[ยืนยันการทำงานของระบบระบบจักรพรรดิสายฟ้า START]
…
..
.
แสงตะวันสาดส่องเข้าไปภายในป่าจตุรอสูรเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นเด็กหนุ่มค่อยๆใช้มือตีศีรษะอย่างแผ่วเบาสะบัดหน้าไล่ความง่วงพร้อมกับนึกย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลันตาสว่างในทันที
“จักรพรรดิสายฟ้า จางฉิงฉวน อย่างนั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มอุทานออกมาความทรงที่ได้รับมาบอกกล่าวกับ จางฉิงฉวน ว่าชาติที่แล้วเขาคือจักรพรรดิสายฟ้าผู้ทำให้จักรวาลต้องสยบแทบเท้าไม่มีใครในจักรวาลที่จะสามารถต่อกรกับจักรพรรดิสายฟ้าได้
แต่เมื่อจักรพรรดิสายฟ้ารับรู้ว่าจักรวาลที่ตนอยู่นั้นเป็นเพียงแค่จักรวาลบ้านนอกจักรพรรดิจึงได้ตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังจักรวาลอื่นที่แข็งแกร่งกว่าจักรวาลที่ตนอยู่แต่เพราะตัวจักรพรรดินั้นมีพลังไม่เพียงพอ จึงทำให้ตายลงเพราะเจอศัตรูที่แข็งแกร่งพลังมันห่างชั้นกันเกินไป ตัวจักรพรรดิรู้สึกว่าตนไร้ความสามารถอย่างแท้จริงเส้นทางของผู้ฝึกตนนั้นไม่มีขอบเขต
“ขอบใจมาก เทียน ชีวิตใหม่นี้ ข้าจะต้องแข็งแกร่งกว่าเดิมให้จงได้รอก่อนเถอะจักรวาล บุพผา ซักวันข้าจะพิชิตให้ได้” จางฉิงฉวน กล่าวกับคู่หูของตนในชาติก่อนหรือก็คือ AI คู่ใจตั้งแต่ชาติที่แล้วนั่นเอง
[ขอรับ]
จางฉิงฉวน มองย้อนกลับไปทางเดิม…
“ไอ่พวกตระกูลจาง อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าจ้างนักฆ่ามาฆ่าข้า”จางฉิงฉวน กล่าวด้วยโทสะ
“แต่ก่อนอื่น ข้าจะต้องตรวจสอบร่างกายของข้าก่อน” จางฉิงฉวนสัมผัสลมปราณตรวจสอบร่างกายในทันที
“ข้าเส้นลมปราณพิการหรือเนี่ย” เมื่อเริ่มสัมผัส จางฉิงฉวนรับรู้ได้ในทันที
“เทียน… มีวิธีแก้ไขมั้ย?” จางฉิงฉวน ถาม เทียน
[มีขอรับใช้พลังทางสายเลือดของท่าน มันก็น่าจะทำให้เส้นลมปราณกลับมาใช้ได้ดังเดิมแต่วิธีนี้มันจะทำให้พลังทางสายเลือดของท่านถูกผนึกพลังไปครึ่งหนึ่ง เมื่อมีระดับพลังแข็งแกร่งขึ้นเมื่อใดพลังทางสายเลือดก็จะกลับคืนมาดังเดิม]
“หากข้าไม่มีลมปราณ ข้าก็เป็นได้เพียงแค่ขยะ!! หากข้ามีวิธีที่จะสามารถทำให้เส้นลมปราณของข้ากลับคืนมาได้ถึงจะเสียพลังไปครึ่ง… แต่มันก็คุ้ม!! เพราะเมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้นเมื่อใด พลังของข้าก็จะกลับคืนมาเองอย่ารอช้า ว่าวิธีของเจ้ามา”
[ขอรับ]
[เริ่มต้นกระบวนการรักษาเส้นลมปราณ]
[ตกลง/ไม่ตกลง]
“ตกลง”
[คำเตือน: วิธีนี้จะทำให้พลังทางสายเลือดของท่านครึ่งหนึ่งถูกผนึกไปเป็นแกนพลังขับเคลื่อนเพื่อใช้ในการรักษาเส้นลมปราณมันอาจจะส่งผลกระทบในบางครั้ง แต่เมื่อได้รับพลังกลับคืน ผลกระทบนั้นจะหายไปเริ่มต้นกระบวนการรักษา 32 1]
อ๊ากกก!!!!!
