ เห็นท่าทางจริงจังของอี้เฟยที่จะเป็ที่พึ่งพาให้เขาแล้วก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาในใจ ไม่รู้ว่าจะจริงหรือไม่จริงแค่ไหนแต่ตอนนี้เขาขอเชื่อในสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจก่อนละกัน
เด็กหนุ่มอาจจะไม่รู้ว่าตระกูลเฉียนนั้นมีอำนาจมากที่น่ากลัวขนาดไหน แต่เขาก็จะพยายามไม่ทำให้อี้เฟยเดือดร้อนไปด้วยแน่
อี้เฟยมองเฉียนหลิงแล้วก็เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายคิดเป็อย่างดี ในฐานะตอนนี้เขาอี้อ๋องเป็เพียงเด็กหนุ่มอี้เฟยคนธรรมดาคงจะไม่ทำให้เฉียนหลิงเชื่อถืออะไรได้มากนัก แต่เมื่ออยู่ด้วยกันไปสักพักเดี๋ยวก็จะรู้เอง... เฉียนิต้นบรรพบุรุษของเ้าก็ภายใต้บังบัญชาของข้า!
“เฉียนหลิงตอนนี้นายอายุเท่าไหร่” อี้เฟยพยักหน้าพลางวางถ้วยน้ำชาลงแล้วกอดอกเอ่ยถามเฉียนหลิงอย่างผู้มีมาดและแสดงออกถึงความจริงจังด้วย เขามองสำรวจคนตรงหน้าที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเฉียนิ ก่อนที่จะยกยิ้มที่มุมปากบางๆ... หึๆ เฉียนิเ้าต้องขอบคุณข้าชุดใหญ่แล้วละนะ
และในขณะที่เขาเอ่ยถามไปพร้อมกันนั้นภายในหัวก็กำลังคิดวางแผนไปแล้วหลายร้อยตลบถึงวิธีการต่างๆที่จะช่วยเฉียนหลิงและจัดการกับพวกตระกูลเฉียนสายรอง
ด้วยเพราะใบหน้าสง่างามของอี้เฟยฉายแววความเป็จริงเป็จังมากจึงพาให้เฉียนหลิงเองก็ต้องปรับเข้าสู่โหมดจริงจังตามจนเกือบแทบจะไม่ทัน... คนอะไรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเร็วซะจริงๆ
“ปีนี้ฉันอายุ 23 ปี... อี้เฟยแล้วนายล่ะอายุเท่าไหร่” เฉียนหลิงตอบอี้เฟยแล้วไม่ลืมที่จะถามอายุของอีกฝ่ายกลับด้วย เขามองใบหน้าอ่อนเยาว์และรูปร่างที่ยังไม่โตเต็มที่เป็ชายหนุ่มของอี้เฟยก็คิดคาดเดาในใจว่าน่าจะไม่เกินวัยมัธยมปลายแน่ๆ
“ปีนี้อายุ 18 ปี” อี้เฟยตอบเื่อายุด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าหน่ายๆ... ไม่คิดว่าเขาจะย้อนกลับมาอายุ 18 อีกครั้ง ไม่คิดจริงๆ
“ยังเด็กอยู่เลยนะ” กะไว้แล้ว... เฉียนหลิงคิดถูกอยู่แต่ก็ไม่ถูกเผงไปเสียทีเดียว เพราะตอนแรกเขาคิดว่าอี้เฟยอาจจะเพิ่งขึ้นมัธยมปลายปีหนึ่ง พอมองดีๆเขาก็เริ่มสงสัยเื่หนึ่งขึ้นมา แต่ไม่รู้ว่าเมื่อถามไปแล้วจะเป็การละลาบละล้วงเกินไปหรือไม่
เฉียนหลิงคิดอย่างชั่งใจ ดวงตากลมกวาดมองสำรวจเด็กหนุ่มอี้เฟยหรือเซียนเซียนที่เขาเองก็กดติดตาม Weibo ของเ้าตัวเหมือนกันในเมื่อวานนี้เลยสดๆใหม่ๆ และไม่รู้ว่าหลังจากลงรูปนั้นแล้วอี้เฟยจะได้เข้าไปดูใน Weibo ของตัวเองบ้างหรือยัง....
