บทที่ 9 เด็กคนนี้ผมเอาไปนะ
อินเสินคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะเจอกับแมวป่าน้อยที่แกล้งโดนรถชนเพื่อที่จะเอาเงินเขา
เขามองลงมาด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก มองเด็กน้อยตัวกลมที่นอนอยู่บนพื้นพร้อมเคลื่อนตัวมาหาเขาอย่างน่าสงสาร
มือเล็ก ๆ ที่สกปรกจับกางเกงสูทของเขาไว้แน่น
กางเกงที่รีดอย่างประณีตจนเรียบเปื้อนไปด้วยดินและเื
เขาขมวดคิ้วพลางถอยหลังไปหนึ่งก้าว…
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแรงของเด็กนี่จะเยอะมากกว่าที่เขาคิดเสียอีก
นิ้วมือเล็ก ๆ ขาวซีด ราวกับกำลังจับฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย
เขาไม่ได้ดึงมือของเด็กน้อยออกจากกางเกงของตัวเอง
แต่หลี่ฟางคนนี้มายืนด้านหน้าของเขาแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
อินเสินรู้จักหลี่ฟางดี เธอเป็ผู้หญิงที่โหดร้ายและฉลาดหลักแหลม
แล้วเขาก็รู้ด้วยว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ไม่ได้เป็เพียงแค่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
แต่ว่านี่ก็ไม่ได้มีการขัดผลประโยชน์ใด ๆ กับเขา แน่นอนว่าเขาก็จะไม่เอาตัวเองเข้าไปสนใจกับเื่นี้นัก
“ผมมารับเด็ก”
อินเสินพูดอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงไม่ได้มีอารมณ์ขึ้นลงใด ๆ เสียงต่ำน่าฟัง แต่มีพลังกดดันซ่อนอยู่
หลี่ฟางตกตะลึง จากนั้นก็ยิ้มอย่างเจิดจ้า
“ประธานอินกำลังมองหาเด็กที่จะรับไปเลี้ยงจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของพวกเราเหรอคะ? ได้แน่นอนค่ะ”
“ประธานอิน้าแบบไหนคะ? บอกฉันมาได้เลยค่ะ”
เธอพูดไปด้วยโค้งตัวไปด้วย และอยากจะดึงซิงซิงที่อยู่บนพื้นขึ้นมา
ซิงซิงปวดจนแทบจะเป็ลมสลบอยู่แล้ว
เธอไม่อยากกลับไป…
เธอ้าพี่หก…
และที่สำคัญที่สุด เธอรู้สึกว่ามีกลิ่นอายที่ชอบอยู่บนร่างกายของผู้ชายคนนี้
เหมือนกับพี่หกมาก
“พี่ พี่คะ…” เด็กน้อยอ่อนแอ เอ่ยเบามากเสียจนเกือบจะไม่ได้ยินเสียงแล้ว
อ่อนแอมาก ๆ เหมือนกับลูกแมวแรกเกิดที่ร้องขอความช่วยเหลืออย่างไร้เรี่ยวแรง
ตอนนี้หลี่ฟางเริ่มใช้แรงงัดมือของซิงซิง
“เดี๋ยว” จู่ ๆ อินเสินก็พูดออกมา
หลี่ฟางชะงัก “มีอะไรเหรอคะประธานอิน?”
อินเสินไม่ได้พูด แต่มองไปยังเด็กน้อยที่อยู่บนพื้น
จากนั้นเขาก็ยอบตัวลง
นิ้วเรียวยาวจับข้อมือของซิงซิงเบา ๆ
ซิงซิงพยายามใช้แรงที่มีอยู่น้อยนิดเงยหน้า สบตากับสายตาเ็าคู่นั้น
สายตาของอินเสินมีความสนใจเล็กน้อย
“เจ็บหนักขนาดนี้ก็ไม่ร้องไห้เหรอ?”
สายตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยพลังและความขุ่นมัว ณ เวลาที่สบตากัน อินเสินมองเห็นอะไรบางอย่างในดวงตาคู่นั้น…
ความพึ่งพางั้นเหรอ?
เหมือนกับสัตว์ตัวเล็กตัวหนึ่ง และยังเป็สัตว์ที่ใกล้จะตายด้วย
แต่ว่าเด็กคนนี้เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า?
