ไม่นานนักคนของตระกูลเจียงก็มาถึงตามคาด อีกทั้งยังส่งสินสอดมาตั้งมากมาย เมื่อเทียบกับสินสอดทองหมั้นเวลาคนทั่วไปแต่งงานบวกรวมกันแล้วมากมายเสียเหลือเกิน ทำเอาคนตระกูลอวี๋เห็นแล้วอ้าปากหวอแต่ต้องแสร้งทำเป็ใจเย็นวางตัวสำรวม
อวี๋จิ่นลี่ได้ตามกลับตระกูลเจียงไปในวันเดียวกันด้วย
และเมื่อคนจากตระกูลเจียงเห็นอวี๋จิ่นลี่จึงเหลือบมองอวี๋จิ่นเซิงไปโดยจิตใต้สำนึก แต่ไม่ได้พูดอะไรแล้วนำทางอวี๋จิ่นลี่กลับไป
พอซุนตู้เหมยกับอวี๋จิ่นเซิงเห็นคนตระกูลเจียงกลับไปแล้ว ถึงได้โล่งอกไปหนึ่งเปลาะ ก่อนจะระเริงปรีดาที่ตนเองหลบหายนะครั้งนี้พ้น
อวี๋จิ่นลี่ที่ตามกลับไปพร้อมคนตระกูลเจียงก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย เพราะถึงอย่างไรเขาก็เพิ่งมาถึงโลกใบนี้ ทุกอย่างจึงไม่คุ้นเคยไปหมด สำหรับเขาแล้วการทำความคุ้นชินกับโลกใบนี้ก่อนถึงจะเป็สิ่งสำคัญที่สุด
ถึงแม้เขาจะได้รับความทรงจำของเ้าของร่างเดิมมาด้วย แต่เพราะก่อนหน้านี้ชีวิตของเ้าของร่างเดิมโดนตระกูลอวี๋กดขี่ข่มเหงและทรมานมาโดยตลอด เลยไม่เคยได้ร่ำเรียนหนังสือ มีความรู้เื่ราวของโลกภายนอกเพียงหางอึ่ง เพราะงั้นอวี๋จิ่นลี่จึงเข้าใจโลกใบนี้น้อยมาก
คนที่ตระกูลเจียงส่งมาเป็พ่อบ้านาุโของตระกูลเจียง นับว่ามีตำแหน่งในตระกูลเจียงพอตัว ครั้นเห็นท่าทางสงบเสงี่ยมขี้กลัวของอวี๋จิ่นลี่ตลอดเส้นทาง ก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มอบอุ่นออกมา
ถึงแม้ครั้งนี้ตระกูลอวี๋จะทำไม่ถูกต้องเอาเสียเลย แต่พอนึกถึงสถานการณ์ของตระกูลเจียงในเวลานี้ แล้วนึกถึงนายน้อยที่ตนเองคอยเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่บัดนี้นอนป่วยติดเตียงก็อดถอนหายใจไม่ได้
และเหตุเพราะร่างกายของเจียงม่อเซิ่ง พิธีมงคลสมรสจึงไม่สามารถจัดขึ้นได้เป็การชั่วคราว เพราะงั้นตระกูลเจียงจึงรู้สึกผิดต่อตระกูลอวี๋อยู่ลึกๆ ถึงได้อนุญาตให้ตระกูลอวี๋ส่งลูกนอกสมรสแต่งเข้ามา อย่างไรเสีย...
“ผมเป็พ่อบ้านของตระกูลเจียง คุณเรียกผมว่าลุงเจียงก็พอครับ คุณไม่ต้องกังวลนะครับ นายท่านกับคุณนายเป็คนดีมาก คุณจะไม่โดนกลั่นแกล้งในบ้านตระกูลเจียงแน่นอน” พ่อบ้านาุโเอ่ยเสียงอ่อนโยน
ถึงแม้ว่าหนุ่มน้อยคนนี้จะมีนิสัยขี้ขลาดอ่อนแอไปบ้าง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อเป็อย่างยิ่ง ตอนจ้องมองใครตรงๆ มักจะทำให้คนคนนั้นใจอ่อนยวบอย่างต้านทานไม่ได้เสมอและเสียงพูดเองก็จะอ่อนโยนลงเช่นกัน เหมือนกลัวว่าหากเสียงดังขึ้นสักนิดจะทำให้อีกฝ่ายใอย่างไรอย่างนั้น
“อื้อ ขอบคุณครับลุงเจียง” อวี๋จิ่นลี่ยิ้มตอบรับอย่างเขินอาย รอยยิ้มจิ้มลิ้มทำให้ใบหน้าที่แต่เดิมหล่อใสอยู่แล้วยิ่งมีเสน่ห์มากกว่าเดิม
อวี๋จิ่นลี่ย่อมไม่กังวลสถานการณ์ความเป็อยู่ของตนเอง เพราะตัวของพ่อบ้านาุโของตระกูลเจียงผู้นี้ห้อมล้อมด้วยหมอกสีแดงมากมายซึ่งสื่อถึงวาสนาโชคลาภ
ครอบครัวที่แม้แต่ตัวของพ่อบ้านยังมีวาสนาโชคลาภเยอะขนาดนี้ ต้องเป็ครอบครัวที่ร่ำรวยทั้งเงินทองและลาภยศเป็แน่ เขาดีใจแทบบ้าที่ได้อยู่ในครอบครัวแบบนี้ จะไปมีทางหวาดกลัวได้อย่างไร
ความจริงแล้วตอนเขาเพิ่งทะลุมิติมา อวี๋จิ่นลี่พบว่าพลังที่มองเห็นโชคชะตาของคนคนหนึ่งได้อย่างชัดเจนติดตัวเขามาด้วย ทำเอาเขามีความสุขมากเลยทีเดียว
เขาเป็ปลาจิ๋นหลี่เปลี่ยนโชคชะตา มีความสามารถในการมองเห็นโชคชะตาจากร่างกายอีกฝ่ายมาั้แ่กำเนิด แน่นอนว่าเขามีความสามารถในการช่วยเปลี่ยนโชคชะตาให้คนอื่นได้ด้วย
เพียงแต่เขาจะช่วยคนอื่นเปลี่ยนโชคชะตาน้อยมากเพราะโชคชะตาก็มีข้อจำกัดของมัน
เหมือนอย่างที่โชคชะตาในชีวิตของคนหนึ่งคนมันมีจำกัด หากเขาช่วยคนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงโชคชะตาทำให้อีกฝ่ายโชคดีขึ้นมา เช่นนั้นย่อมเป็การเอาโชคชะตาในอนาคตมาใช้ก่อนล่วงหน้า เมื่อเป็แบบนั้นอนาคตของคนคนนี้อาจมีความเป็ไปได้สูงว่าจะลำบากยากเข็ญจนถึงบั้นปลายชีวิตก็ได้
แน่นอนว่าหากไม่ใช้โชคชะตาในอนาคตของตนเองก่อนล่วงหน้า เช่นนั้นก็จำเป็ต้องอาศัยโชคชะตาของผู้อื่น แต่การเปลี่ยนโชคชะตาแบบนี้เป็การละเมิดกฎธรรมชาติ หากรุนแรงก็ถึงขั้นทำลายชีวิตคน ภูตปีศาจที่บำเพ็ญเพียรตามครรลองของกฎธรรมชาติอย่างอวี๋จิ่นลี่ ไม่ยอมทำเื่แบบนี้หรอกนะ