“อืม เด็ก” อี้เฟยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย... ก็เด็กอยู่นะหากเทียบกับเขาอี้อ๋องที่ผ่านมาก่อนหน้านี้น่ะ หนึ่งๆปีผ่านไปอย่างรวดเร็วแป๊บเดียวเดี๋ยวก็อายุยี่สิบปีแล้วละ เขาไม่คิดเื่อายุแล้ว
“นายอายุ 23 ปี ก็กำลังอยู่ใน่วัยเจริญพันธุ์ที่ดีเลยไม่ใช่รึ”
“คำพูดของนายดูแก่กว่าวัย 18 ปีนะ...” จริงอย่างที่เฉียนหลิงกล่าว เขามักจะรู้สึกว่าคำพูดของอี้เฟยดูไม่เหมือนกับเด็กอายุสิบแปดปีทั่วไปเลยยังไงก็ไม่รู้ ดูแตกต่าง... แตกต่างจากเด็กคนอื่น แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำอธิบายยังไงดีเหมือนกัน
อี้เฟยไม่สนใจคำถามของเฉียนหลิง เขาเลือกที่จะถามคำถามกลับไปคืนอย่างจริงจังต่อ “เฉียนหลิงนายทำงานอะไรมาบ้าง 3 อย่างก่อนหน้านี้หรืองานที่คิดว่าทำได้ดีก็ได้ ไหนลองบอกมาสิ”
“ฉันเรียนจบคณะบริหารศาสตร์มา ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ทำงานเป็ผู้จัดการก็มีผู้จัดการร้านอาหาร 5 ดาว ผู้จัดการโรงแรม 3 ดาว ผู้จัดการของดารานักแสดง”
เฉียนหลิงเองก็ตอบคำถามของอี้เฟยอย่างจริงจังกลับเช่นกัน... เื่งานเป็เื่ที่เขาจริงจังมาก แต่น่าเสียดายที่แต่ละงานเขาล้วนทำได้ไม่นานก็ต้องมีเหตุผลให้ต้องออก ไม่ว่าจะเป็การลาออกเองหรือถูกเชิญออกก็ตาม
คิดมาถึง ณ จุดตรงนี้แล้วเขาก็เม้มริมฝีปากแน่นอย่างอัดแน่นอยู่ภายในอก ก็เพราะว่าเขารู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงอย่างไรเล่า... พวกสายรองเฉียน!
“อืมว่ามาต่อสิ”
“งานในแต่ละที่ก็ทำไปได้ไม่นานเท่าไหร่หรอก... นานสุดคงจะเป็อาชีพผู้จัดการดารานักแสดงกระมัง ที่ได้จับพลัดจับผลูไปทำโดยบังเอิญน่ะ ทำไปอยู่น่าจะประมาณครึ่งปีได้นี่แหละ”
เฉียนหลิงพูดอย่างเศร้าๆ คุณชายใหญ่ตระกูลเฉียนที่ต้องดิ้นรนทำมาหากินอย่างหนักเพื่อที่จะเลี้ยงชีพของตัวเอง... แม้ว่าอาชีพตำแหน่งผู้จัดการจะต้องพบเจอกับปัญหาร้อยแปดทั้งหลาย แต่เข้าก็ตั้งใจทำงานมากจริงๆ
เป็น่าเสียใจเพราะกลับไม่มีอะไรตอบแทนความตั้งใจของเขากลับมาคืนเลย
“ผู้จัดการดารานักแสดง?”