จางฉิงฉวน กรีดร้องออกมาอย่างทุกข์ทรมานร่างกายแผ่ไอความร้อนออกมาไม่ขาดสายเลือดในร่างเดือดจนปูดนูนออกมาจากผิวหนังเห็นได้ชัดเต็มสองตาทนความเจ็บปวดไม่ไหวเพราะร่างกายยังไม่สามารถรองรับพลังทางสายเลือดได้ทั้งหมด
[เปิดระบบฟื้นฟูร่างกายโดยอัตโนมัติ]
[เปิดระบบเร่งระยะเวลาในการรักษา1วัน : 1ปี]
[อัพเดตข้อมูลที่จำเป็น3 2 1 อัพเดตข้อมูลที่จำเป็นเสร็จสิ้น]
[พลังงานเหลือไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์]
…
..
.
หนึ่งวันผ่านไป…
[กระบวนการรักษาเสร็จสิ้นพลังงานเหลือศูนย์ ระบบจำศีลทำงาน]
[ขอให้โชคดีนายท่าน]
“ไว้พบกันใหม่ เมื่อพลังงานฟื้นฟูกลับมาเต็ม” จางฉิงฉวนกล่าวกับคู่หูของตน
เด็กหนุ่มกำมือแน่นสัมผัสถึงพลังปราณ เมื่อหลับตาลง จางฉิงฉวนสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายตนจุดตันเถียนของชายหนุ่มเปรียบเสมือนอสูรที่หิวโหย เมื่อมีพลังงานไหลผ่านมันก็จะถูกดูดไปในทันที
จางฉิงฉวน ลืมตาขึ้นแหงนหน้ามองไปในทิศทางหนึ่ง…
“สัตว์อสูรหนึ่งดาว… !!”
ทิศทางที่ จางฉิงฉวน มองไปนั้นเป็นส่วนลึกของป่าจตุรอสูรที่นั่นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรหนึ่งดาวมันอยู่ไม่ไกลจากตัวเขา ในตอนนี้ระดับพลังของ จางฉิงฉวน อยู่ที่ระดับหนึ่งรากหญ้าซึ่งเป็นขั้นเริ่มต้นเมื่อเริ่มบ่มเพาะพลัง
มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่สามารถบ่มเพาะพลังได้ เวลาเกิดมาระดับพลังจะอยู่ที่หนึ่งรากหญ้าเสมอหากไม่มีระดับพลังตั้งแต่กำเนิดจะถือว่ามันผู้นั้นเส้นลมปราณพิการผู้ที่ถูกเรียกว่าเส้นลมปราณพิการนั้นจะมีสองแบบ
แบบแรกคือ เส้นลมปราณพิการตั้งแต่กำเนิดคนที่มีเส้นลมปราณในแบบที่หนึ่งนี้จะไม่สามารถฝึกฝนได้จนตายและไม่มีทางที่จะสามารถรักษาเส้นลมปราณพิการให้หายได้มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ช่วยได้
แบบที่สองคือ เส้นลมปราณพิการหลังกำเนิดคนที่มีเส้นลมปราณในแบบที่สองนี้จะไม่สามารถฝึกฝนได้จนกว่าเส้นลมปราณจะถูกรักษาวิธีการรักษานั้นมีแต่แพทย์ระดับเทวะขึ้นไปเท่านั้นที่จะรู้วิธีการรักษา ในทวีปเทียนซันแห่งนี้มีแพทย์เทวะเพียงแค่คนเดียว
“ข้าจักต้องเลือกวิธีการฝึกฝนของข้าให้ดีมิเช่นนั้นจะต้องเสียท่าเช่นครั้งที่แล้วแน่!!”
