
3 วันต่อมา ก็มีบริษัทโทรเข้ามา
รับลี่อิงเข้าทำงาน
ลี่อิงตื่นสายั้แ่วันแรก เพราะตื่นเต้นทั้งคืนนอนไม่หลับมาหลับตอนรุ่งเช้า พอลี่อิงถึงบริษัทก็เป็เวลา 9โมงแล้ว ซึ่งในขณะนั้นทุกคนต่างยุ่งกับการทำงานไม่ได้สนใจว่าใครมาแล้วหรือว่าใครยังไม่มา เฮ้ย วันแรกฉันก็ตื่นสาย มาสาย ตายแน่ๆเลย อุตส่าห์นอนแต่หัวค่ำก็ยังนอนไม่หลับ พอบ่นเสร็จก็รีบวิ่ง เห็นคนกำลังเข้าไปในลิฟท์ รีบตะโดน รอด้วยค่ะ รีบวิ่งเข้าไป ขาำปสะดุด ประตูลิฟท์ หัวไปชนกับหน้าอก เฉียวซาน รีบกล่าวขอโทษ ทันที แล้ว เฉียวซานก็ถามชั้นไหนครับ ลี่อิง ตอบ ชั้น 3 ค่ะ จากนั้นทั้งคู่ก็อยู่ในลิฟท์ บรรยาในลิฟท์เย็บเฉียบ พอถึงชั้น 3 ลี่อิงก็รีบออกมา ลี่อิงที่รู้สึกผิด ก็ถอนหายใจเบาๆ แล้ววิ่งเข้าห้อง
หัวหน้าหันมาพอดี เ้าไปไหนมา
ช่างเถอะ เอกสารบนโต๊ะ ทำให้เสร็จ ก่อนเที่ยงนะ แล้วมาเอาเอกสารไปส่งให้หน่อย ชั้น 6 นะ
พอลี่อิงจัดการเอกสารบนโต๊ะเสร็จก็ไปหาหัวหน้าเพื่อเอาเอกสารไปส่ง ชั้น 6 พอเปิดประตูเข้าไป ก็เจอ เฉียวซานคุยโทรศัพท์อยู่แล้วบอกวางไว้บนโต๊ะอยู่รู้สึกโล่งอก พอไปใกล้โต๊ะ เห็น ป้ายชื่อ เห็น ประธานบริษัท จนลี่อิงรีบวิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว มาก็สาย หัวยังไปชนกับ ตานั่นอีก มาส่งงานให้อีก ดีนะ ที่มัวคุยโทรศัพท์ไม่หันมามอง ไม่นั้นแย่แน่ๆเลย
พอ มาถึงห้องทำงาน กะจิตกะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวลี่อิงต้องฝึกงาน 6 เดือน ก่อนจะบรรจุเป็พนักงานบริษัทและต้องสอบความรู้เกี่ยวกับแผนกตัวเองประเมินตัวเองด้วยก่อนจะมีดารบรรจุจริง เพื่อศัลกยภาพของตัวพนักงานและการทำงานของบริษัทพอถึงเวลาเลิกงาน ลี่อิงก็โทรหาหมี่ถิง ชวนไปกินอาหารเย็นจึงเล่าให้หมี่ถิงฟังถึงการทำงานวันแรกไปสายไม่พอ หัวไปชน ประธานอีก จนหมี่ถิงต้องปลอบใจเบาๆทำให้ลี่อิง สบายใจขึ้น หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ ทั้งคู่ ก็ออกมาเดินเล่น แล้วแยกกันกลับที่พัก