“อื้มใช่... อี้เฟยนายหน้าตาดีมากและมีแววมากเลยนะ ถ้าเดินทางสายการแสดงคงจะง่ายมาก” เฉียนหลิงพูดตามตรง นี่ขนาดอี้เฟยยังไม่ทันได้ทำอะไรนะเขาก็มีกระแสแรงและความฮอตมาแรงมากขนาดนี้แล้ว แถมยังมีกลุ่มแฟนคลับเซียนเซียนขึ้นมาอีก ถ้าเ้าตัวเอาดีด้านนี้นะแล้วไปฝึกขัดเกลาฝีมือการแสดงหรือไปทางสายร้องเพลงนะ ต้องถล่มทลายแน่ๆ... รับงานรับเงินรับทรัพย์ถล่มทลายแน่ๆ!
แค่คิดตัวเลขรายได้ในหัวของเฉียนหลิงก็วิ่งไปพรวดพราดขึ้นไปอย่างรวดเร็วแล้ว!
“อื้มแน่นอน... ต้องหล่อเหลาและสง่างามอยู่แล้วเพราะฉันคือบุรุษอันดับหนึ่งในแว่นแคว้นนี้!”
อี้เฟยยกยิ้มกว้างพลางกล่าวอย่างไม่มีการถ่อมตัวใดๆทั้งสิ้น ที่กล่าวไปนั้นล้วนเป็ความจริงล้วนๆ... ที่ว่าเขาคือบุรุษอันดับหนึ่งไม่มีสองน่ะ!
“.....” เฉียนหลิงมองอี้เฟยแล้ว ไม่มีอะไรจะกล่าวต่อ... เขาชอบเซียนเซียนเป็แฟนคลับเซียนเซียนใน Weibo ส่วนอี้เฟยในชีวิตจริงนั้น อืม คบหาเป็สหายก็ไม่เลวนะ
“เหอะๆ ดูนายจะชอบดูละครพีเรียดนะ... ไม่อยากแสดงเองบ้างเหรอ” เฉียนหลิงอดเอ่ยถามอี้เฟยไม่ได้... แต่ว่า ‘พีเรียด’ ละครย้อนยุคหรือ
อืม เขามองไปที่อี้เฟยพลางก็คิดไปว่า องค์รวมก็ได้อยู่นะ... ไม่ใช่เพียงแค่ความหล่อเหลาสง่างาม กิริยาท่าทางต่างๆของอี้เฟยเท่านั้นนะที่คงรัศมีความมีอำนาจเร้นลับคล้ายกับราชวงศ์ราชนิกุลในยุคสมัยพีเรียดจีนหรือจีนโบราณสมัยนั้นน่ะ แต่ยังรวมทั้งกิริยามารยาทของทำนองการพูดจาและการใช้คำพูดก็ให้คล้ายอีกด้วย
“อื้ม นายเป็บุรุษอันดับหนึ่งไม่มีสองจริงๆนั่นแหละ”
อี้เฟยนี่ช่างหล่อเหลาและสง่างามมากจริงๆ... ไม่ว่าจะเป็ใบหน้า ท่าทาง กิริยามารยาท เสน่ห์ในตัวเอง รูปลักษณ์องค์รวมทั้งหมดของอี้เฟยเลย อย่างกับคนที่หลุดมาจากในยุคสมัยอดีตนั้นจริงๆเลย
และมีพลังทำลายล้างต่อหัวใจรุนแรงเกินไปแล้ว!
“หึๆ อื้มฉันชอบละครพีเรียด... ในปัจจุบันอาชีพนักแสดงได้เงินดีแค่ไหนล่ะ” อี้เฟยทั้งตอบและถามเฉียนหลิงกลับอย่างปนหัวเราะขำๆไปด้วยเมื่อเห็นเฉียนหลิงมองเขาอย่างสำรวจๆ แต่ว่าอะไรกันคือสายตาที่ชื่นชมถึงขนาดนั้น... ชื่นชมอย่างล้ำลึกมาก
ส่วนภายในใจของท่านอ๋องนั้น... คนที่หล่อก็อาจจะมีมาก แต่คนที่หล่อเหลาสง่างามช่างตราตรึงใจอย่างเขาอี้อ๋องน่ะไม่มีอีกแล้วล่ะเหล่าลูกหลานคนปัจจุบันเอ๋ย!