เขาไม่เพียงแต่ไม่ใช่พระเยซู แถมยังน่ารังเกียจยิ่งกว่าหลี่ฟางซะอีก
ซิงซิงสูดหายใจเข้า และไม่สนใจว่าร่างกายจะเจ็บแค่ไหน เพียงแต่อยากอยู่ใกล้กับพี่ชายคนนี้
เธอค่อย ๆ ขยับไปทางอินเสิน เอาหลังมือของเขามาถูกับหน้าตัวเองตามสัญชาตญาณ
“พี่คะ…”
น้ำเสียงนุ่มนวลทำให้หัวใจสั่นไหว เสียงและตัวที่กำลังสั่นนั้น ช่างเปราะบางและน่าสงสารยิ่งกว่าแมวน้อยเสียอีก
นิ้วมืออินเสินเกร็งเล็กน้อย หลังมือมีความรู้สึกร้อน ๆ นุ่ม ๆ โดยไม่รู้ตัว
ส่วนหลี่ฟางนั้นเกิดความสับสนอยู่ด้านข้าง
ว่ากันว่าประธานอินเป็คนไม่แน่นอน นาทีก่อนกำลังยิ้ม นาทีต่อไปอาจจะทำให้คุณสูญเสียทุกอย่างได้
เธอไม่รู้เลยว่าประธานอินกำลังโกรธรึเปล่า
ถ้าหากว่าโกรธจริง ๆ แล้วอยากได้ซิงซิงไประบายความโกรธจะทำยังไงล่ะ?
หากซิงซิงาเ็ ก็อาจจะไม่มีราคาเหมือนอย่างตอนนี้แล้ว
ในขณะเดียวกัน ครอบครัวโจวเต๋อก็ตามออกมา
ตอนแรกโจวเต๋อไม่ทันได้สังเกตอินเสินที่นั่งยองอยู่ เขาะโไปทางหลี่ฟาง
“จับเด็กได้แล้วทำไมไม่เอามา พวกเราจะกลับบ้านแล้ว”
หลี่ฟางยิ้มอย่างลำบากใจ มองไปยังอินเสิน
“ประธานอิน เด็กคนนี้เป็คนที่ประธานโจวรับเลี้ยง ถ้างั้น…”
“เหรอ?” อินเสินพยักหน้า เตรียมตัวจะลุกขึ้น
เขามาที่นี่เพื่อมาหาเด็กที่เซี่ยจื่ออวี้สนใจ ไม่ได้มาเพื่อทำการกุศลช่วยเหลือลูกแมว
แน่นอนว่าเขารู้ว่าโจวเต๋อคนนี้เป็คนที่น่ารังเกียจ แต่ว่าเขากับโจวเต๋อคนนี้ทำธุรกิจร่วมกันอยู่
แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยเอาเื่ที่ไม่สำคัญมาทำลายผลประโยชน์ของตัวเอง
หลี่ฟางมองเห็นท่าทางของประธานอินก็โล่งอก และพูดเสียงดัง “ซิงซิง รีบขอโทษประธานอินเดี๋ยวนี้!”
แต่หลังจากที่อินเสินได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที “ซิงซิง?”
นั่นมันสาวน้อยที่เซี่ยจื่ออวี้กำลังหาไม่ใช่เหรอ?
ซิงซิงพยายามเงยหน้า ใช้กำลังสุดท้ายมองไปยังอินเสิน
พี่ชายเรียกเธอ…พี่ชายชอบเธอใช่ไหม?
นี่ก็คือพี่ชาย…เธอจะอยู่กับพี่ชาย
กลับบ้าน เธอจะต้องกลับบ้าน!
“พี่คะ…อย่าทิ้งซิงซิงนะ…พาซิงซิงกลับบ้าน…”
เด็กน้อยถึงขีดจำกัดแล้ว หลังจากพูดจบประโยคก็ล้มไปด้านหน้าในทันที!
หลี่ฟางรีบยื่นมือออกไป เตรียมพร้อมจับเสื้อด้านหลังของซิงซิงให้กลับมา
แต่คิดไม่ถึง ปฏิกิริยาของอินเสินไวกว่าเธอเสียอีก!