จางฉิงฉวน เริ่มค้นหาวิธีการฝึกฝนระดับจอมยุทธสวรรค์ซึ่งมันคือระดับสูงสุดในชาติที่แล้วที่เขาไปถึงระดับจอมยุทธสวรรค์ในจักรวาลนี้มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ไปถึงแต่หากเทียบกับจักรวาลอื่นแล้ว ระดับจอมยุทธสวรรค์มีมากกว่าหนึ่งร้อยล้านๆคนเสียอีก
วิธีการฝึกในชาติที่แล้วของ จางฉิงฉวน นั้นเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายเพราะเขาเลือกวิธีการฝึกที่ผิดพลาด ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาแพ้ศัตรูในจักรวาลอื่นอย่างหมดรูปดังนั้นในชีวิตใหม่นี้ เขาจะต้องเลือกวิธีฝึกที่ดีที่สุดเท่าที่เขารู้
“ข้ามีสายเลือดอัสนีสวรรค์ดังนั้นทักษะที่ข้าควรฝึกคือทักษะเกี่ยวกับอัสนีวิธีการฝึกลมปรานอัสนีสวรรค์ตัดออกไปได้เลย ชาติที่แล้วมันไม่ได้ช่วยอะไรข้าเลยยังเหลืออีกสองวิธี ขจรอัสนีทลายพิพบก็ตัดออกไป ดูท่าคงจะเหลือแต่มังกรอัสนสิบแปดกระบวนท่า”
เมื่อตัดสินใจที่จะฝึกวิธีใดได้แล้ว จางฉิงฉวนก็เริ่มหาลำเลดีดีแล้วฝึกในทันที โดยมังกรอัสนีสิบแปดกระบวนท่านั้นมีวิธีฝึกอยู่สิบแปดขั้นในแต่ละขั้นนั้นจำเป็นที่จะต้องแข็งแกร่งในระดับหนึ่งถึงจะสามารถฝึกได้
ขั้นที่หนึ่งคือกระบวนท่ามังกรอัสนีแผลงศรซึ่งในขั้นนี้จำเป็นที่จะต้องอยู่ในระดับหนึ่งรากหญ้าถึงจะสามารถฝึกฝนได้ ในขั้นต่อไปจักต้องอยู่ในระดับห้ารากหญ้าเสียก่อนจึงจะสามารถฝึกขั้นที่สองได้
จางฉิงฉวน เริ่มจากควบคุมลมปราณไหลผ่านจุดต่างๆด้วยความรวดเร็วจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง ใช้เวลาเพียงแค่ห้าลมหายใจก็สามารถโคจรได้ครบหนึ่งรอบ ภายในหนึ่งรอบมีทั้งสิ้นหนึ่งร้อยแปดจุด
เมื่อร่างนี้โคจรลมปราณจนชำนาญ ก็เริ่มฝึกแบบเอาจริงเอาจังในทันทีจางฉิงฉวน ยื่นมือไปทางด้านหน้า พลังปราณไหลไปรวมกันอยู่ที่นิ้วชี้นำหัวแม่มือหรือนิ้วโป้จีบกับนิ้วชี้แล้วดึงเข้ามาหาตัวเอง ยกมืออีกข้างขึ้นทำท่าง้างธนู
ทำแบบนี้ซ้ำไปจนร่างนี้ชำนาญ ก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปประกายสายฟ้าโลดแล่นภายในดวงตาของเด็กหนุ่ม จางฉิงฉวน สร้างลูกศรสายฟ้าเป็นครั้งแรกในร่างนี้ลมปราณผสมประกายสายฟ้าโลดแล่นอยู่ในมือ
จางฉิงฉวน มองลูกธนูสายฟ้าในมืออย่างพึงพอใจ…
“ต้องไปทดสอบ”เด็กหนุ่มฉีกยิ้มมองไปทางที่สัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรหนึ่งดาว
จางฉิงฉวน เคลื่อนตัวด้วยความรวดเร็วทักษะย่างเก้าอัสนีถูกเด็กหนุ่มใช้งาน ถึงความเร็วของมันจะยังคงมีไม่มากแต่ก็พอจะทิ้งห่างผู้ที่อยู่เหนือกว่าตนหนึ่งระดับได้อย่างง่ายดาย
จางฉิงฉวน หลบอยู่บนต้นไม้มองไปด้านล่างสิ่งที่เด็กหนุ่มเห็นคือหมีวายุ ลำตัวของมันใหญ่เกือบสองเมตรความเร็วของมันเทียบได้กับระดับสองรากหญ้า ซึ่งความเร็วของมันมีเท่ากับ จางฉิงฉวนในเพลานี้
“ศรอัสนี” จางฉิงฉวน ตั้งท่าง้างศรอัสนี สมาธิจดจ่อไปที่หมีวายุเด็กชายทำจิตใจให้สงบ กำหนดลมหายใจเป็นจังหวะ เมื่อหมีวายุลดการระวังตัว จางฉิงฉวนแผลงศรในทันที
ฟิ้ววว !!!!
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอกำลังใจเป็นความคิดเห็นก็ยังดี