“นี่เฉียนหลิง”
“อือครับ...” เฉียนหลิงจ้องมองอี้เฟยนานจนเสมือนกับว่าตัวเขาได้ตกลงไปอยู่ในภวังค์ความเป็เอกนั้นเสียแล้วจนเผลอตอบรับไปอย่างสุภาพน้ำเสียงเบาหวิวๆอย่างไม่รู้ตัว
“นายก็ไม่น่าจะโง่นะ ตกลงนายล้างจานเป็ใช่ไหม”
“อี้เฟยนายนี่มัน... ก็ต้องเป็สิ ใครบ้างจะล้างจานไม่เป็!”
ั้แ่เมื่อได้ยินคำพูดของอี้เฟยหลายต่อหลายครั้งเฉียนหลิงก็ตัดสินใจแล้วว่า.... อี้เฟยนั้นมีโลกสองใบ นั่นก็คือ ‘อี้เฟยคืออี้เฟย’ และ ‘อี้เฟยคือเซียนเซียน’ และเขาเฉียนหลิงชอบเซียนเซียน!
แต่ทว่าถ้าอี้เฟยรู้ว่าเฉียนหลิงคิดแบบนี้ละก็ เขาก็จะบอกว่า... ไม่จริงอย่างแน่นอน!
เพราะแท้จริงแล้วอี้เฟยนั้นมีโลกสามใบต่างหาก นั่นก็คือ ‘อี้เฟยคืออี้เฟย’ และ ‘อี้เฟยคือเซียนเซียน’ รวมถึง... ‘อี้เฟยคืออี้อ๋อง’ ด้วย!
คำถามแต่ละอย่างของอี้เฟยบางทีเฉียนหลิงก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเพื่ออะไร? เื่ล้างจานเป็ไหมก็หนึ่งคำถามละ และอย่างเช่นต่อมานี้...
“แล้วนายซักผ้าเป็ไหม”
“ก็แค่ใส่เครื่องซักผ้านี่” จะยากอะไรก็แค่แยกผ้าก่อนแล้วใส่เครื่องซักผ้า ใส่ผงซักฟอก ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม กระทั่งจะปั่นผ้าให้แห้งเร็วๆในระบบเครื่องซักผ้าก็มีหมดทั้งนั้น ส่วนตัวคนก็แค่รอตากผ้าเท่านั้นเอง แค่นี้ยากเหรอ? ใครบ้างจะทำไม่เป็!
“แล้วนายรีดผ้า จัดของ กวาดห้อง ถูห้องเป็ไหม”
“ก็ต้องเป็ทั้งนั้นสิ ฉันต้องอยู่คนเดียวมาหลายปีแล้วนะ! จัดของก็แค่เก็บของให้เข้าที่เข้าทาง กวาดห้องก็แค่กวาดแล้วเครื่องช่วยดูดฝุ่นก็มีนี่ ถูห้องก็ไม่ยากนะไม้ถูพื้นอุปกรณ์เสริมปัจจุบันนี้ก็มีดีๆเยอะ”
“อืม” อี้เฟยฟังเฉียนหลิงพูดพลางก็พยักหน้ารับเนิบๆตาม จนอีกฝ่ายพูดจบนั่นแหละดวงตาคมจึงได้ฉายแววระยิบระยับขึ้น ใบหน้าเกลี้ยงเกลาประดับด้วยรอยยิ้มกว้างสว่างไสวมากทีเดียว แล้วจึงกล่าวต่อมาด้วยน้ำเสียงร่าตามความคุ้นเคยเก่าก่อนอย่างเผลอลืมตัว
“งั้นเ้าก็กลับมาเป็ขันทีข้างกายของข้าเถอะเฉียนิ!”