อินเสินลดสายตาต่ำลง มือทั้งสองข้างพยุงซิงซิงและดึงเธอขึ้นมาแทน
สกปรกมาก
เ้าตัวเล็กนี่ยุ่งยากจริง ๆ
หัวคิ้วของเขาขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือ
ซิงซิงฟุบอยู่บนไหล่ของอินเสินด้วยความเลอะเลือน ได้กลิ่นหอมเยือกเย็นบาง ๆ บนตัวเขา
ความรู้สึกปลอดภัยที่อธิบายไม่ถูกพรั่งพรูออกมา
ในที่สุดเชือกที่มัดแน่นอยู่บนผมของเด็กน้อยก็ขาดออก
ศีรษะของเธอว่างเปล่าแล้ว จากนั้นก็หลับไปด้วยความโล่งใจ
สีหน้าของอินเสินไม่ชัดเจน ยิ่งท่าทางยามกอดเด็กน้อยที่สกปรกนั้นยิ่งทำให้คนรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
มูลค่าบนตัวของเขามีมากอย่างน้อยหกหลัก แต่เขากลับอุ้มเด็กที่มีแต่เศษดินและใบหญ้า
เห็นได้ชัดว่าหลี่ฟางทำตัวไม่ถูกและมีสีหน้าลำบากใจ
ขณะเดียวกัน ครอบครัวโจวเต๋อก็เดินมา
ในที่สุดโจวเต๋อก็มองเห็นชัดแล้วว่าผู้ชายหล่อสูงคนนี้คือใคร
“อ้าว! นี่ไม่ใช่ประธานอินหรอกเหรอ!” โจวเต๋อยิ้มทันที
ดวงตาเล็ก ๆ เปิดเผยถึงความฉลาดเฉียบแหลม
“ประธานอิน คุณก็ชอบเด็กสาวเหมือนกันเหรอ…ฮ่า ๆ”
เขาดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง
“หากรู้ว่าประธานอินชอบละก็ ผมจะต้องช่วยหาให้ประธานอินแน่นอน”
เขาพูดพลางเดินไปยังอินเสินที่อุ้มเด็กน้อยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
สีหน้าของอินเสินไม่เปลี่ยนแปลง แต่มือที่กอดเด็กน้อยไว้กระชับแน่นมากขึ้น
เ้าเด็กนี่นอนหลับใหล แต่มือยังคงดึงเสื้อของเขาไว้ ดูเหมือนว่าจะรู้สึกไม่ปลอดภัยมาก ๆ
เชื่อใจมากขนาดนั้นเชียว?
ตลาดมีขึ้นมีลง เช่นเดียวกับความเชื่อใจที่หายากที่สุด
อินเสินยิ้มจาง ๆ แล้วหันไปพูดกับโจวเต๋อ “ไม่ต้องหรอกครับ ก็แค่มีคนฝากฝังให้ผมมารับเด็กน่ะ”
พูดเสร็จเขาก็พยักหน้าให้กับหลี่ฟางและโจวเต๋อ
“ผมจะพาซิงซิงไป ในเมื่อเธอเป็เด็กที่ประธานโจวจะรับเลี้ยง หลังจากนี้ความเสียหายของประธานโจวให้แจ้งกับทางผู้ช่วยของผมได้เลย ผมจะชดใช้ให้เป็เท่าตัว”
พูดเสร็จก็ไม่รอว่าใครจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาก็เดินขึ้นรถไปแล้ว
รถไมบัคที่สั่งทำพิเศษเหยียบคันเร่งออกไป ทำให้คนด้านข้างกินฝุ่นกันเป็แถว
หลี่ฟางยิ้มเยาะ “เอ่อ…ประธานโจวคะ ทางฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงดี…”
โจวเต๋อจ้องมองรถคันนั้น สีหน้าอึมครึม จากนั้นก็แสยะยิ้ม “เด็กคนนั้นฉันจองแล้ว”
หลายปีมานี้ เขาเพิ่งจะเจอคนที่เหมาะกับรสนิยมของเขาเป็ครั้งแรก
สำหรับนักธุรกิจผลประโยชน์ต้องมาก่อน เขาไม่เชื่อหรอก คนอย่างอินเสิน ถ้ามีผลประโยชน์ใหญ่โตมากองอยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายจะไม่ยอมปล่อยมือแน่
เขากับอินเสินร่วมงานกันมานาน เขารู้ว่าคนเืเย็นอย่างอินเสินมีแต่เื่ผลประโยชน์ในสายตา
ดังนั้นอินเสินไม่มีทางฉีกหน้าเขาเพื่อเด็กกำพร้าคนนี้แน่!