“ ? ”
“อ้อ หมายถึงถ้าเคยเป็ผู้จัดการก็ต้องทำเป็หลายอย่างสินะ... เฉียนหลิงงั้นนายก็มาเป็ผู้จัดการส่วนตัวของฉันสิ” อี้เฟยรีบพูดแก้ใหม่ เพราะด้วยความดีใจจนเกินเหตุแท้ๆจึงได้เผลอลืมตัวไป อีกอย่างใครใช้ให้เฉียนหลิงช่างคล้ายคลึงกับเฉียนิขนาดนี้เล่า! ทำเอาเขาเกือบจะแก้คำพูดแทบไม่ทันแน่ะ!
“เฉียนหลิงไม่ต้องคิดมากแล้ว เ้าอยากได้เบี้ยหวัดรายเดือนเท่าไหร่ว่ามา... ส่วนเื่สกุลเฉียนข้าจะช่วยเ้าเอง!”
“.....”
เฉียนหลิงคิดว่าอี้เฟยชอบละครพีเรียดจริงๆ...
และที่เขาเงียบไม่ใช่เพราะอะไรหรืออยากจะปฏิเสธอะไร เพียงแต่ว่าเขายังคงรู้สึกมึนงงน้อยๆ ไม่คิดว่าเขาจะได้งานใหม่อย่างปุบปับขนาดนี้ อืม... เห็นทีว่าอนาคตของเขาจะต้องฝากไว้ที่อี้เฟยจริงๆแล้วกระมัง และเห็นทีว่าขาทองคำของอี้เฟยเขาจะต้องเกาะให้แน่นๆอย่างที่อีกฝ่ายกล่าวแล้วกระมัง
“ตกลง!”
ในวันนั้น... ในวันนั้นนับเป็วันที่สี่ของการมีชีวิตใหม่ในยุคปัจจุบันของอี้เฟย ซึ่งการตกลงทำสัญญาจ้างและสัญญาการเป็ผู้จัดการส่วนตัวของอี้เฟยระหว่างอี้เฟยและเฉียนหลิงเป็ไปอย่างเรียบง่ายมากในวันนั้น... พวกเขาทั้งสองตกลงร่วมเป็สหายล่มหัวจ่มท้ายด้วยกันอย่างเป็ทางการแล้ว
อี้เฟยยินดียอมรับเฉียนหลิง ลูกหลานของเฉียนิ
ในวันนั้น... ส่วนสำหรับเฉียนหลิงนั้นั้แ่ที่ท่านปู่จากไปเมื่อตอนเขาอายุได้สิบแปดปี ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม ตลอดสามปีต่อมาบิดาผู้นำตระกูลได้รับความกดดันอย่างหนักจนในที่สุดร่างกายทนไม่ไหวจากเขาไปอีกคน ตลอดอีกสองปีต่อมาชีวิตของเขาจมอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงสว่างน้อยนิดและความหวังอันริบหรี่ลงไปเรื่อยๆเท่านั้น
ในวันนั้น... Weibo มีรูปของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งในชุดฮั่นฝูโบราณสีขาวบริสุทธิ์หิมะที่ทุกคนเรียกขานนามเขาว่า ‘เซียนเซียน’ ด้วยความหล่อเหลาและสง่างามไร้ที่ติประดุจเทพเซียนลงมาจุติบนโลกมนุษย์
เฉียนหลิงเสมือนได้พบแสงสว่างของชีวิตแล้ว ทุกครั้งเวลาที่เขามองรูปภาพของเด็กหนุ่มผู้นั้นแม้ว่าจะไม่รู้จักกันจริงๆเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็รับรู้สึกถึงพลังอำนาจเร้นลับและแสงสว่างในตัวของอีกฝ่ายที่ส่งผลให้สายเืภายในตัวของเขามีกำลังวังชา และมีความ้าที่จะพยายามให้มากขึ้น เขาจะต้องมีชีวิตดีๆแน่
และในวันนั้น... เฉียนหลิงได้พบกับแสงสว่างผู้นั้นแล้ว ‘อี้เฟย’ แสงสว่างนำทางและความรุ่งโรจน์ของเขา ความรู้สึกเช่นนี้เขาก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกแบบเดียวกับ ‘ท่านผู้นั้น’ แล้วล่ะ
และในวันต่อมาเฉียนหลิงก็ต้องย้ายออกจากบ้านหลังนั้นอย่างกะทันหันพอดีด้วยฝีมือของพวกสายรองเฉียนอีกเช่นเคย... แต่ครั้งนี้จะไม่เป็เช่นเดิมอีกแล้ว! เพราะเขาเฉียนหลิงไม่ได้สู้ด้วยตัวคนเดียวอีกแล้ว!
เขามีคนให้พึ่งพาแล้ว...
“เอาละอี้เฟยฟังนะ ตอนนี้ฉันติดต่องานให้นายได้แล้ว 1 งาน วันพรุ่งนี้ฉันจะพานายไปให้ผู้กำกับดูตัว”
เฉียนหลิงพูดอย่างจริงจัง เวลาการทำงานของเขาค่อนข้างเอาจริงเอาจังมาก และก็เพื่อนายจ้างอี้เฟยผู้เป็แสงสว่างในชีวิตของเขาด้วย การได้อยู่ใกล้กับอี้เฟยทำให้เขารู้สึกสบายใจ อุ่นใจและปลอดภัย
การได้มองได้อยู่ใกล้ๆกับแสงสว่างนี่มันช่างส่งผลดีจริงๆ... เฉียนหลิงรู้สึกว่าชีวิตมืดมนของเขานอกจากจะมีแสงสว่างเพิ่มขึ้นแล้วยังรู้สึกได้ว่าโลกทัศน์ของเขาก็กว้างมากขึ้นด้วย และข้อดีของการอยู่ใกล้อีเผยอีกมากมายที่เขากำลังจะเรียนรู้
‘เซียนเซียน’ ส่งผลดีต่อการใช้ชีวิตจริงๆ นี่กระมังที่เขาเรียกว่า ‘กำลังใจชีวิต’
เฉียนหลิงอดคิดไม่ได้ว่าคนคนนี้ถ้าอยู่ท่ามกลางแสงสว่างบนเวทีการแสดงหรือการร้อง เขาจะเป็ดวงดาวที่สว่างไสวขนาดไหนนะ แค่คิดแค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้ว!
และเฉียนหลิงก็ยังคิดอีกว่าอาจจะมีใครหลายๆคนที่คล้ายๆกับเขาอยู่ก็เป็ได้ ชีวิตที่มืดมนและกำลัง้าแสงสว่าง กำลัง้ากำลังใจชีวิต หากได้พบคนที่สมบูรณ์แบบเป็เอกอย่างอี้เฟยที่เราแค่มองก็รู้สึกแล้วว่ามีกำลังใจ มีกำลังวังชา และอยากจะพยายามต่อไปให้ดี... ต้องดีมากเป็แน่!
“นายพร้อมไหม”
“ได้!”
-------------------------------
Talk
วิธีการสัมภาษณ์หาขันที เอ้ย ผู้จัดการส่วนตัวของท่านอ๋องในยุคปัจจุบัน
นี่ก็วงการบันเทิงอ่ะเนอะ... ท่านอ๋องผู้สร้างโลกแยกไว้สามใบ ทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาตัวตนของท่างอ๋อง [555]
ในอดีตท่านอ๋องก็เป็กำลังใจชีวิตให้กับเฉียนิ ส่วนปัจจุบันท่านอ๋องเป็กำลังใจชีวิตให้เฉียนหลิง มีความสัมพันธ์คล้ายๆกันค่ะคือรอยต่อระหว่างความสมัยอดีตเก่าก่อนกับปัจจุบัน... ดูเรื่อยๆอืดๆช้าๆหน่อยแต่อยากให้มีที่มาที่ไปชัดเจนอย่างเช่นการหาผู้จัดการส่วนเฉียนหลิงให้ท่านอ๋อง
ตอนนี้ได้ขันทีมาอยู่ข้างกายคืนแล้วนะ เอ้ย ไม่ใช่ ได้ผู้จัดการส่วนตัวแล้วจ้า ตอนหน้ามาร่วมกันเป็กำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!
อ่านแล้วเป็เช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)